หลังจากที่นัดเวลาและสถานที่กับ หลี่หานโฮ่ว แล้ว เซียวเฉิน ก็ไปส่งเขา
เขากำลังพักอยู่ในห้องทำงาน จากนั้นได้รับโทรศัพท์จาก ฉินหลาน นี่ทำให้เขาเกิดความเงียบขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เธออยากจะจับหนุ่มวัยฉกรรจ์งั้นเหรอ ทำไมเป็นผู้ชายมันถึงเหนื่อยอย่างนี้น้า!
เมื่อมาถึงห้องทำงานของ ฉินหลาน เขาก็เห็นกองเอกสารกองโตตั้งอยู่บนโต๊ะ นี่คือเหตุผลที่เขาต้องมาที่นี่
“พี่หลาน แล้วรางวัลที่พี่บอกอยู่ที่ไหน? เห็นพี่โทรหาผมทั้งวันเลยไม่ใช่เหรอ? แม้ว่าจะเป็นลาพี่ก็ต้องให้ข้าวมันสักหน่อยบ้างนะ?”
เซียวเฉิน นั่งลงและหยิบบุหรี่ออกมา จุดสูบขึ้นจากนั้นอดไม่ได้ที่จะบ่นอิดออดออกมา
“นายเป็นลาอย่างงั้นเหรอ?”
“แน่นอนว่าผมไม่ใช่ลา ผมแค่ทำการเปรียบเทียบเฉยๆ!”
“ฮ่าๆๆ ได้ งั้นคือนี้ฉันจะเลี้ยงหญ้านายเอง”
เซียวเฉิน ได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้น ถูฝ่ามือไปมา “เลี้ยงหญ้ายังไงเหรอ?”
“คืนนี้ฉันจะชวนนายไปกินข้าว!”
“.....”
เซียวเฉิน เหล่ตามอง “หมายความว่ายังไง?”
“ใช่ หรือว่านายอยากจะกินหญ้าแบบลาจริงๆงั้นเหรอ?”
“พี่หลาน ทำไมพี่ถึงเป็นอย่างนี้… อย่างแกล้งทำเป็นไม่รู้ไปหน่อยเลยน่า!”
“ฉันไม่เข้าใจ งั้นถ้านายไม่อยากกินข้าว แล้วนายอยากจะกินอะไร?” ฉินหลาน ยิ้มตาหยีแล้วถามขึ้น
“ผมอยากจะกินพี่” เซียวเฉิน พูดออกมาพร้อมยื่นหน้าออกมา
หลายปีที่เขาต้องอยู่ภายในพุ่มดอกไม้ จึงมีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับหลักทำนองคลองธรรม นั่นคือต้องหน้าด้าน จึงจะสามารถกินให้อิ่มได้ ถ้าหากหน้าไม่ด้าน ย่อมไม่มีทางที่จะได้กิน!
คำพูดนี้ไม่เพียงแค่เป็นสัจจธรรมในเรื่องการจีบสาว แต่มันยังสามารถใช้ได้กับเรื่องอื่นด้วย เมื่อลงมือแล้วก็จะต้องลงมือให้เด็ดขาด ตราบใดที่ลงมือไปแล้ว ย่อมสามารถทำให้เทพธิดาขึ้นเตียงได้แน่นอน!
หรืออาจจะกล่าวได้ว่า
หากลองลงมือทำไปแล้วย่อมมีโอกาสที่จะสำเร็จมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์!
และหากไม่ยอมลงมือทำก็ย่อมไม่มีทางทำได้สำเร็จอย่างแน่นอน!
“กินฉันอย่างงั้นเหรอ?” ฉินหลาน มองที่เขาด้วยดวงตาที่สวยหยาดเยิ้ม จากนั้นก้าวเดินไปข้างหน้า แล้วใช้ทั้ง 2 มือโอบรอบคอของเขา แล้วพ่นลมหายใจที่แสนยั่วยวนออกมา “จริงเหรอ?”
ดวงตาของ เซียวเฉิน มองลอดระหว่างเสื้อของ ฉินหลาน เข้าไป มองเขม็งไปยังเนินหน้าอกขาวนวลคู่นั้น จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าเธอ “จริงแท้แน่นอน!”
ฉินหลาน ฟังเสียงหอบหายใจของ เซียวเฉิน แล้วแย้มยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ปนด้วยความขี้เล่น “แต่ว่า ประจำเดือนฉันมานะ!”
“........”
เซียวเฉิน อ้าปากค้าง เขานั่งอย่างอ่อนแรงบนโซฟา ให้ตายเถอะ แล้วฉันควรจะตอบโต้ยังไง เขาเกือบจะถอดกางเกง เตรียมพร้อมยิงปืนออกไปแล้ว สุดท้ายต้องเจอกับ ‘ประจำเดือนมา’ งั้นเหรอ? บ้าเอ้ย ทำไมถึงโหดร้ายอย่างนี้?!
“ฮ่าๆๆๆๆ ว่านอนสอนง่ายจริง ๆ งั้นช่วยฉันจัดการกับเอกสารเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปหาประธานซู่สักหน่อย”
ฉินหลาน ยิ้มขึ้นแล้วเดินย้ายสะโพกจากไป
เซียวเฉิน มองสะโพกที่ย้ายไปมาของ ฉินหลาน เขาลูบริมฝีปากของตัวเอง รอให้ประจำเดือนของเธอผ่านไปก่อน เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอรู้ถึงความร้ายกาจของลูกผู้ชาย!
ตลอดช่วงบ่ายนี้ เซียวเฉิน พักอยู่ที่ห้องทำงานของ ฉินหลาน จนกระทั่งเลิกงาน
นอกจากจะได้พูดจาลวนลามอยู่ไม่กี่ครั้ง ฉินหลาน ก็ไม่ได้ให้โอกาสอะไรกับเขาเลย นี่ทำให้เขาเริ่มเข้าใจ ไม่ได้มองผู้หญิงคนนี้ง่ายๆอีกต่อไป เส้นตายของเขาก็คือ.....การได้จัดการกับผู้หญิงคนนี้แต่ดูเหมือนว่ามันก็ยังคงอีกห่างไกล!
“คืนนี้ไม่อยากให้ฉันชวนนายไปกินข้าวจริงเหรอ?”
“ไม่ละครับ” เซียวเฉิน ส่ายหน้า คืนนี้เขามีนัดกินเลี้ยงกับแก๊งอินทรีแล้ว!
“อ้อ สงสัยนายคงยุ่งอยู่กับการต้องอารักขาสาวสวยอย่างประธานซู่กับเสี่ยวเหมิงใช่ไหมละ แล้วนายจะมาเสียเวลากินข้าวกับฉันได้ยังไง” ฉินหลาน แสร้งพูดออกมาอย่างเสียใจ
“เอ่อ ไม่ใช่นะ คืนนี้ผมมีธุระจะต้องไปข้างนอกจริงๆ”
“เรื่องอะไร? จะต้องให้ฉันช่วยไหม?” ฉินหลาน เห็น เซียวเฉิน พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังก็หยุดหยอกล้อเขาเล่นอีก
เซียวเฉิน ส่ายหน้า “มันแค่เรื่องเล็กน้อย ผมคนเดียวก็จัดการได้แล้ว”
“งั้นเหรอ ถ้าหากว่าเธอมีปัญหาอะไร ก็โทรหาพี่ได้เลยนะ”
“ได้”
“งั้นนายก็ไปเถอะ”
“ครับ แล้วเจอกันพี่หลาน”
เมื่อ เซียวเฉิน สิ้นเสียง ดวงตาของเขาก็หันมองไปทางอื่น เขาตบไปที่สะโพกของ ฉินหลาน จากนั้นก็วิ่งหนีออกไปข้างนอก เสียงของเขายังไม่ทันหายดี เซียวเฉิน ก็หายไปจากประตูห้องทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“........”
ฉินหลาน สัมผัสไปที่บั้นท้ายของตัวเอง แล้วยิ้มขึ้น “เจ้าเด็กเลวนี่...”
แต่หลังจากที่นึกถึงสิ่งที่เขาเพิ่งจะพูด ตัวเธอก็เก็บรอยยิ้มลงไป หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับคนจากแก๊งอินทรีที่มา?
ในห้องทำงานที่อยู่ติดกัน ซึ่ง ซู่ฉิง กำลังเก็บของอยู่ เมื่อเห็นว่า เซียวเฉิน ก้าวเดินเข้ามา ก็ยิ้มแล้วพูด “นายมาช่วยพี่หลานจัดการเอกสารอีกแล้วเหรอ?”
“เฮ้อ ใครใช้ให้ผมเป็นคนที่เก่งขนาดนี้กันน้า”
“ฮ่าๆๆๆ ฉันคิดว่าจะเพิ่มเงินเดือนให้นายสักหน่อย เพราะนายคนเดียวต้องรับถึง 3 หน้าที่เลยนี่!”
“ไม่ต้องหรอก ผมคิดว่าเงินเดือนตอนนี้ผมก็สูงมากแล้ว”
ซู่ฉิง อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า “นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ฉันทำงานมา อยากจะเพิ่มเงินให้แต่นายกลับปฏิเสธ”
“ฮ่าๆๆๆ จัดการธุระเสร็จแล้วเหรอ? ไปเถอะ ไปรับเสี่ยวเหมิงกัน”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ซู่ฉิง ก็รีบเก็บข้าวของลงไป ในใจรู้สึกแปลกๆ แต่ว่าไม่ช้าก็กลับมาเป็นปกติ เธอยิ้มแล้วพยักหน้าตอบเขาไป
หลังจากผ่านไปสักพัก ทั้ง 2 คนก็ขับรถออกจากบริษัทไปรับ ซู่เสี่ยวเหมิง ต่อ
“ซู่ฉิง คืนนี้ผมมีธุระจะต้องไปจัดการสักหน่อยนะ”
“งั้นเหรอ งั้นเดี๋ยวฉันไปรับเสี่ยวเหมิงเองก็ได้! หากว่านายต้องใช้รถ ก็ขับไปเถอะ เดี๋ยวฉันเรียกรถไปที่โรงเรียนเอง”
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกินข้าวเสร็จค่อยไปก็ได้”
“อือ”
“ใช่แล้ว ผู้อำนวยการสวี๋ที่เจอกันวันนี้ มีชื่อว่าอะไรนะ?” เซียวเฉิน นึกสักพักแล้วเอ่ยถามขึ้นมา
“สวี๋กัง ทำไมเหรอ?”
“ฮ่าๆๆๆๆ ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่อยากถามดู”
เซียวเฉิน ยิ้มแล้วส่ายหน้า แต่ทว่าในใจคิดว่า ทางที่ดีที่สุดอย่าให้ล้ำเส้นเกินไป ไม่อย่างนั้น......ชะตาแกขนาดแน่!
ทั้ง 2 พูดคุยกันไปตลอดทาง เมื่อมาถึงแล้วก็รับ ซู่เสี่ยวเหมิง ขึ้นรถ
ครั้งนี้ ซู่เสี่ยวเหมิง ไม่ได้เอ่ยชื่นชม เซียวเฉิน เหมือนครั้งที่แล้ว เรียกได้ว่าเธอไม่มองเขาเลยด้วยซ้ำ
นี่ทำให้ เซียวเฉิน ต้องยิ้มอย่างขมขื่น ดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนี้จะยังไม่ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน!
เมื่อกลับมาที่วิลล่า แล้วกินข้าวเสร็จแล้ว ตอนประมาณเวลา 1 ทุ่มกว่า เซียวเฉิน ก็ขับรถออกไป
“พี่ เซียวเฉิน จะไปไหนหรอ?”
ซู่เสี่ยวเหมิง ที่นั่งบนโซฟา มองดูซีรี่ส์เกาหลีไปพลาง และกินขนมกรุบกรอบไปพลางพลันถามขึ้น
“ไม่รู้สิ เขาบอกว่าเขามีธุระ” ซู่ฉิง พูดขึ้น จากนั้นก็หยิบแผ่นขนมมา 1 ชิ้น จากนั้นมองไปที่หน้าจอโทรทัศน์ “นี่เรื่องอะไรเหรอ?”
“เรื่องนี้กำลังดังเลย ‘Descendants of the Sun’ พี่ไม่รู้จักเหรอ?”
“ไม่รู้จักอะ ฉันไม่ค่อยสนใจซีรี่ส์เกาหลีเท่าไหร่”
“ตอนนี้กำลังดังเลย ส่วนคนนี้ ซงจุงกิ เขาถูกเรียกว่า ‘สามีแห่งชาติ’ เลยนะ!”
“ผู้ชายคนนี้นะเหรอ?” ซู่ฉิง อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า “ก็ไม่เท่าไหร่นี่ เขายังไม่เห็นหล่อเท่ากับ เซียวเฉิน เลย”
“งั้นเหรอ?”
ซู่เสี่ยวเหมิง เบิกตากว้าง มองพี่สาวของตัวเอง นี่หมายความว่าอะไรกันแน่?
ซู่ฉิง สังเกตเห็นการแสดงออกของน้องสาวตัวเอง และตระหนักได้ว่าอะไรบางอย่างผิดออกไป จึงรีบพูดปิดบัง “อะไร ฉันไม่รู้ว่าเลยว่าเด็กสาวอย่างพวกเธอมัวแต่คิดอะไรอยู่ มัวแต่ดูซีรี่ส์เกาหลีไม่หยุด สามีก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ก็ดู ‘You Who Cames From the Stars’ ไหนจะชื่นชอบพวกยูนิคอร์นอีก ตอนนี้ก็ยังมาดูเรื่อง ‘Descendants of the Sun’ แล้วมาชอบ ซงจุงกิ อีก พวกเธอเนี่ยดูซีรี่ส์เกาหลี แล้วเปลี่ยนสามีไปตามกระแสอย่างงั้นเหรอ?”
“พี่อย่าทำเป็นเปลี่ยนหัวข้อเลย ไม่ใช่ว่าพี่ชอบ เซียวเฉิน งั้นเหรอ?”
ซู่เสี่ยวเหมิง จ้องเขม็งไปที่พี่สาวของตัวเอง แล้วถามอย่างจริงจัง
“พูดอะไรกัน ฉันเพิ่งจะรู้จักกับเขาแค่ไม่กี่วันเอง จะไปชอบเขาได้ยังไง!”
“มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอก ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบก็มีอยู่เยอะแยะไป....ไม่ต้องพูดถึงรักแรกพบเลย วันแรกอาจจะได้พบกัน วันที่ 2 แต่งงานกันเลยก็ยังมี!”
“ฉันไม่เชื่อเรื่องรักแรกพบหรอก!”
“ถ้ารู้สึกใช่ คำพูดก็ไม่เห็นจำเป็นเลย”
“เสี่ยวเหมิง อย่าพูดจาไร้สาระสิ เขาก็แค่มาปกป้องพวกเรา หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็จะต้องไป.......”
“พี่ ฉันไม่กังวลหรอกว่าพี่จะหลงผิดไป........โลกใบนี้มีผู้ชายดีๆอีกเยอะแยะ ถ้าพี่ได้ลงเอยกับ เซียวเฉิน สู้ให้พี่ไปแขวนคอตายบนต้นไม้ดีกว่า......”
“เฮ้ เธอพูดอะไรของเธอ? ถ้าหากว่า เซียวเฉิน ได้ยินเข้า เขาจะไม่เสียใจแย่เหรอ!”
“ฉันต้องสนใจด้วยเหรอว่าเขาจะดีใจหรือเสียใจ หึ!”
...............
ฮัดชิ้ว!
เซียวเฉิน ที่กำลังขับรถอยู่ ก็จามออกมาเสียงดัง “บ้าเอ้ย ใครนินทาท่านปู่คนนี้กัน? หรือว่าจะเป็น กวงโถเซ่อ ? ไว้เจอกันก่อน ดูซิว่าจะยังทำตัวเย่อหยิ่งได้อยู่ไหม ฉันจะหักแขนอีกข้างแกก่อนเลยก็แล้วกัน!”
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขา ได้มาถึงที่นัดหมาย หลี่หานโฮ่ว และ ติงลี่ แล้ว แต่ว่าพวกเขาทั้ง 2 คนยังมาไม่ถึง
ประมาณ 5 นาทีต่อมา หลี่หานโฮ่ว กับ ติงลี่ ก็มาถึงตามลำดับ
“พี่เฉิน!”
“อ้อ”
“พอดีผมเพิ่งไปกินข้าวมา ก็เลยมาสายไปหน่อย” ติงลี่ อธิบาย
“ติงจื่อ นายจะกินข้าวไปทำไม? คืนนี้พวกเราจะไม่ได้ไปกินเลี้ยงกันอยู่แล้วเหรอ?” หลี่หานโฮ่ว มองไปที่ ติงลี่ แล้วถามด้วยความสงสัย
“........”
ติงลี่ กลายเป็นไร้คำพูดไป เขาจ้องไปที่ หลี่หานโฮ่ว คนๆนี้คิดจริงเหรอว่าคืนนี้จะไปเพื่อกินข้าวกัน?
“ทำไมหรือว่านายกลัวจะไม่พอ? นายนี่ตะกละจริงๆ!”
หลี่หานโฮ่ว นึกอะไรบางอย่างจึงพูดขึ้นด้วยความโกรธ
“............”
ติงลี่ เกาหัวตัวเอง จากนั้นมองไปที่ เซียวเฉิน “พี่เฉิน พี่ยังไม่กินข้าวงั้นเหรอ?”
“ก็กินมานิดหน่อย แต่ยังไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่ เดี๋ยวจะไปกินอีกสักหน่อยก็แล้วกัน” เซียวเฉิน พูดพร้อมกับหัวเราะ
“.........”
ติงลี่ กลายเป็นไร้คำพูดยิ่งกว่าเดิม ทั้ง 2 คนนี้จะไปกินข้าวจริงๆงั้นเหรอ?
“ต้าหาน แล้วนายเดินทางมายังไง?”
เซียวเฉิน มองไปที่ หลี่หานโฮ่ว การเดินทางจากโรงพยาบาลรัฐมาที่นี่ มันก็เป็นระยะทางหลายสิบไมล์ เขาคงจะไม่ได้วิ่งมาหรอกใช่ไหม?
“ฉันวิ่งมา พอวิ่งได้ครึ่งทาง ฉันก็ลงไปวิ่งบนถนน” หลี่หานโฮ่ว เกาหัวแล้วพูด
“.........”
“พี่เฉิน ที่ๆเราจะไปกินข้าวนี่ไกลไหม? พอดีว่าผมเริ่มหิวแล้ว” หลี่หานโฮ่ว ถามด้วยความห่วง
“ไม่ไกลมาก เลี้ยวซ้ายข้างหน้านี้ก็ถึงแล้ว”
“อ้อ งั้นก็ดีเลย หากต้องวิ่งไปอีกหลายสิบไมล์ ฉันคงต้องหิวตายแน่ๆ” หลี่หานโฮ่ว ยิ้มอย่างมีความสุข
เซียวเฉิน ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “ในเมื่อนายหิวแล้ว งั้นพวกก็ไปกันเถอะ นี่ก็เกือบจะถึงเวลานัดแล้ว”
“พี่เฉิน เราจะไปเลยหรอ? ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเหรอ?”
ติงลี่ ได้ยินว่าจะไปแล้ว ก็เลยเกิดอาการตัวสั่นขึ้นมา
“นายจะเตรียมตัวไปทำไม?”
“ผมเพิ่งจะมาถึง และได้ตั้งเบอร์โทรด่วนเป็นเบอร์ ‘110’ แล้ว เพราะหากเกิดอะไรผิดปกติผมจะได้โทรหาตำรวจได้ทันที!”
“...........”
เซียวเฉิน ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ถึงขั้นนี้เลยหรอ?
แต่เมื่อนึกถึงความกล้าหาญของเด็กคนนี้แล้ว เขาก็รู้สึกยินดี แค่เขากล้าจะมาก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว!
“อ้อ แล้วก็ระหว่างที่ผมเดินทางมา ผมก็ซื้อมีดมาเล่นหนึ่ง........”
ติงลี่ มองซ้ายมองขวา จากนั้นก็หยิบมีดพับยาวออกมา
“จะใช้มีดนี่ทำอะไร?”
หลี่หานโฮ่ว หยิบมันขึ้นมา จากนั้นใช้แรงฟันลงไป ได้ยินแค่เสียง ‘แคร่ก’ และมีดก็พังลง
“นายทำมีดของฉันพังได้ยังไง?”
ติงลี่ มองตะลึง นี่เป็นอาวุธป้องกันตัวที่เขาเตรียมมาเลยนะ!
“พอแล้ว คนจากโลกมืด ใช้มีมาเชเต้ นายพกของเล่นเด็กอย่างนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอก.....ไปเถอะ อย่ากลัวเลย มันไม่เกิดเรื่องหรอก!”
“พี่เฉิน ผมไม่กลัว ผมไม่กลัวจริงๆนะ....” ใบหน้า ติงลี่ ซีดเซียวลง และพึมพำออกมาไม่หยุด
“ไม่กลัวก็ดีแล้ว” เซียวเฉิน พยักหน้า “ติงลี่ นายขึ้นรถมา ส่วนต้าหาน นายก็วิ่งตามไป นายขึ้นรถคันนี้ไม่ได้”
“ได้ งั้นพาขับช้าๆหน่อย ฉันกลัวว่าจะวิ่งตามไม่ทัน”
“ฮ่าๆๆๆ ตกลง”
เซียวเฉิน พา ติงลี่ ไปขึ้นรถ อีกฝ่ายขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งผู้โดยสาร ปากยังคงพึมพำอย่างต่อเนื่อง “ฉันไม่กลัว หากผ่านไปได้ก็ถือว่ามีฮีโร่เกิดขึ้นมาคนหนึ่ง......”
“เฮ้ ติงลี่ ฉันจะบอกนายก่อนเลยนะ นี่เป็นรถของประธานซู่ นายอย่าเยี่ยวราดลงบนรถละ.......ไม่งั้น เธอคงไล่นายออกแน่นอน!”