บทที่ 6 : ค่ายกลธรรมชาติแห่งใต้หล้า เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก!
กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งจางหายไปกับสายลมกรรโชกแรงแห่งก้นหุบเหวอวสานิญญา ซูหลงอวิ๋นเดินจากซากศพของผู้าุโเก้าและเหล่าบ่าวรับใช้แห่งตระกูลหลินมาได้ราวครึ่งก้านธูป เขาลัดเลาะผ่านดงหินงอกหินย้อยสีดำทะมึน จนกระทั่งพบกับชะง่อนผาแห่งหนึ่งที่เว้าลึกเข้าไปด้านใน ก่อเกิดเป็โพรงถ้ำตื้นๆ ที่สามารถใช้กำบังลมและหมอกพิษได้ชั่วคราว
เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนโขดหินเรียบ ปลดกระบี่กลืนเงาพิงไว้ข้างกาย ก่อนจะล้วงเอา ‘ถุงิญญา’ สีเทาหม่นที่ยึดมาจากผู้าุโเก้าออกมาวางไว้บนหน้าตัก
"ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแปดแห่งตระกูลหลิน หวังว่าทรัพยากรในตัวเ้าคงมิทำให้ข้าผิดหวังหรอกนะ"
ซูหลงอวิ๋นพึมพำ เขาส่งกระแสจิตััอันแหลมคมที่ได้รับการขัดเกลาจากคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ แทรกซึมเข้าไปทำลายรอยประทับิญญาเดิมของผู้าุโเก้าที่หลงเหลืออยู่บนปากถุงอย่างง่ายดายราวกับบดขยี้มดปลวกทันทีที่รอยประทับแตกสลาย พื้นที่มิติขนาดกว้างยาวราวหนึ่งวาตารางก็ปรากฏขึ้นในห้วงการรับรู้
ภายในถุงิญญานั้นจัดเรียงข้าวของไว้อย่างเป็ระเบียบ สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเขาคือ 'หินปราณระดับต่ำ' ก้อนสี่เหลี่ยมสีขาวขุ่นที่แผ่กลิ่นอายพลังปราณบริสุทธิ์ออกมาจางๆ วางกองรวมกันอยู่ราวสามร้อยก้อน ถัดมาคือขวดยาหยกสามขวด บรรจุโอสถสมานแผลและโอสถฟื้นฟูลมปราณระดับมนุษย์ขั้นต้น และยังมีแผ่นหนังแกะเก่าๆ อีกหนึ่งแผ่น
ซูหลงอวิ๋นหยิบแผ่นหนังแกะออกมาคลี่ดู มันคือแผนที่ของหุบเหวอวสานิญญาในรัศมีร้อยลี้ที่ตระกูลหลินส่งคนมาสำรวจและวาดเอาไว้ ทว่าบนแผนที่นั้นกลับมีจุดหนึ่งที่ถูกทำเครื่องหมายกากบาทสีแดงขนาดใหญ่เอาไว้ พร้อมกับตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือหวาดหวั่นว่า "เขตหวงห้าม อัคคีผลาญิญญา ห้ามเข้าเด็ดขาด"
"เขตหวงห้ามงั้นรึ?" คิ้วของซูหลงอวิ๋นเลิกขึ้น ั์ตาทอประกายครุ่นคิด
"หุบเหวแห่งนี้เต็มไปด้วยปราณหยินและหมอกพิษอันหนาวเหน็บ ทว่ากลับมีสถานที่ที่มีอัคคีผลาญิญญาซุกซ่อนอยู่... ตามหลักแห่งศาสตร์ค่ายกลธรรมชาติและวิถีแห่งเต๋า เมื่อมีสุดยอดแห่งความเย็น ย่อมต้องมีสุดยอดแห่งความร้อนก่อกำเนิดขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของหยินหยาง!"
หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นแรงขึ้น หากการคาดเดาของเขาถูกต้อง ในเขตหวงห้ามนั้นย่อมต้องมี 'เพลิงิญญา' หรือสมบัติธาตุไฟระดับสูงซุกซ่อนอยู่เป็แน่! สำหรับผู้สืบทอดศาสตร์แห่งโอสถและศาสตราระดับเทวะ เปลวเพลิงที่แข็งแกร่งคือเครื่องมือที่ทรงคุณค่าที่สุดในการก้าวไปสู่จุดสูงสุด!
"ทว่าก่อนจะไปสำรวจสถานที่แห่งนั้น ข้าจำต้องยกระดับพลังของตนเองเสียก่อน ระดับรวบรวมปราณขั้นที่ห้ายังนับว่าอ่อนแอเกินไป หากต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่คาดฝัน"
ซูหลงอวิ๋นตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาสะบัดมือขวา หินปราณระดับต่ำทั้งสามร้อยก้อนก็พุ่งทะยานออกจากถุงิญญา ลอยคว้างอยู่กลางอากาศรอบตัวเขา
หากเป็ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป การดูดซับหินปราณสามร้อยก้อนคงต้องใช้เวลาจับเจ่าบ่มเพาะนานนับเดือน และพลังงานกว่าครึ่งย่อมสูญสลายไประหว่างการดูดซับ ทว่าซูหลงอวิ๋นคือผู้หยั่งรู้ศาสตร์แห่งค่ายกลและอาคมระดับา!
"วิถีแห่งค่ายกล... ค่ายกลรวบรวมปราณกลืน์!"
นิ้วมือของเด็กหนุ่มกรีดกรายกลางอากาศราวกับร่ายรำ ปราณยุทธ์สีทองถูกรีดเค้นออกมาเป็เส้นสายร้อยรัดหินปราณแต่ละก้อนเข้าด้วยกัน เขาจัดวางตำแหน่งของหินปราณทั้งสามร้อยก้อนตามทิศทางของกลุ่มดาวบนท้องฟ้า สอดคล้องกับเส้นชีพจรแผ่นดิน หินปราณเ่าั้ตกลงสู่พื้นผิวหินรอบตัวเขา ก่อเกิดเป็ลวดลายค่ายกลรูปหกเหลี่ยมอันลี้ลับ
ทันทีที่ค่ายกลทำงานเสร็จสมบูรณ์ แสงสีขาวสว่างเจิดจ้าก็ปะทุขึ้น ลำแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานจากพื้นดินครอบคลุมร่างของซูหลงอวิ๋นเอาไว้ พลังปราณบริสุทธิ์ภายในหินปราณถูกค่ายกลบีบคั้นและสูบดึงออกมาจนหมดสิ้นภายในพริบตา ก่อเกิดเป็พายุหมุนแห่งปราณยุทธ์ที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็ของเหลว!
"กลืนนภาผลาญจักรวาล! ดูดซับ!"
ซูหลงอวิ๋นอ้าปากสูดลมหายใจเข้าลึก พายุปราณบริสุทธิ์นับหมื่นสายพุ่งทะลักเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาราวกับัดูดกลืนแม่น้ำ ความรู้สึกอิ่มเอมและทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูเนื้อ เส้นชีพจรที่เคยขยายใหญ่บัดนี้เริ่มเปล่งประกายสีทองเรืองรอง
ปัง!
เสียงทึบๆ ดังก้องจากภายในร่างกาย ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่หกถูกทะลวงผ่านอย่างง่ายดายราวกับเจาะแผ่นกระดาษ! ทว่าพลังงานจากค่ายกลรวบรวมปราณกลืน์ยังไม่หมดลงเพียงแค่นั้น มันยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บ่มเพาะฐานพลังของเขาให้หนาแน่นยิ่งขึ้นไปอีก จนกระทั่งหยุดนิ่งอยู่ที่ 'ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่หกสูงสุด' ห่างจากขั้นที่เจ็ดเพียงแค่ก้าวเดียว!
แกรก... เพล้ง!
หินปราณทั้งสามร้อยก้อนรอบกายสูญเสียพลังงานจนหมดสิ้น พวกมันเปลี่ยนสภาพเป็สีเทาหม่นและแตกร้าว ก่อนจะสลายกลายเป็ผุยผงไปตามสายลม
ซูหลงอวิ๋นลืมตาขึ้น ลมหายใจที่พ่นออกมาแฝงไปด้วยความร้อนแรงดุจเปลวเพลิง เขากำหมัดแน่น ััได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นจากเดิมถึงสามเท่า
"เพียงแค่หินปราณระดับต่ำสามร้อยก้อน หากใช้ร่วมกับค่ายกลและเคล็ดวิชาเทวะ กลับสามารถผลักดันข้าให้มาถึงขั้นที่หกสูงสุดได้ ทรัพยากรคือสิ่งจำเป็อย่างยิ่งบนเส้นทางสายนี้ ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น... แข็งแกร่งจนไม่มีผู้ใดกล้าขวางทาง!"
เขาลุกขึ้นยืน คว้ากระบี่กลืนเงามาสะพายไว้ที่หลัง สายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่แผนที่ระบุว่าเป็ 'เขตหวงห้าม'
ซูหลงอวิ๋นใช้วิชาตัวเบาย่างก้าวเงามายา พุ่งทะยานฝ่าความมืดมิดไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเขาเดินทางลึกเข้าไปใกล้สัญลักษณ์กากบาทสีแดงมากเท่าใด สภาพแวดล้อมก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน
หมอกพิษสีเขียวอมม่วงที่เคยหนาทึบ กลับค่อยๆ เบาบางลง จนกระทั่งมลายหายไปจนหมดสิ้น อุณหภูมิรอบด้านที่เคยหนาวเหน็บถึงกระดูก บัดนี้กลับค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเขากำลังเดินเข้าไปในเตาเผาขนาดั์ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเปลี่ยนจากสีดำชื้นแฉะ กลายเป็หินอัคนีสีแดงฉานที่มีรอยปริแตก ให้เห็นแสงสีส้มของลาวาที่เดือดพล่านอยู่เบื้องล่าง
"ร้อนยิ่งนัก..." ซูหลงอวิ๋นขมวดคิ้ว เขาต้องโคจรลมปราณมาห่อหุ้มร่างกายเพื่อต้านทานความร้อนที่แผดเผาิั
เมื่อเดินพ้นช่องเขาแคบๆ เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏภาพที่ทำให้อดตื่นตะลึงมิได้
มันคือแอ่งกระทะขนาดั์ที่ลึกลงไปใต้ดินนับร้อยจั้ง
ภายในแอ่งนั้นคือทะเลสาบแมกมาสีส้มอมแดงที่เดือดพล่าน ฟองอากาศขนาดเท่าหินก้อนโตผุดขึ้นและแตกออก ส่งเสียงดังคำรามก้องพร้อมกับพ่นควันกำมะถันพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ ความร้อนระดับนี้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับแก่นแท้ทองคำ หากพลัดตกลงไปก็คงถูกหลอมละลายเหลือเพียงเถ้ากระดูกภายในสามลมหายใจ!
"นี่คือเขตหวงห้ามอัคคีผลาญิญญาที่ตระกูลหลินหวาดกลัวสินะ"
ซูหลงอวิ๋นกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างเมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ณ ใจกลางทะเลสาบแมกมาอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น มีเกาะศิลาขนาดเล็กเท่าฝ่ามือแห่งหนึ่งลอยอยู่ และบนเกาะศิลานั้นเอง มีดอกบัวที่ก่อตัวขึ้นจากหินหลอมละลายกำลังเบ่งบาน
ทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุด มิใช่ดอกบัวหิน แต่เป็สิ่งที่ลอยอยู่เหนือเกสรของมัน!
มันคือเปลวเพลิงขนาดเท่ากำปั้น สีขาวโพลนบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกฤดู เปลวเพลิงนี้มิได้แผ่ความร้อนออกมาแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับแผ่ 'ความหนาวเหน็บอันเป็นิรันดร์' ออกมา! ความหนาวเหน็บนี้ทรงพลังเสียจนแมกมาที่อยู่รอบๆ ดอกบัวหินในรัศมีสามจั้ง กลายเป็น้ำแข็งสีดำสนิท!
เพลิงที่ก่อกำเนิดกลางทะเลแมกมา ทว่ากลับเย็นเยียบจนจับขั้วิญญา! สิ่งที่ขัดแย้งต่อกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติอย่างสุดขั้ว!
"นั่นมัน... 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก'!"
ซูหลงอวิ๋นอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ข้อมูลจากคัมภีร์เทวะหลั่งไหลเข้ามาในหัว เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก คือ 'เพลิงิญญาธาตุปฐี' ที่หาได้ยากยิ่งในโลกปุถุชน มันก่อตัวขึ้นจากการสะสมของปราณหยินอันบริสุทธิ์ที่สุดในสถานที่มีปราณหยางรุนแรงที่สุด (แมกมา) เมื่อจุดสุดยอดของความร้อนปะทะกับสุดยอดของความเย็น จึงถือกำเนิดเป็เพลิงชนิดนี้
"คุณสมบัติของมันคือการแผดเผาิญญาและแช่แข็งกายเนื้อ! หากข้าสามารถกลืนกินและหลอมรวมกับมันได้ เพลิงปราณของข้าจะยกระดับขึ้นเป็เพลิงิญญา การหลอมโอสถและศาสตราของข้าจะทะลวงขีดจำกัดของระดับมนุษย์ไปสู่ระดับิญญาในทันที อีกทั้งพลังโจมตีของข้าจะน่าสะพรึงกลัวจนไม่อาจประเมินได้!"
ความปรารถนาอันแรงกล้าลุกโชนในดวงตาของเด็กหนุ่ม ทว่าเขามิได้ผลีผลามกระโจนลงไป สมบัติระดับฟ้าดินเช่นนี้ ย่อมมิได้ตั้งอยู่ให้หยิบฉวยโดยง่าย
ซูหลงอวิ๋นเพ่งสายตามองไปที่เกลียวคลื่นแมกมา เขาเปิดใช้ 'เนตรแห่งค่ายกล' ที่เกิดจากความเข้าใจในศาสตร์ค่ายกลระดับสูง สิ่งที่สะท้อนเข้ามาในดวงตาของเขามิใช่ทะเลลาวาธรรมดา ทว่ามันคือเส้นสายพลังงานนับหมื่นแสนเส้นที่สอดประสานกันเป็ตาข่ายฟ้าดิน!
"ค่ายกลธรรมชาติ! ทะเลสาบแมกมาแห่งนี้มิใช่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทั้งหมด แต่มันคือ 'ค่ายกลกักัเพลิงพิฆาต' ที่ก่อตัวขึ้นตามหลักภูมิศาสตร์ของ์และปฐี! หากผู้ใดหลงก้าวเข้าไปโดยไม่รู้ทิศทางของประตูเป็ประตูตาย ลาวาเหล่านี้จะพวยพุ่งขึ้นมาแปรสภาพเป็ัเพลิงนับร้อยตัว กลืนกินผู้บุกรุกจนดับดิ้น!"
ซูหลงอวิ๋นลอบสูดลมหายใจเย็น แม้เขาจะเย่อหยิ่งเพียงใด แต่ค่ายกลธรรมชาติระดับนี้ หากเขาในฐานพลังขั้นที่หกตกลงไป ก็คงยากที่จะรอดชีวิต
"ทว่า... ค่ายกลธรรมชาติก็คือค่ายกล ภายใต้ความรู้ระดับจักรพรรดิเทพยุทธ์ ค่ายกลใดๆ ในจักรวาลล้วนมีจุดอ่อน!"
มุมปากของเด็กหนุ่มยกขึ้นเป็รอยยิ้มมั่นใจ เขายื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า นิ้วชี้และนิ้วกลางรวบชิด ปราณยุทธ์สีทองควบแน่นที่ปลายนิ้ว
"วิถีแห่งจารึกอาคม... อักขระวารีเยือกแข็ง!"
ซูหลงอวิ๋นตวัดนิ้วกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ขีดเขียนอักขระโบราณสีฟ้าครามสามตัวลอยเด่นอยู่เหนือทะเลแมกมา ทันทีที่อักขระทั้งสามก่อตัวสำเร็จ กลิ่นอายแห่งความเย็นเยียบก็แผ่ซ่านออกมากดข่มความร้อนของลาวา
"เปิดทาง!"
ซูหลงอวิ๋นซัดอักขระวารีเยือกแข็งลงสู่ทะเลสาบแมกมาเบื้องล่าง
ฉ่า!!!
เสียงน้ำแข็งปะทะกับไฟดังกึกก้อง อักขระสีฟ้าครามะเิออก กลายเป็พายุหิมะขนาดย่อมที่พัดกระหน่ำลงบนพื้นผิวลาวา ความเย็นระดับิญญาแช่แข็งแมกมาให้กลายเป็ทางเดินศิลาน้ำแข็งสีดำ กว้างราวหนึ่งวา ทอดยาวจากริมฝีปากแอ่งกระทะ ตรงดิ่งไปสู่เกาะศิลาใจกลางทะเลสาบ!
ทางเดินนี้มิใช่การแช่แข็งมั่วซั่ว ทว่าซูหลงอวิ๋นได้คำนวณตำแหน่งของ 'ประตู生 (ประตูเป็)' ในค่ายกลธรรมชาติอย่างแม่นยำ ทางเดินน้ำแข็งนี้จึงสอดแทรกเข้าไปในช่องว่างของค่ายกล โดยมิได้กระตุ้นกลไกทำลายล้างของมันให้ทำงาน
"ไป!"
ซูหลงอวิ๋นมิรอช้า เขาะโลงเหยียบทางเดินน้ำแข็ง พุ่งทะยานร่างไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ทางเดินน้ำแข็งนี้เกิดจากพลังปราณระดับหกของเขา มันมิอาจทนทานต่อความร้อนของทะเลแมกมาได้นานนัก ด้านหลังของเขา ทางเดินเริ่มละลายและพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
สิบจั้ง... ยี่สิบจั้ง... ห้าสิบจั้ง!
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ซูหลงอวิ๋นก็ทะยานมาถึงเกาะศิลาขนาดเล็กกลางทะเลสาบ เขากระโจนขึ้นไปเหยียบพื้นหินอย่างแ่เบา ในวินาทีเดียวกันนั้น ทางเดินน้ำแข็งด้านหลังก็หลอมละลายจมหายไปในทะเลเพลิงจนหมดสิ้น
ความร้อนรอบด้านถูกตัดขาดลงทันทีที่เขาก้าวขึ้นมาบนเกาะ แทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่ทิ่มแทงทะลุเสื้อผ้าและิั ซูหลงอวิ๋นสั่นสะท้านเล็กน้อย เขาต้องรีบโคจรปราณยุทธ์มาปกป้องเส้นชีพจร มิให้เืในกายถูกแช่แข็ง
เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปเพียงสามก้าว คือดอกบัวหินและ 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' สีขาวโพลนที่กำลังลอยตัวอย่างสงบนิ่ง
"ในที่สุด... สมบัติชิ้นแรกที่จะพลิกโชคชะตาของข้า!"
ซูหลงอวิ๋นยื่นมือขวาออกไป หมายจะคว้าจับเปลวเพลิงนั้น ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วของเขาัักับรัศมีของเพลิงสีขาว...
ฟู่!
เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลกที่เคยสงบนิ่ง กลับะเิประกายแสงสีขาวสว่างวาบ มันราวกับมีชีวิตและสติปัญญาเบื้องต้น รับรู้ได้ถึงภัยคุกคาม เปลวเพลิงเปลี่ยนรูปเป็อสรพิษสีขาวตัวเล็กๆ พุ่งฉกเข้าใส่ข้อมือของซูหลงอวิ๋นอย่างดุร้าย!
"อ๊าก!"
ซูหลงอวิ๋นร้องอุทานด้วยความเ็ป ทันทีที่อสรพิษเพลิงััิั ความรู้สึกเย็นะเืสุดขั้วก็แล่นพล่านเข้าสู่กระดูก แขนขวาของเขาั้แ่ปลายนิ้วจนถึงหัวไหล่ ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีดำทันที เส้นเืและลมปราณในแขนข้างนั้นถูกแช่แข็งจนหยุดนิ่ง!
"มันมี 'จิติญญาแห่งเพลิง' ถือกำเนิดขึ้นแล้ว! สมแล้วที่เป็เพลิงิญญาธาตุปฐี!"
ซูหลงอวิ๋นกัดฟันกรอด เขารีบดึงแขนกลับ ทว่าอสรพิษเพลิงสีขาวกลับไม่ยอมปล่อย มันเลื้อยพันรอบแขนของเขาหมายจะลุกลามเข้าไปแช่แข็งขั้วหัวใจและิญญาของเขา
เพลิงิญญาย่อมเย่อหยิ่ง มันไม่ยอมสยบตุ่์ธรรมดาเด็ดขาด ยิ่งเป็มนุษย์ที่มีระดับพลังเพียงรวบรวมปราณขั้นที่หก การริอ่านมัน ย่อมไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย!
"คิดจะกลืนกินข้าฝันไปเถอะ! ตัวข้าคือผู้สืบทอดแห่งคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ ฟ้าดินยังต้องสยบใต้ฝ่าเท้า นับประสาอะไรกับเพลิงปฐีเล็กจ้อยเยี่ยงเ้า!"
ซูหลงอวิ๋นคำรามก้อง ั์ตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็สีทองเจิดจ้า รัศมีแห่งความเป็ราชันย์ที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของิญญาปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
"เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล... เปิดวังวนแห่งการทำลายล้าง!"
ตู้ม!
จุดตันเถียนของซูหลงอวิ๋นสั่นะเือย่างบ้าคลั่ง มันขยายตัวออกและหมุนวนด้วยความเร็วที่ทำลายขีดจำกัด ก่อเกิดเป็แรงดึงดูดระดับมหาศาลที่แทบจะฉีกกระชากพื้นที่มิติโดยรอบ! พลังปราณสีทองทะลักออกจากตันเถียน พุ่งไปตามเส้นชีพจร ตรงเข้าปะทะกับพลังเยือกแข็งของเพลิงปรโลกที่กำลังลุกลามอยู่ที่แขนขวา!
การปะทะกันระหว่างเคล็ดวิชาเทวะและเพลิงิญญาปฐี ก่อให้เกิดความเ็ปแสนสาหัสที่เหนือล้ำจินตนาการ
ซูหลงอวิ๋นรู้สึกราวกับมีดาบนับหมื่นเล่มกำลังเฉือนเนื้อและกระดูกของเขาอยู่ภายใน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นมาถูกแช่แข็งกลายเป็เกล็ดน้ำแข็งในพริบตา
"สยบให้ข้า!"
ซูหลงอวิ๋นไม่ยอมจำนน เขากระแทกเข่าลงกับพื้นหิน ใช้มือซ้ายประสานอิน (มุทรา) ชักนำพลังจากคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ที่ลอยอยู่กลางทะเลิญญา อักขระสีทองนับหมื่นตัวหลั่งไหลออกจากคัมภีร์ พุ่งลงมาตามเส้นประสาท เข้าไปล้อมกรอบและบีบอัดอสรพิษเพลิงสีขาวเอาไว้
กี้ซ!
อสรพิษเพลิงกรีดร้องอย่างไร้เสียง มันััได้ถึงอำนาจอันบริสุทธิ์และเก่าแก่เหนือล้ำกว่าตัวมันนับอนันต์ อำนาจแห่งผู้สร้างกฎเกณฑ์! ภายใต้แสงสีทองของคัมภีร์เทวะ ความเย่อหยิ่งของเพลิงปฐีถูกบดขยี้จนแหลกสลาย
วังวนในจุดตันเถียนของซูหลงอวิ๋นเร่งกำลังดูดกลืนขึ้นอีกขั้น แรงกระชากมหาศาลดึงเอาเพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลกทั้งดวง ให้หลุดลอยออกจากดอกบัวหิน พุ่งทะลวงผ่านฝ่ามือขวาของเขา เข้าสู่เส้นชีพจรโดยตรง!
"อ๊ากกกกก!"
ซูหลงอวิ๋นเงยหน้าคำรามลั่น เพลิงิญญาพุ่งทะลวงเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาโดยตรง ความหนาวเหน็บระดับแช่แข็งิญญาปะทะเข้ากับปราณสีทองที่ร้อนระอุ จุดตันเถียนของเขาแปรสภาพเป็สมรภูมิรบระหว่างสองขั้วพลังงาน
การหลอมรวมเพลิงิญญาคือกระบวนการชำระล้างไขกระดูกและผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นอีกครั้งหนึ่ง
ร่างกายภายนอกของซูหลงอวิ๋นปรากฏรอยแตกร้าวประดุจเครื่องเคลือบที่กำลังจะแตกสลาย เืซึมออกมาตามรอยปริแตกเ่าั้ ทว่าทันทีที่เืไหลออกมา มันก็ถูกแช่แข็งกลายเป็ผลึกสีแดงสด
ทว่าภายใต้การควบคุมของเคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาลเพลิงปรโลกถูกบดขยี้และค่อยๆ หลอมละลายกลายเป็ส่วนหนึ่งของพลังปราณของเขา ปราณยุทธ์สีทองบริสุทธิ์ของซูหลงอวิ๋น บัดนี้เริ่มมีเส้นสายสีขาวโพลนของความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้าไป
เวลาผ่านไปเนิ่นนานราวหนึ่งชั่วยาม การต่อต้านของเพลิงปรโลกก็สงบลงอย่างสิ้นเชิง มันยอมจำนนและหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับจุดตันเถียนของซูหลงอวิ๋น
วูบ...
รัศมีพลังงานอันมหาศาละเิออกจากร่างของเด็กหนุ่ม ทะเลสาบแมกมารอบเกาะศิลาถูกแรงะเินี้กระแทกจนเกิดคลื่นั์สาดกระเซ็น
ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ด! ทะลวงสำเร็จ!
ซูหลงอวิ๋นค่อยๆ ลืมตาขึ้น ั์ตาข้างซ้ายของเขาทอประกายแสงสีทองร้อนแรง ั์ตาข้างขวากลับทอประกายแสงสีขาวโพลนเยือกเย็น เขาหงายฝ่ามือขวาขึ้น เพียงแค่ความคิดริเริ่ม เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ก็ลุกโชนขึ้นกลางฝ่ามือ ทว่าคราวนี้ มันมิได้ทำร้ายเขาอีกต่อไป กลับให้ความรู้สึกผูกพันประดุจแขนขาของตนเอง
"เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก... ช่างทรงพลังนัก!"
ซูหลงอวิ๋นตวัดมือขวา ส่งลูกไฟสีขาวขนาดเท่ากำปั้นพุ่งเข้าใส่เกลียวคลื่นแมกมาที่กำลังซัดเข้ามา
กร้วม!
ทันทีที่เพลิงสีขาวปะทะกับลาวาอันเดือดพล่าน ทะเลลาวาในรัศมีสิบจั้งถูกแช่แข็งกลายเป็หินน้ำแข็งสีดำในชั่วพริบตา! การโจมตีเพียงครั้งเดียวของผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ด กลับสามารถแช่แข็งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้ นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของสมบัติวิเศษธาตุปฐี!
"ด้วยฐานพลังขั้นที่เจ็ด และเพลิงปรโลกในมือ... แม้แต่ยอดฝีมือระดับขั้นที่เก้า ข้าก็สามารถสังหารได้ในพริบตาเดียว! แม้แต่ขอบเขตสร้างรากฐาน ข้าก็มั่นใจว่าสามารถต่อกรได้อย่างไม่เป็รอง!"
ความมั่นใจอันเปี่ยมล้นปะทุขึ้นในอก ซูหลงอวิ๋นกำหมัดแน่น พลังปราณที่ผสานเข้ากับเพลิงปรโลกทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวะโ
เขาลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองทะเลสาบแมกมาที่บัดนี้เงียบสงบลงเพราะขาดเพลิงปรโลกเป็แก่นกลาง หุบเหวอวสานิญญาแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดที่มีค่าพอให้เขาต้องรั้งอยู่อีกต่อไปแล้ว
เด็กหนุ่มแหงนหน้าขึ้นมองผนังถ้ำและรอยแยกหินที่ทอดยาวขึ้นไปสู่เบื้องบนอันมืดมิด สู่โลกปุถุชนที่เขาถูกผลักตกลงมา
"ตระกูลหลิน... หลินควง... เตรียมตัวล้างคอรอข้าไว้ได้เลย เวลาแห่งการละเล่นซ่อนหาในเงามืดจบลงแล้ว บัดนี้... ยมทูตแห่งวิถีเทวะ กำลังจะปีนขึ้นไปเคาะประตูจวนของพวกเ้าแล้ว!"
ร่างของซูหลงอวิ๋นพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน เหยียบย่ำโขดหินผาไต่ระดับขึ้นไปอย่างรวดเร็วและมั่นคง ทิ้งหุบเหวอันมืดมิดและตำนานการก่อกำเนิดอันยิ่งใหญ่ไว้เื้ั มุ่งหน้าสู่การชำระแค้นที่จะสั่นะเืไปทั้งเมืองหลินสุ่ย!