(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 33 การแย่งชิงตัว

            ในห้วงเวลานั้นเอง บรรยากาศภายในห้องโถงพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน


            สายตาของแต่ละคนที่ทอดมองมายังหวงเยี่ย กลายเป็นการพินิจสิ่งล้ำค่าซึ่งอาจสั่นคลอนสมดุลแห่งอำนาจของทั้งทวีป


            เพราะหากเจตจำนงแห่งพลังสามารถพัฒนาได้ในอนาคตจริง ดังที่เครื่องตรวจสอบเผยออกมา มันย่อมหมายความว่าเด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้านี้คือทรัพย์สมบัติอันประเมินค่าไม่ได้ เป็นเมล็ดพันธุ์ซึ่งอาจเติบโตเป็นต้นไม้สูงเสียดฟ้า หรืออาจกลายเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนยุคสมัยใหม่


            “เดี๋ยวข้ามา!”


            แทบจะในเวลาเดียวกัน ซื่อหลงมิ่ง โม่เซียวหมิง และเฟิงหลงอินเอ่ยประโยคเดียวกันออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย


            ทั้งสามชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันขวับมามองกันเองด้วยความตกตะลึงชั่วครู่


            ดวงตาแต่ละคู่สะท้อนความเข้าใจที่ไม่ต้องอธิบาย พวกเขาคิดตรงกัน ไม่มีใครเอ่ยคำซ้ำอีก ไม่มีผู้ใดลังเล


            ร่างทั้งสามพุ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ประตูไม้ถูกผลักเปิดจนบานพับส่งเสียงดัง


            ฝีเท้าหนักแน่นสะท้อนผ่านโถงทางเดิน ก่อนจะเลือนหายไปอย่างเร่งรีบ


            เป้าหมายของพวกเขาแน่ชัดยิ่งกว่าสิ่งใด ติดต่อขั้วอำนาจหลักของตนเองให้เร็วที่สุด


            ภายในห้องที่เงียบลงกะทันหัน อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาพอใจ มุมปากยกยิ้มเหยเกอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะยกมือหนาหนักตบลงบนไหล่ของชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างสนิทสนม


            “ลาภปากแล้วละเจ้าชายน้อย!”


            น้ำเสียงของเขาเจือความยินดีอย่างแท้จริง


            “การที่ทั้งสามแสดงออกเช่นนี้.. มันก็หมายความว่าพวกเขายิ่งอยากจะได้ตัวของเจ้าไปยังสถาบันนักล่ามังกรของตน”


            “แต่อย่าได้ชะล่าใจไปละ เพราะทั้งสามสถาบันต่างก็มีแนวทางของตนเองอย่างชัดเจน วิถีที่เลือกเดินมิได้เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย”


            เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะลดเสียงลงราวกับกำลังบอกความลับ


            “แต่ในสายตาของข้าแล้ว.. สถาบันเหนือสวรรค์ถือเป็นที่สุดในทวีปทางเหนือแห่งนี้”


            หวงเยี่ยมิได้ตอบในทันที เขาเพียงจ้องมองไปยังบานประตูที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ราวกับรอคอยบางสิ่ง


            ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง ประตูถูกผลักเปิดกว้าง


            ครานี้ทั้งสามกลับเข้ามาพร้อมกันอีกครั้ง ทว่าท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความเร่งรีบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังอันเข้มข้น แววตาทุกคู่แน่วแน่ เหมือนเข้าสู่สนามต่อรองที่ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเล


            โม่เซียวหมิงเป็นผู้ก้าวออกมาข้างหน้าก่อน รอยยิ้มประจำตัวของเขายังคงอยู่ ทว่าลึกลงไปในสายตากลับเต็มไปด้วยความตั้งใจ


            “หวงเยี่ย!”


            “เมื่อกี้นี้ข้าได้ปรึกษากับท่านผู้อำนวยการแล้ว”


            “ถ้าเจ้าเข้าร่วมกับมหาวิทยาลัยพยัคฆ์ขาว เจ้าจะได้รับทรัพยากรระดับสูงสองชนิด!”


            “สามารถศึกษาวิชาขับเคลื่อนพลังระดับสูงได้ รวมถึงได้รับทรัพยากรต่างๆที่จะตามมาอีกมาก นี่คือข้อเสนอแรก!”


            ประโยคสุดท้ายชัดเจนราวกับประกาศเปิดฉาก ทว่าซื่อหลงมิ่งอดกลั้นไม่ไหว เสียงหัวเราะเย้ยหยันหลุดออกมาทันที


            “ไร้สาระชะมัดเลย!”


            “ของแค่นี้มันจะไปเพียงพอกับหวงเยี่ยได้ยังไง?”


            “ทางสถาบันเหนือสวรรค์ของข้าสามารถส่งมอบทรัพยากรระดับสูงให้กับเจ้าได้ในทุกๆปี”


            “ได้รับวิชาขับเคลื่อนพลังระดับสูงที่แตกต่างไปจากวิชาขับเคลื่อนพลังโดยปกติ”


            “ทั้งยังสามารถร่ำเรียนวิชาการต่อสู้ระดับสูงได้ห้าชนิดเช่นเดียวกัน!”


            เงื่อนไขถูกวางลงอย่างชัดเจน ไม่มีการอ้อมค้อม


            อาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างถึงกับสั่นสะท้านในอก ดวงตาเบิกกว้างอย่างยากจะควบคุม


            ทรัพยากรระดับสูง


            วิชาขับเคลื่อนพลังระดับสูง


            วิชาการต่อสู้ระดับสูง


            สิ่งเหล่านั้นเป็นสมบัติที่เหล่านักล่ามังกรต่างเฝ้าฝันถึง บางคนทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อแลกกับโอกาสสัมผัสเพียงเศษเสี้ยว แม้กระทั่งตัวเขาเอง ซึ่งครองตำแหน่งอาจารย์ใหญ่มาหลายปี ยังมีเพียงวิชาขับเคลื่อนพลังระดับกลางสำหรับฝึกฝนตน มิอาจเอื้อมถึงขั้นสูงอย่างแท้จริงได้โดยง่าย


            ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด


            หญิงสาวผู้หนึ่งกลับส่ายหน้า พร้อมเสียงหัวเราะเยาะที่หลุดออกจากริมฝีปากงดงามของเฟิงหลงอิน


            “นี่คือคำตอบของทั้งสองสถาบันนักล่ามังกรจริงๆเหรอ?”


            ซื่อหลงมิ่งหรี่ตา ส่วนโม่เซียวหมิงยังคงยิ้ม ทว่าแววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างมาก


            “คงลืมไปนะว่าเขามีเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา อันดับที่หนึ่ง!”


            “มีโอกาสที่จะเลื่อนไปเป็นระดับจักรพรรดิและก็ระดับเทพ แล้วทรัพยากรดังกล่าวมันจะไปเหมาะสมกับเขาได้ยังไงกัน”


            “เพราะงั้นนะเจ้าชายน้อยหวงเยี่ย ทางมหาวิทยาลัยเทพอสูรขอเชิญเจ้าเข้าสู่สถาบันอย่างเป็นทางการ!”


            “แล้วสิ่งที่เจ้าจะได้รับก็มีดังนี้”


            ทุกสายตาจับจ้อง


            “หนึ่งคือวิชาขับเคลื่อนพลังระดับราชา! ทั้งยังเป็นวิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาที่หาได้ยากในโลกมนุษย์อีกด้วย!”


            คำแรกก็เพียงพอจะทำให้หลายคนสะดุ้ง นัยน์ตาเบิกกว้างเลยก็ว่าได้


            เฟิงหลงอินยังไม่หยุด


            “สองคือทรัพยากรระดับราชาหนึ่งชุด ไม่ว่าจะเป็นอาวุธหรืออะไรก็ตาม!”


            ทรัพยากรระดับราชา มิใช่สิ่งที่เห็นได้ทั่วไป แม้ในสถาบันใหญ่ก็ยังถือเป็นสมบัติสำคัญที่ต้องใช้สิทธิ์พิเศษจึงจะได้รับ แต่คำกล่าวของนางยังไม่จบ เฟิงหลงอินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาแน่วแน่


            “และสุดท้ายก็คือเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ!”


            ประโยคนั้นตกลงสู่ห้องราวสายฟ้าฟาด


            ชั่วขณะหนึ่ง ทุกเสียงหายไป ซื่อหลงมิ่งและโม่เซียวหมิงที่ก่อนหน้านี้ยืนอย่างมั่นคง พลันเปลี่ยนสีหน้าอย่างชัดเจน


            “อะไรนะ?!”


            “เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ”


            “นี่ผู้อำนวยการแห่งมหาวิทยาลัยเทพอสูรถึงกับนำสิ่งนี้ออกมาเลยเรอะ!”


            ความตกตะลึงของชายวัยกลางคนไม่อาจปกปิดได้เลยซักนิด ซึ่งเฟิงหลงอินก็พยักหน้าช้าๆ แล้วสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าเดิม


            “ใช่แล้วละ”


            “ทุกคนย่อมรู้ดีว่ามันล้ำค่ามาก!”


            “เพราะมันคือทรัพยากรพิเศษที่จะทำให้นักล่ามังกร กลายไปเป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟได้ยังไงละ”