บทที่ 2 เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์
เฉินเซิงรู้ว่าพวกคนร้ายเหล่านี้ล้วนเป็พวกเดนตาย หากเขาพาหลิน
เสวี่ยเอ๋อร์ออกไปอาจจะถูกยิงตายได้
เขาจึงตัดสินใจรีบพาหลินเสวี่ยเอ๋อร์กลับเข้าไปในห้องโถงธนาคาร
ปัง! ปัง!
พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว คนหกเจ็ดคนถือปืนและสวมโม่งปิดหน้า พากันวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงปืนและพวกคนร้าย ผู้คนในห้องโถงบางคนก็ร้องลั่น บางคนวิ่งวุ่น สถานการณ์วุ่นวายอลหม่านไปหมด
“เร็วเข้า คุกเข่าลง!” เฉินเซิงพาหลินเสวี่ยเอ๋อร์ที่งุนงงไปแอบในมุมมืด
โคอิซุมิก็รีบแอบอยู่ไม่ไกลจากเฉินเซิง เมื่อหันมามองก็ยิ้มให้เฉินเซิงและหลินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างเป็มิตร
“ไม่ต้องกลัว พวกนั้น้าแค่เงิน ปล้นแล้วก็จะจากไป เราอยู่เงียบ ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” โคอิซุมิพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว
แม้เขาจะไม่รู้จักคู่หนุ่มสาวหน้าตาดีคู่นี้ แต่เห็นว่าต่างก็ประสบเหตุการณ์เดียวกัน จึงพูดปลอบใจหลินเสวี่ยเอ๋อร์ที่ดูน่าสงสาร
หลินเสวี่ยเอ๋อร์แม้ไม่รู้จักโคอิซุมิ แต่ก็พยักหน้ารับคำปลอบใจอย่างเป็มิตร
ทว่าเมื่อนึกถึงประสบการณ์ในชาติก่อน เฉินเซิงก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างดูถูก
คนตรงหน้าทำให้เขาต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความทุกข์ทรมานและความแค้นเป็เวลานานถึงสิบปี แม้ตอนนี้เขาจะคุกเข่าเลียรองเท้าเฉินเซิงเหมือนสุนัข ก็ไม่มีวันที่เฉินเซิงจะมีความรู้สึกดีต่ออีกฝ่ายเลยสักนิด เมื่อรู้สึกได้ถึงความรังเกียจจากเฉินเซิง โคอิซุมิจึงกลืนคำพูดที่ตั้งใจจะพูดกลับคืนไป
เขาแน่ใจว่านี่เป็ครั้งแรกที่พบหนุ่มจีนคนนี้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไมชายผู้นี้ถึงได้เกลียดชังเขาขนาดนี้
“หากไม่อยากตายก็อยู่เฉย ๆ อย่าขยับ ฉัน้าแค่เงิน ถ้ามีใครไม่ฟังคำสั่ง ฉันก็ไม่ลังเลที่จะยิงทิ้ง!” หนึ่งในพวกคนร้ายที่มาปล้นหันปืนขึ้นฟ้าและะโใส่ฝูงชนที่กำลังหวาดกลัว
เฉินเซิงเห็นคนรู้จักคนหนึ่งอยู่ตรงหน้า มีคนร้ายหลายคนทุบกระจกเคาน์เตอร์และจ่อปืนขู่พนักงานให้นำเงินสดออกมาจากตู้นิรภัย
หลังจากได้เงินสดมาจำนวนมากแล้ว คนร้ายบางคนยังไม่พอใจ และคิดจะปล้นลูกค้าที่ถือเงินสดอยู่ด้วย
มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งไม่ยอมปล่อยกระเป๋าหนังใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเงินสด ทำให้คนร้ายยิงเข้าที่ต้นขาของเธอ
“หลินเสวี่ยเอ๋อร์ วางกระเป๋าลงซะ!” เฉินเซิงมองหลินเสวี่ยเอ๋อร์และพูด
จากประสบการณ์ในชาติก่อน เฉินเซิงให้ความสำคัญกับชีวิตมากกว่า เพียงแค่ได้รอดชีวิต เขาก็ไม่สนใจเื่เงินทองหรือสิ่งของนอกกายเลย
“ไม่!” หลินเสวี่ยเอ๋อร์ส่ายหน้า
เป็เพราะพ่อแม่ของเธอคัดค้านไม่ให้เธอคบหากับเฉินเซิง เธอจึงตัดสินใจถอนเงินเก็บทั้งหมดสองแสนหยวนที่เก็บสะสมมาหลายปี เพื่อสนับสนุนเฉินเซิงในการเริ่มต้นธุรกิจ เงินจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของเธอว่าจะได้อยู่กับคนรักหรือไม่ หลินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่เพียงไม่โยนกระเป๋าออกไป แต่กลับกอดกระเป๋าหนังในอ้อมแขนไว้แน่น
“การมีชีวิตรอดเป็สิ่งสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีชีวิตแล้ว แม้จะมีเงินเยอะแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์” เฉินเซิงฉวยกระเป๋าจากมือหลินเสวี่ยเอ๋อร์และโยนไปให้คนร้ายที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อเห็นเฉินเซิงโยนเงินทั้งหมดที่เธอเก็บมาั้แ่เด็กออกไป หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็น้ำตาคลอเบ้า แม้เธอจะไม่ใช่คนที่หลงใหลวัตถุนิยม แต่พอเห็นเงินที่เก็บมาั้แ่เด็กตกอยู่ในมือคนร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินก้อนนี้มีความหมายมากสำหรับเธอ จึงทำให้หัวใจเ็ปอย่างมาก
ไม่ว่าจะชาติไหนสิ่งที่เฉินเซิงเกลียดที่สุด คือการเห็นหลินเสวี่ยเอ๋อร์เสียใจและร้องไห้อยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นสีหน้าของหลินเสวี่ยเอ๋อร์เป็แบบนั้น เขาอยากจะพูดบางอย่างแต่สุดท้ายก็นิ่งเงียบ
คนร้ายเก็บกระเป๋าเงินที่เฉินเซิงโยนมาให้ใส่ในถุงเป้ใบใหญ่ แล้วก็จ้องมองไปที่หลินเสวี่ยเอ๋อร์
คนร้ายนึกชมในใจว่าผู้หญิงคนนี้สวยกว่าดาราเสียอีก โดยเฉพาะขาเรียวขาวที่ราวกับเต้าหู้นั่น
“ว้าว สาวน้อยคนนี้ช่างสวยจริง ๆ ถ้าฉันมีแฟนสวย ๆ แบบนี้ละก็ให้ฉันตายก็ยอม” คนร้ายพูดจาลวนลามร่างกายของหลินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างไม่หยุดปาก “ให้ตายเถอะ! มัวแต่สนใจแฟนคนอื่นอยู่ได้ รีบเก็บเงินใส่กระเป๋าแล้วออกไปก่อนที่พ่อแกจะมาซะ!”
“อืม…ไอ้หนุ่มแกนี่โชคดีจริง ๆ เลยนะ” คนร้ายเหลือบมองเฉินเซิงแวบหนึ่ง ก่อนจะถือกระเป๋าและวิ่งไปที่ประตูพร้อมกับเพื่อนร่วมแก๊งอีกคนอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนร้ายกำลังจะออกไป หลายคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดว่าตัวเองรอดพ้นจากอันตรายไปได้แล้ว แต่เฉินเซิงกลับขมวดคิ้วแน่น เขารู้ว่าพายุลูกใหญ่ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก
ตามที่คาดไว้คนร้ายสองคนแรกถูกยิงเข้าที่หน้าอกและล้มลงทันทีที่มาถึงประตู ท่ามกลางเสียงปืนอันดังสนั่น คนร้ายที่เหลือก็หนีกลับไปที่ล็อบบีของธนาคารด้วยความตื่นตระหนก
เกือบจะในเวลาเดียวกัน เสียงไซเรนดังขึ้นจากภายนอก พร้อมกับเสียงประกาศข่มขู่และคำเตือนที่รุนแรงจากเ้าหน้าที่ตำรวจผ่านทางลำโพง
“พี่เฉิน เราจะทำยังไงดี?” เมื่อเห็นคนร้ายถือปืนและะโอยู่ในห้องโถง ใบหน้าของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ซีดลง และร่างกายของเธอก็สั่นเล็กน้อยขณะที่เธอถาม หญิงสาวไม่เคยคิดเลยว่าฉากที่เคยเห็นในหนังจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอจริง ๆ
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอได้” เฉินเซิงดึงหลินเสวี่ย
เอ๋อร์เข้ามากอด พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แก..ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้! แล้วก็พวกแกเลิกกอดกันได้แล้ว แล้วก็ลุกขึ้นมา!” คนร้ายคนหนึ่งะโพร้อมกับใช้ปืนชี้ไปที่โคอิซุมิ เฉินเซิงและหลิน
เสวี่ยเอ๋อร์
“ทำไมต้องเป็ผมด้วยล่ะ?” โคอิซุมิถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“ในห้องนี้แกเป็คนเดียวที่ดูฉลาดที่สุด ถ้าฉันไม่เลือกแกแล้วจะเลือกใคร?” คนร้ายะโพร้อมกับโบกปืนไปมา
โคอิซุมิเพิ่งรู้ตัวว่าหัวล้านของตัวเองเป็ต้นเหตุ เขาจึงลุกขึ้นยืนพลางพูดว่า “อย่ายิง อย่ายิงนะ สันติภาพระหว่างจีนและญี่ปุ่น ผมเป็คนญี่ปุ่น ถ้าคุณฆ่าผม มันจะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างรุนแรง ถ้าคุณมีข้อเรียกร้องอะไร ผมสามารถติดต่อสถานทูตญี่ปุ่นเพื่อแก้ไขให้ได้”
“ติดต่อสถานทูตกับผีน่ะสิ สถานทูตพวกแกจะมาจัดการอะไรได้? ถ้าฉันตาย พวกแกก็ต้องตายด้วย!”
เสียงเตือนของตำรวจข้างนอกรุนแรงขึ้นคนร้ายที่ถืออาวุธมองออกไปข้างนอก รอยยิ้มอันโหดร้ายปรากฏบนริมฝีปากของเขา จากนั้นเขาก็เล็งปืนไปที่หัวของโคอิซุมิแล้วเหนี่ยวไกโดยไม่ลังเล
โคอิซุมิแอบคิดในใจ เมื่อกี้หลินเสวี่ยเอ๋อร์อยู่ใกล้เขามาก ถ้าเขาผลักเธอออกไป เขาอาจจะหนีไปได้ สำหรับชะตากรรมของหญิงสาวนั้น มันไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของเขา
ขณะที่โคอิซุมิยื่นมือออกไปเพื่อผลักหลินเสวี่ยเอ๋อร์ให้ไปรับะุแทนตัวเอง เฉินเซิงที่จับตาดูสถานการณ์อยู่ก็ได้เตะเข้าที่หลังของโคอิซุมิอย่างแรง
อ๊าก!
โคอิซุมิใจนร่างกายพุ่งชนไปที่คนร้าย ทันใดนั้นะุก็พุ่งเข้ากลางอกของเขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าโคอิซุมิถูกยิงจนล้มลง และร้องโอดโอย กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง เฉินเซิงถอนหายใจยาว ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปแล้ว หลินเสวี่ยเอ๋อร์ที่ควรจะต้องตายจึงรอดชีวิต
ขณะที่พวกคนร้ายเ่าั้ฆ่ากันเองอย่างบ้าคลั่ง ทั้งเขาและเธอยิ่งกลายเป็อันตรายมากขึ้น เฉินเซิงและแฟนสาวอาจต้องตกอยู่ในปากกระบอกปืนของพวกมันได้ทุกเมื่อ อันตรายแท้จริงยังไม่สิ้นสุดลง
เฉินเซิงสังเกตเห็นว่าระหว่างเขากับคนร้ายคนหนึ่งห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว จึงคิดแผนการที่ค่อนข้างเสี่ยงขึ้น ถ้าเขาสามารถฉวยโอกาสคว้าปืนจากมือคนร้ายได้ บางทีอาจเปลี่ยนสถานการณ์ได้อีกครั้ง
ปัก!
เฉินเซิงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปแล้วต่อยเข้าที่หน้าคนร้ายคนหนึ่งอย่างแรง ขณะที่คนร้ายกำลังมึน ๆ เขาก็บิดแขนคนร้ายไว้
เฉินเซิงเป็คนชอบการต่อสู้แบบผสมผสานอยู่แล้ว เมื่อเผชิญกับวิกฤติ ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาจึงถูกกระตุ้นออกมา ทำให้เขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและเฉียบขาดในการเผชิญหน้าเพียงครั้งเดียว
“แม่งเอ๊ย! ฆ่ามันซะ ไอ้หน้าอ่อนนี่มันก่อกวนมากเกินไปแล้ว!” หัวหน้าคนร้ายะโลั่น เมื่อเห็นลูกน้องคนหนึ่งถูกเฉินเซิงบิดข้อมืออยู่
คนร้ายคนอื่น ๆ ต่างก็จ่อปืนไปที่เฉินเซิง
ในจังหวะที่คนร้ายกำลังจะลั่นไก เฉินเซิงเหวี่ยงตัวพลิกกลับ สลับตำแหน่งกับคนร้ายที่ถูกเขาควบคุมอยู่อย่างรวดเร็ว
คนร้ายที่ถูกเฉินเซิงควบคุมถูกยิงที่หลังหลายนัด เืพุ่งออกจากหลังราวกับน้ำพุ เฉินเซิงฉวยโอกาสคว้าปืนมาจ่อยิงคนร้ายอีกสี่คนติดต่อกัน
ขณะที่คนร้ายสี่คนล้มลงหลังถูกยิง ตำรวจหลายนายพร้อมอาวุธบุกเข้ามา
ตำรวจเ่าั้ไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในห้องโถง เมื่อเห็นคนถูกยิงล้มกองกันอยู่ และเฉินเซิงยืนอยู่กลางห้องถือปืนที่ยังมีควันลอยออกมา พวกเขาจึงคิดว่าเขาเป็คนร้าย
“ฆ่ามันซะ!”
ตำรวจหลายนายสบตากัน พร้อมกับจ่อปืนไปยังเฉินเซิงที่ยืนอยู่กลางห้องโถงอย่างโดดเด่น