เสียงเครื่องจักรกลหนักที่กำลังทำงานผสมปูนและเสียงโลหะกระทบกันดังก้องระงมไปทั่วบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานและศูนย์วิจัยข้อมูลความสัมพันธ์แห่งใหม่ ลมร้อนของบ่ายวันปลายฤดูแล้งพัดพาเอาฝุ่นละอองสีขาวของเศษปูนฟุ้งกระจายในอากาศจนพร่าเลือน คารินก้าวลงจากรถยนต์คันหรูของบริษัทพลางใช้มือเรียวบางปัดเศษฝุ่นที่ลอยมาเกาะตามปกเสื้อนอกเข้ารูปสีครีมสะอาดของตนเองเบาๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ยืดแผ่นหลังตรงเพื่อเตรียมรับมือกับการเผชิญหน้าในหน้างานก่อสร้างที่เธอจงใจเลือกที่จะก้าวเข้ามาด้วยตัวเอง
หญิงสาวปฏิเสธที่จะนั่งรอรายงานความคืบหน้าภายในห้องทำงานส่วนตัวอันแสนสะดวกสบายและเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ เพราะตระหนักดีว่า ยิ่งเพียรพยายามหลบหลีกตัวแปรสำคัญอย่างทัตเทพมากเท่าใด ความปั่นป่วนวุ่นวายในจิตใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น หลังจากค่ำคืนอันรัญจวนใจที่เต็มไปด้วยภาพฝันเสน่หาอันเร่าร้อนและลึกซึ้งร่วมกับเขาในอดีต คารินตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกผิดบาปที่คอยกัดกินขั้วหัวใจ ความอบอุ่นวาบหวามในความฝันช่างขัดแย้งกับความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตจริงที่เธอสมควรประคองรักษาไว้กับภัทรกรอย่างที่สุด
ในวันนี้ หญิงสาวจึงตั้งมั่นที่จะขีดเส้นแบ่งขอบเขตแห่งความเป็มืออาชีพขึ้นมาเป็เกราะกำบัง และวางระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้เด่นชัด ประดุจเส้นสมการที่ไม่มีวันจะเข้าหากันได้อีกตลอดกาล
"ระวังพื้นตรงนั้นด้วยครับคุณคาริน มีแผ่นไม้พาดผ่านดินโคลนที่ยังไม่แห้งสนิท"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านขวา คารินชะงักฝีเท้าพลันหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ของทัตเทพก้าวออกมาจากมุมกำแพงปูนเปลือยที่เพิ่งฉาบเสร็จหมาดๆ ชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนผิวคร้ามแดดอยู่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหนาสีเข้มที่พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ เผยท่อนแขนแกร่งล่ำสันและเส้นเืที่ปูดโปนตามประสาคนทำงานหนัก พร้อมรอยเปื้อนฝุ่นปูนสีเทาจางๆ กางเกงผ้าเนื้อเหนียวสีเข้มเปรอะเปื้อนคราบดินโคลนจากการลุยงาน บนศีรษะของเขาสวมหมวกนิรภัยสีเหลืองสำหรับหัวหน้าช่างและผู้ควบคุมงานที่มีรอยขูดขีดรอบด้านตามรอยประวัติการทำงาน ซึ่งแตกต่างจากหมวกนิรภัยสีขาวสะอาดสะอ้านใบใหม่เอี่ยมที่คารินสวมอยู่อย่างสิ้นเชิง
คารินพยายามปรับสายตาให้ว่างเปล่า นิ่งสนิท และรักษากิริยาเรียบเฉยตามแบบฉบับผู้ว่าจ้างผู้ทรงอำนาจ "ขอบคุณค่ะคุณทัตเทพ ฉันระวังตัวเองได้ค่ะ"
คำเรียกขานที่เป็ทางการและห่างเหินทำให้ดวงตาคมปลาบของทัตเทพไหวระริกไปชั่ววูบ ทว่าเขาก็ฉลาดพอที่จะอ่านความ้าผ่านท่าทีเ่าั้ออก ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ค้อมศีรษะลงอย่างมีมารยาทและไม่คิดจะล่วงล้ำขอบเขตที่เธอเพียรพยายามขีดเส้นแบ่งไว้
"ถ้าอย่างนั้น เชิญคุณคารินมาตรวจดูแบบร่างโครงสร้างภายในและตำแหน่งติดตั้งระบบประมวลผลข้อมูลที่ตู้อาคารสำนักงานชั่วคราวด้านในก่อนครับ ผมเตรียมข้อมูลทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว"
คารินพยักหน้ารับอย่างสง่างาม "ดีค่ะ ฉันมีเวลาไม่มากนัก อยากจะคุยเฉพาะรายละเอียดงานก่อสร้างและระยะเวลาการส่งมอบพื้นที่ตามกำหนดการเท่านั้น หวังว่าการทำงานจะเป็ไปอย่างรวดเร็วและไม่มีตัวแปรอื่นใดมาทำให้การงานต้องล่าช้าออกไป"
