หลังจากผ่านเข้ามาในหมู่บ้านเหล่าคนนอกรีตหรือที่เรียกว่าตลาดมืดแล้ว ซ่งเฉิงอี้ก็มองสำรวจสภาพบรรยากาศรอบ ๆ
ที่นี่ให้ความรู้สึกของผู้คนที่ไร้ระเบียบวินัย หน้าตาไม่รับแขกโดยสิ้นเชิง บ้านเรือนไม่ได้ดูสะอาดสะอ้านราวกับว่าพวกเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ ในส่วนที่เป็นตลาดจริง ๆ มีสินค้าวางขายเรียงรายทั้งสินค้าทั่วไปและสินค้าแปลก ๆ แต่หากต้องการบริการที่เฉพาะเจาะจงก็ต้องรู้แหล่งหรืออย่างน้อยก็ต้องรู้ว่าจะไปถามที่ไหน
ซ่งเฉิงอี้เดินนำผู้ติดตามไปเรื่อย ๆ จนห่างตลาดไปหลายสิบก้าว สุดท้ายก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านเก่า ๆ โทรม ๆ หลังหนึ่ง เขาเคาะประตูผุ ๆ ด้วยพัดที่ถืออยู่ในมือ ครู่เดียวก็มีชายหนุ่มรูปร่างสันทัดผิวคล้ำแต่งตัวมอซอเป็นคนเปิดประตู
เจ้าของบ้านเลิกคิ้วมองนิ่ง ๆ รอว่าคนที่มาเคาะเรียกมีเรื่องอะไร
“หากข้าต้องการครอบครองสิ่งของที่ไม่ใช่ของข้า ข้าต้องเจรจากับใคร”
หลังได้ยินเจตนารมณ์ผู้มาเยือน ชายหนุ่มผิวคล้ำจึงเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อให้แขกทั้งสองเข้าไปด้านใน
“ตามข้ามา” เขาพูดเพียงเท่านั้นก็นำพาชายหนุ่มสองคนเดินเข้าไปยังห้องด้านในที่มีโต๊ะเก่า ๆ ตั้งอยู่ ด้านหนึ่งมีชายวัยกลางคนร่างท้วมนั่งรออยู่แล้ว ซ่งเฉิงอี้จึงนั่งลงตรงข้ามชายร่างท้วม ส่วนองครักษ์ผู้ติดตามก็ยืนปักหลักอยู่ด้านหลัง
“มีอะไรให้รับใช้หรือนายท่าน” ชายร่างท้วมที่ซ่งเฉิงอี้มองว่าดูมีมนุษยสัมพันธ์ที่สุดแล้วในแถบนี้ทักทายด้วยรอยยิ้มการค้า
“ข้าอยากได้ของสิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่ของข้า ไม่ทราบว่าท่านจะช่วยได้หรือไม่”
“ก็ต้องดูว่าของสิ่งนั้นคืออะไร”
“มันคือสิ่งที่หลายคนอยากครอบครอง แต่ก็ได้เพียงแค่อยาก เพราะมันอยู่ในสถานที่ที่เข้าออกยากอย่างพระราชวัง”
ชายร่างท้วมรับฟังแล้วเลิกคิ้วขึ้น รอดูว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ
“ข้าอยากได้พระราชลัญจกร”
สิ้นคำตอบ รอยยิ้มที่มีอยู่น้อยนิดของชายร่างท้วมก็หุบลงฉับพลัน
“เกรงว่าท่านคงมาผิดที่แล้ว อาฝู! ส่งแขก!”
เมื่อโดนไล่ ซ่งเฉิงอี้ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองใด ๆ เขาแค่หัวเราะน้อย ๆ แล้วถามว่า
“ข้าได้ข่าวมาว่าเฮยมาวสามารถนำสิ่งที่ลูกค้าต้องการมาให้ได้ ถ้าจ่ายมากพอ... หรือข้าฟังมาผิด”
“นายท่านไม่ได้ฟังมาผิดหรอก เพียงแต่พระราชลัญจกรไม่ได้อยู่ในรายชื่อสิ่งที่เราจะให้บริการได้ หวังว่านายท่านคงเข้าใจ”
ซ่งเฉิงอี้แสร้งพยักหน้ารับสองสามครั้ง ก่อนจะดันกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับไว้ให้ชายร่างท้วม
“แล้วถ้าเป็นสิ่งนี้เล่า?”
