“ ช่างประจวบเหมาะยิ่งนัก “ เขาเอ่ย
“ ข้ากำลังขัดสนเงินทองอยู่พอดี หากนำตัวเจ้าไปให้กับตระกูลเถียน ข้าก็จะมีเงินทองไปปรนเปรอแม่นางฟ่ง “ เขาเอ่ย
“ เจ้าคิดให้ดี “ ชิงหยางเอ่ย
“ ข้าคิดดีแล้ว “ เขาเอ่ยแลฉีกยิ้มจนหน้าบาน
“ เช่นนั้นแล้วก็มิมีสิ่งใดต้องพูดกัน “ ชิงหยางเอ่ย
ชิงหยางมองยังเหล่าศิษย์ที่มาทั้งห้า “ วาบ “ ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีขาวสว่างวาบ
“ อ่อค “ พวกมันทั้งห้าพลันกระอักโลหิตออก
“ ตุบ “ ร่างของพวกมันทรุดฮวบลงยังพื้นแน่นิ่งในทันใด
“ เจ้าฆ่าพวกมันรึ “ หนานชี่หลงเอ่ย
“ ข้าเพียงผนึกวิญญาณ หากมันจะตายก็คงตายเพราะถูกสัตว์อสูรกัดแทะ “ ชิงหยางเอ่ย
“ ไป “ ชิงหยางเอ่ยแลทะยานร่างออกจากถ้ำอย่างรวดเร็ว
“ ชิงหยาง เหตุใดขั้นฝึกของเจ้าจึงลดลง “ นางเอ่ยถาม
“ เรื่องมันยาว ไว้ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง “ ชิงหยางเอ่ย
“ อืม “ นางพนักหน้าช้าๆ
“ เจ้าฝึกกระบี่เจ็ดดาราเป็นเช่นใดบ้าง “ ชิงหยางเอ่ยถาม
“ ก็ดี เวลานี้ข้าฝึกขั้นพื้นฐานของกระบี่เจ็ดดาราสำเร็จแล้ว แลกำลังเริ่มฝึกขั้นแรกของกระบี่เจ็ดดารา “ นางเอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
เขาครุ่นคิดว่านางนั้นเก่งกาจยิ่งเพราะนางมิมีอาจารย์คอยสอนสั่งแต่นางกลับสามารถฝึกฝนพื้นฐานของกระบี่เจ็ดดาราได้ ความสามารถเช่นนี้หากมิได้รับการเลี้ยงดูจากสำนักคงเสียหายใหญ่หลวง
ชิงหยางรั้งกายไว้ แลมองยังหุบเหว
“ มีสิ่งใดรึ “ หนานชี่หลงเอ่ยถาม
“ ข้ารู้แปลกๆกับหุบเหวนี้ “ ชิงหยางเอ่ย
“ ไปดูก็สิ้นเรื่อง “ หนานชี่หลงเอ่ย
ดวงตาหงส์ของนางเปล่งประกายวาววับ
เด็กหนุ่มมองแล้วอมยิ้ม
“ เจ้า “ นางแค่นเสียงใสพร้อมกับถลึงตาใส่เขา
“ ไป ไป ไป “ เด็กหนุ่มเอ่ยแลทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงเขาชะโงกหน้ามองลงไป ร่างของเขาพลันสะท้าน
“ น่ากลัวยิ่ง “ เด็กหนุ่มพึมพำ
“ มันลึกยิ่งนัก “ หนานชี่หลงเอ่ย
“ วิ้ว “ พลันมีลมกรรโชกแรงพวยพุ่งขึ้นมาจากหุบเหว
ทั้งสองเร่งเหยียดร่างถอยห่าง แต่ก็มิได้เร็วพอที่จะหนีจากลมกรรโชก
ฉับพลันลมกรรโชกม้วนกลับหอบเอาร่างของทั้งสองลงสู่หุบเหวลึก
“ อ้ากก “ ชิงหยางร้องตะโกนลั่น
“ ชิงหยาง ช่วยข้าด้วย “ หนานชี่หลงร้องออกมา
เด็กหนุ่มวาดมือนำร่างของนางเข้ามาแลกอดไว้แน่น นางพลันใบหน้าแดงระเรื่อเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา หัวใจดวงน้อยของนางพลันเต้นระรัว นางมองยังใบหน้าครึ่งซีกของเขาแลอมยิ้มที่มุมปาก
มิถึงครึ่งก้านธูปลมกรรโชกได้นำทั้งสองมายังถ้ำแห่งหนึ่งกลางหน้าผา
ชิงหยางกวาดตามองทั่วถ้ำ เขาพบเพียงโขดหินที่ผิวหน้าเรียบเนียน เขาโอบกระชับอ้อมกอดแน่นแลเดินเข้าหาโขดหิน
หนานชี่หลงมองยังโขดหิน นางให้สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ใดกันมาฝึกฝนอยู่ที่นี่ เพราะบรรยากาศของหุบเหวนี้มิน่าฝึกฝนเอาเสียเลย
ทั้งสองมองยังโขดหินด้วยสายตาที่ว่างเปล่าทั้งยังกอดกันกลม จนในที่สุดหนานชี่หลงนางรู้สึกเจ็บที่หน้าอกของตน
“ เจ้าจะกอดข้าอีกนานเพียงใด “ นางเอ่ย น้ำเสียงที่แผ่วเบานั้นมันเต็มไปด้วยความเขินอาย
“ ข้าจะกอดเจ้าจนวันตาย “ ชิงหยางพึมพำ
“ ห๊ะ “ นางร้องออก
“ เมื่อครู่เจ้าว่าสิ่งใดนะข้าได้ยินมิชัด “ นางเอ่ยถาม เพราะนางรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันสำคัญยิ่ง
“ ไม่มีอะไร “ เขาเอ่ย แลคลายอ้อมกอดของเขา
“ ฮื่อห์ “ นางถอนหายใจออกบางเบา
ชิงหยางเดินวนรอบโขดหิน เมื่อครบอบแล้ว เขาได้ตัดสินใจนั่งลงยังโขดหิน
“ วิ้ง “ พลันโขดหินเปล่งแสงเซียนสว่างไสว รัศมีแสงเซียนพร่างพร่ายพริ้มเพราทั่วโพรงถ้ำ
ร่างของเขาพลันสะท้านเหงื่อกาฬไหลหลั่งอาบย้อมทั่วกายา รัศมีเซียนที่ล่องลอยหมุนวนทั่วร่างพลันไหลเวียนเข้าสู่กายาของเขา
หนานชี่หลงเบิกตากว้างมองยังเด็กหนุ่มอย่างโง่งม นางมิอาจรู้ได้เลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับเขาในเวลานี้
แสงเซียนที่นางเห็นนั้นมันคือสิ่งใดกันแน่ ทั้งเหตุใดจึงเข้าสู่ร่างกายของเขาได้ นางยิ่งคิดก็ยิ่งงุนงงสงสัย
เวลาไหลผ่านไปนานนับวัน
“ ตูมมม “ ปราณพลังระเบิดออกจากร่างของเด็กหนุ่มอย่างรุนแรง
หนานชี่หลงร้องลั่นเมื่อถูกปราณพลังของเขาซัดเข้าเต็มอก ร่างของนางลอยละลิ่วจวนเจียนร่วงหล่นลงยังก้นเหว
ชิงหยางวาดมือออกคว้าเอวบางของนางแลดึงเข้าหาตัว
“ ตุบ “ นางเมื่อถูกดึงเข้ามาพลันนั่งทับยังตักของเขา
“ เจ้า จะล่วงเกินข้าไปถึงไหน “ นางเอ่ย แต่เสียงของนางนั้นแผ่วเบายิ่งนัก คล้ายกับว่านางมิอยากจะต่อว่าเขา
“ อยู่เฉยๆ “ ชิงหยางเอ่ย
นางพลันคิ้วขมวดแลหันมองยังเด็กหนุ่ม
“ วิ้ง “ แสงเซียนพลันเปล่งประกายขึ้นอีกครา
“ อ๊า “ นางร้องออกมาเมื่อถูกแสงเซียนแทรกซึมเข้าสู่กายาของนาง
ร่างบางพลันสะท้าน เมื่อเลือดลมทั่วร่างเดือดพล่าน ปราณพลังไหลเวียนทั่วกายา
“ อย่าเพิ่งข้ามพันธนาการ “ ชิงหยางเอ่ย
“ สะกดมันไว้ก่อน “ เขาเอ่ย
“ อึ้ม “ นางพยักหน้า
แสงเซียนมากมายพลันไหลหลั่งโอบล้อมทั้งสองกายามองแล้วคล้ายกับรังไหมดักแด้
ในห้วงจิตของเด็กหนุ่ม เขากำลังเพ่งมองยังอักษรมากมายที่ล่องลอยเวียนทั่วห้วงจิต เขาพยายามที่จะจัดเรียงตัวอักษรต่างๆ แต่ก็มิเป็นผลเพราะว่ามันมีจำนวนมากมายยิ่ง
“ เวลานี้ได้มาเพียงสิ่งเดียวก็คือเพลงกระบี่นพเก้า “ ชิงหยางพูดในใจ
“ มันมีอานุภาพทำลายล้างที่รุนแรงยิ่ง แต่ก็สิ้นเปลืองพลังงานยิ่ง “ เขาพูดในใจ
“ ทั้งมิใช่เพลงกระบี่ของยุคสมัยนี้ มันเป็นเพลงกระบี่โบราณที่เก่าแก่ยิ่งนัก “ เขาพูดในใจ
“ ไว้กลับไปที่ถ้ำแลลองถามตาแก่หวงตี้ดู “ เขาพูดในใจ
เด็กหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นแลมองยังร่างบางที่กำลังซึมซับเอาพลังเซียนเข้าไป เขาพยักหน้าช้าๆ แลโอบกอดร่างของนางจากด้านหลัง
หนานชี่หลงสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็มิได้เอ่ยวาจาใด เสมือนว่านางคุ้นชินกับการกระทำของเขาแล้ว ทั้งนางยังเขยิบถอยใช้แผ่นหลังอิงแอบกับอกแกร่งของเขา สองมือของนางเลื่อนลงวางบนสองมือของเขา
ในใจของชิงหยางเวลานี้มันให้อบอุ่นเหลือหลาย มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบอกแก่ผู้ใดได้ มันเป็นความรู้สึกที่เขามิเคยมี มันเป็นความรู้สึกที่เขามิเคยได้รับมาจากที่ใดรึผู้ใด
“ ความรู้สึกเช่นนี้เรียกว่าเช่นใด “ เขาพึมพำ
“ เจ้าก็รู้สึกเช่นเดียวกับข้าเช่นนั้นรึ “ นางเอ่ยออกมา
“ มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นยิ่ง ทั้งความรู้สึกเช่นนี้มันบอกให้ข้ากอดเจ้าไว้ แลปกป้องเจ้า “ ชิงหยางเอ่ย
“ อึ้ม “ นางพยักหน้า
“ ความรู้สึกของเจ้าเล่าเป็นเช่นใด “ เขาเอ่ยถาม
“ ข้ามิรู้ ข้ารู้เพียงอยากอยู่ใกล้ชิดกับเจ้าตลอดเวลา “ นางเอ่ยออกมา พร้อมกับก้มหน้ามองต่ำ
ใบหน้าเนียนใสของนางพลันแดงระเรื่อ เมื่อคิดว่าหากได้อยู่กับเขาเช่นนี้จนวันตายคงดี
“ ชี่หลง “ ชิงหยางเอ่ย
น้ำเสียงของเขานั้นมันเต็มไปด้วยความอบอุ่น ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆของนางพองโต
“ ต่อไปอย่างเรียกข้าว่าชี่หลง “ นางเอ่ย
“ แล้วให้เรียกเจ้าว่าเช่นใด “ เขาเอ่ย
“ เรียกข้าว่าหลิงหลง “ นางเอ่ย
“ หนานหลิงหลงรึ “ เขาเอ่ย
“ อึ้ม “ นางพยักหน้า
“ ชิงหยาง เจ้ามีความสุขรึไม่ที่ได้อยู่กับข้าเช่นนี้ “ นางเอ่ยถาม
“ แน่นอน ข้ามีความสุขยิ่ง “ เขาเอ่ยแลกระชับกอดแน่น
“ ข้าก็มีความสุขเช่นกัน “ นางเอ่ยออกมา
“ ข้าว่าเมื่อออกจากที่นี่ ข้าจะกลับไปยังตระกูลสักครา เพื่อดูท่านพ่อ “ นางเอ่ย
“ เช่นนั้นแล้วข้าจะไปกับเจ้า “ เขาเอ่ย
“ จริงรึ “ นางร้องออก พร้อมกับผินกายกลับ
สองแขนของนางคล้องยังคอของเขาอย่างลืมตัว สองตาหงส์มองจ้องใบหน้าหล่อของเขา
“ แน่นอน เจ้าไปที่ใด ข้าก็จะไปที่นั่น “ ชิงหยางเอ่ย
“ อึ้ม “ นางพยักหน้า
“ ดียิ่งนัก “ นางเอ่ยออกมา แต่น้ำเสียงของนางฟังแล้วแปลกๆสำหรับเด็กหนุ่ม
เขามองยังมวยผมที่เกล้าขึ้นสูงแลใช้ปิ่นไม้ไผ่เสียบไว้ มือซนของเขาเลื่อนเข้าดึงปิ่นปักผมออ ก ผมยาวสลวยของนางพลันหลุดลุ่ยคลอเคลียทั่วแผ่นหลัง
“ หลิงหลงเจ้าช่างงามล้ำยิ่งนัก “ ชิงหยางเอ่ย
เขาโน้มใบหน้าเข้าหาใบหน้าของนาง แลประทับจูบยังปากสวยของนาง
“ อื้อ “ นางร้องออกมาเมื่อถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว