เกิดใหม่ทั้งที..แต่มาอยู่ในร่างของขอทาน

    ตอนที่ 38 : การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

            ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังเมืองหนางจิง เมืองหนานจิงมีขนาดใหญ่กว่าเมืองเสิ่นหยาง และ เมืองเทียนจิน หลายเท่า ภายในเมืองเป็นที่ตั้งของสำนักน้อยใหญ่มากมาย สำนักบงกชขาวก็เป็นหนึ่งในสำนักเหล่านั้น


            เหลียนฮวา พาเย่ซวนเดินผ่านเข้าเมืองมาอย่างไม่มีปัญหา ถึงแม้ว่าระหว่างทางจะถูกจับจ้องจากผู้คนตามท้องถนนก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าพวกเหลียนฮวา เหิงเยว่ เยี่ยนฟาง จะชินกับสายตาเหล่านี้ซะแล้ว โดยเฉพาะสายตาของเหล่าศิษย์ผู้ชาย จากสำนักอื่นๆ ที่มองพวกนางด้วยสายตาชื่นชม 


            ถึงแม้พวกเขาจะตกตะลึงกับสภาพของพวงนาง แต่ก็ไม่มีใครที่จะกล้าเขามาถาม 


            กว่าจะเดินมาถึงยังสำนักบงกชขาว พวกเขาก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะเมืองหนานจิงมีขนาดใหญ่ และ สำนักบงกชขาว เองก็ตั้งอยู่ส่วนด้านในของเมือง


            เมื่อพวกนางปรากฏ เหล่าศิษย์ อาจารย์ ของสำนักก็แตกตื่นกันทันที เพราะสภาพของพวกนางแต่ละคนดูไม่ได้เลย โดยเฉพาะ อ้ายเหม่ยที่อยู่บนหลังเย่ซวน 


            "เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้ากัน" อาจารย์วัยกลางคนเดินมาหาพวกเหลียนฮวา เมื่อเหิงเยว่เห็นนาง ก็ตะโกนเรียกนางทันที นางมีชื่อว่า จางเหว่ยเป็นผู้อาวุโส ของสำนักบงกชขาว และ ยังเป็นอาจารย์ของเหิงเยว่อีกด้วย


            "ท่านอาจารย์" เหิงเยว่รีบเดินไปสวมกอดนาง 


            "เอาละๆ เกิดอะไรขึ้นเล่าให้ข้าฟังสิ" นางลูบหลังของศิษย์รักเบาๆ


            "คารวะผู้อาวุโส" เหลียนฮวา และ เยี่ยนฟาง ยกมือขึ้นคารวะ 


            "เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้ากัน" นางเพิ่งสังเกตสภาพของแต่ละคนเลยถามขึ้น


            "ท่านอาจารย์ อ้ายเหม่ยโดนพิษของแมงมุมม่วงคราม" เหิงเยว่เป็นคนพูดขึ้น


            "อะไรนะ !!" จางเหว่ยตะโกนออกมาอย่างตกใจ เสียงของนางทำให้คนที่อยู่รอบๆ ตกใจไปด้วย จางเหว่ย รีบมองหาอ้ายเหม่ย ก่อนที่จะเห็นนาง ที่ตอนนี้ถูกเย่ซวนแบกอยู่


            ไม่มีเวลาให้ถามเรื่องราวต่างๆ นางก็รีบเรียกให้พวกขางเหลียนฮวา ตามนางไป


            "ตามข้ามา รีบไปหาท่านเจ้าสำนัก" 


            จางเหว่ย เดินนำพวกนางไปยังจวนของท่านเจ้าสำนักบงกชขาวทันที หลังจากที่พวกนางจากไป ข่าวของพวกเหลียนฮวา ก็กระจายไปทั่วสำนักอย่างรวดเร็ว และเป็นที่พูดถึงมากที่สุดคงจะเป็น เรื่องของ อ้ายเหม่ย ที่ถูกพิษของแมงมุมม่วงคราม


            เมื่อเข้ามายังด้านในจวน "ท่านเจ้าสำนักเกิดเรื่องใหญ่แล้ว !" เสียงของ จางเหว่ยดังมาแต่ไกล ลูกศิษย์ และ เหล่าอาจารย์ที่อยู่แถวนั้นต่างก็ตกใจกับเสียงตะโกนของนาง

            

            "เกิดอะไรขึ้น ?" เสียงดังมากจากด้านในเรือนไม้ขนาดใหญ่ ก่อนที่จะปรากฏหญิงวัยกลางคนที่อายุมากกว่าจางเหว่ยเล็กน้อย นางคือเจ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักบงกชขาว มีชื่อว่า ลู่หลิน และ ยังเป็นอาจารย์ของเหลียนฮวาด้วย ส่วนด้านหลังที่ตามมาอีก 2 คน ชื่อว่า ซูเมิ่ง นางเป็นอาจารย์ของ เยี่ยนฟาง และ อีกคนมีชื่อว่า ซิงเยียน เป็นอาจารย์ของ อ้ายเหม่ย พวกนางทั้งสองก็เป็นผู้อาวุโสของสำนักบงกชขาวด้วยเช่นกัน


            "อ้ายเหม่ย !" หลังจากที่ ซิงเยียน เดินออกมานางก็สักเกตพวกของเหลียนฮวา จนไปหยุดอยู่ที่อ้ายเหม่ย ที่อยู่บนหลังเย่ซวน นางรีบเดินไปทางเย่ซวนทันที


            "อาจารย์อ้ายเหม่ยโดนพิษของแมงมุมม่วงคราม" เหลียนฮวาพูดกับผู้เป็นอาจารย์ของตน


            "อะไรนะพิษของแมงมุมม่วงคราม !" ทุกคนแทบจะตะโกนออกมาพร้อมกัน


            "รีบพานางเข้าไปด้านใน" ลู่หลินพูด ก่อนที่ทุกคนจะรีบเดินตามนางเข้าไปด้านใน


            ลู่หลินพาทุกคนมายังห้องด้านในสุด และ หันไปสั่งผู้ติดตามของตนให้รีบไปตามผู้อาวุโสผิงซิน มาที่นี่โดยด่วน นางเป็นหมอประจำสำนักบงกชขาว และ เป็นเพื่อนสนิทกับอาจารย์ของ ลู่หลิน อีกด้วย


