ตอนที่ 13 ก้าวแรกสู่การเป็เศรษฐี
“เพื่อนฉันส่งมา…เราควรบอกฝ้ายไหม?” แชมป์ถามกับพีท พลางรับมือถือกลับมา
“ฉันว่าอย่าพึ่งบอกจะดีกว่า เรายังไม่รู้อะไรแน่ชัด…แต่หลังจากนี้ก็ควรจับตาดูซันเอาไว้สักหน่อย” ถึงปากของพีทจะบอกว่า ยังไม่อยากบอกเื่นี้กับฝ้าย แต่ในใจของเขาตอนนี้ร้อนรุ่มไปหมดแล้ว
ถึงอย่างนั้นแม้พีทอยากจะเรียกซันมาเคลียร์กันให้รู้แล้วรู้รอด แต่ชายหนุ่มก็ได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้
พีทและแชมป์ไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ ทั้งสองต่างแยกย้ายกันไปจัดการเื่ของตัวเอง ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันนอนตามปกติ
ไฟในห้องปิดสนิทแล้ว ทั่วท้องห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากมือถือของแชมป์เท่านั้นที่กำลังฉายกระทบกับใบหน้าของแชมป์ที่กำลังแชท ผ่านมือถือ
ซึ่งตัวของพีทก็เช่นเดียวกัน ในขณะที่แชมป์มองพีทหลับไป แท้ที่จริงแล้ว พีทกำลังลืมตาอยู่
เขากำลังลืมตาตื่นด้วยความตื่นเต้น หลังจากได้ตรวจสอบความคืบหน้าของภารกิจที่ทางระบบมอบให้
[ภารกิจก้าวแรกสู่การเป็เศรษฐี ‘จุดไฟทอดไก่แรกของชีวิต’]
[สถานะความคืบหน้า: 117/1000]
เพียงวันแรกเขาก็สามารถขายไก่ไปได้แล้ว 117 ชุด แม้ปริมาณจะยังห่างจากเป้าหมายอยู่เยอะพอสมควร แต่กระนั้นพีทก็มั่นใจว่าหากเขายังรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ได้ เป้าหมายของภารกิจก็คงไม่ยากจนเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอน
[ขอบคุณนะครับ เชฟมินแจกยู] พีทกล่าวขอบคุณกับเชฟมินแจกยูในระบบ
[ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ ไก่ทอดของฉันในที่สุดมันก็ได้กลับมาทำให้ทุกคนอิ่มท้องและยิ้มได้อีกครั้ง มันเป็ภาพที่ฉันคิดถึงมากเหลือเกิน]
{ค่าความสัมพันธ์ + 50 (55/100) ระดับ มิตรแท้}
[ไอ้หนู ยินดีด้วยสำหรับการเปิดร้านในวันแรก แม้ตอนนี้พวกเราจะมีภารกิจที่สำคัญรออยู่ข้างหน้า แต่ฉันอยากให้ตอนนี้แกตั้งใจทำภารกิจที่ระบบมอบให้ ให้สำเร็จไปด้วยดีก่อนเข้าใจไหม] หลังจากพีทคุยกับเชฟมินแจกยูเสร็จ น้าผีก็ได้พูดแทรกขึ้นมาบ้าง พลางเน้นย้ำให้พีทตั้งใจกับภารกิจที่ระบบมอบให้ เนื่องจากรางวัลที่ได้รับจากระบบนั้น น้าผีมองว่าเป็ของดีที่พีทควรไขว่คว้าเอาไว้นั่นเอง
[ตกลงครับ ส่วนภารกิจของเราผมได้ทำการขอเช่าเซอร์เวอร์ตามที่น้าผีบอกเอาไว้แล้วนะครับ น้าผีสามารถจัดการทดสอบระบบเบื้องต้นก่อนได้เลย]
ถึงน้าผีจะบอกให้พีทโฟกัสกับภารกิจจากระบบก่อน แต่กระนั้นตัวของพีทก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับโปรเจกต์ของเขาที่เกี่ยวโยงกับภารกิจที่เขาจะทำกับน้าผีด้วยเช่นกัน
