ผมชื่อ นที อายุ 26 ปี เรียนจบสายวิทยาศาสตร์มา ผมคือหนึ่งในเด็กบ้าน ๆ ที่เชื่อคำพูดพ่อแม่ว่าถ้าเรียนสายนี้จะมีงานดี ๆ ทำ และไม่ต้องมาลำบากแบบพวกเขา
แต่มันก็แค่คำปลอบใจที่ทำให้เด็กที่ไม่รู้จักตัวเอง รู้สึกเหมือนมีทิศทาง
ผมทำงานได้แค่ 2 ปี แล้วก็ลาออกโดยไม่บอกใคร ชีวิตที่ต้องตื่นเช้ามาทำงาน ตอนเย็นกลับห้อง วนอยู่แบบนี้ จนจิตใจค่อย ๆ เหี่ยวลงเหมือนกระถางไม้ที่ไม่ได้รดน้ำ
ผมอาศัยอยู่ห้องเช่าเล็ก ๆ ในซอยแคบหลังตลาด ลองขายของออนไลน์ไปเรื่อย ๆ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า ของแต่งบ้านจากสำเพ็ง ทุกอย่างที่คนอยากได้ ผมก็หามาขาย แต่ใจจริงผมไม่ได้อยากขายอะไรเลย ผมแค่ไม่อยากไปทำงานประจำอีก และประเด็นสำคัญคือ ผมต้องหาเงินใช้หนี้ กยศ. ที่ยืมมาสมัยเรียน เกือบสี่แสนบาท ผมเริ่มทยอยจ่ายไปบ้างแล้ว แต่มันลดลงมาไม่มาก และตอนนี้ผมก็ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ไม่มีเงินสำรองไว้จ่ายด้วย ดังนั้นผมต้องหาทางอื่น
ผมนั่งดูโทรศัพท์ ระหว่างรอลูกค้าสั่งซื้อของเข้ามา ผมเลื่อนดูฟีดว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง จนเลื่อนลงมาเจอโพสต์หนึ่งเหมือนถูกจ้างโฆษณายังไงยังงั้น
‘เป็นักเขียนรายได้เดือนละแสน!
แค่นั่งอยู่บ้านเขียนนิยายสนุก ๆ’
“จริงเหรอวะ?” ผมพึมพำกับตัวเอง มันเป็ไปได้จริง ๆ เหรอ
ผมไม่ได้ใส่ใจอะไร ก็เลยเลื่อนฟีดต่อ พอเลื่อนลงมาก็เจอข่าวการฆาตกรรมผู้หญิง ที่เป็แฟนสาวของคนฆ่า
“…” ผมหยุดชะงักมองภาพข่าวตรงหน้า หรือผมจะลองเขียนนิยายดู ซึ่งเื่แรกที่จะเขียน...อือ...เอาเื่การฆาตกรรมนี่แหละ! น่าตื่นเต้นดี
ผมเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับข่าวฆาตกรรมต่าง ๆ ฟัง และจดบันทึกอย่างตั้งใจ จนเวลาล่วงเลยมาจนมืด มันถึงเวลาที่ผมต้องเริ่มเขียนนิยายตอนแรกสักที ผมใช้นามปากกาว่า ‘อองละ (Ongla) ’
นิยาย
ฝนตกปรอย ๆ ในเช้ามืด เม็ดเล็กเกินจะเรียกว่าฝน แต่เย็นพอจะซึมเข้าเสื้อผ้า ชายหนุ่มวัย 29 ปี ในชุดตำรวจ สูงประมาณ 179 เิเ ใบหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมกริบ เขาคือผู้หมวดอินทร ซึ่งเป็รองสารวัตรฝ่ายสืบสวน กำลังยืนมองศพหญิงสาว นอนแน่นิ่งกลางพุ่มหญ้ารก ซึ่งกำลังขึ้นอืด หลังโกดังเก่าในซอยแคบ
"ที่อกด้านซ้ายถูกแทงด้วยของมีคมเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่การแทงมั่ว แต่คือ แม่น จนทำให้ตายได้ในไม่กี่นาที เหมือนคนร้ายชำนาญอยู่แล้ว" ภัทราวดี ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน อายุ 28 ปี สูง 168 เิเ กล่าวขณะตรวจสอบศพ
"ไม่มีรอยลาก" อินทรพูด
"ใช่ค่ะ เพราะเขาน่าจะฆ่าตรงนี้" ภัทราวดีตอบกลับ
"คนฆ่าเธอ คงพาเธอมาตรงนี้ด้วยความเต็มใจครับ" พิศาล สิบตำรวจตรี อายุ 24 ปี สูง 180 เิเ กล่าวเสริม
ทุกคนคิดตามสิ่งที่พิศาลพูด
“ศพนี้เหมือนกับศพเมื่อสองเดือนก่อน และคล้ายกับเหยื่อ 10 รายจากฆาตกรต่อเนื่อง ที่เจอมาตลอด 8 ปี ผมว่ายังไงมันก็คือฝีมือคนเดียวกัน” ธนาธิป ทนายดัง อายุ 31 ปี สูง 177 เิเ หนึ่งในทีมสืบสวนชุดใหม่ที่ทำการตามจับฆาตกรต่อเนื่อง
“เดี๋ยวฉันรีบทำ และจะรีบสรุปผลให้นะคะ” ภัทราวดีหันมาพูดกับอินทร
อินทรพยักหน้ารับ
“ริณ....ฮึก...” เสียงผู้ชายคนนึงดังแทรกขึ้นมาจากกลุ่มนักข่าวที่กำลังเก็บภาพเหตุการณ์ฆาตกรรมนี้
ทุกคนต่างหันไปมองชายดังกล่าว พบว่าเป็ชายวัยกลางคนที่กำลังร้องไห้เหมือนใจจะขาด ขณะมองมาที่ศพ และพยายามดันตัวเองให้เข้ามาในเขตกั้นพื้นที่ แต่ตำรวจกันไว้
“เข้าไปไม่ได้นะครับ เ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่”
“...ฮือ...ผมขอเข้าไปดู...ฮึก...เมียผมได้ไหมครับ...”
อินทรถอนหายใจออกมาด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยตอบ “ให้เขาเข้ามา”
เ้าหน้าที่ปล่อยให้ชายคนดังกล่าวเข้ามาด้านใน เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ เมื่อเห็นร่างแฟนสาวแบบเต็มตา เข่าทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
“ฮึก...พี่ไม่น่าปล่อยให้ริณออกมาเที่ยวเลย พี่น่าจะห้าม แล้วต่อไปนี้พี่กับลูกจะอยู่ยังไง...ฮึก...ริณฟื้นมาสิ ฟื้นขึ้นมา!!” ผู้ชายคนนั้นะโออกมาเสียงดัง
“...”
“ฮือ.....ฮือ...”
พิศาลแตะที่บ่าของชายคนนั้นเบา ๆ เพื่อปลอบ
ผู้ชายคนนั้นยื่นมือมาจับมือพิศาล
“คุณตำรวจช่วยจับคนที่มันฆ่าเมียผมด้วยนะครับ..ฮึก...จับมันมาให้ได้นะครับ” เขาร้องไห้อ้อนวอนขอความเป็ธรรม
“ครับ พวกผมจะจับมันมาให้ได้!” พี่ศาลตอบ
แล้วทุกคนก็เริ่มเก็บหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุ
ณ สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน
ในห้องประชุม แสงไฟฟลูออเรสเซนส์ส่องสว่างเพียงพอให้เห็นใบหน้าทุกคนชัดเจน เสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ ทำให้บรรยากาศเย็นและตึงเครียด
สารวัตรเมฆา อายุ 33 ปี สูง 178 เิเ นั่งอยู่หัวโต๊ะ จ้องมองแฟ้มเอกสารที่วางเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ เขาคือหัวหน้าชุดสืบสวนในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังสั่นะเือยู่ตอนนี้
ก้องภพ อายุ 23 ปี สูง 175 เิเ เ้าหน้าที่สนับสนุนด้านเทคนิค ฉายภาพดังกล่าวขึ้นหน้าจอแอลอีดี ทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ ต่างจับจ้องไปที่ภาพนั้น โดยมีเมฆา อินทร ภัทราวดี พิศาล และธนาธิป ซึ่งพวกเขาเป็ชุดสืบสวนคดีฆาตกรต่อเนื่องชุดล่าสุด ซึ่งก่อตั้งมาได้ 3 ปี หลังจากเปลี่ยนชุดสืบสวนมาแล้ว 2 ชุด
“เริ่มรายงานได้” เมฆากล่าวสั้น ๆ เพื่อให้อินทรเริ่ม
“เธอชื่อ ศิรินภา อายุ 32 ปี ถูกพบเป็ศพบริเวณพุ่มหญ้าหลังโกดังเก่า มีแผลถูกแทงด้วยของมีคมลึกทะลุหัวใจ ลักษณะแผลเหมือนถูกแทงเพียงครั้งเดียว และคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน จากการสืบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เธอออกมาเที่ยวกับเพื่อน หลังจากแยกย้ายกัน ก็ไม่เจอเธออีกเลย สามีและเพื่อนพยายามติดต่อหาเธอ แต่ติดต่อไม่ได้ เลยไปแจ้งความ ซึ่งใน่ระยะเวลาที่เธอหายตัวไป พวกเขามีพยานยืนยันที่อยู่แน่ชัดครับ ทั้งตัวบุคคล และกล้องวงจรปิดว่าไม่ได้อยู่กับเธอครับ” อินทรรายงาน
ก้องภพ เปลี่ยนภาพบนหน้าจอ แล้วเริ่มรายงาน
“กล้องรอบ ๆ บริเวณเกิดเหตุเสียหมดครับ พบแค่ภาพเดียวจากหน้าผับ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร หญิงรายนี้เดินออกมาจากผับ แล้วแยกย้ายกับชายหญิงคู่หนึ่ง ในเวลา 00.14 น. จากนั้นเธอก็เดินเลยกล้องไป แล้วก็ไม่เจออีกเลยครับ”
“ชาวบ้านแถวนั้นแจ้งว่า เห็นเธอนั่งมอเตอร์ไซค์คันสีดำกับชายชุดดำ สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ดูเหมือนคุยกันแล้วจึงซ้อนท้ายออกไปครับ” อินทรเอ่ยเสริม
“ฆาตกรรู้จักวิธีทำให้เหยื่อไว้ใจ หรืออย่างน้อย ก็รู้ว่าควรหลอกเหยื่อยังไงให้ขึ้นรถไปด้วยได้” ธนาธิปเสริม
พิศาลพลิกแฟ้มอีกเล่ม แล้วเอ่ย
“จากลักษณะการฆ่า แผลเดียว แทงลึกที่จุดตาย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีการปล้นชิงทรัพย์ใด ๆ มีความคล้ายกับเหยื่อ 11 รายที่ผ่านมา รถที่ใช้ก่อเหตุจะเป็รถเช่าทั้งหมด คนที่มาเช่าน่าจะถูกจ้างมา และหายสาบสูญหลังจากนั้น กล้องที่ควรจับภาพได้ มักเสีย และคำให้การของพยานมักพูดคล้ายกันว่า เห็นผู้ต้องสงสัยสวมชุดดำครับ”
ภัทราวดีเสริม “จากการตรวจสอบ พบDNAที่น้ำลายของผู้ตายตรงกับฆาตกรที่ฆ่าเหยื่อ 11 รายที่ผ่านมาค่ะ”
สารวัตรเมฆา วางมือบนแฟ้ม แล้วเงยหน้ามองรอบห้อง
“3 ปี ที่ทีมเราก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ตอนนี้เหยื่อตายไปแล้ว 4 ราย รวมกับ 5 ปีก่อนหน้านั้นอีก 8 ราย รวมเป็ 12 ราย ฆาตกรเลือกฆ่าเฉพาะผู้หญิง มันมีปมอะไรกันแน่”
2 สัปดาห์ต่อมา
อินทรได้รับข่าวจากเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม ว่า ธาม เพื่อนสนิทของเขา เสียชีวิตในห้องพักจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
วันที่ธามเสียชีวิต มันตรงกับ 2 สัปดาห์ที่ครบกำหนดการเสียชีวิตของหญิงสาวที่ถูกแทงตายคนนั้น และเมื่อ 2 เดือนที่แล้วก็เป็เช่นนี้ คนที่อินทรรู้จักจะเสียชีวิตตามไปด้วย ไม่ว่าจะเสียชีวิตตามธรรมชาติ หรือจากอุบัติเหตุ มันเป็แบบนี้มาตลอดระยะเวลา 3 ปี ั้แ่เขาได้เลื่อนขั้นเป็รองสารวัตรสืบสวน และเป็ทีมสืบสวนคดีฆาตกรต่อเนื่อง
โลกความจริง
ผมพิมพ์หยุดแค่นั้น เพราะตอนนี้เกือบตี 2 แล้ว และรู้สึกพอใจพอสมควร งั้นอัพลงในแอพนิยายเลยแล้วกัน จากนั้นปิดโน้ตบุ๊กแล้วลุกไปอาบน้ำ
ก่อนนอน ผมเปิดไฟล์ต้นฉบับขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเช็กคำผิด เพราะก่อนหน้านั้นดันลืมเช็ก อือ....คำก็ถูกต้องอยู่นะ จนกระทั่งย่อหน้าสุดท้าย
[ทำไมคนที่เรารู้จัก ถึงเสียชีวิตไปเรื่อย ๆ มันเหมือนถูกบังคับให้เห็นภาพนั้นซ้ำ ๆ เลย]
“...”
เดี๋ยวนะ! ประโยคพวกนี้ผมไม่ได้พิมพ์นี่? ผมพิมพ์จบไว้ตรงคำว่า
‘เป็ทีมสืบสวนคดีฆาตกรต่อเนื่อง’
ข้อความนั้นผมไม่ได้พิมพ์แน่ ๆ และผมก็อยู่คนเดียว ลบออก ใช่! ผมต้องลบมันออก เพราะมันดูเปิดเผยเกินไป
ลบ!
เฮ้ย!…มันเด้งกลับมาเหมือนเดิม
ลบ!
เด้งกลับมา
ลบ!
เด้งกลับมา
ลบ!
เด้งกลับมา
รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ทำไมมันลบไม่ได้ล่ะ เกิดอะไรขึ้น ถ้าลบในไฟล์ต้นฉบับไม่ได้ งั้นก็ลบในแอพแทนแล้วกัน ผมกดเข้าแอพ
อ้าว!!! มันไม่มีข้อความนั้นแสดงในนิยาย มันมีถึงแค่ส่วนที่ผมพิมพ์ หรือว่าคอมรวนละมั้ง ช่างเหอะ!
ผมปิดหน้าจอ ปิดไฟห้อง แล้วเข้านอน คืนนี้มีฝนตกปรอย ๆ อยู่นอกหน้าต่างทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกแบบนั้นนะ...