            เย่ซวนค่อยๆ วางอ้ายเหม่ยลงบนเตียง ตอนนี้อ้ายเหม่ยยังไม่รู้สึกตัว ถึงแม้ว่าเย่ซวนจะค่อยๆ ดูดพิษในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีพิษตกค้างอยู่ในร่างกายของนางจำนวนหนึ่ง 


            "เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้ากัน" ลู่หลินถามขึ้น เมื่อเห็นเย่ซวนวางอ้ายเหม่ยลงบนเตียงแล้ว นางหันไปมองยัง เหลียนฮวา


            เหลียนฮวาเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นให้ อาจารย์ของนางและทุกคนฟัง เมื่อเล่าไปถึงตอนที่เจอเย่ซวน ทุกคนในห้องก็ต่างหันมามองทางเข้าเป็นตาเดียวด้วยความสงสัย คนตาบอดเข้าไปทำอะไรในป่าม่วงคราม


            ขณะที่ ลู่หลิน กำลังจะสอบถาม เย่ซวน ก็ได้ยินเสียงของผู้ติดตามของตนดังมาจากนอกห้องซะก่อน 


            "ท่านเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสผิงซิน มาถึงแล้วเจ้าค่ะ" ก่อนที่ประตูจะเปิดออก


            ปรากฏหญิงชราอายุ 70 กว่าปีเดินเข้ามาภายในห้อง กลิ่นกายของนางเต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพร ทำให้คนที่ไม่คุ้นชินรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย


            "ท่านยายผิงรีบช่วยอ้ายเหม่วยเร็วเข้า" ซิงเยียนรีบพูดและเดินไปเกาะแขนของนาง


            "เอาละๆ เจ้าปล่อยแขนข้าก่อนเถอะ" ผิงซิน เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านข้างของอ้ายเหม่ย ก่อนที่นางจะหยิบเข็มเงินของนางออกมา ผิงซิน ทำการฝังเข็มเงินตามส่วนต่างๆ ของร่างกายอ้ายเหม่ย ก่อนที่นางจะนำยาให้ อ้ายเหม่ยดื่ม ผ่านไปไม่นาน อ้ายเหม่ยก็รู้สึกตัว


            "ที่นี้ที่ไหนกัน ?" อ้ายเหม่ยลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะมองไปรอบๆ 


            "เจ้าลุกขึ้นนั่งก่อนเถอะ" ผิงซิน พยุงแขนอ้ายเหม่ย ให้ลุกขึ้นนั่ง


            "ผู้อาวุโสผิงซิน" นางหันไปมองคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนที่จะมองรอบๆ "ทุกคน ?" 


            "อั๊ก !" อยู่ๆ นางก็กระอักเลือดสีดำออกมา


            "อ้ายเหม่ย เจ้าเป็นอะไรหรือไม่" ซิงเยียนรีบเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ อ้ายเหม่ย


            "ท่านอาจารย์" นางหันไปมองซิงเยียน "ข้าไม่เป็นอะไร" 


            "เจ้าโดนพิษของแมงมุมม่วงครามมาจริงหรือ" ผิงซินถามขึ้น พร้อมกับทำสีหน้าครุ่นคิด


            "มีอะไรแปลกหรือผู้อาวุโสผิงซิน" ซิงเยียนถามขึ้นด้วยความสงสัย


            "จริงเจ้าค่ะผู้อาวุโส" เหลียนฮวา เป็นคนตอบ


            "นางโดนพิษมากี่วันแล้ว"  ผิงซินหันไปมองเหลียนฮวา


            เหลียนฮวาครุ่นคิดก่อนที่จะตอบออกไป "น่าจะประมาณ 7 วันได้เจ้าค่ะ"


            "อะไรนะ !" ผิงซินตะโกนออกมา


            "ถ้านางโดนพิษของแมงมุมม่วงคราม จริงทำไมผ่านมาตั้ง 7 วันนางถึงยังมีชีวิตอยู่"


            เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของ ผิงซิน ทุกคนถึงจะคิดได้ โดยเฉพาะ เหลียนฮวา เหิงเยว่ และ เยี่ยนฟาง 


            อ้ายเหม่ยโดนพิษของแมงมุมม่วงครามตั้ง 7 วัน ทำไมตอนนี้นางถึงยังมีชีวิตอยู่ ตลอดการเดินทางพวกนางเร่งรีบจนลืมคิดเรื่องนี้ไป


            "ระหว่างทางเกิดอะไรขึ้นกับเจ้ารึเปล่า ?" ผิงซินหันไปถามอ้ายเหม่ยด้วยความอยากรู้ ทุกคนภายในห้องนี้เองก็อยากรู้เช่นกัน 


            เมื่อถูกทุกคนจ้องมองอ้ายเหม่ยก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่มองไปที่เย่ซวน เมื่อคิดถึงเรื่องราวของ 7 วันที่ผ่านมาที่นางอยู่บนหลังของเย่ซวนตลอด นางก็อดที่จะเขินอายไม่ได้


            เมื่อทุกคนเห็นอ้ายเหม่ยมองไปที่เย่ซวน ทุกคนก็เข้าใจโดยที่นางไม่ต้องพูด เย่ซวนถูกจ้องโดยสายตาหลายคู่ ทำให้เขาอดที่จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้


            "เจ้าเป็นคนช่วยนางรึ ?" ผิงซินเป็นคนถามขึ้น


            เย่ซวนไม่ได้ตอบ เขาเพียงพยักเบาๆ เท่านั้น


            เมื่อเย่ซวนพยักหน้าทุกคนภายในห้องถึงกับต้องตกตะลึง เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่า พิษของแมงมุมม่วงครามนั้นมีความร้ายแรงขนาดไหน และวิธีการรักษานั้น ต้องใช้สมุนไพรหลายชนิดในการปรุงยา และ สมุนไพรแต่ละตัวมีแต่สมุนไพรที่หายากๆ  


            "เจ้าใช้วิธีอะไรกัน ?" ผิงซินถามด้วยความอยากรู้ นางเป็นหมอมาทั้งชีวิตยังไม่เคยเห็นกับตา คนที่โดนพิษของแมงมุมม่วงครามแล้วยังมีชีวิตอยู่ได้ ถึงแม้ว่ามันจะมีวิธีรักษาก็ตาม แต่ส่วนมากนั้นจะทนพิษของมันไม่ไหวและตายก่อนที่จะได้รับการรักษา


            "ถ้าเจ้าไม่สะดวกที่จะพูดก็ไม่เป็นไร" ผิงซินพูด


            เย่ซวนยกมือเกาหัว เขากำลังจะพูดว่าใช้วิธีบางอย่าง แต่ก็กระอักเลือดออกมาซะก่อน


            "อั๊ก !" เย่ซวนรีบยกมือปิดปาก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และ ยังต้องช่วยย้ายพิษในร่างกายของอ้ายเหม่ยมายังร่างกายของตนเอง ทำให้ตอนนี้เย่ซวนใกล้ที่จะถึงขีดจำกัดแล้ว


            "เย่ซวน !!!!" เสียงของ เหลียนฮวา เหิงเยว่ เยี่ยนฟาง และ อ้ายเหม่ยตะโกนออกมาพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละคนจะถูกอาจารย์ของตนจ้องมอง เมื่อพวกนางทั้ง 4 รู้สึกตัวจึงรีบก้มหน้าด้วยความเขินอาย


            ผิงซินมองเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนที่จะส่ายหัว นางอายุปูนนี้แล้วจะไม่เข้าใจความรู้สึกของทั้ง 4 คนได้ยังไง


            "เจ้าย้ายพิษจากร่างกายของนางมายังร่างกายเจ้าสินะ" ผิงซินหันไปพูดกับเย่ซวน 


            ทุกคนภายในห้องหันไปรอฟังคำตอบของเย่ซวนอีกครั้ง ก่อนที่เย่ซวนจะพยักหน้า เมื่อได้รับการยืนยันคำตอบจากเย่ซวน อ้ายเหม่ย ก็อดที่จะน้ำตาไหลออกมาไม่ได้


            'ถ้าข้าโดนพิษเขาจะช่วยข้าแบบที่ช่วยอ้ายเหม่ยรึเปล่านะ' คำถามนี้เกิดขึ้นมาภายในหัวของ เหลียนฮวา เหิงเยว่ เยี่ยนฟาง 


            "ขอบคุณเจ้ามาก" อ้ายเหม่ยหันไปพูดขอบคุณเย่ซวน ด้วยรอยยิ้มที่ไม่เคยมีมาก่อน


            เย่ซวนพยักหน้า ก่อนที่เขาจะรู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นเริ่มที่จะไม่ไหวแล้ว 


            "ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน" เย่ซวนพูดและเตรียมที่จะเดินหันหลังจากไป แต่อยู่ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดลง เย่ซวนได้ยินเสียงของทั้ง 4 สาวเรียกชื่อเขาเท่านั้น ก่อนที่เขาจะสลบไป


            "เย่ซวน !!!!" หลังจากที่ 4 สาวเห็นเย่ซวนอยู่ๆ ก็ล้มลงพวกนางตะโกนออกมาอย่างร้อนใจและรีบเดินเข้าไปหาเย่ซวนทันที ยกเว้นอ้ายเหม่ยที่ตอนนี้ร่างกายของนางยังไม่แข็งแรงดี


            ลู่หลินเห็นแบบนั้นก็สั่งให้หาห้องพักให้เย่ซวนทันที ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เย่ซวนถูกศิษย์ของสำนักบงกชขาว พาไปพักที่เรือนหลังหนึ่งที่อยู่ภายในจวนของ ลู่หลิน 


            ส่วน เหลียนฮวา เหิงเยว่ เยี่ยนฟาง อ้ายเหม่ย ก็แยกตัวออกไปคุยเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นอีกครั้งกับอาจารย์ของตนเองอีกครั้ง เย่ซวนที่นอนอยู่ภายในเรือนหลังหนึ่งถูกดูแลเป็นอย่างดี โดยที่มีผิงซินค่อยดูอาการของเขาอยู่


            ...


            หลังจากที่ผิงซินตรวจดูอาการของเย่ซวนเรียบร้อยแล้วนางก็ไปรายงาน ลู่หลินทันที


            "เขาแค่ต้องการพักผ่อนเท่านั้น" 


            "ขอบคุณท่านผู้อาวุโสผิงซินมาก" ลู่หลินพูดขึ้น


            ผิงซินโบกมือไปมา "เรื่องแค่นี้เอง เจ้าไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอก"


            "เอาละ ข้าคงต้องขอตัวก่อน" ผิงซินลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะเดินจากไป


            "เหลียนเอ๋อร์ เจ้าตามไปส่งท่านผิงซินเถอะและค่อยแวะไปดูเขาถ้าเจ้าอยากไป"


            "แต่ว่า.." นางยังพูดไม่ทันจบก็ถูกผู้เป็นอาจารย์โบกมือไล่ซะแล้ว


            ผิงซินเห็นการกระทำของทั้งสองก็อดที่จะคิดถึงศิษย์ของตนเองไม่ได้


            "พวกเราไปกันเถอะ" ผิงซินเดินนำเหลียนฮวาออกไป


            "เจ้าค่ะ" เหลียนฮวาตอบก่อนที่จะหันไปมองอาจารย์ของตนเอง และ รีบก้มหน้าเดินตามผิงซินออกไปด้วยความเขินอาย


            "เฮ้ออ" ลู่หลินถอนหายใจ อดที่จะเป็นห่วงเหลียนฮวาไม่ได้


            "เจ้าหนุ่มนั้นมีดีอะไรกันนะ ถึงทำให้เจ้าที่ปกติเย็นชากับทุกคน ถึงกลายเป็นแบบนี้ได้"


            หลังจากที่นางฟังเรื่องราวโดยละเอียดจากเหลียนฮวา นางก็สงสัยในตัวตนของเย่ซวนอย่างมาก ในตอนแรกนางคิดว่าเย่ซวนนั้นจงใจที่จะเข้าหาลูกศิษย์ของตน แต่พอฟังเหลียนฮวาเล่า นางก็ตัดข้อสงสัยนี้ทิ้งไป


            "ประสบการณ์เรื่องความรัก คงต้องให้เจ้าเรียนรู้ด้วยตนเอง" ลู่หลินส่ายหัวเอาความคิดเหล่านั้นทิ้ง ก่อนที่จะเดินหันหลังกลับไปที่เรือนของตนเอง ถ้ามีใครยืนอยู่ตรงนี้คงจะเห็นว่าหางตาของนางนั้นเปียกชื้นขึ้นมานิดหน่อย


           ส่วนอาจารย์ของ เยี่ยนฟาง เหิงเยว่ อ้ายเหม่ย ก็ได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ของเย่ซวน จากศิษย์ของตนเองเช่นกัน และ ความคิดของพวกนางก็ไม่ต่างอะไรกับลู่หลินเลย


            เหลียนฮวาเดินตามผิงซินเงียบๆ


            "เจ้าไปส่งข้าแค่ตรงนี้ก็พอ" ผิงซินพูดขึ้นเมื่อทั้ง 2 เดินมาถึงด้านหน้าจวน


            "แต่ว่า.."


            "ไปเถอะ ข้าอายุปูนนี้แล้วไม่หลงทางหรอก" นางโบกมือ


            "เจ้าค่ะ" เหลียนฮวาคารวะก่อนที่จะเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของเย่ซวน


            ใช้เวลาไม่นาน นางก็เดินมาถึงเรือนพักของเย่ซวน นางลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะผลักประตูเข้าไปด้านใน เรือนที่เย่ซวนพักอยู่นั้นเป็นเรือนไม้ขนาดกลาง มี 1 ห้องนอนเท่านั้น เดินเข้ามาด้านในเหลียนฮวามองดูรอบๆ ภายในห้องโถงแต่กลับไม่เห็นเย่ซวน


            'เขายังสลบอยู่รึ ?' นางสงสัย ก่อนที่จะตะโกนเรียกเย่ซวน แต่กลับไม่ได้ยินเสียงของเขาตอบกลับมา นางจึงเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเย่ซวน ก่อนที่จะใช้มือเคาะประตูและเรียกเย่ซวนอีกครั้ง แต่ก็ยังเงียบเหมือนเดิม นางจึงเปิดประตูเข้าไปด้านใน 


            'ยังหลับอยู่จริงๆ ด้วย' นางมองเย่ซวนที่ตอนนี้มองนอนอยู่บนเตียง เหลียนฮวา ค่อยๆ เดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง 


            นางจ้องมองเย่ซวนแบบเงียบๆ ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ บางครั้งก็ยิ้ม บางครั้งก็ขมวดคิด ความสับสนเกิดขึ้นภายในใจของเหลียนฮวา นางนั้นอยู่ข้างๆ เย่ซวนสักพัก นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมา


            ประตูห้องถูกเปิดออกก่อนที่ เหิงเยว่ เยี่ยนฟาง อ้ายเหม่ย จะเดินเข้ามาด้านใน


            "เอ๊ะ ?" เมื่อทั้งสามเดินเข้าห้องพวงนางต่างก็แปลกใจที่เห็นเหลียนฮวานั่งอยู่


            "เขายังไม่รู้สึกตัวหรือ" เยี่ยนฟางเดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังเหลียนฮวาแล้วถามขึ้น 


            เหลียนฮวาพยักหน้า ตอนนี้ทั้ง 4 สาวต่างนั่งมองเย่ซวนที่กำลังหลับอยู่ อย่างเงียบๆ พวกนางเพียงส่งสายตาให้กันและกัน ก่อนที่พวกนางจะหัวเราะออกมา 


            "พวกเจ้าหยุดหัวเราะได้แล้ว" เหลียนฮวาห้าม 3 คนที่เหลือ "เดี๋ยวก็รบกวนเขาพอดี"


            "ดูเจ้าสิยังไม่ทันไรก็.." อ้ายเหม่ยยังพูดไม่ทันจบก็ถูก เหลียนฮวาถลึงตาใส่ ก่อนที่ทั้ง 4 คนจะมองหน้ากันและหัวเราะออกมาอีกครั้ง 


            ...


            เย่ซวนสลบไปถึง 3 วันกว่าที่เขาจะตื่นขึ้นมา 3 วันที่ผ่านมาได้ทั้ง 4 สาวที่คอยพลัดกันมาดูว่าเย่ซวนนั้นฝื้นรึยัง 


            เมื่อลืมตาขึ้นมาเย่ซวนก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งก่อนที่เขาจะนึกถึงเรื่องก่อนหน้า ก่อนที่เขาจะสลบไป


            'คงต้องไม่ช่วยใครพร่ำเพรื่อซะแล้วสิ'


            เย่ซวนลุกขึ้นสำรวจรอบๆ ห้องก่อนที่เขาจะตัดสินใจที่จะอาบน้ำก่อน เพราะเขารู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก เย่ซวนถอดทุกอย่างออกและลงไปนั่งแช่ในอ่างไม้ โชคดีที่ตอนนี้ไม่ใช่หน้าหนาว น้ำที่อยู่ในอ่างไม้จึงไม่ได้เย็นมาก


            เย่ซวนนั่งปรับสภาพลมปราณจนเวลาล่วงเลยไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว ตอนนี้เย่ซวนรู้สึก ว่ากำลังมีบางอย่างเกิดขึ้นภายในร่างกาย เขาจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นจนไม่รู้สึกตัวว่าพวกของ เหลียนฮวา กำลังเดินเข้ามาภายในห้อง


            เมื่อทั้ง 4 เดินเข้ามาก็ต้องแปลกใจ เพราะว่าเย่ซวนไม่ได้นอนอยู่บนเตียงแล้ว


            "เขาหายไปไหนแล้ว ?" เยี่ยนฟางพูดออกมาด้วยความสงสัย


            "หรือว่าเขารู้สึกตัวแล้ว" เหิงเยว่พูดพร้อมกับเดินดูรอบๆ ห้องก่อนที่นางจะเดินไปดูหลังฉากกั้น


            "เย่.." เมื่อเดินเข้ามาหลังฉากกั้น นางเห็นเย่ซวนกำลังนั่งอยู่ในอ่างไม้ เหิงเยว่กำลังจะเรียกเย่ซวน แต่เมื่อสังเกตเย่ซวนดีๆ นางถึงกับต้องตกตะลึง นางยืนจ้องเย่ซวน เหมือนกับว่านางต้องมนตร์สะกดของเย่ซวน


            "เหิงเยว่ เกิดอะไรขึ้น" อ้ายเหม่ยตะโกนขึ้นถาม เพราะเมื่อกี้เหมือนนางจะได้ยินเสียงของเหิงเยว่เรียกชื่อของเย่ซวน อ้ายเหม่ย เดินมาหลังฉากกั้น เพื่อที่จะดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหิงเยว่


            เมื่อเดินเข้ามานางสังเกตเห็นเหิงเยว่ ยื่นนิ่งอยู่ นางเลยเดินเข้ามาใกล้ เพื่อที่จะสกิดไหล่ของเหิงเยว่ แต่เมื่อมองตามสายตาของเหิงเยว่ นางก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นอีกคน ก่อนที่เหลียนฮวา และ เยี่ยนฟาง จะเดินตามเข้ามา แต่เมื่อพวกนางทั้ง 2 คนมองเห็นเย่ซวน พวกนางก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับ เหิงเยว่ และ อ้ายเหม่ยเลย


            ภาพที่ปรากฏ คือเย่ซวน ที่กำลังนั่งเดินลมปราณอยู่ในอ่างไม้ รูปลักษณ์ของเย่ซวนนั้นดูมีเสน่ห์มากกว่า ก่อนหน้ามาก ผมสีดำที่เงางาม ถูกเสยไปด้านหลังทำให้ใบหน้าของเย่ซวนดูโดดเด่นยิ่งขึ้น บวกกับควันที่ลอยอยู่รอบตัวของเย่ซวน ทำให้เขาไม่ต่างอะไรจากเทพเซียนในสายตาของพวกนางเลย 


            ผ่านไปชั่วอึดใจหนึ่งพวกนางจึงได้สติได้ ก่อนที่จะรีบเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เขินอาย


            "นั้นคือหน้าตาที่แท้จริงของเขางั้นเหรอ" เหิงเยว่พูดพร้อมกับคิดย้อนกลับไปเหตุการณ์ที่เจอก่อนหน้า รูปลักษณ์ของเย่ซวนยังคงวนเวียนอยู่ภายในหัวของพวกนาง


            "มันจะมีคนที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ได้ยังไง" เยี่ยนฟางหันไปถามเพื่อนอีก 3 คน ไม่ใช่ว่าพวกนางไม่เคยเห็นผู้ชายที่มีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา แต่คนที่มีรูปลักษณ์แบบเย่ซวนพวกนางเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก


            ...


            เย่ซวนไม่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลยสักนิด เขามัวแต่นั่งเดินลมปราณ และ เพ่งไปที่ตันเถียนของเขา ที่ตอนนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แถมความเร็วในการเดินลมปราณยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย เย่ซวนใช้เวลาไป 1 ชั่วยาม กว่าที่ตันเถียนของเขาจะถูกเติมเต็ม 


            เย่ซวนค่อยๆ ลืมตาขึ้น


            'เอ๊ะ' เย่ซวนแปลกใจ เพราะตอนนี้ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเขานั้นพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว แถมตอนนี้เขารู้สึกว่า สัมผัสที่ 6 ของเขาถูกเปิดออกแล้ว 


            'ดีจริง !' เย่ซวนรู้สึกตื่นเต้น จนลืมไปว่าเมื่อกี้เขาได้ยินเสียงพูดคุยของพวก เหลียนฮวา


            เย่ซวนลุกขึ้นจากอ่างไม้ เขาใช้ผ้าที่ถูกเตรียมเอาไว้เช็ดตัวจนแห้งก่อนที่นำมันมาผันเอาไว้รอบเอวและเดินออกไป ในตอนแรกเขาคิดที่จะใส่ชุดเดิม แต่สภาพของมันตอนนี้ไม่ค่อยหน้าดูเท่าไหร่แถมยังเริ่มส่งกลิ่นแล้วด้วย เย่ซวนเลยคิดที่จะเดินออกไปดูด้านนอกว่ามีชุดอื่นให้ใส่หรือไม่


             เมื่อเดินออกมาเย่ซวนถึงกับต้องตกตะลึง เพราะตอนนี้ เหลียนฮวา เหิงเยว่ อ้ายเหม่ย เยี่ยนฟาง ต่างมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ดวงตาของพวกนางเบิกโพลงไม่ต่างอะไรกับเย่ซวนเลย แก้มของพวกนางค่อยๆ กลับมาเป็นสีแดงอีกครั้ง ร่างกายส่วนบนของเย่ซวนที่ไม่มีอะไรปิดกั้น ทำให้เลือดในร่างกายของพวกนางสูบฉีดและหัวใจของพวกนางเต้นแรงขึ้น จนเย่ซวนรู้สึกได้


            "เอ่อ..พวกเจ้ามีชุดพอที่จะให้ข้าใส่ได้หรือไม่" เย่ซวนยกมือเกาหัวด้วยความเก้อเขิน


            "เฮ้ พวกเจ้าเป็นอะไรไป" เย่ซวนโบกมือไปมาเมื่อเห็นพวกนางนิ่งเงียบ 


            หลังจบคำพูดของเย่ซวน พวกนางต่างก็สะดุ้งตกใจ และ รีบหันหน้าหนีทันที 


            "เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้ากัน ?" เย่ซวนถามขึ้นด้วยความสงสัย


            "เหลียนฮวา" เย่ซวนเรียกนาง เพราะนางเป็นคนที่นั่งใกล้เขาที่สุด


            "อะไร !" เหลียนฮวาสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ เย่ซวนก็เรียกชื่อของนาง


            "เจ้าพอที่จะหาชุดให้ข้าใส่ได้หรือไม่"


            "ได้ๆ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้" นางพูดจบก็รีบลุกขึ้น และ เดินออกไปทันที


            เย่ซวนงุนงงกับปฏิกิริยาของเหลียนฮวา อย่างมากเลยหันไปถาม เหิงเยว่ที่นั่งอยู่ถัดไป


            "เหิงเยว่ นางเป็นอะไรหรือ ?" 


            "ข้าไม่รู้" เหิงเยว่ส่ายหัวจนคอแทบจะหลุด "เดี๋ยวข้าไปช่วยนางหาชุดให้เจ้าดีกว่า" พูดจบนางก็รีบลุกขึ้นและเดินตามเหลียนฮวาออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วน อ้ายเหม่ย และ เยี่ยนฟาง เห็นเพื่อนสามทั้ง 2 เดินออกไปจากห้อง พวกนางก็รีบตามออกไปด้วยทันที โดยให้เหตุผลเช่นเดียวกันกับเหิงเยว่ คือ จะไปช่วยเหลียนฮวา หาชุดให้เย่ซวน


            เย่ซวนส่ายหัวด้วยความงุนงง ก่อนที่จะเดินไปนั่งฝึกลมปราณบนเตียง


            ...


            หลังจากที่ทั้ง 4 สาวเดินออกมานอกเรือนพักของเย่ซวน พวงนางก็มุ่งตรงไปยังร้านขายเสื้อผ้าทันที พวกนางจำเป็นต้องซื้อชุดให้เย่ซวนใหม่ เพราะภายในสำนักบงกชขาวนั้น ไม่มีบุรุษคนใดเลยนอกจากเย่ซวน 


            ต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่พวกนางจะเดินมาถึงย่านการค้าของเมืองหนานจิง ระหว่างทางที่พวกนางเดินมานั้นต่างได้รับความสนใจ จากศิษย์ชายของสำนักต่างๆ ที่อยู่ในเมืองหนานจิงทันที 


            บางคนถึงขนาดรีบวิ่งกลับไปยังสำนักเพื่อไปบอกเพื่อนๆ บางคนก็รีบกลับไปแต่งตัวเต็มยศเพื่อให้ตนเองดูดี แต่พวกเหลียนฮวา ก็ไม่ได้สนใจ เพราะตอนนี้ในหัวของพวกนางคิดอยู่เพียงเรื่องเดียว นั้นก็คือ เย่ซวนนั้นเหมาะสมกับชุดแบบไหน


            เมื่อเดินมาถึงย่านการค้าหลักของเมือง คนที่อยู่แถวนั้นก็ต่างตกตะลึงทันที เพราะน้อยครั้งมากที่จะเห็นพวกนางทั้ง 4 มายังสถานที่แห่งนี้พร้อมกัน 


            "พวกเจ้าว่าเราจะซื้อร้านไหนดี" เหิงเยว่หันไปถามเพื่อน


            "ก็ต้องเป็นร้านค้าของตระกูลหวังอยู่แล้ว" อ้ายเหม่ยพูดขึ้น 


            ถึงแม้ภายในเมืองหนานจิง จะมีร้านค้าใหญ่ๆ มากมายแต่ร้านค้าของตระกูลหวัง ที่ชื่อว่า ร้านฝูจวง นั้นเป็นร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดภายในเมืองหนานจิงแห่งนี้ เพราะมีขายทั้งเสื้อผ้า ชายและหญิง  แถมยังมีเครื่องประดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สร้อย แหวน กำไร ปิ่นปักผม เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของเครื่องแต่งกายเลยก็ว่าได้


            "งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ" เยี่ยนฟางรีบเดินนำ เพราะตอนนี้เริ่มที่จะมีคนเดินตามพวกนางมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว


            เดินมาได้อีกไม่ไกลพวกนางก็มาถึงยังร้านค้าฝูจวงแล้ว ร้านค้าฝูจวงนั้น ค่อนข้างมีราคาแพง เลยทำให้ลูกค้าส่วนมากนั้นเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวย ทำให้ภายในร้าน ผู้คนไม่เบียดเสียดกัน


            "ยินดีต้อนรับคุณหนูอ้ายเหม่ยเจ้าค่ะ" เมื่อเดินเข้ามาในร้าน ก็มีพนักงานตอนรับหญิงเดินเข้ามาทักทายอ้ายเหม่ยด้วยความสนิทสนม


            "จื่อรั่วเจ้านั้นเอง" อ้ายเหม่ยยิ้มทักนาย


            "คารวะคุณหนูอ้ายเหม่ยเจ้าค่ะ" ก่อนที่นางจะหันไปมองด้านหลังของอ้ายเหม่ย


            "คุณหนูเหลียนฮวา คุณหนูเหิงเยว่ คุณหนูเยี่ยนฟาง ก็มาด้วยหรือเจ้าค่ะ" จื่อรั่วยิ้มออกมาอย่างดี


            "ข้าน้อยจื่อรั่วคารวะคุณหนูทั้ง 3 เจ้าค่ะ"


            "เอาละๆ คนกันเองทั้งนั้น" อ้ายเหม่ยโบกมือ


            "คิกๆ" จื่อรั่วหัวเราะเบาๆ


            "พวกท่านต้องการซื้ออะไรหรือเจ้าค่ะ ?" จื่อรั่วถามขึ้นพร้อมกับผายมือให้พวกนางเดินตามมา


            "เจ้ามีชุดของผู้ชายแนะนำหรือไม่" อ้ายเหม่ยหันไปมองรอบๆ ก่อนที่จะถามจื่อรั่ว


            "อะไรนะเจ้าคะ !" เมื่อได้ยินคำว่าชุดของผู้ชายจื่อรั่วก็ตะโกนออกมาด้วยความเหลือเชื่อ


            "นี่ ! เจ้าจะตะโกนทำไมกัน" อ้ายเหม่ยตีแขนของจื่อรั่วเบาๆ "คนอื่นเขามองกันหมดแล้ว"


            "ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ" จื่อรั่วรีบหันไปขอโทษลูกค้าท่านอื่น ก่อนที่จะหันกลับมาหาอ้ายเหม่ยอีกครั้ง


            "มีเจ้าค่ะ"  นางพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบ ท่าทางของนางทำให้ทั้ง 4 สาวอดหัวเราะออกมาไม่ได้


            "เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดเสียงเบาขนาดนั้นก็ได้" 


            "คิดๆ" จื่อรั่วยกมือปิดปากหัวเราะ "พวกท่านต้องการชุดแบบไหนหรอ" ก่อนที่นางจะถามความต้องการของพวกอ้ายเหม่ย


            "ข้าเองก็ไม่รู้เจ้าพาพวกข้าไปดูเถอะ" อ้ายเหม่ยส่ายหน้า

            

            "งั้นเชิญตามข้ามาเจ้าค่ะ" จื่อรั่วกำลังจะเดินนำพวกนางไปแต่ก็ถูกเสียงของอ้ายเหม่ยเรียกให้หยุดเสียก่อน


