เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่9 ตอนที่ 269 : เสียศูนย์

        “หายากจริงๆ นะครับ ไม่คิดเลยว่าคุณหยางจะมาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย ผมรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ ที่ได้พบคุณอีกครั้ง” หลิวหยุนเดินมาพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ภาพลักษณ์ของเขาดูหล่อเหลาถึงขั้นที่สามารถเอาชนะใจเหล่าสตรีบริเวณโดยรอบได้ในไม่กี่นาที

        หยางเฉินรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรเมื่อต้องมาเจอหลิวหยุนในตอนนี้ สัญชาตญาณกำลังร้องเตือนเขาว่าฝ่ายตรงข้ามอาจกำลังจ้องเล่นงานเขาอยู่ แต่หยางเฉินก็ยังคงเผชิญหน้ากับหลิวหยุนด้วยท่าทางมั่นใจ

        “มันอาจจะเป็นเรื่องยากก็จริง แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะเจอคุณเหมือนกัน” หยางเฉินกล่าว

        หลิวหยุนหัวเราะออกมาพร้อมทั้งยิ้มให้กับหยางเฉิน “อีกอย่างหนึ่ง ผมเพิ่งรู้มาจากคุณพ่อเมื่อสักครู่นี่เอง ว่าคุณหยางแต่งงานกับท่านประธานหลินแล้ว”

        หลินรั่วซีและสองสาวตระกูลไช่หยุดพูดคุยกันในทันที ทั้งสามหันไปมองหยางเฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทำไมหยางเฉินถึงรู้จักหลิวหยุนได้กัน?

        “ไม่ต้องอิจฉาผมก็ได้ ผมไปล่ะ” หยางเฉินโบกมือ เขาไม่เต็มใจที่จะคุยกับหลิวหยุนนัก

        หลินรั่วซีขมวดคิ้ว เธอต้องการให้หยางเฉินสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลหลิวเอาไว้เพื่อให้มีคนหนุนหลัง และกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงช่วยผลักดันให้เขามีหน้ามีตาในสังคม

        เธอถือว่าหลิวหยุนเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มชนชั้นสูงที่หยางเฉินควรสนิทเอาไว้ “หยางเฉิน นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะ”

        หยางเฉินรู้สึกสับสน นี่เป็นเรื่องตลกไปตอนไหน?

        หลิวหยุนรู้สึกพึงพอใจกับภาพตรงหน้า เขาหันกลับไปมองหลินรั่วซีพร้อมทั้งเอ่ยขึ้นด้วยความจริงใจ “ถึงแม้นี่จะเป็นการพบกันครั้งแรกของเรา แต่พ่อผมก็มักจะชื่นชมความสามารถด้านการบริหารของประธานหลินให้ผมฟังอยู่เสมอๆ ทั้งความรู้และความสามารถของคุณโดดเด่นจนทางเรายังต้องศึกษาวิธีการของคุณ ไม่คิดเลยนะครับว่าคุณจะมาแต่งงานกับคุณหยางในขณะที่ยังหนุ่มยังสาวกันขนาดนี้”

        หลิวหยุนเหมือนจะชื่นชมหลินรั่วซีไม่แตกต่างจากคนอื่นๆ แต่หลินรั่วซีก็สามารถเห็นจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้ชัดเจน

        “ฉันรู้สึกแปลกใจจริงๆ ค่ะ ที่ประธานหลิวรู้จักสามีฉันด้วย” หลิวรั่วซีพูดลอยๆ ออกมา แต่ในหัวใจของเธอกลับอยากรู้และจริงจังกับเรื่องนี้มาก

        หยางเฉินสูดลมหายใจลึกด้วยความหนาวเหน็บ หลิวหยุนกำลังรอจังหวะนี่อยู่!

        “นี่... ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะพูดถึงเรื่องนั้นในที่สาธารณะแบบนี้อีกครั้ง” หลิวหยุนแสร้งทำเป็นเสียใจและไม่กล้าพูดออกมา

        เมื่อเห็นฉากนี้หลายๆ คนที่อยู่ในงานก็เริ่มให้ความสนใจ พวกเขาเริ่มมองหยางเฉินด้วยสายตาแปลกๆ

        ทันใดนั้นหลิวหยุนก็แสร้งทำเป็นตกใจ “ขอโทษด้วยครับ ผมลืมไปว่าสารวัตรไช่ก็อยู่ในที่เกิดเหตุเหมือนกัน บางทีประธานหลินอาจจะไปถามสารวัตรไช่แทนก็ได้นะครับ ในเมื่อพวกคุณเป็นเพื่อนสนิทกัน”

        หยางเฉินแทบจะก่นด่าหลิวหยุนออกมา คนผู้นี้ช่างไร้คุณธรรมเสียจริง เขาทำเป็นแกล้งไม่รู้เรื่องราวและไม่อยากจะพูดออกมาเสร็จแล้วก็โยนทั้งหมดนั้นไปให้สารวัตรไช่เป็นคนพูด ชั่วช้าจริงๆ!

        ไช่เอี๋ยนเป็นสาวน้อยที่ตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะข้อบังคับใดๆ เธอก็ทำตามอย่างเคร่งครัด

        เช่นเดียวกันเธอก็ไม่คิดจะปิดบังความผิดของหยางเฉินโดยที่ไม่เล่าให้หลินรั่วซีฟัง ในเมื่อเขาเองก็เป็นคนที่ทำร้ายหลินรั่วซีในทางอ้อมด้วย เมื่อเห็นว่าหลินรั่วซียังคงอยากจะรู้อยู่ ไช่เอี๋ยนเม้มริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบข้างๆ หูของหลินรั่วซี

        ในความเป็นจริงแล้วหลินรั่วซีก็พอจะรู้เรื่องที่หยางเฉินต้องเข้าสถานีตำรวจเมื่อครั้งก่อนหน้า จนทำให้เธอต้องส่งทนายจางไปเจรจาปล่อยตัว แต่ไช่เอี๋ยนก็กำลังเล่าเหตุการณ์ต่อจากนั้น โดยเฉพาะกับเรื่องของอันซิน

        ตำแหน่งของหยางเฉินค่อนข้างจะน่าอึดอัดใจ สำหรับไช่เอี๋ยนที่เป็นสารวัตรของตำรวจเขตตะวันตกก็ไม่อาจเพิกเฉยได้ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพื่อนของเธอ แต่การที่หยางเฉินมีข้อพิพาทกับหลิวหยุนก็ยังเป็นเรื่องจริงอยู่ดี สุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวไปในที่สุด

        เรื่องราวที่เอ่ยนั้นราวกับว่าหยางเฉินเป็นผู้ร้าย ส่วนหลิวหยุนกลับกลายเป็นเหยื่อไปเสียอย่างนั้น

        ไช่เอี๋ยนยังคงเล่าเรื่องคู่หมั้นของหลิวหยุน หรืออันซินที่หยางเฉินไปแย่งมา รวมทั้งแผนการของอันซินที่ทำให้ตัวเองแปดเปื้อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับหลิวหยุน โดยที่หยางเฉินเป็นแค่ผู้เคราะห์ร้ายของเธอเท่านั้น

        แต่ไช่เอี๋ยนไม่รู้เรื่องนี้เธอจึงเล่าเท่าที่เธอรู้ให้กับหลินรั่วซีฟังเท่านั้น เมื่อเธอพูดจบ ใบหน้าของหลินรั่วซีก็ดูซีดเผือดลง

        มันดูหนาวเหน็บยิ่งกว่าลมหนาวที่กำลังพัดอยู่เสียอีก

        หยางเฉินรู้สึกขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว เขาแค่นรอยยิ้มขมขื่นออกมา “ถึงมันจะเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว แต่ผมจะอธิบายให้คุณฟังเมื่อถึงบ้านเอง อันที่จริงผมต่างหากที่ตกเป็นเหยื่อ...”

        “นายไม่จำเป็นจะต้องอธิบายอะไรให้ฉันฟัง ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถควบคุมนายได้อยู่แล้ว” หลินรั่วซีเอ่ยขึ้นมา จิตใจของเธอกำลังอ่อนแรงและเหนื่อยล้าเต็มทน

        มันเป็นความผิดพลาดที่เธอพาหยางเฉินมาเจอหลิวหยุนโดยที่ไม่ทำการสืบสาวเรื่องราวก่อนหน้าให้ดีเสียก่อน

        ถึงแม้จะสามารถปกปิดข่าวฉาวว่าหยางเฉินไปยุ่งเกี่ยวกับคู่หมั้นกับคนอื่นได้ แต่มันก็ไม่สามารถลบล้างภาพลักษณ์ของเขาที่เสียไปให้กลับคืนมาได้เช่นเดิม

        บางครั้งฝ่ายตรงข้ามก็ใช้จุดอ่อนด้านชีวิตครอบครัวมาโจมตีอีกฝ่าย บางทีเธออาจจะพบว่าหยางเฉินอาจจะมีความสัมพันธ์กับคู่หมั้นของคนอื่นๆ อีกก็ได้

        โดยไม่ต้องสงสัย หลินรั่วซีรู้สึกว่าหัวใจของเธอกำลังถูกมีดอันแหลมคมทิ่มแทงไปไม่รู้ต่อกี่แผล จนทำให้เธอรู้สึกไม่ดีขึ้นมา

        หลิวหยุนเผยรอยยิ้มที่มุมปากออกมา “ประธานหลินไม่ต้องเสียใจกับเรื่องนี้หรอกครับ เรื่องมันผ่านก็ไปแล้ว ถึงแม้ว่าคู่หมั้นของผมจะทำผิดพลาดไปบ้างแต่ผมก็ยอมรับเธอได้อยู่ดี ทุกอย่างจะไม่ส่งผลกระทบต่อการแต่งงานระหว่างผมกับเธอในเร็วๆ นี้แน่นอน ผมไม่อยากให้ประธานหลินโทษคุณหยางมากเกินไปน่ะครับ คนเราต่างก็เคยทำผิดพลาดกันมาทั้งนั้น”

        หลิวหยุนถอนหายใจออกมาขณะที่มองไปยังหยางเฉินก่อนจะเดินจากไป

        หลิวหยุนเดินผ่านหยางเฉินด้วยระยะห่างไม่มากนัก หยางเฉินได้ยินหลิวหยุนพูดออกมา “ฉันจะทำให้โลกของนายไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง”

        หยางเฉินไม่ได้สนใจกับคำพูดของหลิวหยุนแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้อารมณ์ของหลินรั่วซีกำลังเศร้าหมองอย่างถึงที่สุด

        ไช่เอี๋ยนมองหลินรั่วซีที่กำลังเศร้าด้วยความรู้สึกเสียใจ เธอมองกลับไปยังหยางเฉินด้วยสายตาที่กำลังขอโทษเขาอยู่

        แต่หยางเฉินกำลังมองหลินรั่วซีอยู่จึงไม่เห็นสายตาของเธอ

        หยางเฉินเดินไปหาหลิวรั่วซีก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำออกมา “ผมรู้ว่ามีเรื่องที่ต้องอธิบายให้คุณฟังอยู่อีกมาก ผมไม่อาจจะทำให้คุณคลายความกังวลไปได้แม้แต่น้อย แต่ผมก็ไม่อยากให้คุณเศร้าโศกจนเกินไปเพราะมันไม่ดีต่อสภาพจิตใจและสุขภาพของคุณนะครับ”

        หลิวรั่วซีหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดขอบตาที่กำลังแดงอยู่เล็กน้อย

        "ฉันควรจะรู้มาตั้งแต่ต้นว่าไม่ควรจะเห็นอกเห็นใจนาย ฉันมันโง่เองนั่นแหละ” จากนั้นหลินรั่วซีก็เดินจากไปคนเดียวที่ด้านข้างของลานสังสรรค์

        ไช่เอี๋ยนและไช่หนิงมองหลินรั่วซีเดินจากไป สีหน้าของพวกเธอดูแตกต่างกันไปแต่เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ต่างรู้สึกเสียใจและเป็นห่วงเธอขึ้นมา

        ในขณะเดียวกัน ความโกรธภายในจิตใจของหยางเฉินค่อยๆ ปะทุขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ จากการถูกพาดพิงของหลิวหยุน แต่เขาก็รู้สึกไม่ดีเช่นเดียวกันที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา

        นี่เป็นปัญหาง่ายๆ ที่ใครๆ ต่างก็พบเจอ ผู้หญิงมักไม่ชอบให้สามีของตนไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอื่น ในขณะเดียวกันเธอก็ไม่ชอบให้ผู้หญิงคนอื่นๆ มายุ่มย่ามกับสามีของเธออีกด้วย

        หยางเฉินไม่คิดมาก่อนว่าการใช้ชีวิตเสเพลในอดีตจะกลับมาทำร้ายเขาได้ถึงขนาดนี้ เขาเป็นคนที่ปฏิเสธความรักจากผู้หญิงมากมายที่เคยเข้าหาเขาในอดีต พวกเธอมักจะชื่นชอบเขาที่ใบหน้าและความเก่งกาจ แต่มันก็ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าพวกเธอจะอยู่กับเขาไปตลอดจนกระทั่งหยางเฉินพบความอ่อนโยนของผู้หญิงที่มอบให้กับเขาอย่างท่วมท้น

        มันจึงเป็นเรื่องยากที่หยางเฉินจะรักใครเพียงแค่คนเดียวได้ ในเมื่อพวกเธอต่างก็มอบสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเธอให้กับหยางเฉินเช่นกัน

        ตราบเท่าที่คิดได้ หยางเฉินรู้ว่าหลินรั่วซีนั้นเป็นผู้หญิงเย็นชาคนหนึ่ง หากเขาและเธอไม่เคยพบกันบางทีมันก็อาจไม่เกิดเรื่องอย่างวันนี้ขึ้นมา

        แต่ในเมื่อเธอเป็นภรรยาของเขา หยางเฉินจึงรู้อยู่แก่ใจว่าต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของเธอไปตลอดชีวิต แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกกลัว กลัวว่าเธอจะจากเขาไป

        บางครั้งคนเราอาจจะรู้คุณค่าของของสิ่งหนึ่งก็ต่อเมื่อเสียมันไป

        ในขณะที่หยางเฉินเดินจากมา เขามองหาสถานที่นั่งดื่มเงียบๆ และจมอยู่กับความทุกข์คนเดียว แต่ในขณะนั้นเองหลิวคังไป๋ก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆ หยางเฉินอย่างเงียบเชียบ

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน