ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่329 หุ่นเชิดประธาน

รอจนนกระทั่งประธานคุยกับคุณนักรบเสร็จ คุณปิ่นเดินออกไปพร้อมคุณนักรบ ในห้องจึงเหลือเพียงเอิงเอย ไอริสและท่านประธาน

“นั่งลงสิ” เจมส์ผายมือเชื้อเชิญอีกฝ่าย

“ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน” เก็บความประหม่าลงไว้ในใจ แล้วนั่งลงตรงหน้าเขาด้วยความปรารถนายิ่งยวด

ไอริสที่ยืนอยู่ด้านหลังประธานก้าวมาด้านหน้า ก่อนจะวางเอกสารบางอย่างลงบนโต๊ะทำงาน

“ลองอ่านดูสิ นี่เป็นข้อมูลคร่าวๆ หลังจากที่คุณเซ็นสัญญาลงไป คุณก็จะกลายเป็นคนของผม ทำงานให้ผม เพียงแต่เป็นในเงามืดเท่านั้น” เจมส์อธิบายข้อมูลคร่าวๆ แล้วหยิบกาแฟขึ้นมาจิบ

มันคือกาแฟจากร้านของเกรซ ซึ่งตอนนี้ถูกปรับปรุงรสชาติใหม่ ให้ความรู้สึกว่าละมุนลิ้น อร่อยเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นด้วยข้อมูลจากร้านของแฟนสาว ทำให้เขาต่อยอดเป็นคาเฟ่กาแฟสดในปั้มน้ำมัน'เวล'ได้ไม่ยาก

เอิงเอยหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน ก่อนจะพบว่าตัวเองต้องเข้าไปแฝงตัวในบริษัทแห่งหนึ่ง ในฐานะนักลงทุนมากความสามารถ

ยิ่งอ่านก็ยิ่งหยุดไม่ได้ ในขณะเดียวกันหว่างคิ้วของเธอก็ขมวดยุ่งเหยิง

เนิ่นนานจึงวางเอกสารลง มองหน้าชายหนุ่มอายุน้อยกว่าตรงหน้าด้วยคำถามมากมาย

เจมส์รับรู้ถึงสายตานั้น จึงพอจะเดาๆ ความคิดของเธอได้ “คุณเอิงเอย มีอะไรสงสัยก็ถามมาได้เลยครับ ไม่ต้องกังวลไป”

หลังสูดหายใจเข้าลึก หญิงสาวจึงถามตรงๆ ว่า “ท่านประธาน ด้วยทรัพย์สินของท่านประธานในตอนนี้ คิดจะควบคุมอุตสาหกรรมด้านสื่อต่างๆ ไม่ใช่เรื่องยาก ทำไมถึงต้องให้ฉันเข้าไปในบริษัทอื่น ในฐานะสปายเพื่อสืบหาข้อมูลด้วยล่ะคะ”

ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นสูง นัยน์ตาคู่นั้นฉาบเร้าอารมณ์ลึกลับ ทำเอาเอิงเอยรู้สึกประหม่า

หรือว่าถามคำถามที่ไม่ควรกันนะ

“ตกลงเซ็นสัญญาฉบับนั้นสิ แล้วผมจะบอกคุณ ไม่ต้องกังวลไปว่าผมจะเอาเปรียบ สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณไม่มีเหตุผลเลยที่ผมจะต้องทำแบบนั้น แต่ที่ผมเลือกคุณก็เพราะคุณเหมาะสม กับหน้าที่นี้เท่านั้นเอง...”

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ หากไม่เซ็นก็จะไม่รู้ความลับนี้ เพราะหากรู้แล้วแต่ไม่ตกลงเซ็นแล้วข่าวเกิดรั่วไหล ก็ถือเป็นการยากต่อการเดินหมาก...

เอิงเอยคิดวิเคราะห์เงียบๆ ในฐานะนักศึกษาทุน ม.ดัง เธอย่อมมีความเข้าใจและมุมมองต่างๆ อย่างชาญฉลาด

หลังจากชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียเรียบร้อย จึงตัดสินใจหยิบปากกาออกมาเซ็นสัญญาสองฉบับ ตามด้วยประทับตราลายนิ้วมือ

ไอริสรับเอกสารกลับมา หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจึงหันไปพยักหน้าให้เจมส์

ชายหนุ่มเผยสีหน้ายินดี ก่อนจะยื่นมือไปจับมือของเอิงเอย ทำเอาเจ้าหล่อนตกใจไม่น้อย

“ขอแสดงความยินดี ตอนนี้คุณถือว่าเป็นคนของผม ทำงานให้กับผม ไม่ขึ้นต่อใครทั้งนั้น”

“ยินดีค่ะ แล้วทีนี้...ท่านประธานพอจะบอกได้หรือยังคะ ว่าเพราะอะไรต้องให้ฉันเข้าไปในบริษัทโอเจคก้า”

เจมส์อธิบายคร่าวๆ “บริษัทโอเจคก้า...เป็นบริษัทสื่อบันเทิง ควบคุมทิศทางของตลาดเมืองไทยมาช้านาน พวกเขามีนิตยสารแฉดารา ช่องทีวี และตอนนี้ก็โดดลงมาเล่นช่องทีวีดิจิตอล ในฐานะนักธุรกิจผมไม่ชอบที่จะเต้นอยู่ในมือของใคร เพียงแต่การควบรวมกิจการทุกอย่างมาเป็นของตัวเอง ผูกขาดตลาดไว้แต่เพียงผู้เดียวคงเป็นไปไม่ได้ คุณเองก็คงจะรู้ใช่ไหม”

“เข้าใจค่ะ เพราะในต่างประเทศเอง ยกตัวอย่างเช่นบริษัทผลิตภาพยนตร์ชื่อดัง พวกเขาไม่สามารถซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนได้ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวเพื่อจัดจำหน่าย นั่นคือสิ่งที่ผิด และกฏหมายก็ระบุไว้ชัดเจน...”

“ใช่ และสิ่งที่ผมต้องการจะทำก็คือ ควบคุมสื่อบันเทิงในเมืองไทย เพียงแต่บริษัทของผมยังใหม่อยู่ แม้ทุกคนจะรู้ว่าผมเป็นคนร่ำรวยเพราะมีเรือ แต่อำนาจในเมืองหลวงเป็นสิ่งที่สั่งสมมานาน มันเป็นรากที่หยั่งไว้ลึกเกิน และบริษัทโอเจคก้าเองก็เช่นกัน...”

“ในขณะนี้ราคาหุ้นช่องโอเจคก้ากำลังดิ่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงที่ขยายตลาดขึ้นด้วยช่องทีวีดิจิตอล ทำให้มีช่องทางการทำโฆษณาและลงทุนที่มากกว่า เงินโฆษณาที่ควรจะได้จึงไหลออกไป กลายเป็นของช่องต่างๆ....”

“เดี๋ยวผมจะโอนเงิน 600 ล้านบาทเข้าบัญชีของคุณ เพื่อที่คุณจะซื้อหุ้น กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทโอเจคก้า...เป็นยังไงบ้างครับ หลังจากที่ฟังผมเล่ามาคร่าวๆ มีตรงไหนไม่เข้าใจบ้าง”

เอิงเอยเป็นคนสมองเร็วคนหนึ่ง ไม่งั้นคงไม่ฉลาดและเข้าเป็นนักศึกษาทุนได้

“ฉันเข้าใจสิ่งที่ท่านประธานต้องการจะทำค่ะ เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้เลือกฉันค่ะ”

ใช่นี่คือสิ่งที่เธอสงสัยมาโดยตลอด

เจมส์ที่นั่งอยู่ตรงหน้าอธิบายว่า “เพราะคุณไม่มีใครสนับสนุนเบื้องหลังน่ะสิ การจะควบคุมใครสักคนมันเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะพวกอีโก้สูงๆ หรือลูกหลานคนร่ำรวย แต่หากเป็นคุณที่มาจากชนชั้นรากหญ้า ถึงผมจะหยิบยื่นทุกอย่างให้มันก็เป็นเพียงเปลือกนอก สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านั้นก็คือของผม คุณจะรู้ข้อนี้ดีและมองว่าไม่อยากสูญเสียมันไป...”

“อย่างไรก็ตาม นี่คือมุมมองของผม คุณอาจจะคิดอีกอย่างก็ได้ แต่เอาเถอะไม่ว่าจะคิดแบบไหน ขอให้รู้ไว้ว่าหมากกระดานนี้ผมคุม”

เอิงเอยที่รับฟังเข้าใจถึงบางอ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะเขาถึงเลือกเธอ

หลังจากให้หญิงสาวได้ตระหนักถึงเหตุผล เจมส์พูดต่อว่า “ผมได้จัดเตรียมที่อยู่ไว้ให้คุณแล้ว เป็นบ้านหนึ่งหลังพร้อมกับรถยนต์อำนวยความสะดวก”

“เอ๋...แต่...ฉันยังไม่ได้ทำงานเลยนะคะ แบบนี้มันจะดีแน่เหรอ” เอิงเอยตกตะลึง

ผลไม้หวานลูกนี้ใช่จะหวานเกินไปไหม คงไม่มีพิษร้ายหรอกนะ

ชายหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆ “เรื่องเล็กน้อยน่า ตัวตนของคุณจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทโอเจคก้าเป็นที่แรก รวมถึงบริษัทอื่นๆ ในเมืองกรุงเทพฯ ที่เป็นจุดศูนย์รวมของเงินทอง ดังนั้นที่อยู่อาศัยจะต้องดูดี รวมถึงรถเองก็เช่นกัน”

“คุณรู้ใช่ไหมว่าการทำธุรกิจภาพลักษณ์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อภาพลักษณ์ดีเขาย่อมมองเราสูง ก็เหมือนกับคุณเดินเข้าไปเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้า หากเจอสินค้าที่ถูกใจแต่มันมีชิ้นเดียว บังเอิญมีลูกค้าที่แต่งตัวดูดีเห็นแล้วอยากจะได้เหมือนอย่างคุณ คิดสิว่าพนักงานจะทำยังไง เขาจะขายให้คุณหรือลูกค้าคนนั้น...”

เอิงเอยเข้าใจกระจ่างแจ้ง ประสบการณ์ตรงด้านนี้เธอมีนับไม่ถ้วน จะต่างกันก็ตรงที่เธอไม่ซื้อของในห้างเพราะราคาแพง อย่างมากสุดก็แค่ตลาดนัดเสื้อผ้าไม่กี่ร้อยบาท

“เอาล่ะคุณออกไปได้แล้ว พรุ่งนี้ผมจะให้คนดำเนินการ คุณแค่เตรียมตัวไปประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทโอเจคก้าก็พอ”

“รับทราบค่ะ ท่านประธาน” เอิงเอยพยักหน้า เมื่อรู้หน้าที่ตัวเองจึงต้องเตรียมตัว สวมบทบาทเป็นผู้ถือหุ้น

หลังจากนี้ชีวิตของหญิงสาวจะต้องเปลี่ยนไป แม้จะเป็นคนร่ำรวยปลอมๆ ก็เถอะ

เมื่ออยู่ในห้องกันสองคน ไอริส เลขาสาวจึงอดถามไม่ได้ “เจ้านายคะ เธอจะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”

ชายหนุ่มที่ลุกขึ้นยืน มองออกไปนอกหน้าต่างตึกสูง แลเห็นอาคารแต่ละหลังของตัวเอง ใบหน้าปรากฏความพึงพอใจไม่น้อย

“ไม่เป็นไรหรอก ตอนแรกเธออาจจะเงอะงะไปบ้าง แต่ต้องผ่านมันไปได้ ไม่งั้นเธอจะเรียนจบ ม.ดังมาได้เหรอ ทั้งที่ตัวเองเป็นนักศึกษาทุนในขณะที่คนอื่นๆ เป็นลูกคุณหนู...”

นี่เองก็ถือเป็นอีกเหตุผลที่เขาเลือกเอิงเอย เพราะว่าเธอมีอารมณ์นิ่งๆ แม้จะถูกหยามเหยียดทว่าก็ผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาได้

ส่วนเรื่องบริษัทโอเจคก้า มันเป็นบริษัทที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน มีผู้นำเป็นผู้หญิงชื่อว่า'ไอรดา'ลูกผู้รากมากดี รากฐานในเมืองกรุงฯ ถือว่าแน่น ยากที่จะสั่นคลอน

ในฐานะนักธุรกิจที่มองลึกเข้าไป เจมส์จึงเลือกที่นี่เพื่อสั่นคลอนฐานอำนาจที่ว่า โดยใช้หุ่นเชิดชื่อเอิงเอย ซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีใครสนับสนุน

ระหว่างนั่งอยู่ในห้องโทรศัพท์เริ่มสั่น หยิบขึ้นมาดูค่อยพบว่ามาจากกรุงโซล

“ดูเหมือนว่าเพลงเดบิ้วท์ของวง Bad Girls จะแต่งเสร็จแล้วสินะ คงใกล้ได้เวลาเปิดตัวสาวๆ เต็มที...โกมินจอง จะเป็นยังไงบ้างนะ” เจมส์พึมพำกับตัวเอง ครุ่นคิดถึงใบหน้าของสาวน้อยที่ต่างคนต่างได้ครั้งแรกของกันและกัน

.......

ระหว่างเดินไปขึ้นรถที่ถูกจัดเตรียมไว้ไปบ้านพัก ตรงทางเดินเอิงเอยได้พบกับคนที่ไม่ควรจะเจอ

หยก แพรไหม ซีเปีย

สามสาวเองก็ตกใจเช่นกัน รู้สึกเหนือความคาดหมาย จนแสดงผ่านสีหน้าและแววตาชัดเจน

เป็นหยกที่เข้ามาทักทายคนแรกเช่นเดิม

“นี่เธอ...เข้ามาทำอะไรที่นี่ เธอไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานไม่ใช่เหรอ”

เอิงเอยตกใจ ไม่รู้จะตอบเช่นไรดี แต่เมื่อนึกถึงฐานะของตัวเองหลังจากนี้ จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของสื่อบันเทิง เป็นหุ่นเชิดของประธานเจมส์ จึงปั้นหน้ายิ้ม เชิดหน้าใส่ต่างจากเมื่อก่อนชัดเจน

“การสมัครครั้งนั้นก็แค่ขำๆ แน่นอนว่าฉันผ่านแต่ปฏิเสธไปเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าหมาแมวที่ไหนได้ตั๋วของฉันไป ถึงได้กล้ามาเห่าหอนต่อหน้า อุ้ยตายสายแล้วสิ ฉันมีคุยธุรกิจที่อื่นต่อ เพราะงั้นขอตัวนะ”

หยกตั้งตัวไม่ทัน รู้สึกราวกับว่าตัวเองทักคนผิด เช่นเดียวกับแพรไหมและซีเปีย

นี่ใช่เอิงเอยคนนั้นแน่เหรอ ทำไมถึงได้หยิ่งนัก

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน