ทางด้านฉางเฟิงได้เดินทางมาถึงสวนสมุนไพรแล้วแต่เมื่อมาถึงก็เจอกับค่ายกลเซียนที่แข็งแกร่งขวางกั้นเอาไว้จึงไม่แปลกที่ข้างในสวนสมุนไพรจะไม่ถูกแตะต้องแม้จะผ่านมานานแล้ว
เพียงแต่ค่ายกลเซียนขวางเสี่ยวจินได้หรือไม่???แน่นนอนว่าไม่ เสี่ยวจินได้พาฉางเฟิงทะลวงผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
“มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย”เสี่ยวเสี่ยวถึงกับน้ำลายใหลเพราะกลิ่นหอมของสมุนไพรชั่งเย้ายวนนางมากจริงๆ
“ใจเย็นๆก่อนเสี่ยวเสี่ยวของพวกนี่กินดิบๆไปเลยนั้นไม่อร่อยหรอก สู้ให้ข้าทำอาหารให้เจ้ากินไม่ดีกว่างั้นเหรอ”ฉางเฟิงกล่าว
“จริงด้วยท่านพ่อทำอาหารอร่อยที่สุด” เสี่ยวเสี่ยวรีบเปลี่ยนความคิดทันที
จากนั้นฉางเฟิงและเสี่ยวจินก็เริ่มขนย้ายสมุนไพรเข้าไปปลูกในภาพสวรรค์นิรันดร์เหล่าภูติน้อยพากันตื่นเต้นเมื่อเห็นสมุนไพรอายุหมื่นปีและมีบางต้นที่อายุถึงแสนปี
“อะไรกันนี่มันชั่งบังเอิญจริงๆ” ขณะที่พวกฉางเฟิงกำลังเก็บสมุนไพรอยู่ก็ได้ยินเสียงที่ชั่วร้ายดังขึ้น
เมื่อหันกลับไปก็เจอกับพวกเมิ่งฝู่และเถาวัลย์ปีศาจที่อยู่ในร่างของหญิงสาวที่งดงาม
“อ้าวสหายเมิ่งฝู่นี่เอง ไม่ใช่ว่าหนีหัวซุกหัวซุนอยู่งั้นเหรอทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้”ฉางเฟิงยกยิ้ม
“แน่นอนว่าย่อมต้องหมายตาสมบัติอยู่แล้วแต่ว่าข้าไม่คิดเลยว่าจะมาเจอสหายฉางเฟิงที่นี่ แต่ก็ดี จากที่ดูสหายฉางเฟิงคงจะได้รับสมบัติมาแล้วใช่หรือไม่” เมิ่งฝู่กล่าว
“แน่นอน”ฉางเฟิงไม่คิดจะปิดบังอยู่แล้ว
“ดีถ้างั้นสหายช่วยมอบมันมาให้ข้าได้หรือไม่” เมิ่งฝู่กล่าว
“นั่นก็ต้องดูความสามารถของเจ้าแล้วละถ้าเจ้ามีความสามารถจริงข้าก็ยินดีจะมอบให้กับเจ้าทั้งหมด” ฉางเฟิงกล่าว
“ความสามารถงั้นเหรอถ้างั้นข้าคงต้องแสดงทหารศพตัวใหม่ของข้าให้สหายดูเสียแล้ว” เมิ่งฝู่ตอนนี้กลายเป็นระดับจักรพรรดิขั้นที่4 ไปแล้วเห็นได้ชัดว่าช่วงเวลาที่หายไปจะได้รับประโยชน์ไม่น้อย
และต่อมาโลงศพทองคำสองโลงก็ปรากฏพร้อมกับทหารศพชายหญิงก้าวออกมาทั้งคู่ต่างปลดปล่อยกลิ่นอายเซียนอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่เลวเลยจริงๆถึงกับควบคุมทหารศพขั้นเซียนได้ถึงสองตนแล้วยังไงต่อคิดว่าแค่นี้จะทำอะไรข้าได้” ฉางเฟิงไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
“ทำยังไงต่องั้นเหรอก็ฆ่าเจ้าไง” เมิ่งฝู่สั่งทหารศพให้โจมตีทันที
เพียงแต่เมื่อทหารศพพุ่งเข้าหาฉางเฟิงก็ถูกค่ายกลเซียนปกป้องสวนสมุนไพรโจมตีกลับทำให้ทหารศพทั้งสองกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง
“เจ้าโง่เจ้าไม่เห็นงั้นเหรอว่ารอบๆมีค่ายกลสังหารขั้นเซียนอยู่”เถาวัลย์ปีศาจกล่าว
“บัดซบแล้วเจ้านั่นมันเข้าไปได้ยังไง” เมิ่งฝู่คำราม
ไม่ใช่ว่าเมิ่งฝู่ไม่เห็นแต่เมิ่งฝู่คิดว่าค่ายกลได้ถูกฉางเฟิงหยุดการทำงานหรือทำลายไปแล้วจึงกล้าที่จะโจมตีฉางเฟิงไม่งั้นเมิ่งฝู่จะทำอะไรโง่ๆออกไปได้อย่างไร
“ค่ายกลเหมือนจะไม่ได้ถูกแตะต้องเลยแต่พวกนั้นเข้าไปได้ยังไง”เถาวัลย์ปีศาจเองก็เคยพยายามเข้าส่วนสมุนไพรหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ
“สงสัยงั้นเหรอแต่ก็สงสัยต่อไปนะข้าขอเก็บสมุนไพรต่อก่อน” ฉางเฟิงไม่สนใจทั้งสองที่มีใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปแล้วฉางเฟิงยังคงเก็บสมุนไพรต่อไป
ส่วนเสี่ยวจินเหมือนจะมองหาโครงกระดูกขั้นเซียนอยู่เพราะสำหรับฉางเฟิงแล้วเจ้าโครงกระดูกนั้นคือตัวอันตรายซึ่งเสี่ยวจินต้องการจะสังหารอีกฝ่ายทิ้งส่วนเถาวัลย์ปีศาจสามารถช่วยให้ฉางเฟิงขัดเกลาฝีมือได้จึงถือว่ามีประโยชน์อยู่
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะรอดแล้วงั้นเหรอเพราะถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องออกมาจากค่ายกลอยู่ดี” เมิ่งฝู่กล่าว
“งั้นเหรอแต่ข้าว่าเจ้าเข้าใจผิดอย่างหนึ่ง ข้าไม่ได้กลัวเจ้าเลย” ฉางเฟิงเย้ยหยัน
“ไม่กลัวงั้นเหรอฮ่า ฮ่า น่าสนใจ แม้ข้าจะยังไม่ได้เป็นเซียนแต่ก็มีเซียนถึงสองตนคุ้มครองอยู่แถมสหายของข้าก็กลายเป็นเซียนแล้วแต่เจ้ายังเป็นแค่ระดับราชันเจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้าหรือว่าเจ้าจะให้นังหนูที่ลอบโจมตีข้าตอนนั้นมาสู้แทนละ” เมิ่งฝู่กล่าว
“กล้าชี้หน้าเสี่ยวเสี่ยวอยากโดนตบอีกใช่ใหม” เสี่ยวเสี่ยวแสดงท่าทางจะโจมตีออกไปทำให้เมิ่งฝู่ระวังตัวทันทีเพราะความเร็วของเด็กสาวคนนี้น่าหวาดกลัวจริงๆ
“เสี่ยวเสี่ยวไม่ต้องไปเสียเวลาคุยกับสุนัขที่มันได้แต่เห่าหรอกนะเอาละเรามารีบจัดการสมุนไพรทั้งหมดก่อนดีกว่า” ฉางเฟิงนั่งเก็บสมุนไพรด้วยอารมณ์ที่ดีมากๆขณะเดียวกันก็ได้ติดต่อไปยังพวกโหลวหลานอย่างเงียบๆ
เพราะถ้าแค่เมิ่งฝู่ฉางเฟิงก็พอจะต่อสู้กับอีกฝ่ายได้ต่อให้อีกฝ่ายมีทหารศพขั้นเซียนก็ตามด้วยเขตแดนโกลาหลและพลังจิตของฉางเฟิงสามารถข่มการควบคุมทหารศพของเมิ่งฝู่ได้
แต่เถาวัลย์ปีศาจค่อนข้างสร้างแรงกดดันให้กับฉางเฟิงแถมอีกฝ่ายยังเป็นเซียนไปแล้วอีกด้วย
‘ดูท่าข้าต้องทะลวงระดับจักรพรรดิให้ได้โดยเร็วไม่สิต้องกลายเป็นเซียนเท่านั้นถึงจะมีอำนาจต่อรองกับขุมอำนาจในทวีปเซียน” ฉางเฟิงคิด
ขณะที่เมิ่งฝู่รออย่างอดทนในที่สุดสมุนไพรก็ถูกฉงาเฟิงเก็บจนหมด เพียงแต่ฉางเฟิงไม่ได้ออกมาจากค่ายกลและนั่งลงพร้อมกับนำสมุนไพรออกมาเพื่อปรุงยา
“ไอ้บัดซบมันตั้งใจกวนประสาทข้า”เมิ่งฝู่คำรามด้วยความโกรธ
“ดูเหมือนเจ้าต้องการถ่วงเวลเพื่อรอกำลังเสริมสินะ”เถาวัลย์ปีศาจกล่าว
“โอ้เจ้าฉลาดมาก ตัวเจ้าเองก็น่าจะสัมผัสได้ว่าไม่ใช่เพียงแค่เจ้า แต่ตอนนี้มีคนทะลวงขั้นเซียนสำเร็จไม่น้อยเลยและแต่ละคนก็แข็งแกร่งมากเกรงว่าถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นเจ้าเองก็คงต้านไว้ได้ไม่นานส่วนตัวถ่วงอย่างเจ้านั่นเหอะ.....” ฉางเฟิงมองไปทางเมิ่งฝู่และหัวเราะอย่างเหยียดหยาม
“ฉางเฟิงเจ้าอย่าได้อวดดีเกินไปคิดว่าแค่ได้เปรียบข้าสองสามครั้งแล้วจะบอกว่าตัวเองเหนือกว่าข้างั้นเหรอ” เมิ่งฝู่คำราม
“มันก็แน่อยู่แล้วขณะที่ข้าอยู่ระดับราชันข้าก็เอาชนะอัจฉริยะที่อยู่ระดับจักรพรรดิขั้นที่ 9 ได้แล้วยิ่งตอนนี้อีกไม่นานข้าก็ทะลวงระดับจักรพรรดิ เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้างั้นเหรอ”ฉางเฟิงกล่าว
“นี่เจ้า!!!!”เมิ่งฝู่ถึงกับเถียงไม่ออก
ฉางเฟิงไม่สนใจและปรุงยาต่อไปไม่นานเม็ดยาระดับ 6 คุณภาพสูงสุดจำนวนหนึ่งก็ปรากฏออกมา แน่นอนว่าเม็ดยาเหล่านี้คือเม็ดยาโกลาหลฉางเฟิงกลืนลงท้องอย่างรวดเร็วและนั่งบ่มเพาะ
ส่วนเสี่ยวเสี่ยวก็วิ่งเล่นกับเสี่ยวจินโดยไม่สนใจพวกเมิ่งฝู่เลย
“ข้าว่าเราถอยก่อนเถอะถ้ากำลังเสริมของอีกฝ่ายมาจริงพวกเราจะเสียเปรียบ” เถาวัลย์ปีศาจกล่าว
“เจ้าจะไปกลัวทำไมด้วยพลังของเจ้าการจะจัดการเซียนคนอื่นๆไม่ใช่เรื่องยาก บวกกับข้าและคนของข้าที่ล้อมที่นี่เอาไว้อยู่อีก”เมิ่งฝู่กล่าว
“งั้นเหรอแต่ถ้าข้าเป็นเจ้าข้าจะรีบออกไปจากนครใต้พิภพเพราะถ้าช้ากว่านี้เมื่อออกไปเจ้าจะต้องเจอกับความโกรธของกิ้งก่าสีดำที่อยู่ข้างนอกนะไม่สิไม่รู้ว่าพวกที่รออยู่ด้านนอกจะยังปลอดภัยอยู่หรือเปล่า” เสี่ยวจินหัวเราะออกมา
ใบหน้าของเมิ่งฝู่ตกใจเขาลืมนึกถึงตัวตนที่น่าหวาดกลัวของเสี่ยวเฮ่ยไปเลยเขาเกรงกว่าถ้าออกไปพร้อมๆกันแล้วฉางเฟิงให้เสี่ยวเฮ่ยจัดการตนเอง ตนเองยังจะสู้ได้อีกงั้นเหรอ