เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 92 ทำเนื้อหมายังไงให้อร่อย? ด่วน! รอคำตอบอยู่!!

    ทิเบตันมาสทิฟรู้สึกงงงวยไม่เข้าใจเลยว่า อยู่ๆ เจ้าของสาวของมันโกรธขึ้นมาได้ยังไงแต่เพราะมันจำคำสั่งของลูกพี่ได้จึงไม่ขัดขืนหรือโต้แย้งอะไรเดินไปที่ระเบียงตามคำสั่งของจ้าวลี่อิ่งอย่างเชื่อฟังแล้วหันกลับมามองเธออย่างไร้เดียงสา

            จ้าวลี่อิ่งตวาดโกรธ "มองอะไร! ไปนั่งคิดทบทวนซะ!"

            "บรู๋ววว..."ทิเบตันมาสทิฟร้องหงิงอย่างน่าสงสาร มันนั่งหมอบอยู่ตรงมุมระเบียงเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยแววตาว่างเปล่า...แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าตัวเองต้องทบทวนเรื่องอะไร

            เห็นทิเบตันมาสทิฟเชื่อฟังดี จ้าวลี่อิ่งก็คลายโทสะลงเล็กน้อยแล้วหันไปเห็นฮัสกี้กำลังจะเดินเข้าห้องนอนเล็ก เธอก็ถลึงตาใส่ทันที ตะโกนว่า"มั่วมั่ว! แกคิดจะไปไหน กลับมานี่เลย!ไปอยู่ที่ระเบียงด้วยกันนั่นแหละ!!"

            "หา?!" สวี่มั่วถึงกับอึ้งหันกลับมามองจ้าวลี่อิ่งอย่างงุนงง

            อะไรกัน หรือว่าการแสดงเมื่อกี้ของฉันไม่เนียนจนถูกจับได้แล้ว? เธอดูออกว่าฉันก็มีเอี่ยวด้วยงั้นเหรอ

            จ้าวลี่อิ่งสะบัดหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ "มองอะไร!ต้าเฮยทำบ้านเละขนาดนี้ แกไม่รับรู้อะไรเลยหรือไง ยังกล้านอนหลับอย่างสบายใจอีก!ไปยืนพิงผนังที่ระเบียงนั่นแหละ คิดทบทวนตัวเองซะ!!"

            อะไรกันฟะ! เรื่องแบบนี้ก็มีด้วย?!

            สวี่มั่วถึงกับพูดไม่ออกคิดผิดถนัดที่โยนความผิดทั้งหมดให้ทิเบตันมาสทิฟ

            ดันลืมไปว่าผู้หญิงน่ะ บางทีผู้หญิงก็ไม่มีเหตุผล...

            ท้ายที่สุด เพื่อเลี่ยงไม่ให้ตัวเองซวยไปมากกว่านี้สวี่มั่วเลยต้องยอมเดินคอตกไปที่ระเบียง ยืนพิงผนังอยู่ข้างๆ ทิเบตันมาสทิฟมองท้องฟ้าอย่างสิ้นหวังไปพร้อมกัน

            อย่างไรก็ตาม ถ้าโดนแค่นี้ก็ถือว่ายังโอเคอยู่...

            จ้าวลี่อิ่งหันกลับมามองสภาพห้องที่เละเป็นโจ๊ก แล้วกัดฟันกรอดก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพห้องไว้หลายมุมซ้ำยังไม่ลืมหันไปถ่ายรูปเจ้าสองตัวที่กำลังยืนอยู่บนระเบียงด้วย ก่อนจะเปิด Weibo...

            หลิวซือซือที่ยืนดูอยู่นานอดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามาถามอย่างสงสัยว่า"ลี่อิ่ง เธอทำอะไรอยู่น่ะ"

            จ้าวลี่อิ่งพูดเสียงฮึดฮัด "โพสต์เวยป๋อ!"

            ก็ผู้หญิงนี่นา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องคิดถึงการโพสต์ Weiboเป็นอันดับแรก

            สวี่มั่วที่ยืนอยู่บนระเบียงเบ้ปากนิดๆ อย่างหมั่นไส้แต่ก็เรียกหน้าจอระบบขึ้นมา เปิดดู Weibo ด้วยความอยากรู้ แล้วก็เห็นว่าจ้าวลี่อิ่งเพิ่งโพสต์ข้อความใหม่จริงๆ

            ในโพสต์มีภาพหลายภาพที่ถ่ายความเสียหายในห้องภาพสุดท้ายเป็นภาพเขากับทิเบตันมาสทิฟที่นั่งคอตกอยู่ตรงระเบียง

            ส่วนข้อความที่เขียนใต้ภาพคือ...

            [ทำเนื้อหมายังไงให้อร่อย? ด่วน!รอคำตอบอยู่!!]

            สวี่มั่ว "..."

            จ้าวลี่อิ่งมีแฟนคลับเยอะ โพสต์นี้เพิ่งลงก็มีคอมเมนต์ตามมาเป็นพรวน

            โม่หลี: บ้าจริง! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!

            ถั่วถั้วถั่ว: 555555 อย่าบอกนะว่านี่บ้านอิ๋งอิ๋ง?!พังยับขนาดนี้เพราะหมาสองตัวนั้นเหรอ!

            ท่านจักรพรรดิ: เหวอ?! เวอร์ไปไหมเนี่ย!หมาบ้านอิ๋งอิ๋งเก่งขนาดนี้เลยเหรอ!

            ทัณฑ์พิรุณเมฆาเซียวเซียง: เหอะ แค่นี้เอง หมาที่บ้านฉันมีแค่ตัวเดียวยังทำได้ขนาดนี้เลย

            รักเธอแค่เมื่อวาน: เทียบกับโพสต์ก่อนหน้าของอิ๋งอิ๋งแล้วดูตลกยังไงไม่รู้แฮะ...

            นายท่านจู่เช่ว์:ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเพิ่งจะโพสต์ต้อนรับน้องหมาตัวใหม่เองไม่ใช่เหรอทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ล่ะ

            เทียนอวี๋: สงสารทิเบตันมาสทิฟ โดนฮัสกี้ชักจูงซะเสียคน กรูจารั่ว

            พายุหิมะเย็นเยือก: ตามสุภาษิตที่ว่า หมาป่าหันหลังต้องมีเหตุผลไม่แทนคุณคนก็ล้างแค้น ฮัสกี้หันหลังคงถึงเวลา ไม่ถล่มบ้านก็ทุบบ้าน!

            หลินเฉิง: วิธีทำหมาหม้อไฟ: เตรียมหม้อใหญ่ๆ ใส่ต้นหอม ขิง กระเทียมเกลือ ผงชูรส พริก...

            อิ๋นอวี๋: อิ๋งอิ๋งใจเย็นนะ! หมาสองตัวเธอกินคนเดียวไม่หมดหรอก!เหลือตัวนึงไว้กินอีกวันก็ได้ 55555

            บานไม่เห็นใบ: ตอนไลฟ์คืนนี้จะได้เห็นฮัสกี้อีกมั้ยนะแบบมีชีวิตอยู่น่ะ...

            "..."

            พอเห็นคอมเมนต์ไปเรื่อยของเหล่าชาวเน็ต สวี่มั่วก็ได้แต่กลอกตาก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายแล้วพึมพำในใจว่า 

            เธอแค่พูดประชดเล่นๆ ใช่มั้ยนะ... น่าจะใช่แหละ... เดี๋ยวๆเธอเข้าครัวทำไม...

            จ้าวลี่อิ่งเดินเข้าไปในครัว แต่ไม่ได้ไปหยิบมีดเธอแค่หยิบไม้กวาดกับที่โกยผง เตรียมจะเก็บกวาดความเละเทะในบ้าน

            แต่พอเห็นสภาพห้องที่พังเละไปทั่ว เธอก็ได้แต่ร้องไห้ในใจ 

            แบบนี้จะกวาดเสร็จเมื่อไหร่กันล่ะ! แถมผ้าห่มยังถูกฉีกขาดอีกต้องออกไปซื้อใหม่อีกแล้ว...

            ยังดีที่มีหลิวซือซือช่วย ทั้งสองสาวทุ่มแรงกายแรงใจช่วยกันเก็บกวาดจนเหงื่อท่วมตัวกว่าจะเก็บขยะกองโตเสร็จก็ใช้ถุงขยะไซซ์ใหญ่ไปหลายใบ

            "ฉันโมโหจนจะบ้าแล้ว! โมโหจริงๆ นะ!! พี่ซือซืองั้นคืนนี้เรากินหมาหม้อไฟกันจริงๆ ไปเลยเถอะ!!"

            จ้าวลี่อิ่งปาไม้กวาดทิ้ง เท้าเอวหอบหายใจแล้วหันไปมองสองตัวที่ยืนอยู่บนระเบียงอย่างเคียดแค้น

            หลิวซือซือยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะพูดเรียบๆ ว่า"เธอประหยัดแรงหน่อยเถอะ บ่นแบบนี้มาชั่วโมงกว่าแล้วนะ"

            จ้าวลี่อิ่งยังคงโมโหไม่หาย "สองตัวนี้มันแย่เกินไปแล้ว!ถ้าปล่อยให้ทำแบบนี้บ่อยๆ ฉันจะอยู่ยังไงไหว! ไม่ได้!ต้องทำให้พวกมันรู้จักบทเรียนบ้าง!!"

            พูดจบก็เดินไปที่ประตูระเบียง ฮึดฮัดใส่สองตัวนั้นว่า"พวกแกสองตัว! คืนนี้ไม่มีข้าวกิน! แถมยังต้องถูกขังอยู่ตรงนี้ทั้งคืนด้วยจะได้รู้ซะบ้างว่าถ้าแสบแล้วจะเจออะไร!!"

            พูดจบก็ปิดประตูกระจกดังตึง!

            สวี่มั่วพูดไม่ออก

            โถ่เว้ย! สุดท้ายก็หนีบทลงโทษไม่พ้นอยู่ดี?! ไอ้ที่โยนความผิดไปนั่นเปล่าประโยชน์สินะ?!

            ทิเบตันมาสทิฟเพิ่งจะเข้าใจสถานการณ์ มันหันไปถามสวี่มั่วว่า"ลูกพี่... เจ้านายโกรธเพราะของที่พวกเรากัดพังไปก่อนหน้านี้ใช่ไหม"

            สวี่มั่ว "..."

            จ้าวลี่อิ่งปล่อยหมาสองตัวไว้ที่ระเบียง แล้วหันไปพูดกับหลิวซือซือว่า"พี่ซือซือ ไปเถอะ เราออกไปกินข้าวข้างนอกกันปล่อยพวกมันไว้แบบนี้แหละ!"

            พอเห็นสองสาวแบกถุงขยะใบเบ้อเริ่มคนละสองใบออกจากบ้านไปสวี่มั่วก็ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าประตูระเบียงทันที

            ทิเบตันมาสทิฟเอียงคอถามอย่างงงๆ ว่า "ลูกพี่ จะทำอะไรเหรอ"

            "ก็กลับเข้าบ้านน่ะสิตากลมหนาวข้างนอกมันสบายตรงไหนกัน"

            สวี่มั่วตอบพลางค่อยๆ ใช้เท้าหน้าเขี่ยขอบประตูพอแง้มช่องได้แล้ว ก็ดันแรงๆ ทีเดียวจนเปิดออกสำเร็จ (เป็นประตูกระจกเลื่อน)

            ...จ้าวลี่อิ่งคงไม่คิดว่าฮัสกี้จะเปิดประตูได้เลยไม่ได้ล็อกไว้เลย

            ทิเบตันมาสทิฟรีบตามสวี่มั่วกลับเข้ามาในห้อง ก่อนถามอย่างกังวลว่า"ลูกพี่... เจ้านายเหมือนจะโกรธมากเลย ทำไงดีอะ"

            สวี่มั่วเดินกลับไปที่ห้องนอนเล็ก พลางตอบว่า "แล้วจะทำไงได้ล่ะเขาว่ายังไงก็ทำตามไปก่อน ผู้หญิงโกรธไวก็หายไว พรุ่งนี้ก็คงหายแล้วแหละ"

            "อ๋อ...แต่เจ้านายสั่งให้เราอยู่ที่ระเบียงไม่ใช่เหรอ"

            "โง่เอ๊ย!!พอเธอกลับมาก็ค่อยออกไปยืนใหม่สิ!"

            สวี่มั่วว่าแล้วก็หยุดเดินกลางทาง หันไปมองทิเบตันมาสทิฟแวบหนึ่งแล้วหยิบถุงอาหารหมาจากช่องไอเทม โยนไปให้มัน "นี่ของรางวัลที่สัญญาไว้!"

            ถึงจะโยนความผิดไม่สำเร็จ แต่ยังไงทิเบตันมาสทิฟก็เป็นคน (หมา)รับเคราะห์แทนอยู่ดี เพราะงั้นสัญญาไว้ก็ต้องให้

            "ขอบคุณลูกพี่!!"

            ทิเบตันมาสทิฟดีใจจนตาเป็นประกาย ลืมเรื่องกังวลทั้งหมดไปในพริบตารีบคาบอาหารหมาแล้ววิ่งดุ่มๆ ไปที่เบาะนอนในมุมห้องแกะซองแล้วเริ่มกินอย่างมีความสุข

            ...เบาะนอนสุนัขนั่นถือเป็นของชิ้นเดียวในห้องนั่งเล่นที่ยังเหลือรอดจากหายนะครั้งนี้


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน