คำเตือน ขออภัยที่ตอนนี้อาจจะมีคำหยาบบ้างเล็กน้อย โปรดอ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ
“ใช่ครับกระผมเอง ปู่กับย่าก็ไม่ต้องรอแล้ว และก็อย่าเสียใจเลยนะครับที่ผมไม่ได้กลับมาหาก็เพราะผมได้รับบาดเจ็บกว่าผมจะหายดีปู่กับย่าก็จากผมไปแล้ว และผมต้องขอบคุณที่ปู่กับย่ายังคงเหลือบ้านหลังนี้เอาไว้ให้กับผม
แต่ผมก็ไม่ได้มาอยู่บ้านจึงได้รกร้างจนทำให้ปู่กับย่าเข้าใจผิดแล้วก็ยังคงวนเวียนรอผมอยู่ ผมกราบขอโทษครับ แล้วผมจะรอคุณปู่คุณย่านะครับ” เมื่อคำพูดนี้จบลงร่างวิญญาณร่างนั้นก็ได้หายไป
“เจ้านายแน่มากที่ใช้คาถายืมวิญญาณ แล้วจิตยังไม่อ่อนแอลงนี่แสดงว่าการฝึกพิเศษได้ผลดีเยี่ยม”เสียงของ001พูดผ่านทางจิต
“ขวัญทำได้ดีมากเลย ใช่พี่ขวัญเจ๋งสุดๆ”เสียงเหล่าเพื่อนต่างภพก็พากันชื่นชมขวัญออกมา
“แล้วเจ้าหนุ่มจะให้อภัยกับฉันสองคนไหมเมือเธอได้ยินเรื่องราวทั้งหมดนี้แล้ว”วิญญาณของท่านเจ้าคุณและคุณหญิงต่างมองมาที่ราฟแล้วท่านเจ้าคุณก็ถามออกมา
“ผมก็พร้อมจะให้อภัยครับเพราะเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วและเรื่องของอดีตเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้ดังนั้นผมจึงไม่มีความรู้สึกโกรธ เกลียดใดๆต่อพวกท่านเลยครับ” ราฟเองก็ตอบออกมาจากใจของเขา
“ถ้าอย่างนั้นพวกฉันขอฝากบ้านหลังนี้เอาไว้ด้วยนะ รวมทั้งทรัพย์สินของฉันที่ได้เก็บไว้ด้วยพวกฉันยกให้ทั้งหมด ตอนนี้พวกฉันหมดสิ้นถึงความห่วงใดๆแล้วพวกฉันขอลาก่อน” เมื่อท่านเจ้าคุณเจ้าของบ้านพูดจบ
ก็ได้เกิดแสงสว่างล้อมรอบบริเวณบ้านเรือนไทยหลังงามนี้ทั้งหมดแล้วทุกสิ่งก็ตกอยู่ในสภาพแห่งความเงียบงันจากบ้านที่แสนสวยงามก็กลายเป็นบ้านที่ผุพัง หยากไย่ใยแมงมุมต่างก็เกาะกันตามมุม ตามผนังบ้านเต็มไปหมด
แต่ดีว่าตัวเรือนของบ้านสร้างจากไม้ที่แข็งแรงเลยยังมีสภาพทนทานอยู่พวกขวัญต่างก็พากันลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเลและเนื้อตัวต่างก็เต็มไปด้วยฝุ่น
“ถ้าหากเป็นคนอื่นมาเห็นแบบเรานะพี่ว่ามีช็อคแหงๆ จากสภาพสวยงามกลับกลายมาเป็นบ้านเก่าที่น่ากลัวภายในพริบตา”ราฟพูดกับสามพี่น้อง
“บัดนี้เราก็รู้ว่าเป็นญาติกันแล้วถ้าเจ้าต้องการให้ข้าช่วยอะไรข้าก็พร้อมจะช่วยแต่เรื่องนั้นจะต้องไม่ผิดศีลธรรมนะเข้าใจไหม” ท่านขุนเทพพูดกับราฟแล้วท่านก็หายตัวไปทันที โดยที่ไม่รอคำตอบจากราฟแม้แต่น้อย
“เราเองก็ควรจะกลับกันเถอะ พี่ว่าป่านนี้พ่อแม่คงเป็นห่วงแย่แล้ว”พี่โชติก็พูดออกมาบ้างพร้อมกับที่ทั้งสี่คน ต่างก็ค่อยๆเดินลงจากเรือนไทยหลังนี้
“พี่ราฟบ้านที่พี่ได้มาจากตาของพี่ใช้เรือนหลังนี้หรือเปล่าจ้ะ”ขวัญถามราฟในขณะที่พวกเธอสี่คนกำลังเดินไปทางศาลาท่าน้ำ
“พี่ก็ไม่รู้สิ เพราะลููกน้องพี่ไม่ได้บอกว่าเป็นบ้านแบบไหนบอกแค่ว่าอยู่แถวนี้ ถ้าเป็นเรือนไทยหลังนี้จริงๆ นะพี่ก็จะซ่อมให้เหมือนกับที่พวกเราไปเห็นมาก่อนที่จะร้างดีไหม”
“ดีค่ะ/ครับ/ครับ”พี่น้องสามคนเมื่อได้ยินคำถามก็ต่างเห็นชอบกับราฟด้วยความดีใจ
พวกเขาทั้งสี่ก็ได้พากันหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน ในขณะที่ลงเรือเพื่อที่จะได้กลับไปยังบ้านที่ขวัญเป็นเจ้าของ เมื่อพวกเขามาถึงก็ได้เห็นว่าพ่อแม่ กล่ำ ลูกน้องของพี่ราฟห้าคน รวมทั้งครอบครัวของลุงขจรต่างก็พากันมานั่งรออยู่ที่ศาลารับลมใต้ต้นโมกกันอย่างพร้อมเพรียง
“ทำไมพวกลูกถึงดูมอมแมมแบบนี้กันแล้วไปไหนกันมาแม่กับทุกคนต่างก็พากันเป็นห่วง คนของราฟเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน” แม่นวลถามกับลูกๆ
“เจ้านาย ทีหลังอย่าหายไปแบบนี้อีกนะครับ” หนึ่งในลูกน้องที่น่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น
“เอาน่าฉันไม่เป็นไรหรอกไปกับขวัญไม่มีอะไรจะต้องกลัวหรอก” ราฟบอกกับลูกน้อง
“พวกลูกๆไปอาบน้ำกันก่อนไหม หรือว่าจะไปบ้านกล่ำทั้งแบบนี้กัน” พ่อถามกับลูกที่หน้ามอมเหมือนแมวไม่มีผิดทั้งสามคน
“ไปแบบนี้แหละค่ะ ย้ายของเสร็จค่อยกลับมาอาบและเปลี่ยนเสื้อผ้าทีเดียว” ขวัญเป็นตัวแทนพี่ชายน้องชายพูดออกมา
“พ่อหนุ่มล่ะจะอาบน้ำก่อนไหมและจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า” พ่อทวนหันไปทางราฟแล้วถามขึ้นมาบ้าง
“ผมจะขอพ่อไปพักที่สวนขวัญครับ แล้วพ่อกับแม่ก็ช่วยรับผมเป็นลูกอีกสักคนนะครับ”ราฟก็พูดกับพ่อแม่ของขวัญออกมาตรงๆ
“ลูกผมคนโตเพิ่งจะสิบเจ็ด คุณอายุเท่่าไหร่จะมาเป็นลูกผมดูแก่กว่าคุณไม่เท่าไหร่เอง”พ่อทวนคิ้วกระตุกชิชะเจ้านี่มันจะคิดไม่ดีกับลูกเราหรือเปล่า
“ผมอายุยี่สิบสามครับเป็นพี่ชายคนโตของน้องๆได้ และความลับของผมก็คือผมไม่ได้ชอบผู้หญิงดังนั้นพ่อวางใจได้ครับผมไม่ได้คิดไม่ดีกับน้องขวัญและน้องๆคนอื่นอย่างแน่นอน” ราฟพูดขึ้นอย่างหนักแน่น
“แล้วเธอมารู้จักพวกเราได้ยังไงกัน บอกพ่อมาสิขวัญ”พ่อถามอย่างสงสัย
“ก็พี่ราฟก็คือพี่แขกที่วิญญาณออกจากร่างที่หนูต้องช่วยในตอนนั้นยังไงล่ะจ๊ะ”ขวัญกระซิบบอกกับผู้เป็นพ่อเพราะกลัวกล่ำและลูกน้องของราฟจะตกใจ
“เอาไว้เสร็จเรื่องของกล่ำเราค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านอีกครั้งนะ” พ่อพูดกับขวัญ ถึงแม้ว่าเขาจะตกใจแต่เขาอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ก็คงต้องไปคุยกันที่บ้านแค่นั้นแหละ
“จ้ะพ่อ” ขวัญก็รับปากกับพ่อของตนแล้วทุกคนที่อยู่ตรงนี้ก็พากันไปขึ้นรถตู้ยกเว้นลูกน้องของราฟที่ราฟให้อยู่เฝ้าที่นี่เอาไว้เพราะเวลาตอนนี้ก็ห้าโมงเย็นแล้ว
เมื่อรถตู้ของขวัญมาถึงปากซอยบ้านของกล่ำพวกเขาก็ได้ลงจากรถแล้วก็พากันเดินเข้าไปยังบ้านของกล่ำและพวกเขาก็ต้องผ่านร้านค้าที่มีอันธพาลสี่คนนั่งอยู่ด้วยแต่วันนี้พวกเขามากันหลายคนพวกมันเลยไม่กล้าเข้ามาหาเรื่องกล่ำ
“พี่ดูไอ้กล่ำมันมากับใครกันหน้าตาไม่คุ้นเลย ผมละแค้นมันไม่หายที่มันไปแจ้งเจ้าหน้าที่เรื่องที่เรา” ไอ้ขี้เมาคนหนึ่งกำลังจะพูดออกมา
“มึงอยากให้พ่อมึงมาลากมึงเขาคุกหรือไงไอ้ห่าเสือกพูดขึ้นมาได้” เจ้าหัวหน้าของพวกมันพูดห้ามออกมา
“ไปกันเถอะวันนี้เราจะไปบ่อนไหนกันดีว่ะ” พวกมันทั้งสี่ต่างก็พากันลุกขึ้นแล้วก็ต่างกอดคอเดินเซซ้ายเซขวาจากไปทางหน้าปากซอยที่เป็นป่ารกร้างสถานที่เดียวกับที่ขวัญเคยเจอวิญญาณพี่สาวของกล่ำ
“พวกมึงเป็นใครวะ มาขวางทางพวกกูทำไม”หัวหน้าอันธพาลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้เพราะความเมา
“เป็นเจ้าหนี้พวกมึงไง พวกมึงกล้ามากที่มาโกงเงินเสี่ย วันนี้ถึงจุดจบของพวกมึงแล้ว” จบคำของชายร่างใหญ่คนนี้ พวกมันอีกห้าคนต่างก็เข้าไปลากชายขี้เมาทั้งสี่เข้าไปในพงหญ้าโดยที่พวกมันยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องใดๆ พวกมันก็โดนปาดคอและยังโดนมีดแทงอีกนับครั้งไม่ถ้วน
แต่ในช่วงขณะหนึ่งเจ้าหัวหน้ากลุ่มขี้เมาก็หาจังหวะหนีออกมาได้เพราะคนพวกนี้คิดว่ามันตายแล้ว แต่ความโชคร้ายของมันยังไม่หมดเพราะเมื่อหัวหน้าทวงหนี้เห็นมันก็ชักปืนออกมายิงเจ้าหัวหน้าขี้เมานี้ตายจากด้านหลัง
“แยกย้ายโว๊ย” เมื่อจบเสียงปืนก็เป็นเสียงตะโกนร้องสั่งของหัวหน้าคนทวงหนี้โหด ร้องสั่งลูกน้องของตน เรื่องราวเหล่านี้ครอบครัวของขวัญไม่ได้รู้อะไรทั้งสิ้นเพราะแต่ละคนต่างก็ช่วยกันเก็บข้าวของของเพื่อนต่อไป
เมื่อเก็บเสร็จแล้วทุกคนก็เดินออกมาจากบ้านของกล่ำแต่พวกเขาก็ได้แต่พากันแปลกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นดูเหมือนว่าผู้คนต่างก็วิ่งแห่กันไปยังทิศทางเดียว
“แม่งน่ากลัวว่ะ โหดฉิบหายทั้งปาดคอทั้งแทงนับไม่ถ้วนกลิ่นคาวเลือดนี่คลุ้งไปหมด” เมื่อพวกขวัญเดินผ่านร้านค้าก็ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ออกมา
“มันก็คงเป็นกรรมของพวกมัน แกจำเรื่องผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เหรอที่ตำรวจเขาสงสัยว่าพวกมันเป็นคนฆ่าน่ะ ข้าว่าสภาพศพของพวกมันก็ดูไม่ต่างจากผู้หญิงน่าสงสารคนนั้นเลย” ชายชาวบ้านคนหนึ่งพูดกับเพื่อนของเขา
ตอนนี้ขวัญและทุกคนที่เดินอยู่ได้ยินเสียงเปิดหวอของรถเจ้าหน้าที่ให้ดังลั่นไปหมดมาทางปากซอย และยังเห็นแสงไฟจากไฟฉายหลายดวงที่มาจากคนหลายคนในบริเวณที่เป็นป่าหญ้ารก แล้วก็มีคนมุงดูกันอย่างมากมายรวมทั้งเสียงพูดกันอย่างเซ็งแซ่
“เป็นเจ้าอันธพาลขี้เมาจ้ะพี่ขวัญพวกมันทั้งสี่ถูกคนฆ่าตายแล้ววิญญาณของมันก็ถูกท่านผู้นั้นลากลงไปยังเบื้องล่างแล้ว”จุกเป็นผู้มารายงานให้ขวัญฟัง
“มันเป็นกรรมของพวกเขาเอง ทำกรรมกับเขาอย่างโหดร้ายโหดเหี้ยมแบบนั้น มันก็ควรได้รับผลตอบแทนเช่นเดียวกัน” ขวัญพูดกับน้องชายต่างภพ
พวกของขวัญไม่ได้สนใจที่จะเข้าไปมุงอย่างเหล่าชาวบ้านพวกนี้ พวกเขาก็เลยพากันเดินจากไปท่ามกลางความวุ่นวายของเหล่าเจ้าหน้าที่และผู้คนหลายคนที่พากันวิ่งมาดูเหตุการณ์ร้าย
สำหรับกล่ำเองตัวเขาเองก็บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกแบบไหนเมื่อเขาได้รู้ว่ากลุ่มคนที่เขาคิดว่าพวกมันจะต้องเป็นคนทำร้ายและฆ่าพี่สาวเขาแน่ๆ ได้มาตายลงแบบนี้
กล่ำนั่งคิดเรื่องนี้วนเวียนมาตลอดจนรถที่เขานั่งหยุดลงเขาจึงได้รู้ตัวว่ามาถึงตลาดแล้ว เขาก็ได้สลัดเรื่องนี้ทิ้งไปเพราะต้องรีบขนของเอาเข้าไปเก็บในห้องที่ร้านเสียก่อน
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นทุกคนก็ได้ขึ้นรถไปส่งกล่ำส่วนเรื่องอาหารของกล่ำแม่นวลจัดการซื้อมาให้แล้วที่หน้าตลาดเพราะมีร้านขายของกินหลายอย่างจึงไม่ต้องแวะที่ไหนอีก
“พรุ่งนี้เจอกัน” เพชรบอกลาเพื่อน
ด้านพี่ราฟก็ได้ให้ลูกน้องขับรถไปที่สวนขวัญแล้วเพราะเขานั่งอยู่บนรถตู้กับขวัญมาตลอดทาง ตอนขากลับขวัญจึงได้เล่าเรื่องราวของพี่ราฟทั้งหมดออกมาให้พ่อกับแม่ฟัง
“นี่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ ถ้าอย่างนั้นราฟก็เรียกพวกเราว่าพ่อแม่ก็ได้ถ้าไม่รังเกียจคนสวนอย่างพ่อกับแม่” ทวนพูดออกมา
“ขอบคุณครับพ่อแม่” ราฟเองก็รีบเรียกพ่อกับแม่ออกมาอย่างดีใจเพราะเขาจะได้รู้สึกว่าเป็นหนึ่งในครอบครัวแสนอบอุ่นนี้อย่างแท้จริง
ทุกคนที่เห็นท่าทางเหมือนเด็กๆ ของราฟก็ได้แต่พากันหัวเราะออกมา