ทั้งสองคนก้าวเดินเข้าไปในตู้อาคารสำนักงานชั่วคราวซึ่งดัดแปลงเป็ห้องปฏิบัติงานภาคสนาม ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรหนักจากภายนอกที่ยังคงดังแทรกเข้ามาเป็ระยะ ภายในห้องมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่วางแผ่นกระดาษพิมพ์เขียวแบบร่างสถาปัตยกรรมกางแผ่ออกเต็มพื้นที่ บนผนังมีภาพร่างและรายละเอียดการจัดสรรพื้นที่ภายในติดเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ ทัตเทพเดินอ้อมไปยืนที่อีกฝั่งของโต๊ะ วางมือหนาลงบนขอบแผ่นกระดาษก่อนจะเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับคาริน
"นี่คือแบบผังพื้นของห้องประมวลผลหลักครับคุณคาริน" ทัตเทพเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็งานเป็การ ทว่าแววตาคมกริบของเขายังคงทอดมองใบหน้าเรียวสวยของอดีตคนรักด้วยกระแสความรู้สึกลึกซึ้งบางอย่างที่ยากจะปิดมิด "ผมปรับลดสัดส่วนของผนังปูนเปลือยและปูนฉาบที่อาจจะดูแข็งกระด้างเกินไปลงตามที่คุณกังวล โดยหันมาเลือกใช้ระแนงไม้สักธรรมชาติร่วมกับกระจกฝ้าแกะสลักลายธรรมชาติเข้ามาแบ่งกั้นห้องแทน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและช่วยเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างนุ่มนวล การจัดสรรพื้นที่เช่นนี้จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานไม่รู้สึกอึดอัด คับแค้น หรือตึงเครียดจนเกินไปในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับชุดข้อมูลจำนวนมหาศาล"
คารินเพ่งมองแบบร่างโครงสร้างตรงหน้า พยายามรวบรวมสติและสมาธิที่เตลิดกระเจิดกระเจิงของตนเองให้กลับมาจดจ่ออยู่กับตัวเลขและลายเส้นสัญลักษณ์ต่างๆ ทว่าลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อได้กลิ่นอายอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของทันต์ กลิ่นหอมสะอาดระคนดิบจางๆ ของเนื้อไม้ผสมกับกลิ่นแดดอุ่น ความร้อนรุ่ม และหยาดเหงื่อบางเบาของบุรุษเพศลอยมาปะทะจมูกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง มันคือกลิ่นอายที่ปลุกปั่นภาพฝันอันแสนเร่าร้อนเมื่อคืนก่อนให้ย้อนกลับมาเด่นชัดขึ้นในหัวสมองอย่างบ้าคลั่ง
ริมฝีปากหยักลึกของเขาที่เคยบดเบียดจูบเธออย่างกระหายและดูดดื่ม... ลำแขนแข็งแรงกำยำที่เคยโอบรัดร่างของเธอไว้แ่าจนไร้ช่องว่าง... ทุกรสััอันป่าเถื่อนทว่าหวานล้ำจนิญญาแทบหลุดลอย ทำให้คารินรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวราวกับไข้ขึ้น
"คุณคารินครับ... คุณคิดเห็นอย่างไรกับสัดส่วนและการจัดวางวัสดุตรงนี้ครับ" ทัตเทพเอ่ยถามพลางขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น ปลายนิ้วหนาของเขาชี้ลงบนตำแหน่งจุดเชื่อมต่อระหว่างกระจกฝ้าและระแนงไม้ ระยะห่างระหว่างมือของเขากับมือบางของคารินเหลือเพียงไม่ถึงคืบ
คารินสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนจะรีบดึงมือของตนกลับไปกุมประสานกันไว้ที่หน้าตัก พยายามรักษาระยะห่างและใช้น้ำเสียงเฉียบขาดข่มความสั่นสะท้านในน้ำเสียง "ฉันคิดว่ารูปแบบการใช้ไม้และกระจกฝ้าก็ดูเหมาะสมดีค่ะ แต่อยากให้ระมัดระวังเื่งบประมาณและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็พิเศษด้วย วัสดุธรรมชาติอาจจะให้ความรู้สึกอบอุ่นก็จริง แต่มันไม่มีความมั่นคงทนทานเท่ากับผนังปูนสำเร็จรูป ในระยะยาว ทางเรา้าระบบที่ปลอดภัยและควบคุมได้ง่ายที่สุด"
"ความรักและความสัมพันธ์ก็เหมือนกันไม่ใช่หรือครับคุณคาริน" ทัตเทพเอ่ยขัดขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเขาไม่ได้กระโชกโฮกฮาก ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งและแฝงความหมายซ่อนเร้น แววตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอราวกำลังค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากที่เรียบเฉย "สิ่งที่ควบคุมได้ง่ายและคงที่ที่สุด บางครั้งมันก็แห้งแล้งและขาดไร้ชีวิตจิติญญาจนทำให้อึดอัดตายได้เหมือนกัน ผนังปูนสำเร็จรูปอาจจะทนทาน แต่มันไม่เคยให้ความอบอุ่นแก่ผู้ที่อยู่ภายในเลย"
คำพูดประโยคนั้นเปรียบเสมือนศรแหลมที่พุ่งตรงเข้าปักกลางอกของคาริน หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกถึงความขัดแย้งในส่วนลึกของหัวใจที่กำลังห้ำหั่นกันอย่างรุนแรง ระหว่างสมการคณิตศาสตร์ที่ถูกต้องมั่นคง กับกระแสอารมณ์ความรู้สึกอันร้อนรุ่มที่พร้อมจะเผาทำลายกฎเกณฑ์และกรอบระเบียบทุกอย่างให้มอดไหม้
"เรากำลังคุยกันเื่โครงสร้างทางกายภาพของศูนย์วิจัยข้อมูลค่ะคุณทัตเทพ ไม่ใช่เื่ความรู้สึก" คารินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเ็าและแข็งกระด้างขึ้นอีกระดับ "กรุณารักษาระยะห่างและทำหน้าที่ผู้ออกแบบและควบคุมงานของคุณให้อยู่ในขอบเขตที่กำหนดด้วย อย่าเสนอแนะความคิดเห็นส่วนตัวที่อยู่นอกเหนือกรอบข้อกำหนดของงาน"
ทัตเทพนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาของเขามืดหม่นลงเล็กน้อยด้วยความรวดร้าวที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทว่าเขาก็ค้อมศีรษะลงยอมรับแต่โดยดี "ขอโทษครับคุณคาริน ผมอาจจะแสดงความเห็นส่วนตัวมากเกินไป ต่อไปผมจะคุยเฉพาะข้อมูลตัวเลขและมาตรฐานงานก่อสร้างตามที่คุณสั่งครับ"
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดใจแผ่เข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วคราวอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแ่เบาและเสียงฝุ่นละอองภายนอกที่ปลิวลมมากระทบผนังเหล็กของตู้อาคารสำนักงานชั่วคราว คารินก้มหน้ามองแบบร่างสถาปัตยกรรมพลางจดบันทึกตัวเลขลงในสมุดบันทึกปกหนังสีดำด้วยมือที่พยายามสะกดกลั้นไม่ให้สั่นระริก เธอตระหนักดีว่าเขตแดนที่ตนเองเพียรขีดเส้นแบ่งไว้นั้นช่างเปราะบางเหลือเกิน และเพียงแค่ััแ่เบาหรือแววตาเหงาเว้าวอนเพียงคู่เดียวของทัตเทพ ก็พร้อมที่จะทลายกำแพงที่เธอเพียรสร้างมาตลอดหลายปีลงได้อย่างง่ายดายในพริบตา
ในจังหวะที่คารินขยับตัวก้าวถอยหลังเพื่อเบี่ยงตัวไปมองแผ่นผังบนผนัง ปลายรองเท้าส้นสูงของเธอเกิดสะดุดเข้ากับเศษสายไฟที่พาดระเกะระกะอยู่บนพื้นห้องโดยไม่ทันระวัง ร่างระหงเสียหลักเสียการทรงตัวเซวูบจนเกือบจะล้มกระแทกพื้นปูนดิบที่แข็งกระด้าง
"คุณคาริน!"
ทัตเทพร้องขึ้นด้วยความใ ชายหนุ่มขยับกายด้วยความรวดเร็วและแคล่วคล่องว่องไวประดุจสัตว์ป่าในพงไพร เขาพุ่งตัวข้ามมุมโต๊ะทำงานขนาดย่อมเข้ามารับร่างของเธอไว้ได้ทันท่วงที ลำแขนแข็งแรงที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อหนาแกร่งช้อนกุมเข้าที่รอบเอวบางคอดกิ่วของคาริน ดึงร่างระหงเข้าหาอ้อมอกกว้างของตนเองอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องเธอจากภัยอันตราย
แผ่นหลังและทรวงอกอวบอิ่มของคารินบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างอันอบอุ่นและแข็งแกร่งดั่งศิลาของทัตเทพอย่างเต็มแรง ััทางกายที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันกระตุ้นให้เวลาทุกอย่างรอบตัวคล้ายจะหยุดหมุนลงในบัดดล ลมหายใจร้อนผ่าวของทัตเทพเป่ารดอยู่ที่ขมับและข้างแก้มเนียนของเธอ กลิ่นอายประจำกายของชายหนุ่มที่หอมอวลด้วยไอดิน ไอแดด และฝุ่นปูนโชยเข้าจมูกของคารินอย่างรุนแรง ปลุกเร้าสัญชาตญาณและความโหยหาในส่วนก้นบึ้งของหัวใจที่ซ่อนเร้นไว้ให้ปะทุเดือดขึ้นมาในพริบตา หัวใจของคารินเต้นระรัวและรุนแรงราวกับเสียงกลองศึกที่พังทลายทุกตรรกะและเหตุผลจนหมดสิ้น
ฝ่ามือหนาหยาบกร้านของทัตเทพที่โอบกอดบีบกระชับรอบเอวคอดกิ่วของคารินให้ความรู้สึกอุ่นวาบประดุจเหล็กร้อนที่วางแนบผิวเนื้อ แม้จะมีเนื้อผ้ากั้นขวางอยู่ทว่าความร้อนนั้นกลับซึมผ่านเข้าสู่ชั้นผิวจนคารินรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว แววตาคมกริบของทัตเทพที่ทอดมองลงมาประสานสบกับดวงตาตื่นตระหนกของเธอนั้น เต็มไปด้วยความห่วงใย ความเสน่หา และความปรารถนาที่เก็บกักไว้จนแทบจะล้นทะลัก
"เจ็บตรงไหนไหมครับ..." ทัตเทพกระซิบถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและแหบพร่าลึกซึ้ง ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะชิดพวงแก้มใสของเธอ
คารินรู้สึกเหมือนระบบระเบียบในสมองกำลังแตกสลายออกเป็เสี่ยงๆ ความรู้สึกอยากจะยอมสยบแทบเท้าชายหนุ่มคนนี้และปล่อยเนื้อปล่อยตัวปล่อยใจให้อยู่ในอ้อมกอดอุ่นร้อนที่เธอเฝ้าโหยหามานานแสนนานช่างมีพลังมหาศาล ทว่าเสียงกรีดร้องเตือนภัยจากส่วนลึกของสามัญสำนึกและตรรกะในหัวสมองก็ดังก้องขึ้นมาพร้อมกันว่านี่คือพื้นที่เขตอันตราย หากเธอไม่ถอยกลับไปในตอนนี้ ชีวิตที่สมบูรณ์แบบปลอดภัยและเกียรติยศที่เธอกำลังจะสร้างร่วมกับภัทรกรจะต้องพังพินาศลงอย่างแน่แท้
หญิงสาวใช้พละกำลังทั้งหมดเท่าที่มีออกแรงดันแผงอกกว้างของทัตเทพออกห่าง และรีบขยับก้าวถอยหลังหนีไปจนแผ่นหลังชนชิดผนังตู้อาคารสำนักงานชั่วคราว เธอหอบหายใจถี่กระชั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและนึกหวาดกลัวต่ออารมณ์ดิบและความโหยหาทางร่างกายของตนเอง
"ฉัน... ฉันไม่ได้เป็อะไรค่ะ ขอบคุณมากที่ช่วยรับไว้" คารินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างไม่อาจควบคุมได้ทั้งหมด พยายามลนลานจัดระเบียบเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เพื่อปกปิดความประหม่าอายกระสับกระส่าย "แต่หลังจากนี้กรุณารักษาระยะห่างด้วยค่ะ เรามาทำงานร่วมกันในฐานะผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตามสัญญาข้อตกลงเท่านั้น และฉันไม่้าให้มีเหตุการณ์ที่ต้องแตะเนื้อต้องตัวกันเช่นนี้เกิดขึ้นอีก"
ทัตเทพค่อยๆ ปล่อยมือลงข้างลำตัวอย่างช้าๆ แววตาคมคายของเขาฉายแววร้าวรานอย่างลึกซึ้งชั่วอึดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความราบเรียบนิ่งสงบตามกติกา "เข้าใจแล้วครับคุณคาริน ขอประทานโทษด้วยที่ผมล่วงเกิน ผมเพียงแค่้าช่วยไม่ให้คุณได้รับาเ็เท่านั้นครับ"
"ค่ะ... ฉันเข้าใจ" คารินตอบพลางเบือนหน้าหนีไปทางประตูเพื่อหลบเลี่ยงสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามตัดพ้อของเขา "หากไม่มีรายละเอียดเื่ความคืบหน้าของงานส่วนอื่นแล้ว ฉันขอตัวกลับไปสะสางเอกสารที่สำนักงานก่อนนะคะ"
ทว่าในจังหวะที่คารินกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงานภาคสนาม บานประตูเหล็กก็ถูกดึงเปิดออกกว้างจากภายนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าอันคุ้นเคยเป็อย่างดี
"คารินครับ..."
ภัทรกรก้าวเข้ามาในตู้อาคารสำนักงานชั่วคราวด้วยท่วงท่าที่สง่างามผึ่งผาย ชายหนุ่มสวมหมวกนิรภัยสีขาวสะอาดสะอ้านเข้าคู่กับชุดเสื้อนอกและกางเกงขายาวเข้ารูปสั่งตัดประณีตสีเทาเข้มเนื้อดีราคาแพงระยับ พร้อมผูกผ้าพันคอไหมสีน้ำเงินทอประกายวาววับ สะท้อนให้เห็นรสนิยมอันเลิศเลอ แม้ฝุ่นผงและเศษละอองปูนรอบบริเวณหน้างานจะฟุ้งกระจายเพียงใด ทว่าเขากลับสะอาดสะอ้านไม่มีคราบสกปรกหรือรอยเปรอะเปื้อนใดๆ บนเนื้อตัวแม้แต่น้อย ราวกับเขาเป็บุรุษผู้สูงส่งจากอีกโลกหนึ่ง ที่ไร้ซึ่งความข้องเกี่ยวใดๆ กับความเหนื่อยยากตรากตรำในพื้นที่ก่อสร้างแห่งนี้เลย
ดวงหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดของภัทรกรประดับด้วยรอยยิ้มละมุนละไมยามทอดมองคาริน ทว่าแววตาของเขายามหันไปปะทะกับทัตเทพกลับนิ่งสนิทและแฝงไว้ด้วยกระแสความเ็าบางเบา ดุจกำแพงล่องหนที่คนในชนชั้นสูงใช้กั้นแบ่งระยะห่างจากบุคคลภายนอกอย่างเย่อหยิ่ง
"ภัทร..." คารินอุทานแ่เบา ความตึงเครียดแล่นลิ่วพุ่งสูงขึ้นในอกทันทีเมื่อผู้ชายสองคนที่ต่างกันอย่างสุดขั้วโคจรมาเผชิญหน้ากันในพื้นที่อันจำกัดแห่งนี้
ภัทรกรก้าวเดินตรงเข้ามาหาคารินโดยไม่รีรอ ชายหนุ่มยื่นมือขาวสะอาดที่ไร้ริ้วรอยหยาบกร้านไปโอบกระชับรอบลาดไหล่บางของหญิงสาวไว้แน่น ดึงร่างระหงเข้ามาแนบชิดข้างกายอย่างเปิดเผยและเป็ธรรมชาติ ท่วงท่าการแสดงออกของเขาเป็ไปอย่างนุ่มนวลทว่าเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นและเจตนาที่จะประกาศสิทธิ์การเป็เ้าของชีวิตอย่างเป็ทางการต่อหน้าทัตเทพและพนักงานด้านนอกที่มองเข้ามา
"ผมเห็นว่าเปลวแดดด้านนอกเริ่มร้อนจัดแล้ว และคิดว่าคุณน่าจะตรวจหน้างานเสร็จสิ้นพอดี จึงตั้งใจเดินเข้ามาหารับคุณกลับไปพักผ่อนครับคาริน" ภัทรกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำสุภาพทว่าแฝงความหวานล้ำ ฝ่ามืออุ่นของเขาแตะลูบไล้เบาๆ ที่ไหล่บางของเธอคล้ายทะนุถนอม ก่อนจะเบนสายตาคมนิ่งไปยังทัตเทพที่ยืนสงบอารมณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงาน
"งานในส่วนของการออกแบบภายในและการวางระบบฐานข้อมูลประมวลผลเรียบร้อยดีใช่ไหมครับคุณทัตเทพ" ภัทรกรเอ่ยถามด้วยกิริยาที่ดูเป็มิตรและเป็งานเป็การ ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความทรงอำนาจและแฝงการแบ่งแยกชนชั้นของนายจ้างผู้มีระดับทางสังคมที่เหนือกว่า
ทัตเทพจ้องเขม็งมองฝ่ามือขาวสะอาดของภัทรกรที่โอบกระชับอยู่บนลาดไหล่เนียนของคาริน ดวงตาสีเข้มคมปลาบของเขาไหวระริกด้วยกระแสความร้าวรานลึกๆ ที่แล่นริ้วไปทั่วอก ท้องน้อยบิดเกร็งจนต้องกำหมัดแน่นเข้าหากันใต้ขอบโต๊ะจนข้อเล็บขาวซีด ราวกับกำลังสะกดกลั้นพายุอารมณ์แห่งความหึงหวงและเจ็บช้ำที่พร้อมจะะเิออก เขาจำรสััทุกตารางนิ้วยามที่ได้ลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนบนไหล่กลมกลึงคู่นั้นได้ดียิ่งกว่าใคร ยามที่คารินส่งเสียงครางกระเส่าพึมพำและเฝ้าวิงวอนขอความรักจากเขาบนเตียงหลังแคบ ทว่าในวันนี้ ไหล่บางข้างที่เขาเคยกลับถูกประคองไว้ด้วยฝ่ามือของชายอื่นที่เพียบพร้อมและเพียบพูนด้วยสถานะเงินตราทางสังคมชั้นสูง
อย่างไรก็ดี ทัตเทพยังคงฝืนรักษากิริยาและบทบาทหน้าที่แบบสถาปนิกและผู้ควบคุมงานมืออาชีพ เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์รักและช้ำรัก ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ราบเรียบสม่ำเสมอ
"ทุกอย่างดำเนินไปตามกรอบเวลาและงบประมาณที่วางไว้ครับคุณภัทรกร รายละเอียดการออกแบบและแบบร่างเบื้องต้นได้รับการยอมรับและผ่านการพิจารณาตรวจสอบจากคุณคารินเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ทางเราจะเริ่มลงมือติดตั้งโครงสร้างส่วนงานตกแต่งตามแผนการดำเนินงานต่อไปครับ"
"ดีมากครับ ผมเชื่อมั่นในความเป็มืออาชีพและฝีมือของคุณเสมอ" ภัทรกรพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มของเขาดูสง่างามทว่าเปี่ยมไปด้วยรังสีแห่งการข่มขี่ที่แจ่มชัด "เพราะศูนย์วิจัยข้อมูลความสัมพันธ์แห่งนี้มีความสำคัญยิ่งต่อโครงการร่วมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับพันล้านของตระกูลเรา และที่สำคัญที่สุด... มันคือผลงานระดับแกนนำที่จะเป็ปฐมบทชีวิตคู่แต่งงานของผมกับคารินด้วย ผมจึงคาดหวังให้มันออกมาสมบูรณ์แบบและไร้ซึ่งข้อผิดพลาดประการใดทั้งสิ้น"
คำว่า 'ชีวิตแต่งงานของผมกับคาริน' ดังก้องสะท้อนในโสตประสาทของทัตเทพซ้ำๆ จนเขารู้สึกเหมือนมีท่อนเหล็กหลอมร้อนทิ่มแทงเข้าสู่ขั้วหัวใจ ชายหนุ่มพยายามบดฟันสะกดแววตาให้สงบนิ่งและอยู่ในขอบเขตความสุภาพที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ทว่าริมฝีปากหยักหนากลับเม้มเข้าหากันแน่นจนกลายเป็เส้นตรงดิ่ง
ภัทรกรหันกลับมามองดวงหน้าเรียวสวยของคารินแล้วเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นอ่อนหวานที่สุด "เย็นนี้คุณหญิงแม่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำที่คฤหาสน์ครับคาริน ท่านเชิญบรรดาญาติผู้ใหญ่ระดับสูงในแวดวงสังคมชั้นสูงและหุ้นส่วนรายใหญ่ของเครือบริษัทเรามาร่วมงานด้วย และท่านกำชับสั่งมาว่าอยากให้คุณไปร่วมโต๊ะอาหารในฐานะสะใภ้คนสำคัญ เพื่อที่เราจะได้พูดคุยรายละเอียดและประกาศกำหนดการแต่งงานอย่างเป็ทางการต่อหน้าทุกคนในค่ำคืนนี้ครับ"
คารินรู้สึกถึงกระแสความกดดันอันล้นพ้นที่จู่โจมเข้ามาล้อมกรอบรัดกุมตัวเธอ สายตาคาดหวังของเหล่าผู้มีชื่อเสียง ญาติผู้ใหญ่ แผนการวิวาห์ที่ไร้ข้อบกพร่อง และชีวิตอันเป็ระบบระเบียบแบบแผนในตระกูลผู้ดีที่รอคอยเธออยู่เบื้องหน้า ทุกสิ่งล้วนคือภาพความฝันที่เธอเคยไขว่คว้าปรารถนาว่าเป็ความมั่นคงและปลอดภัยสูงสุด ทว่าในยามนี้ เมื่อต้องเอ่ยปากตอบตกลงต่อหน้าต่อตาทัตเทพ ชายผู้เป็อดีตและกองไฟรักที่ยังแอบคุโชนรุ่มร้อนอยู่ในส่วนลึกของดวงจิต เธอกลับรู้สึกแน่นหน้าอกและอึดอัดเสียจนแทบจะสูดหายใจไม่เข้าปอด
หญิงสาวชำเลืองสายตามองไปยังทัตเทพชั่วเสี้ยววินาที ชายหนุ่มยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นศิลา ทว่าดวงตาคมกริบคู่หนานั้นกลับจ้องมองตรงมายังเธอด้วยความเงียบงันปนติติงตัดพ้อ ราวกับอยากเอ่ยถามว่านี่คือหนทางชีวิตที่เธอปรารถนาและโหยหาจริงๆ หรือไม่ คารินหลับตาลงชั่วอึดใจเพื่อดับกระแสความอ่อนไหวอันไร้สาระในทรวงอก ก่อนจะลืมตาขึ้นสบตากับภัทรกรแล้วส่งยิ้มบางเบาละมุนละไมให้เขา
"ยินดีค่ะภัทร คารินจะไปร่วมงานเลี้ยงมื้อค่ำกับคุณและคุณหญิงแม่ค่ะ เดี๋ยวคารินขอตัวกลับไปเปลี่ยนชุดราตรีที่ห้องชุดก่อนนะคะ แล้วพบกันที่งานค่ะ"
"ดีมากครับยอดรักของผม เดี๋ยวผมจะสั่งให้คนขับรถนำรถยนต์ไปคอยรับคุณตามเวลาอันสมควรนะครับ" ภัทรกรกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขอย่างที่สุด เขาโน้มใบหน้าอันหล่อเหลาลงมาประทับจูบแ่เบาบนข้างขมับของคารินอย่างแสดงความสิทธิ์เป็เ้าของชีวิตต่อหน้าทัตเทพโดยไม่ใส่ใจสายตาของใครหน้าไหนทั้งสิ้น
ทัตเทพรีบสะบัดหน้ามองเบี่ยงออกไปนอกช่องหน้าต่างเหล็กทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงภาพอันบาดตาบาดใจ แผ่นอกแกร่งหนาของเขากระเพื่อมไหวขึ้นลงรุนแรงตามแรงหอบหายใจที่เต็มไปด้วยความเ็ปสะกดกั้น ความเงียบงันของเขานั้นเปี่ยมล้นไปด้วยกระแสความรวดร้าวอย่างแสนสาหัส ทว่าท้ายที่สุด เขาก็จำต้องยอมก้มหน้ารับสภาพการเป็เพียงนายช่างและผู้ออกแบบผู้ต่ำต้อยในเส้นทางชีวิตที่คารินจงใจผลักไสเขาให้ออกไปนอกเส้นขอบเขตที่เธอขีดกั้นไว้
คารินเบี่ยงตัวหันหลังเดินตามแรงประคองโอบไหล่ของภัทรกรก้าวออกจากห้องทำงานสนามชั่วคราวไปทีละก้าวอย่างช้าๆ โดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองร่างสูงใหญ่ที่เปรอะเปื้อนเศษฝุ่นปูนของทัตเทพอีกเลย ทว่าในทุกๆ ฝีก้าวที่ย่ำห่างออกไป หัวใจดวงน้อยของเธอกลับรู้สึกหนักอึ้งและเย็นเยียบจนสั่นสะท้านอย่างประหลาด ราวกับเธอกำลังก้าวเท้าเข้าไปอยู่ในกรงแก้วหรูหราที่แข็งแกร่งตระการตาทว่างดงาม... แต่ปราศจากไร้ซึ่งอากาศบริสุทธิ์สำหรับสูดเข้าประคองลมหายใจแห่งชีวิตของความเป็มนุษย์
***
รถยนต์คันหรูหราสีดำเงาวับเคลื่อนตัวผ่านบานประตูรั้วเหล็กดัดสีทองเหลืองอร่ามลวดลายวิจิตรตระการตาของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธี ก่อนจะจอดเทียบลงอย่างนิ่มนวลสนิท ณ บริเวณหน้ามุขทางเข้าสถาปัตยกรรมแบบโรมันโบราณที่ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นนูนต่ำอย่างประณีตงดงาม แสงไฟสีนวลเหลืองอบอุ่นจากโคมไฟระย้าแก้วเจียระไนดวงมหึมาสาดส่องลงมาจากเพดานมุข สะท้อนผ่านเหลี่ยมมุมตัวรถยนต์หรูและจับต้องบนชุดราตรีสีครีมมุกยาวกรอมระพื้นของคาริน ยามที่เธอก้าวเท้าเรียวบางก้าวพ้นลงมาจากห้องโดยสาร
เหล่าพนักงานรับใช้ในชุดเครื่องแบบเรียบร้อยรีบเข้ามาคอยอำนวยความสะดวกเปิดประตูและค้อมศีรษะแสดงความเคารพนอบน้อมอย่างสุภาพ คารินเอื้อมมือไปขยับลูบสร้อยคอไข่มุกเม็ดโตน้ำงามที่ทอประกายเงางามดูเรียบหรูบนลำคอระหงเบาๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อประคองรอยยิ้มอ่อนโยนและกิริยามารยาทในสังคมชั้นสูงที่เธอได้รับการเคี่ยวเข็ญฝึกฝนมาอย่างประณีต หญิงสาวพึงตระหนักดีว่า ค่ำคืนนี้คือบททดสอบครั้งสำคัญในการเข้าสู่สถานะสะใภ้ในฝันที่ไร้ที่ติของตระกูลอสังหาริมทรัพย์ั์ใหญ่ระดับพันล้าน
"คาริน... วันนี้คุณงดงามจนสะกดทุกสายตาจริงๆ ครับ"
ภัทรกรที่ก้าวเดินมารับเธอตรงซุ้มประตูทางเข้าเอ่ยคำชมจากใจจริง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มภาคภูมิใจยามทอดมองสตรีผู้เพียบพร้อมข้างกาย ชายหนุ่มสวมชุดเสื้อนอกสีดำเข้มเข้ารูปที่ได้รับการตัดเย็บอย่างประณีตจับคู่กับกระดุมข้อมือเงินแท้สั่งทำพิเศษ ท่วงท่าการขยับกายของเขาช่างหล่อเหลาสง่างามราวกับภาพวาดเทพบุตร คารินส่งรอยยิ้มละมุนละไมตอบกลับและยอมเอื้อมมือบางไปคล้องแขนแกร่งของเขาไว้ เพื่อก้าวเดินเข้าสู่ห้องโถงกลางอันโอ่อ่าของคฤหาสน์พร้อมกัน
ภายในโถงกลางของคฤหาสน์หลังใหญ่ตระการตาไปด้วยความหรูหราอลังการแบบยุโรปย้อนยุค พื้นหินอ่อนสีขาวนวลขัดเรียบจนมันวาวสะท้อนแสงเงาของภาพวาดปูนเปียกบนเพดานที่อยู่สูงลิ่วขึ้นไป ผนังปูนประดับด้วยภาพสีน้ำมันของบรรพบุรุษต้นตระกูลในกรอบไม้แกะสลักปิดทองคำเปลวเลอค่า มีแจกันแก้วทรงสูงใส่ดอกไม้สดส่งกลิ่นหอมกรุ่นตั้งประดับไว้ตามมุมห้องอย่างพอเหมาะพอเจาะ เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองตะวันตกแ่เบาดังกังวานแว่วหวานคลอเคลียบรรยากาศของงานเลี้ยงมื้อค่ำ ซึ่งมีกลุ่มแเื่ผู้มีเกียรติระดับประธานบริหาร เ้าของกลุ่มธุรกิจใหญ่ และภริยาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประมาณยี่สิบคนยืนจับกลุ่มสนทนากันอย่างออกรสสนุกสนาน
"คุณหญิงแม่ครับ... คารินมาถึงแล้วครับ" ภัทรกรเอ่ยทักพลางช่วยประคองหญิงสาวเข้าไปหาหญิงวัยกลางคนผู้เปี่ยมไปด้วยสง่าราศี ซึ่งกำลังยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของบรรดาแขกผู้มีเกียรติ
คุณหญิงนวลประภา สุภาพสตรีวัยกลางคนรูปร่างเพรียวระหงสวมชุดผ้าไหมไทยสีชมพูกลีบบัวทอมือปักดิ้นทองคำดูล้ำค่า เครื่องประดับเพชรน้ำงามชุดใหญ่ที่โอบล้อมลำคอและข้อมือเปล่งประกายล้อไฟระยิบระยับยามที่ขยับท่วงท่า แผ่รังสีแห่งความน่าเกรงขามและกิริยาอันเพียบพร้อมประสาผู้ลากมากดีออกมารอบกาย ดวงตาคมกริบที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและประสบการณ์ชีวิตกวาดมองประเมินคารินั้แ่เส้นผมจรดปลายเท้าอย่างละเอียดลออ ก่อนจะแย้มรอยยิ้มอย่างพึงพอใจยิ่งเมื่อไม่พบจุดบกพร่องใดๆ บนเรือนกายหรือท่วงทีกิริยาของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
"สวัสดีค่ะคุณหญิงแม่" คารินน้อมตัวลงยกมือไหว้ด้วยกิริยาชดช้อย อ่อนน้อมถ่อมตน และงดงามตามแบบฉบับกิริยาสตรีไทยแท้
"รับไหว้เถอะลูกคาริน วันนี้หนูแต่งตัวสวยงามเรียบร้อยสมกับที่จะมาเป็คู่เคียงของเ้าภัทรจริงๆ จ้ะ" คุณหญิงนวลประภาเอ่ยรับคำไหว้และชมเชยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทว่ามีอำนาจสะกดผู้ฟัง "แม่ได้ฟังเื่ผลงานการวางระบบข้อมูลความสัมพันธ์ของเครือบริษัทหนูจากภัทรแล้ว เก่งกาจจริงๆ นะตัวแค่นี้ที่สามารถเอาสมการทางวิทยาศาสตร์และตัวเลขสถิติมาร่วมประมวลผลการจับคู่ผู้คนได้ดีขนาดนี้ มิน่าเล่า ระบบวิเคราะห์ถึงได้เลือกสรรหนูให้เข้ามาเป็เนื้อคู่ของเ้าภัทรด้วยระดับคะแนนความเหมาะสมที่สูงลิ่วถึงเพียงนั้น"
"ขอบพระคุณคุณหญิงแม่ที่กรุณาชมค่ะ คารินเชื่อมั่นว่าระบบสถิติข้อมูลที่มีความคงที่และน่าเชื่อถือ จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตคู่ลงได้ค่ะ" คารินตอบกลับอย่างฉลาดหลักแหลมและนุ่มนวล คำพูดคำจาที่เป็ระเบียบคิดคำนวณมาอย่างดีทำให้บรรดาผู้ใหญ่รอบข้างต่างพากันพยักหน้ารับด้วยความชื่นชมในความสุขุมรอบคอบและเพียบพร้อมของเธอ
"นั่นสิคะคุณพี่นวลประภา" สุภาพสตรีผู้มั่งคั่งอีกท่านในวงสนทนาเอ่ยเสริมด้วย