หลังจากที่พีทได้เขียนโปรแกรมต่างๆ มาตลอดหลายวันที่ผ่านมา จนโปรเจกต์เบื้องต้นมันได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ตัวเขาก็ได้ติดต่อขอเช่าเซิร์ฟเวอร์จากบริการ*เว็บโฮสต์ติ้ง รวมถึงจด**โดเมนที่้าเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งการนำไฟล์ขึ้นไปในระบบอนึ่งก็เพื่อที่จะทดสอบการทำงาน แม้หลักๆ แล้วตัวของเ้าของเว็บไซต์จะสามารถทำการทดสอบระบบได้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เพื่อจำลองเป็เซิร์ฟเวอร์โดยไม่ต้องเช่าพื้นที่
แต่ในปี 2012 ที่เทคโนโลยียังไม่พัฒนาเทียบเท่ากับปี 2023 การทดสอบด้วยการจำลอง จึงยังอาจจะยังไม่แม่นยำเท่ากับการฝากไฟล์ไว้ในเซิร์ฟเวอร์จริงๆ ดังนั้นด้วยโปรเจกต์ของพีทที่มีระบบค่อนข้างซับซ้อน เขาจึงจำเป็ต้องเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์เพื่อฝากไฟล์เอาไว้ทดสอบก่อนนั่นเอง
[ดี ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ เรามาลุยกันไอ้หนู] น้าผีพอใจกับความขยันของพีทเป็อย่างมาก ก่อนที่ทั้งน้าผีกับพีทจะใช้เวลากันตลอดทั้งคืนในระบบ เพื่อทำการติดตั้งโปรเจกต์ของพีทลงไปในเซิร์ฟเวอร์จนกระทั่งถึงเช้าวันใหม่
เช้าวันใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง หากแต่กิจวัตรของพีทและแชมป์ไม่ได้เหมือนกับวัยรุ่นมหาลัยทั่วๆ ไปอีกต่อไปแล้ว
พวกเขาต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปจ่ายตลาด ชายหนุ่มสองคนถือตะกร้าจ่ายตลาดท่ามกลางแม่บ้านสูงวัย มันนับเป็ภาพที่แปลกประหลาดสำหรับผู้คนที่เดินจับจ่ายใช้สอยในตลาดอยู่มากทีเดียว
ชายหนุ่มหอบข้าวของพะรุงพะรัง แบกไก่สดหลายกิโลอยู่เต็มสองแขน เดินแวะเข้าออกร้านนั้น ร้านนี้ เพื่อไต่ถามถึงราคาข้าวของราวกับผู้ชำนาญ
แน่นอนพีทนั้นชำนาญในการเลือกวัตถุดิบเป็อย่างมาก หลังจากมีเชฟมินแจกยู คอยสั่งสอนถึงการเลือกสรรวัตถุดิบที่สดใหม่
“แชมป์เรียกรถแท็กซี่กลับไปเตรียมของก่อนแล้วกัน ฉันจะแวะไปที่ร้านขายกระดาษสักหน่อย แล้วเดี๋ยวจะนั่งวินมอเตอร์ไซด์กลับไป” วันนี้นอกจากจะมาจ่ายตลาดเพื่อเตรียมของไปขายแล้ว ทางด้านของพีทยังมีเื่ที่ต้องจัดการอยู่อีกหนึ่งอย่าง
นั้นก็คือการหาร้านผลิตกระดาษเพื่อทำบรรจุภัณฑ์ให้กับไก่ของเขานั่นเอง โดยร้านไก่ทอดของพีทในตอนนี้ ได้ใช้กล่องพลาสติกราคาถูกในการใส่ไก่ให้กับลูกค้า แม้จะยังไม่มีเสียงบ่นใดๆ จากลูกค้า อีกทั้งยังดีกว่าร้านขายไก่ทอดข้างทาง ที่ใส่ไก่ด้วยถุงพลาสติกอยู่มาก แต่สำหรับพีท เขาดูจะยังไม่พอใจกับบรรจุภัณฑ์นี้สักเท่าไร
พีทได้เดินไปที่ร้านขายลังกระดาษ โดยมีเถ้าแก่สูงวัยยื่นชี้นิ้วสั่งลูกจ้างด้วยน้ำเสียงที่ดู ออกเป็แนวโวยวายสักหน่อย
“สวัสดีครับเถ้าแก่ ไม่ทราบว่าเถ้าแก่รับทำกล่องกระดาษตามแบบไหมครับ?” พีทได้เข้าไปพูดคุยกับเถ้าแก่ พร้อมกับเอ่ยถึงความ้าของเขาในการที่จะซื้อกล่องกระดาษ
โดยเถ้าแก่เมื่อได้เห็นพีท ที่ยังดูหนุ่มและเป็เพียงแค่นักศึกษา ก็พลันมองสำรวจด้วยสายตาั้แ่หัวจรดเท้า
“กล่อง? เอาไปใส่อะไร…ถ้าหากล่องลองไปเลือกดูตรงมุมนู่นเลย มีให้เลือกเยอะแยะ” เถ้าแก่ตอบกลับน้ำเสียงที่ฟังดูไม่ใส่ใจกับพีทสักเท่าไร เพราะเชื่อว่าเด็กมหาลัยอย่างพีทคงมาซื้อกล่องธรรมดาทั่วไป ไม่ได้ติดต่อธุรกิจที่จริงจังอะไร
แน่นอนพีทไม่ชอบทัศนคติที่เถ้าแก่มองเขาเป็เพียงเด็กน้อยเลย เขาอาจจะยอมให้น้าผีเรียกเขาว่าไอ้หนู แต่นั้นเป็เพราะน้าผีกับเขา มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน เขาได้ความรู้จากน้าผี ส่วนน้าผีก็มีชีวิตอยู่ได้ในระบบของเขา เพื่อเติมเต็มปณิธานของตัวเองที่อยากจะเห็นประเทศไทยก้าวหน้า ดังนั้นพีทจึงยอมให้น้าผีเรียกเขาว่าไอ้หนูได้…หากแต่คนอื่นไม่ควรเรียกเขาแบบนั้น
“เถ้าแก่ผมอยากสั่งผลิตกล่องกระดาษจำนวนมากครับ ไม่ได้มาซื้อกล่องสำเร็จรูป” พีทยังคงใช้น้ำเสียงโทนเดิมหรือก็คือน้ำเสียงที่สุภาพ
เพียงแต่ ดูเหมือนเถ้าแก่จะทำเป็เหมือนเอาหูไปนา เอาตาไปไร่เสียมากกว่า “ผลิตกล่อง เอาเท่าไรล่ะ ถ้าต่ำกว่า 1หมื่นกล่อง ที่นี่ไม่รับผลิตนะ” เถ้าแก่ยังคงตอบแบบขอไปทีอีกเช่นเคย อีกทั้งยังได้ใช้คำพูดข่มพีทอีกด้วย
“ตกกล่องละกี่บาทครับ?” พีทยังคงถามต่อไป เพื่อสอบถามถึงราคา “ถ้ากล่องเปล่า 2 บาท ถ้าแบบมีสีก็กล่องละ 7 บาท เอาแบบไหนล่ะ?” เ้าของร้านตอบ พลางนั่งลงจิบชาอย่างสบายใจอยู่ที่โต๊ะไม้สักที่ดูหรูหรา ราวกับว่ากำลังแสดงออกถึงประสบการณ์ในการขายที่ช่ำชองมานานกว่าหลายสิบปีของตนเอง
“ถ้ากล่องเปล่า 1 บาทผมเอาเดี๋ยวนี้เลย 2หมื่นกล่องและในอนาคตจะสั่งเพิ่มอีกหลายหมื่นครับ” พีทลองต่อราคาดูเพื่อดูปฏิกิริยาของเถ้าแก่ว่าจะตอบรับกับข้อเสนอของเขาหรือไม่
และก็เป็ดังคาด “เฮ้อ! กล่องละบาท ไปเล่นที่อื่นไปไอ้หนู อย่ามาเกะกะขวางทางร้านข้า!” เถ้าแก่ไม่คิดจะสนใจข้อเสนอของพีทเลยสักนิด รวมไปถึงการทำธุรกิจด้วยกันในอนาคตก็ตามที
โดยที่จริงแล้ว ราคากล่องเปล่าแบบพับเองตามท้องตลาดก็ตกอยู่ราวๆ กล่องละ 1-1.50 อยู่แล้ว หากสั่งในปริมาณมากก็จะลดลงได้อีก แต่ทว่าเถ้าแก่ผู้นี้คิดที่จะหลอกเชือดพีท ที่ดูไม่มีประสบการณ์สักเท่าไรในสายตาของเถ้าแก่
แต่ใครเล่าจะรู้ว่าพีทได้ทำการศึกษาราคาของกล่องกระดาษมามากแล้ว จนรู้ถึงราคากลางของมันนั่นเอง
หลังจากที่เถ้าแก่ปฏิเสธพีทไป ตัวของพีทเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับร้านแห่งนี้อีก ซึ่งเถ้าแก่อาจจะมองว่าการเสียลูกค้าอย่างพีทไป เป็เพียงแค่ลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น ทิ้งเงินเพียงไม่กี่หมื่นไป วันข้างหน้าก็หาใหม่ได้
แต่ในอนาคตใครเล่าจะรู้ว่าการได้ทำธุรกิจกับพีทสักครั้ง มันจะส่งผลให้ร้านของพวกเขามีอนาคตที่สดใส มีงานและหลักประกันทางธุรกิจระดับประเทศ?
อย่างไรก็ตามนั้นเป็เื่ของในอนาคต วันนี้ในสายตาของคนอื่นร้านขายไก่ทอดของพีทยังเป็เพียงแค่ร้านขายไก่ทอดข้างทางเท่านั้น ดูไม่มีอนาคตเท่าไร
แต่สำหรับพีทนั้น เขาไม่ได้มองร้านไก่ทอด CPF ของเขาเป็แค่ร้านขายไก่ทอดข้างทางอย่างแน่นอน
“เดี๋ยวก่อนพี่ชาย หากพี่ชายกำลังหาร้านซื้อกล่องกระดาษ พี่ลองข้ามไปถามร้านที่อยู่ตึกแถวฝั่งตรงข้ามไหมครับ” พีทกำลังจะกลับออก เขาก็ได้ถูกหยุดไว้โดยเด็กยกข้าง หน้าตาสกปรกมอมแมมของทางร้านที่พีทเดินสวนก่อนหน้าที่จะเข้ามาในร้าน คนหนึ่งแอบเรียกหาเขาจากซอกหลืบร้านลับสายตาที่เถ้าแก่จะมองเห็น
พลางแนะนำร้านขายกระดาษลังให้กับพีทได้รู้จัก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดนั่นเอง
“ตึกแถวฝั่งตรงข้ามมีร้านขายด้วยเหรอ?” พีทถามด้วยความไม่รู้ เพราะตึกแถวฝั่งตรงข้ามให้พูดกันตามตรงมันค่อนข้างเป็ทำเลที่ไม่เหมาะแก่การค้าขายเท่าไรนัก แม้ตัวตึกแถวจะดูมั่นคง แต่ถ้าหาให้เทียบกันแล้ว ฝั่งตลาดภายในจังหวัดธาราบุรีดูจะคึกคักและมีลูกค้ามากกว่า
“มีอยู่ร้านหนึ่งครับ ผมเคยทำงานอยู่ที่ร้านนั้นมาก่อน เพียงแต่ร้านของเฮียอมรกำลังจะเจ๊งแล้วครับ” เด็กยกของตอบกลับ ด้วยท่าทางซื่อๆ และดูเป็ห่วงเ้านายเก่าอยู่ไม่น้อย ซึ่งพีทก็ไม่ได้อยู่คุยกับเด็กยกของมากนัก เพราะทางด้านของเถ้าแก่ได้เรียกหาเด็กยกของแทบจะในทันทีที่หายลับตาไปนาน
ดังนั้นเมื่อพีทได้คำแนะนำจากเด็กยกของ ตัวของพีทก็ได้ข้ามฝั่งมายังตึกแถวฝั่งตรงข้ามที่ดูเงียบเหงา
สภาพตึกแถวฝั่งตรงข้าม มีตึกแถวเรียงยาวมากกว่า 10 ห้อง หากแต่สภาพของร้านกลับเงียบเหงามากจนน่าสงสาร มีร้านเกือบครึ่งปิดกิจการลงไปแล้ว ส่วนอีกครึ่งแปรสภาพกลายเป็บ้านที่อยู่อาศัย มีเพียงร้านขายกระดาษเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัด เปิดร้านอยู่ตรงนั้น
หน้าร้านมีป้ายชื่อ ‘อมรพาณิช’ แปะกำกับเอาไว้อยู่ ภายในมีเ้าของร้านรูปร่างผอม ผมหงอกไปครึ่งหัว นั่งดูโทรทัศน์อยู่ในร้านด้วยความเงียบเหงา
แม้พีทจะเดินเข้าไปถึงหน้าร้านแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววของเด็กภายในร้านหรือเ้าของร้านที่ออกมาต้อนรับเลยสักคนเดียว ราวกับว่าลืมไปแล้วว่าลูกค้าคนล่าสุดเป็ใคร
พีทได้เข้าไปทักทายเ้าของร้าน ซึ่งทันทีที่พีทเอ่ยคำทักทาย เฮียอมรที่เกือบจะนั่งสัปหงกก็รีบกุลีกุจอ เข้ามาต้อนรับพีทในทันที
“คือผมอยากได้กล่องกระดาษไปใส่อาหารครับ ทางร้านรับผลิตให้หรือเปล่าครับ?” พีทวางรูปแบบกล่องที่เขา้าให้กับเ้าของร้านได้ดู
เ้าของร้านรับเอาไปพิจารณาอยู่สักพัก เพราะรูปแบบกล่องที่พีท้ามันค่อนข้างเป็เอกลักษณ์มาก โดยกล่องของพีท ้าจะมีรู ช่องว่างสำหรับใช้ถือให้กับลูกค้าได้อีกด้วยนั่นเอง
“ผมอยากจะสั่งเริ่มต้นสัก 1 หมื่นกล่องและในอนาคตจะสั่งผลิตเพิ่มอีกครับ” ระหว่างที่เ้าของร้านกำลังตัดสินใจ พีทก็เสนอถึงจำนวนที่เขา้าเพื่อให้เ้าของร้านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
แม้จำนวน 1 หมื่นกล่องอาจจะไม่เยอะในสายตาของเถ้าแก่ร้านฝั่งตลาด แต่สำหรับร้านของเฮียอมรที่กำลังรอวันเจ๊ง มันถือเป็จำนวนที่สามารถช่วยต่อลมหายใจให้ร้านของเขาได้อีกครึ่งเดือนเลยทีเดียว
“ยากไปหน่อย แต่ร้านของเรารับทำ” ผ่านไปกว่าหลายนาที เฮียอมรก็ตกลงที่จะรับทำ ซึ่งขั้นตอนต่อไปหากเป็ร้านอื่น คงต้องมาพูดคุยกันถึงราคากันแล้ว แต่ทว่าเฮียอมรนั้นข้ามขั้นตอนนี้ไปเสียอย่างนั้น
“เฮียถามได้ไหม ลูกค้าจะเอาไปใส่อาหารอะไร เฮียจะได้ใช้กระดาษในการทำได้ถูก?” เฮียอมรวางเื่การต่อรองราคาไปก่อน หากแต่ถามกับพีทถึงอาหารที่จะนำมาใส่แทน
คำถามของเฮียอมรสร้างความประทับใจให้กับพีทเป็อย่างมาก อย่างน้อยก็แสดงออกถึงความใส่ใจในงาน ที่ไม่ใช่ว่าสักแต่จะรับทำทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ามันคืองานอะไร
ดังนั้นสิ่งที่เฮียอมรถามมันจึงทำให้พีท รวมไปถึงน้าผีและเชฟมินแจกยูที่อยู่ฟังจากในระบบ พยักหน้ายอมรับถึงความใส่ใจของเฮียอมรมากทีเดียว
(*Web Hosting คือ บริการให้เช่าพื้นที่บนเซิร์ฟเวอร์ เพื่อเก็บไฟล์เว็บไซต์และทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงเว็บไซต์นั้นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา)
(**โดเมน หรือ Domain name คือชื่อเว็บไซต์ที่ใช้แทนที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์ เช่น example.com เพื่อให้จำง่ายและเข้าถึงเว็บได้สะดวกรวดเร็ว)
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy