ตอนที่ 166 วิจัยพลังอักขระ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ความจริงเมอร์ลินก็พอคาดเดาได้ว่าพลังอักขระขั้นสีฟ้าของเขาไม่สามารถป้องกันมาวิชได้ แต่เขาก็ต้องการที่จะทดสอบมัน
สิ่งสำคัญในการตัดสินใจนี้คือการทดสอบพลังอักขระของเขาว่าจะสามารถรับมือตัวตนระดับจอมเวทจอมอัศวินได้หรือไม่ แม้จะคาดเดาผลลัพธ์คร่าวๆ ได้แต่เขาก็ต้องการที่จะทำมัน
ซูม!
ร่างของมาวิชเคลื่อนที่เข้ามาเร็วมาก
เมอร์ลินไม่ได้ประมาท เขาถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วด้วยการเสริมเวทแรงโน้มถ่วงเข้าไป ทำให้ร่างกายของเขาเบากว่าปกติ
มันคงจะมีคนไม่มากที่สามารถคิดวิธีนี้ออกได้
ขณะเดียวกันเขาก็ได้รวบรวมพลังอักขระสีฟ้าใหม่
ปัง!
มาวิชเคลื่อนที่เร็วมาก แม้จะไม่ได้เผยร่างที่แท้จริงออกมาแต่แรงปะทะของมันก็รุนแรงไม่น้อย
โชคดีที่เมอร์ลินก่อรูปร่างพลังอักขระเป็นกระดานเฉียงซึ่งมีความหนาเหมือนแท่งเสาขนาดใหญ่ ทำให้เขาสามารถเบี่ยงเบนทิศทางที่มาวิชพุ่งเข้ามาได้จนมันพุ่งเลยไปด้านหลัง
“พลังอักขระนี้สามารถใช้ออกมาได้ดั่งใจนึก แต่ดูเหมือนว่าในทุกๆ ครั้งที่ถูกโจมตีจำนวนของพลังอักขระจะลดน้อยลง”
เมอร์ลินวิเคราะห์การใช้พลังอักขระของเขา
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาสังเกตเห็น
ตั้งแต่ครั้งก่อนที่เขาใช้พลังอักขระก่อรูปเป็นฝ่ามือประทับลงบนพื้น เขาก็พบว่าจำนวนพลังอักขระหายไปบ้างเช่นกัน
แต่ในเวลาต่อมาพลังอักขระของเขาก็ฟื้นฟูกลับมาเท่าเดิม ทั้งหมดนี้ล้วนถูกเมอร์ลินจดบันทึกไว้ทั้งสิ้น
ครั้งนี้การโจมตีของมาวิชทำให้พลังอักขระหายไปในจำนวนที่ชัดเจน
ดังนั้นเขาจึงรู้ถึงขีดจำกัดของตนเองว่าไม่สามารถต่อสู้ได้นานนัก
มาวิชที่พุ่งเลยไป ด้วยความเร็วของมันจึงไม่สามารถหยุดได้ทันที แต่ตอนนั้นไม่นานมันก็หยุดนิ่งกลางอากาศก่อนจะหันตัวกลับมาถีบเท้าพุ่งทะยานออกไปอีกครั้ง
ซูม!
ดวงตาของเมอร์ลินสว่างวาบ ก่อนที่เขาประแปรรูปพลังอักขระให้กลายเป็นตาข่ายหลายชั้นขวางทิศทางของมาวิชเอาไว้
โชคดีที่พลังอักขระนั้นเป็นพลังล่องหนสำหรับคนอื่น พวกเขาเหล่านั้นจึงไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีของพลังอักขระได้
เมอร์ลินทำการสร้างตาข่ายเป็นชั้นๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
มาวิชเหมือนกำลังชนเข้ากับความว่างเปล่า ในทุกๆ การชนทำให้ความเร็วของมันลดลง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เมอร์ลินวางแผนไว้แล้ว
“มาวิชระวังด้วย!”
เมอร์ลินเอ่ยเตือนเจ้าแกะน้อย ครานั้นเขาก็ก่อรูปร่างพลังอักขระให้กลายเป็นรูปทรงกรวยมีเกรียวคล้ายสว่าน มันพุ่งเข้าจู่โจมตีประชิดในทันที
ตูม!
แน่นอนว่าการโจมตีของเมอร์ลินไม่สามารถทำอะไรเจ้ามาวิชได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังทำให้เจ้าแกะน้อยต้องกระเด็นออกไปจนติดผนัง
มาวิชตั้งตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วมันพยายามที่จะพุ่งเข้าใส่เมอร์ลินอีกครั้ง
“พอแล้ว มาวิชนายทำได้ดีมาก”
เจ้าแกะน้อยที่ได้ยินมันก็แสดงท่าทีที่เปลี่ยนออกไป มันกลับมาร่าเริงและดูซื่อสัตย์อีกครั้ง
มันกลับเข้ามาบินวนไปรอบๆ เมอร์ลินอย่างพึงพอใจ
เมอร์ลินเองพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้เป็นอย่างมาก ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าพลังอักขระมีประโยชน์อย่างไร
“แท้จริงแล้วพลังอักขระสามารถประยุกต์ใช้ได้หลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งการโจมตีหรือการป้องกัน แต่เดี๋ยวก่อน …”
ตอนนั้นเองเมอร์ลินก็เหมือนคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ถ้าฉันสามารถควบคุมพลังอักขระได้อย่างอิสระ นั่นหมายความว่าฉันเองก็สามารถยกตัวเองให้ลอยขึ้นกลางอากาศแล้วใช้เหาะบินได้”
เมอร์ลินพอจะรู้คุณสมบัติเบื้องต้นของพลังอักขระ ตอนนี้เขาจึงมีความคิดที่จะพลิกแพลงให้พลังอักขระทำบางสิ่งในเรื่องต่าง
“ถ้าอย่างนั้นควรเริ่มจาก”
มือน้อยยื่นออกไปข้างหน้า ตอนนั้นเองวัตถุเวทโคมไฟที่แขวนเอาไว้ก็ถูกพลังอักขระห่อหุ้มแล้วถึงเข้ามาที่มือเขา
“มันใช้ได้จริงๆ ด้วย แบบนี้ฉันแทบจะไม่ต้องเสียเวลาใช้พลังเวทกับถาคาแรงโน้มถ่วงเลย แล้วถ้าฉันยกตัวเองขึ้นล่ะ”
เขาไม่ลังเลที่จะทดลองเลยแม้แต่น้อย เวลานั้นพลังอักขระได้ห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ ก่อนที่จะยกตัวของเขาขึ้นตามคำสั่งการ
ทว่า ...
มันกลับไม่ได้ผล เมอร์ลินไม่สามารถยกตัวเองให้ลอยขึ้นได้ ราวกับว่าพลังอักขระของเขาไม่ส่งผลต่อตัวเอง
“ฉันใช้พลังอักขระกับตัวเองไม่ได้อย่างนั้นหรอ?”
เมอร์ลินแสดงใบหน้าผิดหวังออกมา เขาคงไม่รู้ว่าผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้านั้นไม่สามารถเหาะเหินกลางอากาศได้ แต่หากเขาได้ทำการยกระดับพลังอักขระขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เขาก็จะมีคุณสมบัติที่จะทำมัน
อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นแค่เพียงการทดลองของเขาเท่านั้น
“เรื่องนี้ฉันต้องทำการวิจัยต่อไป ยังไงซะตอนนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าถ้าหากจากรึกพลังวิญญาณเข้าไปในดวงวิญญาณเรื่อยๆ จะทำให้พลังอักขระเปลี่ยนสีได้อีกหรือไม่ แล้วพลังอักขระจะแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด”
เมอรลินตั้งปณิธานของตนเองขึ้นมา ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ใส่ใจต่อการบ่มเพาะพลังเวทอีกต่อไป อย่างไรเขาก็ยังอายุแค่สิบเอ็ดขวบเท่านั้น แม้การบ่มเพาะพลังเวทจะช่วยเพิ่มอายุขัยของร่างกาย แต่เขาก็ยังมีเวลาอีกมากในการบ่มเพาะพลังเวทในโอกาสต่อไป
สำหรับขีดจำกัดสูงสุดอายุขัยของนักเวทหนึ่งวงเวทหากไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นเสียก่อนก็ใช้ชีวิตได้มากถึงหนึ่งร้อยปีได้อย่างสบายๆ
“เอาล่ะ มาวิชกลับมาอยู่ในร่างแหวนได้แล้ว วันนี้พวกเราพอกันแค่นี้”
มาวิชแปลงร่างเป็นแหวนแล้วสวมลงบนนิ้วของเมอร์ลินอย่างเชื่อฟัง
มิคาดทันทีที่เมอร์ลินกำลังกลับขึ้นไปด้านบน มาร์เทลก็เปิดประตูออกมาจากห้องนอนของเขา ดูเหมือนว่ากลางดึกคืนนี้เขาคงจะหิวน้ำเลยกำลังจะเดินมาที่ห้องครัว แล้วเขาก็พบกับเมอร์ลินที่กำลังออกมาจากประตูที่ตั้งอยู่บนพื้นเสียก่อน
“คุณเมอร์ลิน?”
“ว่าไงคุณมาร์เทล” เมอร์ลินตอบด้วยใบหน้าที่เฉยเมย
มาร์เทลตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“มันมีประตูบานนี้อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เมอร์ลินยิ้มและตอบออกไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน “น่าจะนานแล้วนะ แต่ฉันซ่อนมันเอาไว้”
มาร์เทลอึ้งไป เขาเป็นถึงนักเวทสองวงเวทแต่กลับไม่สามารถค้นหาประตูลับนี้ได้พบ เด็กน้อยคนนี้มีความสามารถในการอำพรางเช่นนี้ มันไม่น่ากลัวไปหน่อยหรอ?
“คุณ ...” มาร์เทลแทบไม่รู้จะพูดอะไรออกมา
เมอร์ลินเอ่ยขึ้นว่า “คุณต้องการดูมันไหม มันจะเป็นห้องทดลองของฉัน”
“นี่คือเหตุผลที่คุณขอให้ศาสตราจารย์ออสตินซื้อบ้านหลังนี้ใช่ไหมครับ?”
เด็กน้อยพยักหน้า