จารึกที่ 30 : กงล้อมรณะ : ทางเดินที่ไม่ต้อนรับแขก
ความเงียบสงัดภายในถ้ำช่างแตกต่างจากเสียงลมกรรโชกด้านนอกอย่างสิ้นเชิง อากาศภายในเย็นชืดและแห้งสนิท ไร้ซึ่งกลิ่นอับชื้นของเชื้อรา แต่กลับมีกลิ่นฉุนจางๆ ของสนิมเหล็กและน้ำมันดินลอยแตะจมูก
อาเจียจุด ยันต์อัคคี (火符 - ฮั่วฝู) ขึ้นมาถือแทนคบเพลิง แสงไฟสลัวส่องกระทบผนังถ้ำ เผยให้เห็นโครงสร้างที่น่าทึ่ง... มันไม่ใช่ผนังหินธรรมชาติ แต่เป็แผ่นโลหะสีดำด้านที่ถูกร้อยเรียงต่อกันด้วยหมุดั์นับพันตัว
"นี่ไม่ใช่ถ้ำ..." หลินชิงเสวี่ยลูบผนังโลหะด้วยความตื่นตะลึง "นี่มันคือสิ่งปลูกสร้าง! ใครกันที่มาสร้างของใหญ่โตขนาดนี้ไว้ในหุบเขา?"
"ไม่ใช่ใคร... แต่เป็ 'อะไร' ต่างหาก" อาเจียตอบเสียงเครียด เขาเคาะผนังเบาๆ เสียงดังกังวานสะท้อนลึกเข้าไปข้างใน "ฟังเสียงสะท้อนสิ... ที่นี่กว้างใหญ่และลึกจนสุดหยั่งคาด นี่คือทางเข้าของ สุสานศัสตราจารึกา จริงๆ"
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ทางเดินเริ่มลาดต่ำลงสู่ใต้ดิน พื้นทางเดินเปลี่ยนจากดินเป็ตะแกรงเหล็กที่มองเห็นความมืดมิดไร้ก้นบึ้งอยู่เบื้องล่าง
กึก... เสียง กงล้ออักขระ ทำงานดังขึ้นเบาๆ เมื่ออาเจียเหยียบลงบนแผ่นเหล็กแผ่นหนึ่ง
"หยุด!" อาเจียะโ ยกมือห้ามหลินชิงเสวี่ยทันควัน
ครืด... ครืด... ผนังด้านข้างเริ่มสั่นะเื ช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กเปิดออกนับ 10 ช่อง เผยให้เห็น ช่องยิงหน้าไม้กล ดำมะเมื่อมที่เล็งเป้ามาที่พวกเขา!
"กับดัก!" หลินชิงเสวี่ยชักกระบี่เตรียมปัดป้อง
"อย่าขยับ! อย่าใช้ปราณ!" อาเจียรีบเตือน "อาคมตรวจจับพวกนี้มันไวต่อความเคลื่อนไหวของพลังปราณ! ขืนเ้าปล่อยพลังออกมา พวกเราพรุนเป็รังผึ้งแน่!"
อาเจียหรี่ตามองกับดักเ่าั้ ดวงตาข้างขวาวูบวาบด้วยประกายแสงลึกลับ ภายใต้ 'เนตรบรรพจารึก' อาเจียมองทะลุโครงสร้างเหล็กกล้า เห็นเส้นสายการไหลเวียนของปราณที่ไปรวมกระจุกกันอยู่ที่ 'ดวงจิตศิลา' สีฟ้าเรืองแสงที่มุมขวาบนของแท่นควบคุม
[ทำลายแกนนั้นซะ] มู่เฉินแนะนำ [แต่มันอยู่ไกลเกินเอื้อม และถ้าเ้าขยับตัวแรง มันจะยิงทันที]
"ข้ามีวิธี..." อาเจียแสยะยิ้มมุมปาก เขาค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบ "เหรียญอีแปะ" ออกมา 1 เหรียญ (ด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง)
เขาใช้นิ้วโป้งกดลงบนเหรียญ แอบวาด วงล้อสูญตา (O) ขนาดจิ๋วประทับลงไป แล้วดีดเหรียญออกไปเบาๆ เหมือนดีดลูกแก้ว
ติ๊ง... เหรียญอีแปะลอยคว้างกลางอากาศ ดูไร้พิษสง แต่ทันทีที่มันเข้าใกล้ดวงจิตศิลา อาเจียก็กระดิกนิ้วสั่งการ
"วิชาลับ... ภาษีบำรุงค่ายกล!" (อาเจียตั้งชื่อประชดเพราะต้องเสียเงินฟรีๆ แต่หลักการคือใช้เหรียญเป็สื่อนำธาตุอัสนี)
วูบ! อักขระหลิง (零) บนเหรียญทำงาน! มันดูดซับพลังงานอัสนีธาตุรอบตัวแล้วปลดปล่อยออกมาในพริบตา เกิดประกายไฟแลบเปรี้ยะ! ะโจากเหรียญเข้าไปกระแทกที่ดวงจิตศิลาอย่างจัง
ตูม! ดวงจิตศิลาาะเิเสียงดังสนั่น ควันดำพวยพุ่งออกมา ช่องยิงหน้าไม้กลทั้งหมดกระตุกวูบแล้วห้อยตกลงมาอย่างหมดสภาพ ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสาย
"เฮ้อ..." อาเจียเป่าปากโล่งอก "เสียไป 1 อีแปะ... แต่แลกกับชีวิตก็ถือว่าคุ้ม (มั้ง)"
"เ้าใช้อาวุธลับเป็เหรียญงั้นรึ?" หลินชิงเสวี่ยถามด้วยความทึ่ง
"สำหรับพ่อค้า... เงินคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด" อาเจียตอบหล่อๆ (แต่ในใจคือกำลังคำนวณว่าถ้าเก็บกู้ชิ้นส่วนกับดักไปขายจะได้ทุนคืนไหม)
ทั้งสองเดินทางต่อผ่านด่านกับดักอีกหลายจุด อาเจียใช้ไหวพริบแก้ปัญหาได้ตลอดทาง ทั้งใช้น้ำมันราดพื้นให้กงล้อลื่น, ใช้ยันต์ะเิหินขัดร่องกลไกศิลา จนกระทั่งมาถึง "ห้องโถงกลาง" ขนาดมหึมา
ที่นี่กว้างใหญ่ราวกับสนามประลอง ตรงกลางมี สะพานแขวน เก่าคร่ำครึทอดข้ามเหวลึกไปยังประตูบานั์ฝั่งตรงข้าม แต่ปัญหาคือ... บนสะพานนั้นมี "อสูรแมงมุมเหล็กไหล (机关傀儡 - จีกวนขุยเหล่ย)" 3 ตัว เดินลาดตระเวนขวางทางอยู่
หุ่นแมงมุมเหล็กแต่ละตัวมีขนาดเท่ารถม้า ขาแหลมคมทั้ง 8 ของมันกรีดพื้นเหล็กจนเกิดประกายไฟ ดวงตาสีแดงฉานกวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่ลดละ
"3 ตัว..." อาเจียกลืนน้ำลาย "แถมดูทรงแล้วเกราะหนากว่าหน้าข้าอีก กระบี่เ้าฟันเข้าไหม?"
หลินชิงเสวี่ยส่ายหน้า "ไม่น่าไหว... และถ้าเราสู้ เสียงปะทะจะเรียกพวกมันมาเพิ่มอีกแน่"
[ใช้ความเงียบสิ] มู่เฉินแนะ [เ้าจำวิชาที่ใช้ตอนขโมยของในหอคอยได้ไหม? 'พรางกาย' น่ะ]
"แต่นั่นมันใช้ได้แค่กับตัวข้าคนเดียว" อาเจียเถียง "แม่นางหลินตัวใหญ่ออกอย่างนี้ จะพรางยังไงให้มิด?"
หลินชิงเสวี่ยหันมามองตาเขียว "ใครตัวใหญ่มิทราบ!"