ชายร่างท้วมยื่นมือไปรับกระดาษที่ถูกดันมาถึงตรงหน้าแล้วคลี่ออกอ่าน สีหน้าเขาไม่เปลี่ยน ก่อนจะตอบ
“ถ้าเป็นสิ่งนี้ไม่มีปัญหา เพียงแต่ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูงมากเท่านั้น”
“เรื่องค่าใช้จ่ายนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เชิญท่านเรียกได้ตามสมควรเลย”
หลังจากซ่งเฉิงอี้จากไปแล้ว ชายร่างท้วมยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าราบเรียบ เขาออกคำสั่งกับใครสักคนที่อยู่ในห้อง
“ไปสืบมาว่าชายผู้นี้เป็นใคร”
หลังจากสิ้นคำสั่ง แม้จะไม่มีเสียงตอบรับหรือเสียงความเคลื่อนไหวใด ๆ แต่ทั้งตัวเขาและอาฝูก็รู้ว่ามีคนออกไปทำตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว
“จะบอกนายท่านใหญ่ นายท่านรอง และนายท่านเจี่ยงหรือไม่ขอรับ” อาฝูชายหนุ่มผิวคล้ำที่เป็นคนเปิดประตูต้อนรับแขกถามขึ้น
“ย่อมต้องบอก แต่เป็นหลังจากที่ได้ข้อมูลของเขาแล้ว”
อาฝูพยักหน้ารับรู้ ในใจยังอดขุ่นเคืองไม่ได้ มีอย่างที่ไหนจะให้ไปขโมยพระราชลัญจกรของฮ่องเต้ ถ้าไม่ใช่เพราะคนผู้นี้ต้องการหาเรื่องตายมาให้พวกเขาก็ไม่รู้จะมองอย่างไรได้อีก ยังดีที่ผู้รับหน้าในวันนี้คือนายท่านเหยียน มิเช่นนั้นเจ้าหนุ่มหน้ามนเมื่อครู่คงโดนโยนออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว
============
ꕥ ประกาศเรื่อง E-book เล่ม 1+2 (จบ) วางขายแล้วนะคะ ꕥ
นิยายเรื่อง 'ตำแหน่งพระชายาเนี่ย ขอลาออกได้ไหม' มีเป็นเวอร์ชั่น E-book แล้วนะคะ (2 เล่มจบ)
✿ เล่ม 1 เนื้อหาบทที่ 1-56 ✽ มีจำนวนคำ 101,129 คำ (497 หน้า) ✽ ราคาเต็ม 185 บาท
✿ เล่ม 2 เนื้อหาบทที่ 57-103 + ตอนพิเศษ 5 ตอน + ตอนพิเศษสั้น 2 ตอน ✽ มีจำนวนคำ 117,188 คำ (560 หน้า) ✽ ราคาเต็ม 195 บาท ส่วนราคาโปรโมชั่นถึงวันที่ 31 ส.ค. 65 อยู่ที่ 145 บาท ค่ะ
✿ ใครอยากอ่านรวดเดียวจนจบเล่ม ไปตำกันได้แล้ววันนี้ ที่ mebmarket.com โดยพิมพ์ชื่อนิยาย ‘ตำแหน่งพระชายาเนี่ย ขอลาออกได้ไหม’ ในช่องค้นหาก็จะเจอเลยนะคะ

✿ คุณรี้ดที่ซื้อ E-book เล่ม 1 และเล่ม 2 ภายในวันที่ 31 ส.ค. 65 นี้ จะได้ E-book 2 เล่มในราคาถูกที่สุดแล้วค่ะ (ถูกยิ่งกว่าซื้อแบบ SET 2 เล่มจบในภายหลังอีกนะคะ)
✿ หากคุณรี้ดอ่านแล้วรู้สึกเอ็นดูนุ้งนี อย่าลืมไปกดหัวใจ ♥♥♥♥♥ ให้เรตติ้งที่หน้าขาย E-book เพื่อให้นุ้งนีมีแรงสู้ชีวิตกันต่อไปด้วยนะคะ ^_^
ขอบคุณค่ะ ^_^