“ชาชา! เป็นอะไร!” หยูลู่ที่กลัวจนสั่น พุ่งเข้าไปกอดเหลียวชาชา และถามอย่างเป็นห่วง
ผ่านดวงตาปีศาจของฉินเฉา เขาเห็น วิญญาณร้ายในร่างของเหลียวชาชากำลังฉีกวิญญาณดั้งเดิมของเธอ เหมือนกับกำลังดึงวิญญาณของเธอออกจากร่างเล็กๆ
“ตระกูลเหลียว ตระกูลเหลียวเป็นของฉันแล้ว...” เมื่อจงเหลียงกัวเห็นฉากนี้ เขารู้ว่านี่เป็นการกระทำของเจิ้งอี้ชู เขาแสยะยิ้มออกมา พร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งผิดปกติ
ธุรกิจของตระกูลเหลียว มีค่ากว่าธุรกิจของตระกูลจงของเขาราวสี่ห้าเท่า แต่เหลียวตงไคคนนี้ระยำเกินเหตุ ไม่กี่ปีมานี้ ตระกูลเหลียวและตระกูลจงมีทรัพย์สินพอๆ กัน แต่เพื่อเพิ่มอำนาจของเขา เหลียวตงไคได้จัดพิธีหมั้นระหว่างสองตระกูลขึ้น
แต่หลังจาก ที่ธุรกิจของตระกูลเหลียวเพิ่มขึ้นทีละนิด ขณะที่ธุรกิจตระกูลจงค่อยๆ อ่อนลง เหลียวตงไคกลับเชิดหน้าหนี ทำลายข้อตกลงการหมั้นระหว่างสองตระกูล เมื่อตระกูลจงถามเรื่องพิธีหมั้น เหลียวตงไคกลับพูดว่าเป็นแค่คำพูดในวงเหล้าไม่ถือเป็นจริงเป็นจัง
เขา เหลียวตงไคเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง
หลังจากที่จงเหลียงกัวควบคุมธุรกิจของตระกูล เขาก็เริ่มเข้าไปพัวพันกับการค้าอาวุธผิดกฎหมาย และเอาตัวเข้าไปยุ่งกับแก๊งใต้ดิน พร้อมกันนั้น ธุรกิจของตระกูลจงก็เริ่มดีขึ้นอีกครั้ง และทรัพย์สินของพวกเขาค่อยๆ ฟื้นฟู และแม้กระทั่งมากกว่าในอดีต
เมื่อเขาเห็นผลประโยชน์ขนาดใหญ่ในการค้าอาวุธ เหลียวตงไค จิ้งจอกเฒ่าก็เริ่มเข้ามายุ่ง แตะต้องเส้นล่างของจงเหลียงกัว แต่ในสงครามเศรษฐศาสตร์ ตระกูลจงไม่สามารถต่อกรกับกลุ่มขนาดใหญ่นี้ได้
ดังนั้น จงเหลียงกัวจึงได้วางแผน ขณะที่เหลียวตงไคไม่อยู่ในเมืองตงชวน ลักพาตัวลูกสาวของเขาเพื่อบังคับให้เขายอมแพ้
แต่ไม่คาดคิดว่าก่อนที่เขาจะไป เหลียวตงไคได้จัดการให้บอดี้การ์ดที่ทรงพลังมาอยู่ข้างๆ เหลียวชาชา
จากคำพูดของเจิ้งอี้ชู บอดี้การ์ดคนนี้ก็เป็นผู้ฝึกตนชั้นยอดเหมือนกัน
แต่โชคดี เจิ้งอี้ชูสามารถใช้มือเดียวควบคุมเหลียวชาชาได้ ในตอนนี้ สถานการณ์ได้กลับมายังเขา ในกำมือของนายน้อยจงคนนี้!
เมื่อฉินเฉามองไปที่ท่าทางตื่นเต้นของจงเหลียงกัว เขาอดขมวดคิ้วไม่ได้ โดยเฉพาะ เมื่อวิญญาณของเหลียวชาชากำลังได้รับผลกระทบจากวิญญาณร้ายนี้อยู่ อยู่ในช่วงเป็นช่วงตาย
ฉินเฉาคิดขึ้นมาอย่างโกรธแค้น และทันใดนั้นก็ผุดไอเดียหนึ่งขึ้นมา
“ใช่แล้ว!” ฉินเฉารีบเอาไฟฉายออกมาจากแหวนของเขา เขาได้รับไฟฉายอันนี้มาตอนอยู่ที่โรงยิม เพื่อแลกกับหนึ่งคำขอ
เมื่อเห็นฉินเฉาเอาไฟฉายออกมา กลุ่มคนพากันแปลกใจ ‘เขาต้องการจะทำอะไรกับไฟฉายนั่น?’
“กลัวจนบ้าไปแล้วหรือไง?” เจิ้งอี้ชูเยาะเย้ย “ไฟฉายอันนี้ช่วยแกไม่ได้หรอก”
“เดี๋ยวก็รู้” ฉินเฉายิ้มและเปิดไฟฉาย
“มา เหลียวชาชา ทำให้คุณลุงคนนี้มีความสุขหน่อย!”
พร้อมกันนั้น ไฟฉายก็ส่องแสงสีขาวออกไป และฉายไปที่ร่างของเหลียวชาชา
เหลียวชาชาทันใดนั้นก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดหัวใจ ทำให้ทุกคนสะดุ้ง แต่หลังจากนั้น เงาดำๆ ทันใดนั้นก็มุดออกมาจากร่างของเหลียวชาชา และลอยขึ้นไปในอากาศ
“ออกมา สมบัติของฉัน!” ทันใดนั้นฉินเฉาก็ขว้างโซ่จับวิญญาณจากมือของเขา และมัดเงาที่อยู่กลางอากาศ จากนั้นก็ดึงโซ่กลับมา พร้อมๆ กับดึงไฟฉายกลับมา ใช้ความรวดเร็วของเขาเปลี่ยนแขนเป็นปีศาจ จับไปที่เงานั่นและเริ่มดูดซับพลังงานของผีนั่น
วิญญาณร้ายนั่นร้องโหยหวนออกมาหลายครั้ง ร่างดำๆ นั่นเริ่มเลือนราง และในที่สุดก็กลายเป็นหมอกสีดำ และลอยเข้าไปในแขนของฉินเฉา
เจิ้งอี้ชูหน้าซีด และกระอักเลือดออกมา วิญญาณร้ายนี้ถูกกลั่นด้วยวิญญาณหยินของเขา เมื่อมันถูกสังหาร เขาจึงได้รับบาดเจ็บหนัก
“แก...แกไม่ใช่ศิษย์สำนักพุทธ...” แม้ว่าแขนปีศาจของฉินเฉาจะปรากฏแค่แวบเดียว เจิ้งอี้ชูก็สามารถเห็นมันได้อย่างชัดเจน “แก แกเป็นพวกเส้นทางปีศาจ หลัว...”
ก่อนที่เขาจะพูดเสร็จ ฉินเฉายื่นมือออกไป คว้าเข้าที่คอของเขาด้วยความคิด และบิดมัน
กร็อบ! เสียงกระดูกหักดังมาให้ได้ยิน เจิ้งอี้ชูจ้องมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ไม่เข้าใจว่าทำไมฉินเฉาจู่ๆ ถึงฆ่าเขา
หลังจากดูดซับวิญญาณร้ายนี้ เขาไม่ได้รับความสามารถเพิ่ม แต่ “ความคิด” ของฉินเฉากลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก
การบิดกระดูกคอของเจิ้งอี้ชูนี้ เขาไม่ได้ใช้พลังมากมายอะไร แต่กลับยับยั้งเหล่าบอดี้การ์ดที่อยู่ใกล้ๆ และสลายรอยยิ้มที่เชื่อมั่นในตัวเองของจงเหลียงกัวได้
“ปะ...เป็นอย่างนี้ได้ยังไง...” สีหน้าของนายน้อยจงในที่สุดก็กลายเป็นซีด เมื่อเจิ้งอี้ชูตาย ไพ่ใบสุดท้ายของเขาก็หายไป
“ตอนนี้ ถึงตานายแล้ว” หลังจากฆ่าชายคนนั้นไป จิตสังหารของฉินเฉาก็กลายเป็นหนาแน่นขึ้น เขาหัวเราะเสียงดัง สายตาค่อยๆ ตกลงบนร่างของนายน้อยจง
“อ๊า!” นายน้อยจงราวกับเป็ดขี้กลัว กระโดดขึ้นจากโซฟา และพยายามหลบการจ้องของฉินเฉา
“นายหนีไปไหนไม่ได้แล้ว....” ฉินเฉาบังทางเข้าห้องรับแขกไว้ เหมือนต้องการทำให้นายน้อยจงคนนี้เงียบ
“ไม่! เขาตายที่นี่ไม่ได้!” หยูลู่ดึงหลังฉินเฉาไว้อย่างไม่ลังเล “นายต้องไปดูเหลียวชาชาก่อน เธอยังหมดสติอยู่เลย และชีพจรของเธอก็แทบหยุดเต้นแล้วด้วย”
“อะไรนะ?” ฉินเฉาหันกลับไปมองเหลียวชาชาที่ถูกหยูลู่พาไปไว้บนโซฟา สาวน้อยอวดดีและบ้าอำนาจคนนี้ ตอนนี้ นอนขดอยู่เงียบๆ ไม่ตอบสนองอะไร เหมือนกับดอกไม้ที่กำลังโรยรา
ขณะที่จงเหลียงกัวใช้โอกาสนี้แอบหนีออกไปจากห้องเงียบๆ เหล่าบอดี้การ์ดรีบเข้าไปหยุดเขา เมื่อมองเข้าไปในตาของพวกเขาเหมือนพวกเขากำลังอยากจะฉีกเขาเป็นสองส่วน
“ฉะ ฉันคือจงเหลียงกัว พวกแกกล้าแตะฉันก็ลองดูสิ!” จงเหลียงกัวทำเป็นใจเย็น เขาเกลียดตัวเองที่ใช้กระสุนไปหมดแล้วเมื่อกี้ ไม่อย่างนั้น เขาจะใช้โอกาสนี้จับตัวหยูลู่ ใช้เธอเป็นทางรอดของเขา
“ให้เขาไป!” หยูลู่ย่นคิ้ว โบกมือให้บอดี้การ์ดปล่อยเขาไป
“นายน้อยจง ฉันหวังว่านี้จะเป็นครั้งสุดท้าย” น้ำเสียงของหยูลู่เย็นปานน้ำแข็ง ยืนอยู่ที่นั่น และพูดกับจงเหลียงกัว “หลังจากนายน้อยจงกลับไป โปรดเตรียมตัวรับความโกรธของตระกูลเหลียวของพวกเราด้วย”
พร้อมกันนั้น เธอก็ไม่สนใจผู้ใส่สูทสีขาวนี้อีก สุภาพบุรุษผู้แต่งตัวอย่างโอ่อ่า จงเหลียงกัว ผู้ที่ตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ต่างออกไป
“ฮึ!” จงเหลียงกัวรู้ดีกว่าการตอบโต้คำพูดกลับไป เขาวิ่งหนีไปพร้อมกับหางที่หว่างขา
หยูลู่กลับไปที่ด้านข้างของเหลียวชาชา และจับมือที่ตอนนี้เริ่มเย็นของเธอ
“ทำยังไงดี แล้วแสงที่นายฉายไปที่เธอเมื่อกี้นี้คืออะไร? ทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้?” หยูลู่ไม่รู้อะไรเลยว่าเมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น เพียงแค่เชื่อว่าฉินเฉาต้องไม่ทำร้ายเหลียวชาชา
“ให้บอดี้การ์ดออกไปและปิดประตูไว้” เสียงของฉินเฉาอู้อี้ รู้สึกอ่อนแรงกับสิ่งที่ไม่ค่อยดีนี้
“ได้” หยูลู่ทำตามคำพูดฉินเฉาอย่างตามืดบอด และทำตามที่เขาพูด
หลังจากเหล่าบอดี้การ์ดสลายตัวไป ฉินเฉาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก จับหน้าผากที่เย็นปานน้ำแข็งของเหลียวชาชา และพูดกับหยูลู่
“ฉันหาวิญญาณของเหลียวชาชาไม่เจอ...”
“อะไร?” หยูลู่จ้องฉินเฉาด้วยดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับดวงตาที่สว่างและชัดเจน ซึ่งเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ เกี่ยวกับเรื่องวิญญาณ หยูลู่ไม่รู้อะไรเลย
ฉะนั้น เธอจึงสงสัยกับคำพูดของฉินเฉา
“ฉินเฉา นายหมายความว่ายังไง? ฉันไม่เข้าใจ”
“ลู่ลู่ เธอรู้มั้ยว่าทำไมเมื่อกี้ชาชาน้อยถึงอยากจะฆ่าฉัน?” ฉินเฉารู้ว่าหยูลู่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ดังนั้น จึงมองเข้าไปที่ตาของเธอและถาม
“ฉันไม่รู้....แต่ ฉันคิดว่า นั่นไม่ใช่ชาชาน้อย....ไม่ใช่เธอเลย”
หยูลู่พูดพร้อมความรู้สึกกลัวที่ยังไม่หายไป กับสายตาของเหลียวชาชาที่ทั้งประหลาดและน่ากลัว
“ใช่แล้ว นั่นไม่ใช่เธอ!” ฉินเฉายืนขึ้น จุดบุหรี่ขึ้นสูบ “นั่นคือวิญญาณร้าย! เป็นวิญญาณร้ายที่เจิ้งอี้ชูควบคุม!”
“วิญญาณร้าย?” ยิ่งหยูลู่ฟังมากเท่าไหร่ ยิ่งกลัวมากขึ้นเท่านั้น
“ใช่แล้ว เรื่องนี้ เพราะมันเข้าสิงเหลียวชาชา และควบคุมการกระทำของเธอ ฉะนั้น ภายใต้การควบคุมของเจิ้งอี้ชู เธอจึงสั่งให้บอดี้การ์ดฆ่าฉัน”
หยูลู่ไม่โง่ หลังจากฟังคำอธิบายนี้ เธอก็เข้าใจได้นิดหน่อย “แต่นายบอกว่านายหาวิญญาณของเหลียวชาชาไม่พบ เรื่องนี้นายหมายความว่าอะไร?”
“ทุกคนต่างมีวิญญาณเป็นของตัวเอง” ในสายตาตกใจของหยูลู่ ดวงตาของฉินเฉาจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว และมองไปที่ร่างของเหลียวชาชา “แต่ตอนนี้ ผมหาวิญญาณของชาชาน้อยไม่พบ ถ้าฉันคาดไม่ผิดล่ะก็ วิญญาณของเหลียวชาชาคงถูกวิญญาณร้ายนั่นเอาไปด้วย”
“อะไรนะ?” ทันใดนั้นหยูลู่ก็แตกตื่น และจับแขนฉินเฉาไว้ หน้าอกของเธอกดเข้ากับแขนของเขา และระเบิดน้ำตาออกมา “งั้น จะทำยังไงดี ชาชาต้องไม่ตายแบบนี้! ฉินเฉานายมีวิธี ใช่มั้ย? นายสามารถช่วยชาชากลับมาได้แน่นอน ใช่มั้ย?”
พร้อมกันนั้น หยูลู่ก็กอดฉินเฉาแน่น เหมือนต้องการจะรับเอาความแข็งแกร่งจากเขามา
“ลู่ลู่...” ฉินเฉาถอนหายใจ “ฉันเก่งต่อสู้...แต่ เรื่องเรียกวิญญาณกลับเข้าร่างนี่...ฉันทำไม่ได้จริงๆ ....”
“งั้น...ไม่ใช่ว่าเหลียวชาชาจะตายอย่างงั้นเหรอ...” น้ำตาของหยูลู่ทำเสื้อฉินเฉาเปียก เธอร้องไห้หนักมาก รู้สึกเหมือนพลังในร่างของเธอถูกสูบออกไป ถ้าไม่ใช่เพราะมีแขนที่แข็งแรงของฉินเฉากอดเธอไว้ เธอคงทรุดลงกับพื้นไปแล้ว
“อย่าห่วงเลยน่า ฉันไม่ปล่อยให้ชาชาน้อยตายหรอก” ฉินเฉาตบบั้นท้ายที่โค้งงอนของหยูลู่ และทันใดนั้นก็ยิ้มออกมา “แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าจะเรียกวิญญาณกลับเข้าร่างยังไง แต่ฉันรู้จักมืออาชีพ”
“อะไรนะ?” หยูลู่รู้สึกชาเมื่อถูกฉินเฉาตบก้น หน้าแดง และร้องออกมาอย่างน่ารัก “เวลาอย่างนี้ นายยังทำตัวลา...นาย นายจะไปหามืออาชีพจากที่ไหน? หรือว่าเป็นอาจารย์ซินแสที่มีชื่อเสียง?”
หยูลู่พูด ทันใดนั้นก็ตบหน้าผากที่ขาวราวหิมะของเธอ “ฉันจำได้แล้ว เหมือนฉันจะรู้จักอาจารย์ซินแสที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ฉันจะไปหาเขา บางทีเขาอาจปลุกชาชาได้”
“คนพวกนั้นทำไม่ได้หรอก” ฉินเฉาจับหยูลู่ และดึงเธอเข้ามากอด มือขวาของเขาก็เล่นซน ล้วงเข้าไปในหน้าอกของเธอ
“อ๊า...หยุดเอาแต่เล่นได้แล้ว...เราไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนี้...” หยูลู่หน้าแดง กลืนน้ำลาย ร่างของเธอบิดไปมาในอ้อมแขนของฉินเฉา และอดตะโกนออกมาไม่ได้
“ดูเธอเป็นอย่างนี้สิ ฉันจะลงโทษเธอ ฉันก็บอกไปแล้วว่าฉันรู้จักมืออาชีพ” ฉินเฉายิ้ม ไม่ยอมดึงมือขวาของเขากลับ และพูดกับหยูลู่ “ต่อหน้าเขา พวกซินแส หมอดูอะไรพวกนั้น ต้องหลีกทางให้เขา”
จบตอน