"เอ่อ... หมายถึง... ออร่าความงามของเ้ามันเจิดจ้าเกินไปต่างหาก!" อาเจียรีบแก้ตัว ก่อนจะนึกแผนการบางอย่างออก เขามองไปที่ท่อระบายลมปราณขนาดใหญ่เหนือศีรษะ
อาเจียคว้าเอวบางของหญิงสาวแล้วยิง ขอเกี่ยวั ขึ้นไปเกี่ยวกบขอบท่อระบายลม้า แล้วดึงร่างของทั้งสองคนลอยขึ้นไปเกาะบนท่ออย่างเงียบเชียบ
พวกเขาคลานไปตามท่อ หัวใจเต้นระรัว พยายามไม่ให้เกิดเสียงแม้แต่นิดเดียว
แต่โชคชะตามักเล่นตลก... กร๊อบ! สนิมที่กัดกร่อนท่อเหล็กมานานนับปีไม่ได้ทนน้ำหนัก 2 คนไม่ไหว หมุดเหล็กยึดตัวหนึ่งขาดผึง!
เคร้ง! เสียงโลหะกระทบพื้นดังก้องกังวานในความเงียบ หุ่นแมงมุมทั้ง 3 ตัวหยุดชะงักพร้อมกัน ส่วนหัวของมันค่อยๆ หมุนขึ้นมามอง้า... ดวงตาสีแดงฉาน 3 คู่จับจ้องมาที่พวกเขาเป็ตาเดียว
วี้ดดดด! เสียงหวีดร้องเตือนภัยดังลั่นห้องโถง!
"ซวยแล้วไง!" อาเจียหน้าซีดเผือด
"วิ่ง!!!" หลินชิงเสวี่ยะโ
ทั้งสองคนะโลงจากท่อวิ่งหน้าตั้งข้ามสะพานแขวน โดยมีกองทัพอสูรแมงมุมที่เริ่มแห่กันออกมาจากเงามืดไล่ตามมาติดๆ เหมือนฝูงมดแตกรัง! อาเจียตวัดพู่กันไปด้านหลัง
"วิชาลับ... ทางด่วนสายมรณะ!" (ใจจริง: ราดน้ำมันลื่นๆ)
"เขาจรดปลาย พู่กันนิรันดร์ ตวัดวาดอักขระ 'สุ่ย (น้ำ)' ผสานเข้ากับ 'วงมรรคาแห่งความว่างเปล่า' ประทับลงบนผิวสะพานโลหะ...
ทันทีที่อักขระ 'หลิง (ศูนย์)' สำแดงฤทธิ์ กฎแห่งการยึดเกาะถูก 'ปฏิเสธ' โดยสิ้นเชิง! ผิวสะพานพลันแปรสภาพจนลื่นไหลยิ่งกว่าเหยียบย่างบนผิวน้ำมัน
ฝูงอสูรแมงมุมที่ดาหน้าเข้ามาไม่อาจต้านทานการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน พวกมันเสียหลักลื่นไถลกระแทกกันเองอย่างโกลาหล ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่เหวลึกเบื้องล่างไปทีละตัวสองตัว!"
"ฮ่าๆๆ! สมน้ำหน้า!" อาเจียหัวเราะร่าด้วยความสะใจ
แต่เสียงหัวเราะของเขาต้องชะงักลง เมื่อเห็นสิ่งที่รออยู่หน้าประตูบานั์ฝั่งตรงข้าม... มันคือ "ั์ศิลาพิทักษ์ (石门守卫 - สือเหมินโส่วเว่ย)" ร่างมหึมาสูง 5 เมตร ที่กำลังยืนกอดอกขวางทางอยู่ พร้อมกับกระบองเหล็กหนามในมือ! "ข้างหลังก็แมงมุม... ข้างหน้าก็ั์..." อาเจียหอบแฮกๆ หันไปมองหลินชิงเสวี่ย "ถามจริงๆ นะ... ชีวิตเ้าเคยมีวันไหนที่สงบสุขบ้างไหมเนี่ย?"
หลินชิงเสวี่ยกระชับกระบี่แน่น แววตามุ่งมั่น "ั้แ่วันที่เจอเ้า... ก็ไม่มีวันไหนสงบสุขอีกเลย!"