ตอนที่ 84 บุกบ้านตระกูลทาเคนากะ
ตอนที่ 84 “เอายังไงดีคะดนัยบุกไปบ้านฮิคาริเลยมั้ย” ยูมิถามหลังจากเดินออกมาจากโรงพยาบาล “จะไปตอนนี้เลยเหรอครับ !!” ดนัยอุทานออกมาเพราะนึกไม่ถึงว่ายูมิจะใจร้อนขนาดนี้ “ใช่ค่ะต้องรีบไปก่อนที่ฮิคาริจะรู้ตัวรายนั้นน่ะถ้ารู้ตัวต้องหนีหรือไม่ก็หาข้อแก้ตัวอะไรสักอย่างหนีเราแน่” ยูมิพูดในฐานะเพื่อนสนิทที่รู้นิสัยกันดี “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ !!” ดนัยไม่นึกว่าฮิคาริจะมีนิสัยแบบนี้ “ใช่ค่ะฉันจะบอกอะไรให้นะคะเรื่องที่ฮิคาริไปทำงานเป็นแพทย์อาสาที่แอฟริกาน่ะไม่ใช่เธออยากจะทำหรอกค่ะแต่ที่เธอไปถึงแอฟริกาก็เพื่อหนีการจับคลุมถุงชนต่างหาก” ยูมิบอกความลับของเพื่อนสนิทให้ดนัยฟัง “คลุมถุงชน...สมัยนี้ยังมีการแต่งงานแบบนี้ด้วยเหรอครับ” ดนัยไม่นึกว่าสมัยนี้แล้วจะมีการคลุมถุงชนแบบนี้ “เป็นปกติของตระกูลเศรษฐีแบบพวกเราค่ะเพื่อรักษาฐานอำนาจความมั่งคั่งและเส้นสายเอาไว้พวกผู้ใหญ่จึงมักจะให้ลูกหลานตระกูลเศรษฐีแต่งงานกัน” ยูมิพูดซึ่งดนัยได้ยินดังนั้นก็นึกภาพพวกนั้นไม่ออกเท่าไหร่เพราะเขาไม่เข้าใจว่าลำพังแค่เป็นตระกูลมหาเศรษฐีก็รวยจนใช้เงินไม่หมดแล้วยังจะต้องการความร่ำรวยเพิ่มขึ้นไปอีกทำไมเพียงแค่เขาลองสมมุติว่าตนเองมีเงินสักพันล้านเขาก็สามารถใช้เงินนั่นไปจนแก่ได้โดยไม่ต้องทำงานแล้ว “ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณยูมิมีคู่หมั้นหรือเปล่า ??” ดนัยถามด้วยความสงสัยเพราะยูมิเองก็เป็นลูกสาวตระกูลเศรษฐีแต่ยูมิที่ได้ฟังคำถามของดนัยกลับคิดไปไกล ดนัยเขาถามเราแบบนี้หรือว่าเขาคิดอะไรกับเราหรือเปล่านะ !! ยูมิพยายามควบคุมสีหน้าของตนเองไม่ให้แสดงให้ดนัยรู้ว่าตัวเองกำลังดีใจที่ได้ยินคำถามแบบนี้ “มะ...มะ...ไม่มีหรอกค่ะว่าแต่ดนัยจะไปด้วยกันมั้ยคะถ้าไม่ไปฉันจะไปหาฮิคาริคนเดียวนะคะ” ยูมิพูด “ไปสิครับผมเองก็อยากรู้ว่าฮิคาริเป็นอะไรถึงต้องฉีดสเตรียรอยด์เข้ากล้ามเนื้อแบบนั้นแถมตอนนี้ก็บ่ายแล้วด้วยถ้าไปช้ากว่านี้กลัวว่าจะกลับมาถึงที่พักมืดเอาพรุ่งนี้เราต้องทำงานกันอีก” ดนัยเองก็อยากจะรู้เพราะการจะใช้ยานี่ในฐานะแพทย์จะพิจารณาให้ใช้เฉพาะผู้ป่วยอาการหนักเท่านั้นและนั่นแสดงว่าอาการของฮิคาริต้องไม่เบาแน่ “ค่ะงั้นไปกันเลย” ยูมิพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่รถที่จอดอยู่ด้านหลังหอพักของโรงพยาบาลจากนั้นทั้งคู่ก็ขับรถออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปที่บ้านตระกูลทาเคนากะทันที ตระกูลทาเคนากะ “อึก...” เสียงร้องลอดไรฟันของฮิคาริที่นั่งอยู่บนเตียงดังลอดริมฝีปากของเธอออกมา “ไปโรงพยาบาลไม่ดีกว่าเหรอครับคุณหนู” เสียงพ่อบ้านเก่าแก่ตระกูลทาเคนากะถามฮิคาริด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องเดี๋ยวคืนนี้หมออิจิโนเสะจะเอายามาให้รบกวนช่วยไปเอาน้ำอุ่นใส่ถุงร้อนมาทีนะคะต้องประคบร้อนเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง” ฮิคาริพูด “แต่นี่พึ่งจะบ่ายแก่ๆเองนะครับคุณหนูกว่าจะถึงกลางคืนอีกตั้งหลายชั่วโมงคุณหนูจะทนอยู่อย่างนี้เหรอครับ” พ่อบ้านเป็นห่วงฮิคาริมาก “ไม่เป็นไรแค่นี้ฉันทนได้รีบไปเอาน้ำอุ่นมาเถอะ” ฮิคาริพูดใช่แล้วเธอยังพอทนไหวเพราะทนมาตั้งแต่เมื่อวานตอนที่อยู่ที่เมืองไทยแล้ว “เข้าใจแล้วครับคุณหนู” พ่อบ้านพยักหน้าอย่างจำใจก่อนจะรีบออกไปจัดการเอาน้ำอุ่นมาให้คุณหนูของเขา “ฟู่ว...ให้ตายเถอะนึกไม่ถึงว่าไปไทยคราวนี้จะเจอเรื่องเยอะขนาดนี้ทำให้ต้องใช้ขามากจนอาการแย่กว่าเดิมคราวหน้าต้องเตรียมยาไปเผื่อสินะ” ฮิคาริพูดออกมาเพราะไปไทยไม่กี่วันของเธอคราวนี้กลับต้องใช้ขามากกว่าที่คิดตั้งแต่เดินขึ้นดอย...ผ่าตัดบนหน้าผา...รักษาเด็กที่วัดในท่านั่งคุกเข่าซึ่งพวกนั้นเป็นการสร้างภาระให้ขาเธอเป็นอย่างมาก ซึ่งจากที่เธอวางแผนในตอนแรกยาที่เธอเตรียมไปสี่เข็มนั้นน่าจะเพียงพอแต่ทว่ามันกลับเกิดเรื่องขึ้นหลายอย่างจนทำให้ขาเธอรับภาระหนักจนต้องฉีดยาเพื่อระงับอาการปวดเพราะถ้าไม่ฉีดยาล่ะก็ร่างกายของเธออาจจะไม่ไหวและแสดงอาการจนคนอื่นสังเกตเห็นก็ได้ ระหว่างที่ฮิคาริกำลังรอน้ำร้อนที่สั่งให้พ่อบ้านประจำตระกูลไปเอาอยู่นั่นเองจู่ๆประตูห้องของเธอก็เปิดออก “เอาน้ำอุ่นใส่ถุงร้อนมาแล้วเหรอเร็วจั...