'เธอสวยมาก สมแล้วที่หมอนี่ตามจีบเธอ' อู่กุยเหวินป๋อคิด
“ยินดีที่ได้พบครับ คุณ......” อู่กุยเหวินป๋อกำลังถามชื่อของหญิงสาวตรงหน้า
“ซือเหลียงค่ะ ฉันอยากพบคุณมานานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะพบคุณได้ยังไง พอดีฉันกับเหวินจงรู้จักกันมาสักพักหนึ่งผ่านทางอินเทอร์เน็ต พอรู้ว่าเหวินจงจะมาร่วมงานประลองครั้งนี้ด้วยก็เลยขอร้องเขาให้พาคุณมาพบฉันค่ะ อยากถ่ายรูปด้วยกันสักรูป ได้ไหมคะ” ซือซือแสดงท่าทางราวกับแฟนคลับที่ประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนคลับ
“ได้ครับ แต่แค่รูปเดียวนะครับ ผมหายมานานเกรงว่าคุณพ่อจะส่งคนออกตามหาให้วุ่นวาย” อู่กุยเหวินป๋อกล่าว รูปแค่รูปเดียว ทำเพื่อเอาใจหญิงสาวที่เหวินจงกำลังจีบอยู่ รับรองว่าบุญคุณครั้งนี้เขาจะทวงยันลูกบวชแน่นอน
“ได้ค่ะ” ซือซือยกยิ้ม ซึ่งเธอได้ตั้งขากล้องและให้เหวินป๋อกับเหวินจงไปยืนตรงประตูห้องเก็บของหน้าห้องน้ำ เธอทำการเช็กกล้องก่อนจะรีบวิ่งไปยืนตรงกลางระหว่างเหวินจงกับเหวินป๋อ
“พร้อมนะคะ ยิ้ม” ซือซือกล่าวก่อนจะกดสมาร์ทโฟนของเธอเพื่อให้กล้องทำงาน แสงแฟลชรัว ๆ ทำให้ดวงตาของอู่กุยเหวินป๋อพร่ามัว ก่อนที่เขาจะรู้สึกว่าต้นคอของเขาเหมือนถูกอะไรแทงเข้ามา จากนั้นร่างกายของเขากลับไร้เรี่ยวแรงและทรุดตัวนั่งลงกับพื้น
ตุบ
“นะ....นี่มัน.....อะไรกัน” อู่กุยเหวินป๋อตกใจมาก ร่างกายเขาขยับไม่ได้ดั่งใจ เมื่อใช้ปราณตรวจสอบ เขาก็พบว่าตนเองโดนพิษทำให้เป็นอัมพาต เขาพยายามจะโคจรพลังปราณเพื่อจัดการกับพิษอัมพาต แต่ก็ต้องตื่นตระหนกอีกครั้ง เมื่อเขาไม่สามารถโคจรพลังปราณได้ดั่งใจนึก นี่ทำให้เขาระวังตัวมากขึ้น
“ซือเหลียง ทีนี้คุณให้รางวัลผมได้รึยัง” อู่กุยเหวินจงเข้ามากอดซือซือจากด้านหลังและขบกัดติ่งหูของเธอเล็กน้อย
“คุณจะลืมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและเมื่อตื่นขึ้น คุณจะจำได้เพียงว่าคุณไปดื่มเหล้ากับอู่กุยเหวินป๋อจนเมา และมาเข้าห้องน้ำที่นี่ก่อนสติจะดับวูบไป” หลังพูดจบซือเหลียงดีดนิ้วอีกครั้ง อู่กุยเหวินจงก็หมดสติทันทีและทรุดตัวลงกับพื้นทันที
“เหวินจง นี่แก......ทำอะไรเขา” อู่กุยเหวินป๋อถาม เขาไม่คิดว่าเพื่อนสนิทของเขาจะหักหลังเขาแบบนี้ แต่ดูจากการกระทำของหญิงสาว เหวินจงคงโดนสะกดจิตเป็นแน่ เขาพยายามพูดถ่วงเวลาไปก่อนเพื่อให้มีเวลากำจัดพิษอัมพาตจนร่างกายพอจะขยับได้บ้าง
“ทำลายฤทธิ์ยาสั่ง สะกดจิตให้เขาลืมความทรงจำบางส่วน นั่นเป็นงานถนัดของฉัน คุณเองก็เช่นกัน” ซือซือกล่าวพร้อมกับคว้าคอเสื้อของอู่กุยเหวินป๋อแล้วลากเขาเข้าไปในห้องน้ำชายที่เธอจุดกำยานรอไว้แล้ว พร้อมทั้งนำป้ายปิดทำความสะอาดวางไว้ตรงทางเดินที่จะมายังห้องน้ำนี้ด้วย
“ต้องการอะไร” อู่กุยเหวินป๋อที่ถูกลากเข้ามายังถามไม่เลิก ไม่ว่ายังไงเขาก็จะพยายามคุยถ่วงเวลาจนกว่าจะกำจัดพิษอัมพาตได้ แต่เขาแปลกใจที่ในห้องน้ำนี้ตลบอบอวลไปด้วยควันของกำยาน เขาคิดได้ทันทีว่านี่อาจเป็นกำยานพิษ
'นี่มันคิดจะรมควันพิษให้เราตายงั้นเหรอ' อู่กุยเหวินป๋อคิด
“ฉันไม่ได้ต้องการชีวิตคุณ หรือแม้แต่ชีวิตของเหวินจงหรอกนะ เพียงแต่ต้องการบางสิ่งจากในตัวคุณเท่านั้น” ซือซือเริ่มถอดเสื้อของเธอออกทีละชิ้น ๆ ต่อหน้าอู่กุยเหวินป๋อ
“คิดจะทำอะไร” อู่กุยเหวินป๋อถาม แม้เขาจะหวาดระแวง แน่ดูเหมือนสิ่งที่นิ่งสงบตรงหว่างขาของเขาจะตรงข้ามกับความคิดของเขาอย่างสิ้นเชิง
“ฉันต้องการ......” ซือซือนั่งลงข้าง ๆ ร่างของอู่กุยเหวินป๋อ ก่อนที่จะใช้นิ้วลากตั้งแต่ช่วงกรามของเหวินป๋อลงมาที่คอ ผ่านอก ลงมาถึงเป้ากางเกง ก่อนจะใช้มือปลดกางเกงของเขาออก และดึงเอาสิ่งที่เริ่มแข็งตัวของเขาออกมา
'บ้าเอ๊ย นี่มันผู้หญิงเสียสติชัด ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกดีแบบนี้ หัวก็เบลอไปหมด จะประคองสติไม่อยู่แล้ว' อู่กุยเหวินป๋อคิด เขาพยายามข่มกลั้นอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างเต็มที่
“อืม” ซือซือก้มลงจูบอู่กุยเหวินป๋อ เป็นการกระตุ้นให้เลือดลมของอีกฝ่ายสูบฉีดแรงขึ้น เพื่อให้ฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดแสดงผลเร็วขึ้น ส่วนมือของเธอก็ลูบไล้ บีบคลึงกระตุ้นไม่หยุด และเล้าโลมแท่งหยกของอักฝ่ายไม่หยุด
“อา” เหวินป๋อครางเสียงต่ำออกมา
“อึดอัดใช่ไหมคะ ฉันจะทำให้คุณสบายตัวเอง” ซือซือคิดว่าได้เวลาทำให้มันจบแล้ว เธอไม่อยากมีความรู้สึกใด ๆ กับเป้าหมายทั้งสิ้น เธอค่อย ๆ กดร่างของเธอลงบนส่วนที่แข็งตัวชูชันของอู่กุยเหวินป๋อ
จากนั้นเสียงครางของเหวินป๋อก็ดังขึ้น พร้อมกับสติที่ขาดผึง เขาปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามสัญชาตญาณ สะโพกของเขาเด้งสวนเพื่อส่งตัวตนของเขาเข้าไปในร่างของหญิงสาวคนนี้ มือของเขาก็จับไปที่บั้นท้ายของหญิงสาวที่ชื่อซือเหลียง
เวลาผ่านไปไม่นาน อู่เหวินป๋อก็แผดเสียงดังลั่น พร้อมกับปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นที่ซือซือต้องการ เธอไม่รอช้ารีบถอนตัวตนของอีกฝ่ายออกมาพร้อมกับนำอุปกรณ์เก็บน้ำเชื้อสวมเข้าไปแทน เพื่อเก็บน้ำเชื้อของเขา
“จงฟังฉัน อู่กุยเหวินป๋อ หลังจากนี้จงลืมเรื่องนี้หลังจากตื่นขึ้น คุณจะจำได้แค่ว่าไปดื่มเหล้ากับอู่กุยเหวินจง และเมามาก จึงมาเข้าห้องน้ำที่นี่เพื่อล้างหน้าเล็กน้อย ก่อนสติจะดับวูบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาคุณจะโทรหาอู่กุยหลงจินว่าจะไปกินเหล้ากับอู่กุยเหวินจง และตอนนี้เมามาก ให้ส่งคนมาพากลับไปที่โรงแรม เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ระหว่างฉันกับคุณ คุณจะลืมมันทั้งหมด” พูดจบซือซือดีดนิ้วอีกครั้ง อู่กุยเหวินป๋อก็หมดสติไป
ซือซือไม่รอช้า หลังจากได้สิ่งที่เธอต้องการแล้ว เธอรีบเก็บกำยานทั้งหมด จัดการแต่งตัวอู่กุยเหวินป๋อให้เรียบร้อยและนำไปวางไว้ข้าง ๆ กับอู่กุยเหวินจง และรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากเวลาผ่านไปนานพอสมควร เมื่ออู่กุยเหวินป๋อฟื้นขึ้น เขารู้สึกหนักหัว แต่สบายตัวอย่างแปลกประหลาด สิ่งที่เขาจำได้คือไปดื่มเหล้ากับเหวินจงและเมามาก จึงมาเข้าห้องน้ำที่นี่เพื่อล้างหน้า ก่อนสติจะขาดหายไป
“เหวินจง นายตื่นได้แล้ว” อู่กุยเหวินป๋อใช้เท้าสะกิดเพื่อนสมัยเด็กของเขาที่ดูท่าทางจะเมาจนไม่ได้สติ เขากดโทรหาอู่กุยหลงจิน ก็ได้รับการว่ากล่าวจากผู้เป็นพ่อ และพ่อของเขาก็ส่งคนมารับพวกเขากลับโรงแรม
แต่สิ่งที่ทำให้คนที่มารับแปลกใจคือทั้ง 2 ไม่มีกลิ่นเหล้าติดตัวแม้แต่น้อย แต่กลับมีอาการเหมือนคนเมามาก ๆ ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกไป
ด้านซือซือเธอรีบร้อนไปยังโรงแรมที่พักของหลงเทียนหมิง เธอเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ พนักงานในโรงแรมนี้ล้วนฟังคำสั่งของเธอจนสิ้นด้วยยาสั่ง หลังจากเสร็จภาระกิจ ตัวตนของเธอในความทรงจำของพวกพนักงานจะหายไป
เธอมาถึงที่โรงแรมและได้สั่งการให้ปล่อยยาสลบที่ไร้สีไร้กลิ่นที่ปะปนยาขัดขวางการโคจรพลังปราณไปตามระบบเครื่องปรับอากาศภายในโรงแรม สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้ก็คือรอเวลา เพื่อให้เหยื่อไม่รับรู้ถึงยาที่ปล่อยไปทั่วโรงแรม เธอใช้ยาในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่อง กว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว
1 ชั่วโมงผ่านไป ซือซือเดินผ่านคนคุ้มกันของตำหนักเทพมังกรครามอย่างสบายใจ ส่วนกล้องวงจรปิดนั้น เธอจัดการทำให้มันพังและส่งไปซ่อมตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว พรุ่งนี้กล้องชุดใหม่ถึงจะถูกส่งมาติดตั้ง ซึ่งเธอคงถอนตัวออกจากโรงแรมแห่งนี้ไปแล้ว
ซือซือใช้มาสเตอร์คีย์การ์ดเปิดเข้าไปในห้องของหลงเทียนหมิงที่ตอนนี้นอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้น เธอจัดการง้างปากของหลงเทียนหมิงออก แล้วกรอกยาปลุกกำหนัดเข้าปากตัวเอง ก่อนจะป้อนให้หลงเทียนหมิงด้วยปากของเธอ
“อืม” หลงเทียนหมิงค่อย ๆ รู้สึกตัวขึ้นจากยาปลุกกำหนัดที่ผสมยาถอนฤทธิ์ยาสลบ สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความร้อนที่แผ่ไปทั่วร่าง เขารู้สึกไม่สบายตัว ช่วงล่างของเขาปวดหนึบ ราวกับต้องการจะหลุดพ้นจากกางเกงที่เขาใส่อยู่
“คุณมอบสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันช่วยคุณให้หลุดพ้นจากความทรมาน” ซือซือยิ้ม
“เธอ....เป็นใคร” หลงเทียนหมิงถาม เขางงไปหมดแล้ว ทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงมาอยู่ในห้องของเขาได้
“ฉันเหรอ ฉันคือคนที่จะมาช่วยให้คุณสบายตัวไงล่ะ คิก คิก” ซือซือค่อย ๆ ถอดเสื้อของหลงเทียนหมิงออก
จากนั้นภายในห้องก็ร้อนรุ่มคุกรุ่น ซือซือยอมรับเลยว่าหลงเทียนหมิงเป็นชายที่มีลีลาไม่เลวทีเดียว ถึงข้อมูลจะบอกว่าเขาไม่เคยผ่านผู้หญิงมาก่อนก็ตาม ต้องเรียกว่าสัญชาตญาณของเขาดีมากจริง ๆ
ไม่นานเสียงครางดังลั่นของหลงเทียนหมิงก็ดังขึ้น ซือซือรีบนำอุปกรณ์เก็บน้ำเชื้อมาสวมเข้ากับมังกรผงาดของหลงเทียนหมิงที่กระตุกอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าเธอไม่ลืมสะกดจิตเพื่อลบความทรงจำในเรื่องนี้ด้วย
“จากนี้คุณจะหลับไปอีกครั้ง และฟื้นขึ้นมาโดยไม่สามารถจำฉันและเหตุการณ์นี้ได้ จำได้เพียงว่าคุณเหนื่อย พออาบน้ำเสร็จก็หลับไป” ซือซือดีดนิ้วทีหนึ่ง หลงเทียนหมิงก็หลับไป เธอจัดการแต่งตัวให้เขาก่อนจะรีบถอนตัวออกจากโรงแรมนี้โดยด่วน โดยไม่ลืมสลายฤทธิ์ยาสั่งให้กับพนักงานในโรงแรมทั้งหมดด้วย
เมื่อคนของตำหนักเทพมังกรครามเริ่มรู้สึกตัว พวกเขาตื่นตระหนกทันที รีบเคาะประตูห้องของประมุขตำหนักเทพมังกรคราม และประมุขน้อยทันที
เมื่อพบว่าทั้ง 2 ปลอดภัยดีไม่มีปัญหาอะไร จึงวางใจ แต่พวกเขาคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าทำไมถึงได้เผลอหลับไปพร้อม ๆ กัน
ที่ตรอกมืดแห่งหนึ่ง ซือซือเดินมาพร้อมกับกระเป๋าที่ภายในมีน้ำเชื้อของอู่กุยเหวินป๋อกับหลงเทียนหมิงอยู่ ชายในชุดดำปิดหน้าปิดตาเดินมาเพื่อรับของจากเธอ
“ทำงานได้ดีมาก นี่เงินค่าตอบแทนสำหรับน้ำเชื้อของประมุขน้อยทั้ง 2 เธอทำงานได้ดีมาก” ชายชุดดำกล่าว
“แกก็รู้ว่าฉันปฏิเสธบอสไม่ค่อยได้ กลับไปบอกเขาด้วยว่าหลังจากจบงานนี้ฉันจะขอถอนตัว ห้ามพรรคตะวันดับมายุ่งกับฉันอีก ตามสัญญาที่เขาเคยให้ฉันไว้” ซือซือกล่าว
“อย่าโง่น่า เธอขึ้นหลังเสือแล้ว คิดว่าจะลงก็ลงได้งั้นเหรอ” ชายชุดดำกล่าว
“ไปรายงานเขาซะ ว่าอย่าลืมสัญญาที่เซ็นกันเอาไว้” ซือซือกล่าว เธอเบื่อที่จะต้องทำงานเหมือนหญิงนางโลมที่มอมเมาชายหนุ่มมากหน้าหลายตา มีสัมพันธ์เพียงหวังสิ่งที่คนของพรรคตะวันดับต้องการจากพวกเขา
“เข้าใจแล้ว ฉันจะบอกให้ แต่ฉันขอเตือนเธอไว้เลย ทีมสังหารจะต้องถูกส่งมาหาเธอแน่ เมื่อเธอเสร็จงานนี้” ชายชุดดำกล่าวก่อนจะหายตัวเข้าไปในเงามืดของตรอก
“ชิ เอาสิวะ ตายเป็นตาย” ซือซือบ่นออกมา ก่อนที่ตัวเธอจะกลับไปยังโรงแรมที่พัก
ณ หุบเหวไร้ก้น
สถานที่ที่ผู้ฝึกยุทธ์มากมายต่างหายสาบสูญไป และไม่เคยหวนกลับคืนมาแม้แต่คนเดียว ตลอด 3 พันปีมานี้ พวกมันมีอีกชื่อหนึ่งว่า แดนไม่หวนคืน เมื่อลงไปแล้วไม่อาจกลับขึ้นมาได้
ครืน ๆ ๆ
เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นที่หุบเหวไร้ก้น ก่อนจะหยุดลงในเวลาเพียงไม่นาน แต่ใต้หุบเหวกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น พลังปราณมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากใต้หุบเหวแห่งนั้น
_______________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
