หลี่เจิ้งไม่ค่อยชอบแม่ม่ายหวังมากนัก เขาคิดเสมอว่านางมักเป็ตัวก่อปัญหา ก่อเื่ไม่ได้หยุดหย่อน เห็นนางทีไรเขาจะเกิดอาการปวดหัวตลอด โจวเถาเถาเองก็รุ้ว่าหลี่เจิ้งไม่ชอบนาง หญิงสาวแอบถอนหายใจไม่ได้ เ้าของร่างเดิมนั้นถูกคนดูถูกดูิ่ไม่เว้นแม้กระทั่งสุนัขก็ยังเกลียดชังนาง
นางจ้าวรีบชิงฟ้องก่อนขึ้นมา “หลี่เจิ้งท่านมาก็ดีแล้ว ท่านมาตัดสินให้ข้าทีเถอะ แม่ม่ายหวังคนนี้ช่างเลวร้ายเกินไปแล้ว ท่านดูแผลที่หน้าข้าสิ!!” หลี่เจิ้งี้เีจะฟังนางบ่น เขาจึงขัดจังหวะรีบถามขึ้นมาว่า
“ทำไม? เ้าทั้งสองคนถึงได้ทะเลาะกัน?”
นางจ้าวรีบพูดขึ้นมาว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน โกวต้านลูกข้าถูกนังม่ายหวังตีหัวจนแตกนะสิ!! ข้าอยากให้นางชดใช้เงินให้ลูกชายข้า อย่างน้อยก็ยี่สิบเหวิน ไม่เช่นนั้นวันนี้ข้าไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด”
พูดจบนางก็ย้ายไปนั่งปักหลักที่หน้าประตูบ้านตระกูลซูด้วยท่าทางที่ฮึดฮัด นางจ้าวเป็คนรูปร่างใหญ่แข็งแรง เวลานางนั่งมองดูคล้ายกับูเาลูกย่อมๆ เลยทีเดียว
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน เมื่อเช้านี้มีขโมยขึ้นบ้านข้า ข้าแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น” เมื่อหลี่เจิ้งได้ยินดังนั้นสีหน้าเขาก็ดูสับสนละอายใจขึ้นมา สิ่งที่โจวเถาเถาพูดนั้นมีเหตุผลเชื่อถือได้แต่ทว่า โจวเถาเถาช่างเหี้ยมโหดยิ่งนัก นางตีโกวต้านจนหัวแตกแถมหน้าตายังยับเยินจนดูแทบไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรโจวเถาเถาเองก็ไม่ได้สูญเสียอะไรไป หลี่เจิ้งอึกอักอยู่ชั่วครู่ ในที่สุดเขาก็พูดว่า
"แต่โกวต้านก็าเ็สาหัสมาก ส่วนเ้าเองก็ไม่ได้มีของมีค่าสูญหายไป เช่นนั้นแล้วทั้งสองฝ่ายควรเลิกแล้วต่อกันไปเถอะ”
นางจ้าวะโขึ้นมาทันทีว่า “ตัดสินเช่นนั้นได้อย่างไรกัน? โกวต้านของข้าเจ็บตัวขนาดนี้ ถ้าลูกข้าพิการจนหาเมียไม่ได้จะทำอย่างไร?”
คราวนี้โจวเถาเถาโกรธมาก นางเคยเห็นคนไร้ยางอายมาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นใครเหมือนนางจ้าวผู้นี้เลย
โจวเถาเถากวาดตามองชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ตรงนั้นแล้วพูดเน้นทีละคำว่า
“เอาล่ะ..ใครก็ตามที่คิดว่าข้าควรเสียเงินให้โกวต้านในวันนี้ ถ้าหากต่อไปโกวต้านเข้าบ้านใครเพื่อขโมยของแล้ว ในเมื่อพวกท่านไม่อยากจะเสียเงินก็จะยืนดูเขาหยิบฉวยของมีค่าท่านไปเฉยๆ เช่นนั้นหรือ?”
“ใครจะไปยอมเล่า?” มีคนพูดโพล่งออกมาทันที
“ถ้าพวกเ้าไม่ยอม…เช่นนั้นทำไมถึงเอาแต่ยืนเฉยๆ ไม่พูดอะไรเลยกันเลยล่ะ? เอาล่ะ..เพื่อเห็นแก่ตัวท่านเอง ถ้าพูดอะไรไม่ได้ก็สู้หุบปากไปเสียเลยจะดีกว่า!!”
คำพูดเช่นนี้นับว่าฟังแล้วระคายหูออกจะดูหยาบคายอยู่ไม่น้อยเป็เพราะชาวบ้านบางคนค่อนข้างสูงอายุ พวกเขาก็ก้มหน้าลงด้วยความละอายแก่ใจ แต่ผู้หญิงคนหนึ่งกลับพูดออกมาว่า
“หวังเสี่ยวเตี๋ยเ้าพูดแบบนี้กับผู้เฒ่าผู้แก่ได้อย่างไร?" โจวเถาเถาไม่สนใจ พวกเขาก็แค่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แต่คนพวกนี้กลับพูดจาเข้าข้างครอบครัวโจรดูไปแล้วไม่น่านับถือ
นางหันไปมองหัวหน้าหมู่บ้านอีกครั้ง
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ดูเหมือนว่าเขายังไม่เลิกจ้องที่จะเอาเงินในมือข้า”
หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ นางโกรธและพร้อมที่โต้กลับนางจ้าวอย่างเต็มที่
“พูดกันตามตรง ถ้าเป็โจรก็เป็โจรอยู่วันยังค่ำ ข้าไม่สบายใจที่จะอยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไป ถ้าเื่นี้จัดการแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ไปขอให้ทางหยาเหมิน1
ตัดสินให้ก็แล้วกัน!!”
ถ้าคนอื่นดีกับนางแม้แค่น้อยนิด โจวเถาเถาพร้อมคืนกลับเป็สองเท่า แต่ถ้าเจอคนที่จ้องจะรังแกนางเอาเปรียบนาง.. นางก็จะเอาคืนกลับเป็สองเท่าเช่นกัน
“อะไรน่ะ จะไปฟ้องกับหยาเหมินหรือ?”
“แค่เื่เล็กน้อยแค่นี้ต้องไปฟ้องทางการด้วยหรือ? แม่ม่ายหวังจะมากเื่เกินไปแล้ว!!”
ชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านเล็กๆ มาตลอดชีวิตของพวกเขาก็จะกลัวเ้าหน้าที่กันเป็ธรรมดาอยู่แล้วไม่ใช่แค่เฉพาะพวกเขาเท่านั้น แม้กระทั่งหัวหน้าหมู่บ้านเองหรือแม้แต่นางจ้าวที่กำลังร่ำไห้อยู่ก็ถึงกับอึ้งตะลึงงันไปเช่นกัน
โจวเถาเถาหน้าเรียบเฉย
“ข้าเป็หญิงม่ายตัวคนเดียวไม่มีสามีให้พึ่งพา ถูกพวกเ้ารังแกใส่ร้ายกันขนาดนี้แล้ว เป็ธรรมดาที่ข้าย่อมต้องหาที่พึ่งพิงให้ข้าอุ่นใจได้”
ชาวบ้านพากันนิ่งเงียบ ทุกคนมองโจวเถาเถาหากนางดูไม่หวั่นเกรงใดๆ ทั้งสิ้น
“ครั้งนี้ครอบครัวข้าโชคดีที่ไม่มีใครเป็อะไรและไม่ได้สูญเสียของมีค่าใดๆ ไป แต่ถ้าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีกเล่า? ถ้าครอบครัวข้าโชคไม่ดีมีการสูญเสียเกิดขึ้นใครจะมารับผิดชอบ? ดังนั้นข้าจึงจำเป็ต้องรายงานเื่นี้กับหยาเหมินเอาไว้ เพื่อให้หยาเหมินช่วยตัดสินให้ข้าได้ ถ้าหากทางหยาเหมิน้าให้ข้าจ่ายเงินให้ ข้าก็จะจ่ายให้อย่างไม่บิดพริ้ว!!”
“แต่..ข้าไม่คิดว่าหยาเหมินจะตัดสินแบบนั้นหรอก ข้าไม่เคยเห็นโจรที่ไหนหนีไปได้แล้วกลับมาฟ้องเ้าทุกข์ให้รับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายให้โจรเลย!! เื่ลักขโมยของอย่างมากก็อาจจะโดนทำโทษสักสองสามกระดานหรือมิเช่นนั้นก็อาจจะต้องติดคุก ข้าก็ไม่อาจบอกได้ เพียงแต่ต้องมีคนรับผิดในสิ่งที่เขาทำลงไป”
ประโยคหลังเห็นได้ชัดว่านางพูดกับนางจ้าวและลูกชาย โกวต้านหลบอยู่หลังมารดาตลอดเวลา เสแสร้งทำตัวน่าสงสาร เขาดึงแขนเสื้อนางจ้าวร้องว่า
“ท่านแม่!! ข้าไม่อยากติดคุก ข้าไม่อยากถูกลงโทษ”
นางจ้าวตื่นตระหนกใ นางคิดว่าโจวเถาเถาที่ดูเป็คนอ้วนและอ่อนแอมาตลอด จะพูดเพียงแค่ไม่กี่คำก็ทำให้คนใกลัวได้ แต่อย่างไรก็ตามแม่ม่ายหวังผู้นี้ยังยืนกรานที่จะไม่จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น นางช่างเ้าเล่ห์ยิ่งนัก
ตามคำกล่าวที่ว่า “ถ้าจะเข้าประตูทางทิศใต้ของหยาเหมินนั้นถ้าไม่มีเงินก็ยากที่จะเข้าได้” ว่ากันว่ายาเหมินนั้นเป็เหมือนเ้านายของราษฎร ถ้าไม่มีเงินอยู่ในมือก็อาจจะไม่ได้รับความเป็ธรรม โจวเถาเถานั้นมีเงินพอที่จะติดสินบนยาเหมินให้ช่วยตัดสินคดี ถ้าหากนางเกลี้ยกล่อมหยาเหมินให้เข้าข้างนางได้ เช่นนั้นแล้วตระกูลจ้าวของนางก็อาจจะติดคุกและโดนลงโทษก็เป็ได้
ในขณะเดียวกันหัวหน้าหมู่บ้านไม่คิดว่าแม่ม่ายหวังจะมาไม้นี้ เขาเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับวิธีการของนาง แค่ทั้งสองคนเผชิญหน้าทะเลาะกันก็เป็เื่วุ่นวายมากอยู่แล้วอีกทั้งพอชาวบ้านได้ยินว่ามีเื่ของทางการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พวกเขาก็พากันเงียบไม่อยากจะมีส่วนร่วมด้วยอีกต่อไป
หลี่เจิ้งถอนหายใจ เขาหันไปหานางจ้าวถามว่า
“ถ้าหากว่าเ้ายัง้าเรียกค่าเสียหายอยู่อีก ก็ต้องไปฟ้องร้องให้ทางหยาเหมินตัดสินคดีให้ เ้าอยากจะไปถึงขั้นนั้นหรือไม่?”
*******************
1.หยาเหมิน’ (衙门) คือที่ว่าการท้องถิ่น
แสดงสปอยล์
แฟนละครจีนโบราณคงคุ้นเคยว่าเวลาเกิดเื่อะไร ชาวบ้านจะวิ่งไปฟ้องร้องที่สถานที่หนึ่ง ศาลก็ไม่ใช่ สำนักมือปราบก็ไม่เชิง หน้าตาคล้ายที่ว่าการอำเภอ สถานที่นี้เรียกว่า ‘หยาเหมิน’ (衙门) ไม่แน่ใจว่าในนิยาย/ละครแปลไทยว่าอย่างไร แต่มันก็คือที่ว่าการท้องถิ่น ว่าการโดยข้าราชการสูงสุดผู้ดูแลพื้นที่ ไม่ระบุตายตัวว่าต้องสังกัดหน่วยงานใด
‘ลิ่วซ่านเหมิน’ ก็คือชื่อเรียกอย่างไม่เป็ทางการของหยาเหมิน แปลชื่อตรงตัวว่า ‘ประตูหกบาน’ ที่มาก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็เมืองเล็กหรือเมืองใหญ่ หยาเหมินจะมีรูปทรงอาคารเดียวกัน คือมีช่องประตูเพียงสามช่อง หันหน้าทิศใต้ ตะวันออกและตะวันตก หนึ่งทิศหนึ่งช่อง ประตูหลักที่ใช้เข้าออกทั่วไปจะหันหน้าทิศใต้ ช่องประตูที่ว่านี้ก่อตั้งขึ้นเป็อาคารประตูใหญ่มีหลังคา ซึ่งเป็รูปแบบที่ชาวบ้านทั่วไปใช้ไม่ได้ ต้องเป็ที่ทำการของหลวงเท่านั้นจึงจะใช้ได้ แต่ละช่องประตูจะมีสองบาน รวมเป็ประตูหกบาน
ดังนั้น จริงๆ แล้ว คนของลิ่วซ่านเหมินจะหมายรวมถึงทุกคนที่ทำงานในหยาเหมิน ไม่ว่าจะเป็พนักงานด้านสอบสวน ดูแลคุก เสมียนกฎหมาย ฯลฯ และมาจากหน่วยงานต่างๆ ที่เรียกรวมว่าซานฝ่าซึนั่นเอง