            "เดี๋ยวก่อน"


            "อะไรหรือเจ้าคะ" จื่อรั่วทำสีหน้าสงสัย


            "ชุดที่ข้าต้องการคือชุดอย่างดี เจ้าไม่ต้องคำนึงถึงราคา"


            "อ๋อ ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" จื่อรั่วยิ้มอย่างมีเลศนัย 


            "งั้นเชิญด้านนี้เจ้าค่ะ" ก่อนที่จะเดินนำทั้ง 4 คนขึ้นไปยังชั้น 2 ของร้านค้า 


            ซึ่งร้านฝูจวงนั้น มีทั้งหมดด้วยกัน 3 ชั้น ชั้นที่ 1 จะเป็นสินค้าคุณภาพดี ส่วนชั้นที่ 2 นั้นสินค้าจะมีคุณภาพยอดเยี่ยม ส่วนชั้นที่ 3 นั้นจะเป็นสินค้าพิเศษ 


            เมื่อเดินขึ้นมายังชั้น 2 ก็แทบจะไม่เห็นลูกค้าคนอื่นเลย นอกจากพวกนางทั้ง 4 


            พวกในใช้เวลาในการเลือกชุดให้เย่ซวนไปกว่า 1 ชั่วยาม สุดท้ายก็ได้มาทั้งหมด 4 ชุด ซึ่งแต่ละคนเลือกชุดให้เย่ซวนคนละหนึ่งตัว ในตอนแรกจื่อรั่วคิดเพียงว่าจะมีแค่อ้ายเหม่ยเท่านั้นที่ต้องการซื้อชุดสำหรับผู้ชาย แต่เมื่อได้ฟังพวกนางทั้ง 4 ปรึกษากันแล้ว ทำให้จื่อรั่วแทบจะไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง นางไม่คิดเลยว่า 4 สาวงามแห่งสำนักบงกชขาวนั้นจะซื้อเสื้อผ้าให้ผู้ชาย แถมยังเป็นผู้ชายคนเดียวกันอีกต่างหาก


            หลังจากคิดเงินเรียบร้อยพวกนางก็ออกมาจากร้านฝูจวง ซึ่งมีจื่อรั่วเดินมาด้วย เพราะนางเอกก็เป็นศิษย์ของสำนักบงกชขาวเช่นกัน และ ยังเป็นหลานสาวของผู้ดูแล ร้านค้าฝูจวงอีกด้วย เวลาว่างนางก็จะมาช่วยผู้เป็นปู่ คอยต้อนรับลูกค้าอยู่เสมอ


            "เอ๊ะ นั้นไม่ใช่คุณหนูเหลียนฮวาหรือ" เสียงของผู้ชายอายุพอๆ กับพวกนางดังขึ้นมาจากด้านหลัง ระหว่างที่พวกนางกำลังยื่นซื้อขนมเซาปิ่ง เพื่อนำกลับไปให้เย่ซวน


            เมื่อพวกนางหันมา ก็ปรากฏกลุ่มคน 5 คนกำลังเดินเข้ามาหาพวกนางพวกเขาเป็นคนของสำนักกระบี่หยก คนที่เรียกชื่อเหลียนฮวา มีชื่อว่า เทียนหยู เขาเป็นศิษย์ของเจ้าสำนักกระบี่หยก 


            เขาเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่อชอบ เหลียนฮวา เมื่อมีโอกาส เขาพยายามที่จะใกล้ชิดเหลียนฮวาอยู่ตลอดเวลา ทำให้นางรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก


            "คารวะคุณหนูเหลียนฮวา" เทียนหยูยิ้มให้นาง ก่อนที่จะหันไปพูดกับ เหิงเยว่ เยี่ยนฟาง และ อ้ายเหม่ย


            "คารวะคุณชายเทียนหยู" เหลียนฮวา และ อีก 3 ยกมือคารวะตอบ


            "พวกท่านมาทำอะไรที่นี้หรือ" เทียนหยูถามเหลียนฮวา พร้อมกับยิ้มให้นาง


            "พวกข้ามาซื้อของน่ะ" เหลียนฮวาพูดด้วยสีหน้าเย็นชาเช่นเคย ถึงแม้สีหน้าของนางเป็นแบบนี้ แต่เทียนหยูก็หาได้โกรธเคืองนางไม่ แถมยังมองว่ามันมีเสน่ห์อีกต่างหาก


            "พวกท่านไปไหนต่อหรือไม่" เทียนหยูถามขึ้น เพราะเขาคิดว่าจะชวนพวกนางไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมหนิงเฉิง


            "หลังจากซื้อขนมเซาปิ่งเสร็จพวกเราก็ต้องรีบกลับสำนักกันแล้ว" เหิงเยว่ตอบแทนเหลียนฮวา 


            "อ๋อ" เทียนหยูพยักหน้า


            ขณะที่เขากำลังจะพูดเสียงของจื่อรั่วก็ดังขึ้น 


            "ขนมเซาปิ่งได้แล้วเจ้าค่ะ" นางเดินมาอยู่ด้านข้างของอ้ายเหม่ย


            "ข้าขอตัวก่อน" เหลียนฮวาพยักหน้าให้กับเทียนหยู ก่อนที่จะหันไปพูดกับ เหิงเยว่ "พวกเรากลับกันเถอะ" พูดจบนางก็เดินออกไปเลย


            "พวกข้าต้องขอตัวก่อน" เหิงเยว่ เยี่ยนฟาง อ้ายเหม่ย หันมาบอกลาเทียนหยู ก่อนที่จะเดินตามเหลียนฮวาไป


            เมื่อพวกนางเดินลับตาไปสีหน้าของเทียนหยู ก็บึ้งตึงขึ้นทันที


            "หึ !" เทียนหยูหัวเราะในลำคอ ก่อนที่จะหันหลังและเดินจากไป


            ...


               หลังจากที่กลับมาถึงสำนักบงกชขาว พวกนางก็ตรงไปยังเรือนพักของเย่ซวนทันที โดยที่มีจื่อรัวตามมาด้วย 


            "เย่ซวน" เหิงเยว่เคาะประตู และ เรียกเย่ซวนเบาๆ เพราะกลัวเปิดเข้าไปแล้วเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นอีก


            หลังจากที่เหิงเยว่เคาะประตูได้ไม่นานเย่ซวนก็เดินมาเปิดประตูให้พวกนาง เมื่อประตูถูกเปิดออก พวกนางก็ต้องหน้าแดงอีกครั้ง โดยเฉพาะจื่อรั่ว ที่ตอนนี้สติของนางหลุดลอยออกไปแล้ว


            "นี่เจ้า !" เหิงเยว่ตะโกนออกมาด้วยความเขินอาย


            "อะไรหรือ ?" เย่ซวนถาม


            อ้ายเหม่ยยื่นถุงเสื้อผ้าให้เย่ซวนแล้วนางก็รีบเดินจากไปทันที


            "นางเป็นอะไรหรอ ?" เย่ซวนหันไปถาม เหลียนฮวา 


            "เจ้ารีบแต่งตัวเถอะ" เหลียนฮวาเองก็หน้าแดงไม่ต่างกับคนอื่น


             หลังจากที่พวกนางยื่นเสื้อผ้าให้เย่ซวนแล้วพวกนางก็รีบหันหลังตามเหิงเยว่ไปทันที เย่ซวนมองตามหลังพวกนางไปก่อนที่จะส่ายหัวยิ้ม และ หันหลังกลับเข้าไปแต่งตัวภายในห้อง


            หลังจากที่แต่งตัวเสร็จเย่ซวนก็ออกมานั่งพูดคุยเรื่องต่างๆ กับทั้ง 4 คน โดยมีจื่อรั่ว ที่ตอนนี้นั่งมองเย่ซวนด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เย่ซวนถามเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเมืองหนานจิง เหลียนฮวาเล่าว่า เมืองหนานจิงนั้น มีสำนักใหญ่ทั้งหมด 4 สำนัก คือ


            1.สำนักบงกชขาว


            2.สำนักกระบี่หยก


            3.สำนักพิสุทธิ์วารี


            4.สำนักคุ้มภัยหลี่เฉียง


            แต่ทั้ง 4 สำนักก็ยังไม่มีอำนาจเท่ากับเจ้าเมืองหนานจิง ถึงแม้แต่ละสำนักทั้ง 4 จะมีความแข็งแกร่งมากก็ตาม 


            ดังนั้นเมืองหนานจิง จึงมีขุมอำนาจทั้ง 5 คอยดูแล โดยที่มีขุมอำนาจของเจ้าเมืองหนานจิง แข็งแกร่งที่สุด ส่วนสำนักเล็กๆ เหลียนฮวาไม่ได้พูดถึงเพราะสำนักพวกนี้ส่วนอยู่ในการดูแลของสำนักใหญ่ทั้ง 4 และ จวนเจ้าเมือง 


            แต่เรื่องที่เย่ซวนให้ความสนใจมากที่สุดคือ การประลองของ 4 สำนักใหญ่ที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนหน้า การประลองที่เมืองเทียนจิน เย่ซวนก็พลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เย่ซวนเลยตั้งเป้าว่าเขาจะอยู่ดูการประลองของ 4 สำนักใหญ่ให้ได้


            "ทำไมเมื่อพูดถึงการประลองของ 4 สำนักใหญ่เจ้าถึงได้ดูตื่นเต้นจัง" เยี่ยนฟางถามขึ้นเพราะเห็นสีหน้าของเย่ซวนตอนนี้ดูมีความสุขอย่างมาก


            "ฮาๆ ข้าก็แค่สนใจเท่านั้น" เย่ซวนพูดจบก็หยิบขนมเซาปิ่งขึ้นมากิน 


            "อร่อยมาก" เย่ซวนยิ้ม


            "จริงหรือถ้าเจ้าชอบ เอาไว้ครั้งหน้าข้าจะซื้อมาให้อีก" เยี่ยนฟางยิ้ม เพราะความคิดที่จะซื้อขนมเซาปิ่งกลับมาให้เย่ซวนนั้น เป็นความคิดของนาง


            "ขอบคุณนะ" เย่ซวนหันไปยิ้มให้เยี่ยนฟาง


            "จริงสิ พวกเจ้ามีโรงเตี๊ยมแนะนำหรือไม่" เย่ซวนถาม


            "เจ้าจะออกไปพักที่โรงเตี๊ยมเหรอ ?" อ้ายเหม่ยถามเย่ซวนด้วยความตกใจ


            "เจ้าสามารถพักอยู่ที่เรือนหลังนี้ได้ตามสะบาย ไม่จำเป็นต้องไปหาโรงเตี๊ยมหรอก" เหิงเยว่พูดเสริม


            "ป่าวๆ" เย่ซวนโบกมือ "ข้าแค่จะไปหาอะไรกินซะหน่อย" เย่ซวนเอามือจับไปที่ท้อง


            "เจ้าหิวหรอ ?" เหลียนฮวาถาม


            "ใช่" เย่ซวนพยักหน้า "หิวมาก"


            เมื่อได้ยินแบบนั้นทั้ง 4 สาวก็รู้สึกโล่งใจ 


            "เดี๋ยวข้าจะทำอาหารให้เจ้ากินเอง" เหลียนฮวาพูด


            "ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องลำบากหรอก" เย่ซวนหันไปปฏิเสธ


            "ไม่ลำบาก ปกติข้าเป็นคนที่ชอบทำอาหารทานอยู่แล้ว" เหลียนฮวาพูด


            "งั้นข้าต้องรบกวนเจ้าแล้ว" 


            เมื่อได้ยินแบบนั้นเหลียนฮวาก็ยิ้มออกมา


            "งั้นข้าไปจัดการเลยดีกว่า" เหลียนฮวาลุกขึ้น


            "เดี๋ยวพวกข้าไปช่วย" อ้ายเหม่ย เหิงเยว่ และ เยี่ยนฟางลุกขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ทั้ง 4 สาวจะแยกตัวจากไป โดยที่ปล่อยให้เย่ซวนรออยู่ในเรือนพักของตน


            ...


            ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ และ ขอโทษที่ลงช้าด้วยครับ


            งานประจำยุ่งทุกวันเลยทำให้ไม่ค่อยมีเวลาว่าง

            

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที..แต่มาอยู่ในร่างของขอทาน ที่คุณอ่าน