“ผมยังไงก็ได้อยู่แล้ว!’’เห็นสายตาคาดหวังของผู้คน หวังชาวเย่ก็ยักไหล่ั้แ่ที่ชายหนุ่มทําท่าทางไม่แยแสใส่เขาเขาก็มีความ้าที่จะสั่งสอนบทเรียนให้อีกฝ่ายเป็อย่างมาก และนี่ก็ถือเป็โอกาสที่จะได้ทําเท่ห์ต่อหน้าจื่อหลิงอีกด้วย
ยิงนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ!
จื่อหลิงที่เห็นรอยยิ้มมั่นใจของหวังชาวเย่ก็อดส่ายหัวไม่ได้เธอไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเพราะเธอไม่ใช่คนโง่และเธอสามารถมองออกว่าฝีมือของชายหนุ่มที่ชื่อมู่หลินนั้นเหนือกว่าหวังชาวเย่อย่างแน่นอนเพียงแต่จะเหนือกว่าเท่าไหนนั้นก็อีกเื่
แต่ที่แน่ๆคงไม่จบในหมัดเดียวดั่งที่ใครแอบอ้างหรอกนั่นมันไร้สาระเกินไป!
ต้องรู้ก่อนสามตระกูลใหญ่แห่งมาเก๊าไม่ใช่เล่นๆไม่เพียงพวกเขาจะมีทรัพย์สินและเครือข่ายอันทรงพลัง แต่พวกเขายังมีความลับบางอย่างที่คนทั่วไปยังไม่รู้
และหนึ่งในความลับที่ว่าก็คือ หวังชาวเย่!
“ประลอง?ก็ได้ผมจะถือซะว่าขําๆแล้วกัน!’’ มู่หลินก็ไม่ได้เื่มากเขาหัวเราะเบาๆอย่างไม่ใส่ใจ ไม่ว่าเทาก้านหรือหวังลิ่วจะมาไม้ไหนเขาจะสอนให้รู้เองว่าความพยายามไร้ค่าของพวกมันน่ะไร้ประโยชน์แค่ไหน!
จะได้เลิกคิดและตะหนักได้เสียทีว่าเรามันคนละชั้น!
เห็นอย่างนั้นซุยเทียนผู้ซึ่งเป็เ้าของจัดงานเลี้ยงตัวจริงก็ฝืนยิ้มดูเหมือนว่างานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 24 ปีของลูกชายของเขาจะครึกครื้นขึ้นเยอะเลย…
ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วและทั้งสองฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธอะไรซุยเทียนจึงไม่มีเหตุผลให้หักห้ามพวกเขาเขาจึงให้ซุยิทําหน้าที่เปิดงานและเริ่มงานเลี้ยงทันทีโดยประกาศว่าการประลองของทั้งสองคนนั้นจะเริ่มหลัง่มอบของขวัญจบลง
ภายใต้งานเลี้ยงมู่หลินได้ทานอาหารมากมายอย่างไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างแม้แต่น้อย
คนอื่นๆที่เห็นก็ได้แต่ชะงักและสับสนไม่ใช่ว่าพอถึง่ปิดท้ายงานเลี้ยงคุณต้องประลองกับหวังชาวเย่หรอกเหรอ?
ไหงทําไมถึงได้ดูชิวเสียขนาดนั้น?
เฮ้อ!
พวกซุยิที่เห็นทําได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้จากนั้นพวกเขาก็เดินตรงเข้าหามู่หลิน
โดยหยวนอิ้งเป็ฝ่ายถามอย่างสงสัย“มู่หลินนายคงไม่ได้เป็ปรมาจารย์การต่อสู้จริงๆหรอกนะใช่ไหม?’’
พวกเขาล้วนรู้ดีว่ามู่หลินนั้นเป็แพทย์แผนจีนที่เก่งกาจทั้งยังมีฝีมือการเขย่าลูกเต๋าที่น่าทึ่งอีกหยวนอิ้งและคนอื่นๆจึงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าบางทีมู่หลินอาจจะเป็ปรมาจารย์การต่อสู้จริงๆก็ได้
“ปรมาจารย์การต่อสู้?ฉันจะไปเป็ได้ยังไง!’’ มู่หลินยิ้มอ่อนเขาไม่ได้เป็ปรมาจารย์การต่อสู้แต่เป็สิ่งที่เหนือกว่านั้นเยอะ!
ใช่แล้ว!เขาคือผู้บําเพ็ญเพียร!
ในสายตาของมู่หลินปรมาจารย์การต่อสู้ของโลกก็เป็แค่พวกเก่งศิลปะการต่อสู้นิดหน่อยมันไม่สามารถที่จะเอามาเทียบกับการต่อสู้จริงๆของผู้บ่มเพาะหรือผู้บําเพ็ญเพียรได้เลย
ดังนั้นมู่หลินจึงไม่เห็นมันอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย!
เรียกได้ว่าเป็ความหยิ่งยโสที่สูงลิ่วเกินกว่า์ก็ว่าได้!
“มู่หลินแต่นายนี่กล้าจริงๆนะที่ไปหาเื่คุณหนูจื่อหลิงเป็ฉันต่อให้กล้าแค่ไหนก็ไม่กล้าเท่านายหรอก!’’ หวู่เสินดันแว่นขึ้นเขาอดชมไม่ได้จริงๆที่อีกฝ่ายกล้าที่จะต่อว่าคนจากสามตระกูลใหญ่
“ฮ่าๆๆๆๆ!ถ้าไม่กล้าแล้วเขาจะกล้ารับการประลองกับหวังชาวเย่ได้อย่างไร! จริงไหมมู่หลิน?’’เจียงหยางคิดตรงกันข้ามเขาจึงหัวเราะร่าในความคิดของเขามู่หลินนั้นมีความกล้าเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไปจะเทียบได้ ไม่สิต้องบอกว่าความบ้าของอีกฝ่ายน่ะ แม้แต่์เข้ามาหาเื่ก็ยังไม่กลัวเลยมั้ง!
แล้วแค่หวังชาวเย่จากสามตระกูลใหญ่มีอะไรให้ต้องกลัว?
“แล้วมันเป็ความจริงเหรอที่นายเอาชนะพวกอันธพาลแล้วช่วยคุณหนูจื่อหลิงมาได้น่ะ?’’ซุยิค่อนข้างไม่เชื่อเขารู้จักมู่หลินดีที่สุดเขาจึงไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าคนที่ธรรมดาอย่างอีกฝ่ายจะมีฝีมือต่อสู้เหนือชั้นขนาดนั้น
“นายจะถามไปทําไม?ถึงฉันตอบไปนายก็ไม่เชื่ออยู่ดี เพราะงั้นอย่าถาม!’’ มู่หลินกลอกตาก็เห็นๆกันอยู่ว่าหน้าของนายมันฟ้องว่าไม่เชื่อ แล้วจะถามอีกทําไม?
บ้ารึเปล่า!
“...’’ ซุยิก็ผงะไปเขาไม่เชื่อจริงๆนั่นแหละ เขาจึงหัวเราะแห้งๆแล้วเลิกสนใจเกี่ยวกับมันในความคิดของเขามันเป็ไปไม่ได้ที่มู่หลินจะเอาชนะอันธพาลสิบกว่าคนด้วยตัวคนเดียว
ดังนั้นเื่นี้ต้องมีบางอย่างแน่นอน!
“น้องสาวจื่อหลิงเขาใช่รึเปล่า?’’ถึง้าจะสั่งสอนมู่หลิน แต่หวังชาวเย่ก็ไม่ใช่คนโง่ซะทีเดียวก่อนจะถึงเวลาเขาจึง้ารู้ข้อมูลของอีกฝ่ายมากที่สุด
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?อีกเื่นายเลิกเรียกฉันว่าน้องสาวซักทีได้ไหม!อายุก็เท่ากันเลิกทําให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดได้แล้ว!’’ ถูกตามตื๊ออยู่หลายครั้งจื่อหลิงก็ไม่อดทนอดกลั้นอีกต่อไป เธอระบายออกมาด้วยนํ้าเสียงหงุดหงิด
“เอ่อ…’’คิดไม่ถึงว่าอยู่ดีๆอารมณ์ของเธอจะพุ่งพล่านเสียขนาดนี้ หวังชาวเย่ก็อึ้งไป
จื่อหลิงจึงไม่สนใจอีกฝ่ายต่อไปอีกเธอเลือกเดินไปทานอาหารอร่อยๆทันที
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ถึง่มอบของขวัญให้แก่ซุยิ คนจํานวนมากที่มาร่วมงานเลี้ยงจึงส่งมอบของขวัญของพวกเขาให้อย่างดี
ซึ่งพวกมันเ่าั้ล้วนมีมูลค่าไม่ตํ่าไปกว่าแสนหยวนของพวกเทาก้านและหวังลิ่วก็เช่นกันมันเป็ของที่ทางบริษัทของพวกเขาจัดเตรียมให้มาเพื่อมอบให้แก่ซุยิ
กระทั่งมาถึงคราวของหวังชาวเย่ผู้คนจึงตาวาวด้วยความตกตะลึง
“นั่นมันกุญแจBMW ไม่ใช่เรอะ?’’
“อย่าบอกนะว่าคุณชายหวังตั้งใจมอบBMW ให้เป็ของขวัญวันเกิด?’’
“น่าทึ่งนัก!คุณชายหวังช่างใจปํ้าเสียจริง!’’
“...’’
ในที่นี้อย่างมากพวกเขาก็ทําได้แค่ส่งมอบของขวัญที่มีมูลค่าราวๆแสนหยวนพวกเขาจึงรู้สึกตกตะลึงเป็อย่างมากที่เห็นหวังชาวเย่มอบ BMWเป็ของขวัญให้ง่ายๆเช่นนี้
BMW ถึงจะไม่ใช่รถที่มีราคาที่แพงที่สุดในโลกแต่มันก็มีราคามากมายกว่าที่แสนหยวนจะเทียบได้ดังนั้นผู้คนมากมายจึงรู้สึกอิจฉาเป็อย่างมากที่ซุยิได้รับมัน
ด้านหวังชาวเย่เขาเพียงยิ้ม“น้องชายซุยถึงฉันจะรู้มาแล้วว่าเธอมี BMW เช่นกันเพียงแต่ฉันไม่รู้ว่าจะมอบอะไรให้เธอดี ดังนั้นถ้าเธอไม่ถูกใจมันเธอก็สามารถเอาไปเปลี่ยนเป็อย่างอื่นได้!’’
ความหมายที่หวังชาวเย่้าจะสื่อก็คือสามารถเปลี่ยนมันเป็เงินได้!
“ขอบคุณครับ!’’ซุยิรับมาอย่างเต็มใจ ซึ่งเขาก็พลันตะหนักได้ทันทีว่าที่หวังชาวเย่ส่งคนนํา BMWมาก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มเป็เพราะสิ่งนี้นี่เอง
“นั่น!อย่าบอกนะว่าคุณหนูจื่อก็จะมอบ BMW เช่นกัน?’’ ถัดมาก็ถึงตาของจื่อหลิงผู้คนที่เห็นจึงอุทานอย่างแตกตื่น
พวกคุณรวยก็จริงแต่จะใช้เงินทิ้งขว้างแบบนี้ไม่ได้นะ!
เพราะพวกผมไม่ได้รวยเหมือนพวกคุณ!ให้ตายเถอะ!
“ก็เหมือนกันกับเขานั่นแหละ!’’จื่อหลิงยิ้มให้ซุยิ ถ้าจะให้เธอมอบเงินมันก็เกินไปหน่อย มอบแบบนี้น่ะดีแล้วเพราะมันสามารถเปลี่ยนเป็เงินหรืออย่างอื่นได้
“ขอบคุณครับคุณหนูจื่อ!’’ซุยิยิ้มรับ เขาตื่นเต้นเป็อย่างมากที่ได้รับ BMW ถึงสองคันติด
หลายนาทีต่อมาในที่สุดการส่งมอบของขวัญของผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงคนสุดท้ายก็มาถึงพวกเขาจึงจับจ้องไปที่อีกฝ่าย
มู่หลินที่ถูกจับจ้องก็เดินไปที่บนเวทีและหยิบกล่องนาฬิกาGucci ที่เก็บไว้ออกมา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร
เหล่าผู้ชมที่เห็นก็ส่งเสียงขึ้นมาทันที
“เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าเขาจะมอบมันเป็ของขวัญจริงดิ?’’
“เชี่ย!นี่มันจะดูถูกมากเกินไปแล้ว!’’
“ช่างเถอะดูจากชุด Gucci ของเขาฉันก็รู้แล้วว่าเขาไม่ค่อยมีเงินดังนั้นเกิดเช่นนี้ขึ้นก็ไม่แปลก!’’
“...’’
ทุกคนต่างคิดว่าการมอบนาฬิกาGucci ในราคาไม่ถึงแสนหยวนให้เป็ของขวัญวันเกิดต่อซุยิเป็อะไรที่น่าขายหน้าอย่างมาก
ถึงจะอย่างนั้นซุยิเพียงยิ้มๆอย่างเข้าใจเขาเข้าใจเพื่อนคนนี้ดีว่าอีกฝ่ายมีความคิดไม่เหมือนใครซักเท่าไหร่ เขาจึงหัวเราะเบาๆก่อนเอ่ย “ขอบคุณเพื่อน!’’
“ขอบคุณ?ยังไม่ต้องรีบร้อนขอบคุณฉันหรอก...’’ มู่หลินส่ายหัวก่อนหันไปทางฝูงชน “คุณน่ะ!มานี่ซิ! เอาอุปกรณ์วาดรูปของคุณมาให้ผมยืมหน่อย!’’
จากนั้นเขาก็มองหน้าซุยิก่อนยิ้ม“ฉันไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าของขวัญของฉันมีเพียงชิ้นเดียว! เอาล่ะ! รอแป๊บ!เดี๋ยวฉันวาดรูปให้!’
เขาบอกไปตอนไหนว่าจะมอบให้เพียงชิ้นเดียว?เหอะ! คิดเองเออเองทั้งนั้น!
ต่อจากนี้ต่างหากล่ะถึงจะคือของขวัญที่แท้จริง!
รูปที่วาดขึ้นโดยเขายังไงล่ะ!