อ้าวไหนล่ะ” ฮิคาริเห็นพ่อบ้านเข้ามาก็นึกว่าเอาน้ำร้อนมาแล้วแต่ทว่าในมือของพ่อบ้านกลับไม่มีถุงน้ำร้อนเลย “น้ำยังไม่เดือดครับคุณหนูแต่ทว่ามีเรื่องต้องมาแจ้งคุณหนูครับ” พ่อบ้านพูดพลางขมวดคิ้วหนักใจ “มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ” ฮิคาริถามอย่างสงสัย “ตอนนี้คุณหนูซานาดะและก็คุณหมอณัฐดนัยมารอคุณหนูอยู่ที่ห้องรับแขกครับ !!” พ่อบ้านตอบ ยูมิกับดนัยมารออยู่ที่ห้องรับแขกงั้นเหรอ !! ฮิคาริเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อบ้านของเธอบอก “เอายังไงดีครับคุณหนูผมพยายามบอกว่าคุณหนูกำลังพักผ่อนและขอให้กลับไปก่อนแล้วแต่ทั้งคู่ดูท่าจะไม่ยอมกลับครับ” พ่อบ้านพูดเขานั้นไม่กล้าเสียมารยาทไล่คุณหนูตระกูลซานาดะให้กลับไปก่อน “ไม่เป็นไรค่ะฉันจะออกไปพบ” ฮิคาริพูดพลางค่อยๆใช้มือถัดมาที่ปลายเตียงก่อนจะค่อยๆขยับขาวางบนพื้นและพยายามยืน อึก !! เพียงแค่พยายามจะยืนอาการปวดกล้ามเนื้อก็เล่นงานเธอทันที “คุณหนู !!” พ่อบ้านปรี่เข้าไปประคองฮิคาริทันที “ไม่ต้อง...ถ้าฉันไม่เดินด้วยตัวเองความแตกแน่” ฮิคาริพูดออกมาซึ่งเธอนั้นไม่รู้เลยว่าที่เธอป่วยนั้นความแตกไปแล้ว “เอาล่ะออกไปเถอะไปเตรียมชาให้แขกซะฉันจะเดินออกไปที่ห้องรับแขกเอง” ฮิคาริไล่พ่อบ้านให้ไปจัดการเตรียมชาให้ดนัยและยูมิ “เข้าใจแล้วครับคุณหนู” พ่อบ้านพยักหน้าอย่างจำยอมคุณหนูของเขานั้นช่างหัวดื้อมากเขาไม่เข้าใจว่าจะปิดบังเรื่องอาการป่วยที่ยังไม่หายกับเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานอย่างดนัยทำไม หลังจากพ่อบ้านออกไปแล้วฮิคาริก็ค่อยๆพยายามยืนขึ้นมาจนยืนได้สำเร็จหลังจากยืนขึ้นได้แล้วเธอก็ค่อยๆเดินไปทีละก้าวออกจากห้องมุ่งหน้าไปที่ห้องรับแขกของบ้านระยะห่างจากห้องรับแขกและห้องนอนของเธอนั้นห่างกันแค่ประมาณยี่สิบเมตรแต่ฮิคาริต้องใช้เวลากว่าห้านาทีในการเดินมาถึงนี่ “โทษทีรอนานมั้ยพอดีมัวแต่ล้างหน้าอยู่” ฮิคาริเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก “ไม่นึกว่าเธอจะล้างหน้านานขนาดนี้ว่าแต่บนเครื่องก็นอนไปเยอะแล้วยังจะนอนอีกเหรอ” ยูมิถาม “เจ็ทแลคน่ะแถมตอนอยู่ไทยยังมีเรื่องวุ่นวายไปหมดทำเอาเพลียไปหมด” ฮิคาริพูด “เจ็ทแลคงั้นเหรอฉันไม่เห็นมีอาการงั้นเลยนะฉันเองก็ลุยไม่แพ้เธอแถมยังขับรถตลอดตอนอยู่ไทยฉันน่าจะเพลียกว่าเธอนะ” ดนัยพูด “ก็นายเป็นผู้ชายนี่ผู้หญิงบอบบางแบบฉันจะไปสู้นายได้ยังไง” ฮิคาริบอก “บอบบางงั้นเหรอ...ว่าแต่เธอเป็นอะไรไม่เดินมานั่งนี่ล่ะ” ดนัยมองดูฮิคาริที่ไม่ยอมเดินมานั่งที่โซฟาห้องรับแขก “ก็มาถามดูน่ะสิว่านายกับยูมิมีเรื่องอะไรถึงมาหาถึงนี่ถามเสร็จก็จะไปนอนต่อแล้วง่วง” ฮิคาริบอก “อ้อพอดีมีเรื่องที่ฉันกับดนัยสงสัยนิดหน่อยน่ะใช่มั้ยคะดนัย” ยูมิหันมายิ้มให้ดนัย “ใช่พอดีมีเรื่องสงสัยมันเป็นเรื่องด่วนถึงขนาดที่รอไม่ได้เลยล่ะ” ดนัยพยักหน้าจากนั้นดนัยและยูมิก็ลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปหาฮิคาริ บ้าเอ้ยเดินเข้ามาทำไมล่ะเนี่ย !! ฮิคาริคิดในใจเธอเกาะขอบประตูไว้แน่น “มีอะไร” ฮิคาริถามเสียงนิ่งมากแต่ภายในใจเธอแทบอยากจะกรี๊ดอยู่แล้วเพราะกลัวดนัยและยูมิเห็นว่าขาเธอกำลังสั่นอยู่โดยลืมไปเลยว่าเธอใส่เดรสยาว “เธอน่ะปิดบังอะไรพวกเราอยู่” ดนัยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ปิดบังเหรอเปล่านะฉันจะไปมีเรื่องอะไรปิดบังพวกเธอล่ะ” ฮิคาริได้แต่ปฏิเสธเสียงแข็ง “เหรอแต่ดูเธอแปลกๆนะดูสิเหงื่อออกเต็มเลย” ยูมิพูดพลางใช้มือเกลี่ยไปที่ผมด้านหลังคอของฮิคาริเผยให้เห็นเหงื่อที่ออกเต็มหลังคอไปหมด “ก็แค่ร้อนน่ะเธอก็รู้ฉันเป็นคนขี้ร้อน” ฮิคาริพูด “ขี้ร้อนเธอเนี่ยนะถ้าขี้ร้อนเธอคงไม่ไปเป็นแพทย์อาสาที่แอฟริกาหรอก” ดนัยพูดออกมาทำเอาฮิคาริถึงกับสะอึกเพราะประเทศแอฟริกานั้นเป็นประเทศที่อากาศร้อนไม่แพ้ประเทศไทยเลยแถมบางเดือนอาจจะร้อนกว่าด้วยซ้ำ “นั่นสิถ้าเธอร้อนคงไม่ไปที่นั่นบอกเรามาเถอะฮิคาริอย่าให้ใช้กำลังเลย” ยูมิพูดพลางมองฮิคาริด้วยสายตาเป็นห่วงอย่างมาก “บอกไม่มีก็ไม่มีสิพวกเธอจะมาคาดคั้นอะไรฉันเนี่ยไม่มีธุระก็กลับไปได้แล้วง่วงนอน” ฮิคาริบอก “เฮ้อ...ช่วยไม่ได้ถ้าอย่างนั้นดนัยคะฉันจะใช้กำลังแล้ว” ยูมิหันมาบอกดนัย “โอเคเบามือด้วยล่ะ” ดนัยพยักหน้า ฮิคาริที่ได้ยินทั้งสองบอกว่าจะใช้กำลังให้เธอบอกเรื่องที่ปิดบังก็เบิกตากว้างทันทีและก่อนที่เธอจะได้ทันตอบสนองอะไรจู่ๆยูมิก็เตะเบาๆมาที่ขาเธอใช่แล้วยูมิเตะมาที่ขาของเธอ ซึ่งยูมินั้นเตะไม่ได้แรงเลยสักนิดเธอเตะเบามากแต่ทว่าการตอบสนองของฮิคาริกลับรุนแรงมาก “โอ๊ย !!!” ฮิคาริร้องลั่นออกมาร่างของเธอทรุดลงทันทีสีหน้าเธอบ่งบอกว่าเจ็บปวดมากเมื่อถูกยูมิเตะ หมับ !! ดนัยเมื่อเห็นฮิคาริทรุดลงก็เข้าประคองช้อนร่างของฮิคาริขึ้นมาทันที “นี่ไงล่ะมีเรื่องปิดบังอยู่จริงๆด้วย” ยูมิพูดออกมา “เจ็บมากเลยสินะ...เรารู้แล้วว่าเธอใช้สเตรียรอยด์ฉีดกล้ามเนื้อรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อฉันกับคุณยูมิเองก็เองก็เป็นหมอนะรู้ดีว่ายานั่นเป็นยาควบคุมจะใช้ก็ต่อเมื่ออาการแย่เท่านั้นบอกเรามาเถอะเธอเป็นอะไรจะได้ช่วยกันรักษาเธอน่ะอย่าลืมสิว่าฉันเป็นคนผ่าตัดรักษาเธอนั่นจึงยังถือว่าเป็นคนไข้ฉันอยู่นะ” ดนัยพูดพลางใช้แขนอีกข้างช้อนตัวฮิคาริขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าสาว “ว้าย...ปล่อยนะดนัยฉันเดินเองได้” ฮิคาริร้องออกมาทันทีเมื่อถูกอุ้ม “เงียบน่าปวดกล้ามเนื้อจนแทบจะยืนไม่ไหวยังจะทำเก่งอีก” ดนัยพูด ตอนนั้นเองพ่อบ้านของตระกูลทาเคนากะก็เดินเข้ามาพร้อมชุดชาและของว่างเมื่อเขาเดินมาเห็นคุณหนูของเขาถูกอุ้มอยู่ก็ผงะไปเล็กน้อยแต่พอลองประเมินสถานการณ์ดูเขาก็รู้ทันทีว่าเรื่องอาการป่วยของคุณหนูเขาถูกทั้งคู่รับรู้แล้ว “ช่วยนำทางไปที่ห้องนอนฮิคาริด้วยค่ะ” ยูมิหันไปบอกพ่อบ้าน “เข้าใจแล้วครับคุณหนูซานาดะ” พ่อบ้านพยักหน้าก่อนจะเดินนำทั้งคู่ไปที่ห้องนอนของคุณหนูเขา “ไปกันเถอะค่ะดนัยแล้วก็เธอฮิคาริบอกทุกอย่างให้เรารู้ด้วยอย่าปิดบังกันถ้าเธอยังเห็นพวกเราเป็นเพื่อนอยู่” ยูมิพูดจากนั้นทั้งคู่ก็เดินตามพ่อบ้านไปโดยมีดนัยที่อุ้มฮิคาริอยู่ ฮิคาริที่ไม่เคยโดนผู้ชายอุ้มมาก่อนในชีวิตถึงกับเขินหน้าแดงซึ่งความเขินอายของเธอนี้มีมากกว่าอาการปวดกล้ามเนื้อเสียอีกเธอเขินจนลืมอาการปวดกล้ามเนื้อไปเลย ตึกตัก !! ตึกตัก !! ตึกตัก !! เสียงหัวใจของเธอเต้นเร็วเป็นอย่างมาก บ้าเอ้ยแค่โดนอุ้มไม่เห็นต้องเขินเลยเต้นเบาๆหน่อยสิหัวใจฉันเดี๋ยวยูมิกับดนัยก็ได้ยินหรอก !! ฮิคาริคิดในใจพลางก้มหน้าลงซ่อนสีหน้าของเธอที่เขินอายอยู่ตอนนี้ไม่ให้ดนัยและยูมิเพื่อนสนิทของเธอเห็น จบ...