ตอนที่เก้าสิบสอง Slap da Bitch
บอนนี่หากดูจากข้อมูลตัวละครจะบรรยายว่าเธอเป็นคนที่เคร่งเครียดเรื่องการทำตนให้เหมาะสมกับสถานะทางสังคมมาก
มองเรื่องการมีความสัมพันธ์ในกลุ่มเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
น่าจะเป็นแนวคิดที่เหมาะกับสังคมวรรณะหรือสังคมแนวนิยายกำลังภายในท่านย่าที่เน้นธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างมาก
แต่นี่คือดินแดนอเมริกา
นิสัยที่ชอบการรวมกลุ่มอย่างเคร่งครัดของเธอผสมกับแนวคิดที่ยึดความเป็นตัวของตนเองอย่างสุดโต่งนั้น
ทำให้ผลที่เกิดขึ้นคือ กลุ่มที่มีเธอเป็นผู้นำที่มีแนวคิดรุนแรงนั่นเอง
แต่โชคดีที่ผมพอมีมุกที่ทั้งแดนตะวันตกและตะวันออกเห็นตรงกันโดยมิได้นัดหมาย
“เรื่องโวลเดอมอร์หรือท่านข่านคือเรื่องของผู้ชาย”
ส่วนเรื่องที่เหลือคืออำนาจของผู้หญิงถึงแม้คำนวณตามค่าพลังแล้วคุณวิสลี่ย์จะดวลเวทย์เก่งน้อยกว่าคุณนายวิสลี่ย์ก็ตาม
แต่ทุกคนก็ต้องฟังตามที่พ่อพูด
เพราะพ่อคือหัวหน้าครอบครัว
ผมมีทฤษฎีบางอย่างมาว่าธรรมชาติสร้างเพศชายมาเพื่อโยนใส่ปัญหา โยนผู้ชายไปที่ปัญหาให้มากขึ้นเรื่อยๆต่อให้ตายไปเท่าไร
คนที่รอดมาก็สามารถสืบพันธุ์ต่อไปได้อยู่ดี
คือเพศที่ไร้ค่าโดยแท้ในการสืบพันธุ์สู่อนาคตหากมองในภาพรวมนั้นเตรียมไว้เพื่อให้ตายในการต่อสู้อยู่แล้ว
แต่ด้วยเหตุผลบางประการทั้งที่ในโลกที่มีวรยุทธหรือเวทย์
นักเขียนก็ยังมองว่าผู้ชายคือหัวหน้าครอบครัวเวลาที่เจอปัญหาโวลเดอมอร์หรือท่านข่าน
ทั้งที่หากไม่เอาแนวคิดที่พยายามฝังหัวมาพูดไม่แปลกที่คนเราพยายามจะหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นแต่ผู้ชายจะโดนด่าหาว่าขี้ขลาดมากกว่าผู้หญิง
ทั้งที่คำนวณตามสมการแล้วคนอย่างชินจิหนีอย่างขี้ขลาดเมื่อเจอเซอร์แวนท์นั้นก็ถูกแล้ว
เพราะเทียบตามค่าพลังสู้ไปก็ตายนั่นล่ะ
แต่เราก็ยังหาว่าเขาขี้ขลาดในโลกที่ผู้หญิงผมบลอนด์เคลื่อนไหวได้ด้วยความเร็วเสียงและอ้างว่าแวมไพร์นั้นสามารถจัดการหน่วยรบพิเศษของมนุษย์ได้อย่างสบาย
หรืออย่างที่จะกล่าวว่าอ.นาสุทำถูกแล้วที่พยายามแบนอาวุธของมนุษย์ไม่ได้ผลต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ
ความบ้าคลั่งอาวุธปืนของอ.อุโรบุชิทำให้ความขลังของสิ่งเหนือธรรมชาติน้อยลง
การทำให้เรารู้ตัวว่าคนอย่างคิริสึงุสามารถตายได้ด้วยอาวุธของคนธรรมดาทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครไม่ขลังเท่าที่ควรจะเป็น
หรือเกิดคำถามที่ว่า
“หากเทพโลกิโดนเด็กหนุ่มสาวชาวอเมริกันที่ใช้อาวุธปืนจัดการได้..ทำไมเราไม่เรียกทหารอเมริกันมาจัดการเทพโลกิ?”
หากให้เด็กหนุ่มสาวชาวอเมริกันจัดการสิ่งเหนือธรรมชาติได้ด้วยอาวุธปืน
นั่นเท่ากับเรายกระดับสเกลพลังของกองทัพอเมริกันไปในทางอ้อมว่าอยู่เฉยๆทหารอเมริกันก็มาแก้ปัญหาเองนั่นล่ะ
แผนการหนึ่งของผมหากมีเงินแล้วล่ะก็ผมคงไม่มีกองทัพอย่างทหารอเมริกัน แต่ผมน่าจะสามารถสร้างบริษัททหารรับจ้างที่มีคนยี่สิบคนได้ด้วยงบประมาณ 12-25 ล้านดอลล่าร์ต่อปี
นี่คือผลเสียของการให้อาวุธของคนธรรมดามีผลต่อปีศาจ
จะมีอะไรห้ามมหาเศรษฐีที่มีเงินนับร้อยล้านสร้างกองทหารของตนเองมารบกับพวกปีศาจไหมล่ะ?
แน่นอนการต่อสู้กับปีศาจหากมองจากมุมมองเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาจะคิดต่อสู้ด้วยตัวของตนเอง
แต่หากมองจากมุมมองภาพรวมแล้ว
ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปล่อยให้ปีศาจที่คิดจะกินเราเล่นงานเราฝ่ายเดียว
แน่นอน ปัญหาของการสร้างกองทัพคือความไว้ใจว่าจะให้ใครมาคุมกองทัพ
ผมหาเจอคนที่ผมกะจะใช้ประโยชน์ได้
คนที่เรามั่นใจได้ว่าจะไม่เข้ากับปีศาจคนที่มั่นหน้าตนเองแม้ต้องคุยกับเทพเจ้า
บอนนี่นั่นเอง
ผมอาจจะวางแผนได้พอสมควรด้วยความรอบคอบไม่ให้มีข้อผิดพลาด
แต่ในการบัญชาการผมต้องการคนที่มั่นหน้ามั่นใจเกินร้อยมาอยู่ข้างผมมากกว่าไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม
บอนนี่แม้จะไม่ใช่สาวแดนอาทิตย์อุทัยก็ยังหน้าแดงเมื่อเจอผมตีก้นเธอต่อหน้าธารกำนัล
อย่างที่ว่า คนบางคนที่ชอบบุกจู่โจมตลอดเพราะพวกเขารู้ว่าตนเองไม่สามารถรับการจู่โจมได้นั่นล่ะ
ตามหลักพิชัยสงคราม
ต้องข่มคนอื่นก่อนเสมอในทางสังคม
หากเรามองจิตใจของบอนนี่ที่ชอบการแบ่งแยกกลุ่มและชนชั้นในโรงเรียนมัธยมแล้ว
ผมคิดว่ามองเธออย่างฮ่องเต้ตามแนวนิยายจีนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า
ว่าคนที่ไม่เข้าพวกต้องถูกกำจัดออกไป
และสาวยุคใหม่บางคนนั้นชอบแนวคิดฮาเร็มแบบจีน
เพราะชอบเรื่องการแบ่งแยกชนชั้นในกลุ่มฮาเร็มอย่างมาก
คุณคิดว่าเจ้าลัทธิที่มีเซ็กส์ต่อหน้าพี่แพะบาโฟเมธจะสามารถควบคุมสาวๆทั้งหลายในลัทธิได้ด้วยตัวคนเดียวหรือ?
เรื่องนี้ทั้งจากการรายงานของซีไอเอที่ค่อนข้างบอกว่า เจ้าลัทธิคือคนที่ไม่มีหัวทางธุรกิจ เป็นเซลล์แมนที่ขายของไม่ออกผู้ชายที่ดูไม่มีพิษภัยทั่วไป
แต่รองหัวหน้า ผู้หญิงที่ควบคุมฮาเร็มคือนักธุรกิจมูลค่านับร้อยล้านก่อนจะเข้าลัทธิ
เรื่องเจ้าลัทธิต้องมีผู้หญิงที่ฉลาดคอยช่วยนั้นค่อนข้างตรงกับปากคำของพี่ทีเจ
ผู้คุมคุณตัวมาหลายสิบปีว่า
เราต้องมี Bottom Bitch คุณตัวคนโปรดของเราคุมเด็กๆในสังกัดเอาไว้
งานของเราจะไปรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีBottom Bitch ที่เก่งกาจแค่ไหนนั่นล่ะ
ตะวันตกกับตะวันออกอาจจะเห็นต่างกันหลายอย่าง
แต่เห็นตรงกันในเรื่องท่านข่านกับโวลเดอมอร์นั่นเอง
ว่าที่ฮาเร็มฮ่องเต้จีนและธุรกิจให้บริการของพี่ทีเจนั้นเห็นตรงกันในเรื่องนี้
และคนดีมีคุณธรรมอาจจะทำเรื่องนี้ไม่ลง
แต่พี่ทีเจได้สอนไว้อย่างหนึ่งด้วยลายมือไก่เขี่ยเป็นบทเรียนสอนน้องๆก่อนที่จะเข้าห้องขังว่า
Slap da bitch!!!