บทที่สิบห้า
สู่ขอ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้แตงกวากำลังนั่งตื่นเต้นอยู่หน้าบ้านของตัวเอง ที่ได้รับการซ่อมแซมและทำการขยับขยายพื้นที่ จนกลายเป็บ้านหลังใหญ่ขึ้นมาเพียงในเวลาครึ่งปี จากเงินที่แตงกวาหมั่นส่งมาให้เพื่อใช้สร้างบ้านในแต่ละเดือน
เงินเดือนของเธอที่ได้จากการทำงานถูกแบ่งออกเป็สองส่วน ส่วนหนึ่งเธอก็เก็บหอมรอมริบเอาไว้เพื่อสร้างหลักปักฐานกับอนาคตของตัวเองร่วมกับคนรักในวันข้างหน้า และอีกครึ่งก็ส่งมาให้ที่บ้านเพื่อให้คนข้างหลังได้มีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
และที่เธอสามารถที่จะทำอย่างนี้ได้ก็เพราะค่าใช้จ่ายของเธอทั้งหมด พี่ตรีเอ่ยปากที่จะขอรับผิดชอบ แม้จะรู้สึกเกรงใจและไม่อยากเอาเปรียบอีกฝ่ายมากจนเกินไป หากแต่ก็รู้กันอยู่ว่าคนรักของเธอนั้นเอาแต่ใจมากแค่ไหน
สุดท้ายแตงกวาก็ต้องยอมที่จะใช้กระเป๋าเงินร่วมกันคนพี่อย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จนทำให้เงินเดือนของเธอทั้งก้อนที่ไม่เคยได้ใช้จ่ายอะไร มันสามารถที่จะพลิกผันความเป็อยู่ของครอบครัวได้ใน่เวลาไม่กี่เดือน
ก่อนที่จะเดินทางสองวัน แตงกวาได้โทรมาเกริ่นกับพ่อและแม่เอาไว้แล้ว ว่าจะพาคนรักแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านในอีกสองวันข้างหน้า ซึ่งก็โดนคาดคั้นเสียยกใหญ่ ว่าทำไมถึงจะพามาบ้านแล้วทั้ง ๆ ที่คบกันได้แค่เพียงไม่นาน
สุดท้ายก็เป็ตรีพลเอง ที่ต้องออกหน้ารับแทนคนน้องที่ได้แต่พูดตะกุกตะกักเพราะมัวแต่กลัวว่าจะหลุดพูดเื่ที่แอบซ่อนความจริงเอาไว้ในเื่ที่เกินเลยกันไปแล้ว ก่อนที่จะได้เดินทางไปพบผู้ใหญ่ของฝั่งผู้หญิงให้เป็กิจจะลักษณะ
“พ่อกับแม่หรือเปล่า” ตรีพลเอ่ยถามคนรักขึ้น เมื่อเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์คันเก่า เลี้ยวเข้ามาตามถนนที่เป็พื้นที่บ้านของคนตัวเล็ก
“ใช่ค่ะ” แตงกวาเอ่ยตอบรับด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่ร่างเล็กจะผุดลุกจากแคร่ไม้และวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็แม่โดยทันที ที่อีกฝ่ายก้าวขาลงจากรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ซื้อมาั้แ่ตัวเองยังเป็เด็กประถม
“โตป่านนี้แล้ว ยังทำตัวเป็เด็กอีก” คนเป็แม่เอ่ยเอ็ด ก่อนจะพยักหน้ารับไหว้ชายหนุ่มที่คาดการณ์เอาไว้ว่าน่าจะเป็ว่าที่ลูกเขยของตัวเองและสามี
“หนูคิดถึง” แตงกวาเอ่ยบอกผู้เป็แม่ ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา ปากเล็กยื่นเบะราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะกระจองอแง
“แม่ก็คิดถึง” ผู้เป็แม่เอ่ยตอบ ก่อนจะสวมกอดลูกสาวที่ยอมดั้นด้นไปทำงานต่างถิ่น เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว
ตรีพลทอดมองสองแม่ลูกที่กอดกันกลม ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นว่าผู้เป็พ่อของน้องกำลังมองมาที่ตัวเองอย่างกำลังประเมินกันอยู่ในที
“สวัสดีครับพ่อ” ตรีพลงับปากของตัวเองที่กำลังจะพูดค่ะออกไป ก่อนจะเอ่ยพูดสวัสดีพ่อตาออกไปด้วยเสียงทุ้มน่าฟัง
แม้จะไม่อยากปกปิดเื่รสนิยมของตัวเอง หากแต่ก็จำต้องยั้งใจเอาไว้ เพราะรู้ดีว่ามันไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจและยอมรับได้กับเื่แบบนี้ ซ้ำอีกฝ่ายก็เป็ผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตต่างยุคสมัยกันมา จะให้เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็จริง ๆ ตรีพลเองก็คิดว่ามันเป็เื่ที่ยากพอสมควร
“สวัสดี” ผู้เป็พ่อเอ่ยตอบรับ แม้จะรู้สึกไม่ชอบมาพากล กับการที่ลูกสาวไปทำงานในเมืองกรุงไม่ถึงปี แต่กลับพาคนรักมาไหว้พ่อไหว้แม่เสียแล้วแบบนี้
“ไปนั่งคุยกันเถอะลูก แตงกวาไขบ้านไปเอาน้ำมาให้ผัว เอ่อ ให้แฟนเอ็งไป” ผู้เป็แม่เอ่ยชวนว่าที่ลูกเขย ก่อนจะยื่นกุญแจบ้านให้กับลูกสาวตัวเอง
ตรีพลพยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มไปให้แม่ยาย และสาวเท้าเดินตามอีกฝ่ายไปนั่งใต้ถุนบ้าน ที่มีชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีวางอยู่ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามพ่อและแม่ของคนรักด้วยท่าทีที่สบาย ๆ ไม่ได้เกร็งจนเสียอาการแต่อย่างใด
“ชื่ออะไรล่ะเรา” ผู้เป็แม่เอ่ยถามขึ้น
“ตรีพลครับแม่” ร่างสูงเอ่ยตอบด้วยความนอบน้อม
“แม่คันปาก อย่าถือสาคนบ้านนอกนะลูก ครั้งนี้ที่มานี่ มาเยี่ยมใช่ไหมลูก ขอเสียมารยาทถามเลยแล้วกัน”
“มาเยี่ยมด้วยครับ แล้วก็ถือโอกาสมาทาบทามสู่ขอน้องด้วยเลย” ตรีพลเอ่ยตอบไปตามความจริง
สองสามีภรรยาที่อยู่กินกันมาร่วมสามสิบปีหันไปมองหน้ากันทันที หลังจากที่ได้รับคำตอบที่ตรงไปตรงมาของว่าที่ลูกเขย ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน เมื่อคิดว่าสิ่งที่คาดการณ์กันเอาไว้อาจจะเป็จริง
“กี่เดือนแล้วลูก ท้องน้องมันยังไม่ออกเลย” ผู้เป็แม่เอ่ยถามหน้าเครียด พลางคว้านหายาดมที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อมาสูดดม
“ยังไงนะครับแม่” ตรีพลเอ่ยถามด้วยความงุนงง คิ้วดกดำขมวดเข้าหากันแน่น
“ก็ที่เร่งจะแต่ง เพราะลูกสาวแม่มันท้องไม่ใช่เรอะ” คนเป็แม่เอ่ยกระซิบกระซาบ แม้ว่าจะนั่งอยู่ในบริเวณบ้านของตัวเอง แต่ก็กลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเื่เสื่อมเสียของลูกสาวตัวเองเข้า
“แม่พูดอะไรเนี่ย หนูไม่ได้ท้อง” แตงกวาที่ยกน้ำออกมาจากตัวบ้าน รีบเอ่ยค้านความคิดของแม่ตัวเองเสียงดัง
“น้องยังไม่ได้ท้องครับแม่ ที่ผ่านมาพวกเราป้องกันมาตลอด พึ่งปล่อยเมื่อไม่นานมานี้” ตรีพลเอ่ยตอบอย่างพาซื่อ
“พี่ตรี” แตงกวาเอ่ยเรียกคนรักออกมาอย่างอ่อนใจ บทที่จะซื่อก็ซื่อจนน่าใจหาย เล่าเสียหมดเปลือก ทำเอาร่างเล็กกุมขมับ
“เอาเถอะ ไม่ต้องเถียงกันลูก ยังไม่ท้องก็ดีแล้ว ตอนนั่งทำพิธีมันลำบากกับคนท้อง” ผู้เป็แม่เอ่ยห้ามคู่รักที่กำลังจะอ้าปากเถียงกันด้วยความโล่งใจ ที่ลูกสาวยังไม่ท้องป่องในตอนนี้ให้เป็ขี้ปากของชาวบ้านแถวนี้
“แบบนี้ก็รอฤกษ์ไม่ได้แล้วนะแม่มึง เด็กมันเลยเถิดกันไปแล้ว เร่งผูกข้อไม้ข้อมือ จัดงานกินเลี้ยงให้มันเถอะ” คนเป็พ่อที่นั่งเงียบมานาน เอ่ยขึ้นกับคู่ชีวิตของตัวเอง
“ฤกษ์สะดวกแล้วกันพ่อ เชิญแค่ญาติสนิทมาร่วมอวยพร สักสามวันข้างหน้า ลูกสะดวกกันหรือเปล่า” ผู้เป็แม่เอ่ยสรุปรวบรัดทุกอย่าง
“ครับแม่ สะดวกครับ” และเป็ตรีพลที่เป็ฝ่ายเอ่ยตอบออกไป
“ดี ่นี้ก็แยกกันก่อน พ่อตรีก็พักบ้านหลังเล็กนู่นไปก่อน ส่วนแตงกวาเอ็งมานอนบนบ้านใหญ่กับแม่”
“จ้ะแม่” แตงกวาเอ่ยตอบรับคำของผู้เป็แม่ รีบวางมือปรามลงบนหน้าขาของคนรักที่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างออกไป
ตรีพลได้แต่ปรายตามองไปทางคนรักด้วยหัวใจที่เหี่ยวเฉา เพราะั้แ่ที่เริ่มรู้ตัวว่ามีใจปฏิพัทธ์ให้กัน ตนและคนรักก็ยังไม่เคยแยกกันนอนเลยสักค่ำคืนเดียว ต่างก็โอบกอดกันเอาไว้ในอ้อมกอดอุ่นทุก ๆ คืน
“ส่วนเื่สินสอด พ่อกับแม่แจ้งมาได้เลยนะครับ” ตรีพลที่แม้จะห่อเหี่ยวไปแล้ว เปลี่ยนประเด็นหยิบยกเื่สินสอดมาพูดขึ้น
“โอ๊ย แค่รักและดูแลลูกสาวของพ่อกับแม่ให้ดี ก็พอแล้วพ่อตรี แม่ไม่เรียกร้องเอาอะไรหรอก” ผู้เป็แม่โบกมือไปมา ก่อนจะเอ่ยตอบ
“ไม่ได้หรอกครับ พ่อกับแม่เลี้ยงน้องมาอย่างดี ถือว่าแทนคำขอบคุณของผมและน้องนะครับ” ตรีพลยื่นซองสีน้ำตาลที่เตรียมมายื่นให้กับคนทั้งคู่
“ไม่รับ ๆ” พ่อและแม่ของแตงกวาเอ่ยปฏิเสธ เพราะไม่คิดที่จะเรียกร้องเอาเงินจากว่าที่ลูกเขยอยู่แล้ว
“พ่อกับแม่รับไว้เถอะจ้ะ พี่ตรีเขาตั้งใจเตรียมมาให้” แตงกวาเอ่ยพูดขึ้นเพื่อช่วยเน้นย้ำถึงความตั้งใจของคนรัก
“เอาเถอะ แม่จะรับไว้ เอาไว้ใส่ในพานสินสอดวันทำพิธีก็แล้วกัน พ่อตรีไม่ต้องเตรียมเพิ่มแล้วนะ ใช้เงินก้อนนี้แหละลูก” ผู้เป็แม่ยอมที่จะรับซองสีน้ำตาลมาถือไว้ ก่อนที่จะเอ่ยบอกกับคนรักของลูกสาว
“ครับ” ตรีพลเอ่ยตอบรับ ก่อนจะหันไปยิ้มกับคนน้อง ที่ในที่สุดก็ได้มอบซองสีน้ำตาลที่เตรียมมาให้กับพ่อแม่ของน้องตามที่ตั้งใจเอาไว้
และรู้สึกซึ้งใจที่ครอบครัวของคนรัก ไม่แม้ที่จะเอ่ยถามหาผู้ใหญ่ของทางฝั่งเขาให้รู้สึกต้องลำบากใจแม้แต่น้อย ที่ไม่ได้ติดตามมาทาบทามสู่ขอเมียให้กับบุตรชายด้วยตัวเองในวันนี้อย่างที่ควรจะเป็
เพราะเขาก็ไม่อยากที่จะตอบคำถามนั้นเหมือนกัน ไม่อยากที่จะพูดว่าตัวเองถูกพ่อและแม่แท้ ๆ ตัดหางปล่อยวัด ให้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เพียงเพราะมีบุคลิกและลักษณะท่าทางที่ตุ้งติ้งไม่มาดแมนเหมือนอย่างลูกชายบ้านอื่น ั้แ่อายุสิบห้า
แต่ในความโชคร้ายนั้นของตรีพลก็ยังคงมีอาที่เป็น้องสาวของผู้เป็พ่อให้ความช่วยเหลือ ส่งเสียเลี้ยงดูแทนบุพการี จนตรีพลเรียนจบปริญญาตรี และยอมที่จะเจียดเงินเก็บส่วนตัวมาลงทุนเปิดร้านเช่าชุดราตรีให้กับหลานในไส้ของตัวเอง
ตรีพลแม้จะไม่ได้โกรธเกลียดพ่อแม่ของตัวเอง หากแต่ก็ไม่คิดที่จะพาตัวเองไปข้องแวะกับคนทั้งคู่เหมือนกัน เพราะยังจดจำวันที่โดนไล่ออกจากบ้านราวกับหมูกับหมาได้เป็อย่างดี เพียงเพราะการที่เขารักที่จะเป็ตัวเองในรูปแบบที่คนทั้งคู่ไม่ชอบใจ
หลังจากเรียบจบมา ตรีพลตั้งหน้าตั้งตาทำงานด้วยความขยันขันแข็ง สิ่งไหนที่พอจะมองเห็นเป็โอกาสในการหาเงินได้ ก็คว้าเอาไว้ทั้งหมด และสามารถที่จะก่อร่างสร้างตัวและคืนเงินให้กับผู้เป็อาได้ในเวลาแค่สองปีเท่านั้น
“เดินทางมาเหนื่อย ๆ ไปพักเอนหลังกันสักหน่อยเถอะลูก ไปบนบ้านนั่นแหละ เดี๋ยวน้องมันกลับกันมาจากโรงเรียน แม่จะให้ไปทำความสะอาดบ้านหลังนู่นให้” ผู้เป็แม่เอ่ยบอกลูกสาวตัวเอง ก่อนจะยกยิ้มส่งให้กับอีกคนที่นั่งอยู่เคียงข้างแตงกวา
“จ้ะแม่ ขึ้นไปเอนหลังบนบ้านสักนิดเถอะพี่” แตงกวาเอ่ยตอบรับผู้เป็แม่ ก่อนจะหันมาเอ่ยชวนคนรัก
ตรีพลและแตงกวาประสานมือเข้าหากัน ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปในตัวบ้านที่เป็ชั้นสอง พ่อกับแม่ของแตงกวาหันมามองหน้ากับอีกครั้ง เมื่อได้เห็นลูกสาวและลูกเขยหวานใส่กันต่อหน้าต่อตา
ถึงแม้จะยังไม่คุ้นชินกับการกินอยู่ก่อนแต่ง และผิดผีกันก่อนที่จะแต่งงาน หากแต่ก็พอที่จะมองข้ามมันไปได้ เมื่อตัวของผู้ชายเองก็มีความคิดที่จะทำให้ทุกอย่างมันเข้าร่องเข้ารอย โดยที่ไม่ได้รอให้ท้องโย้มาก่อนแล้วค่อยจะคิดได้
จะตีโพยตีพายโวยวายไป ก็เหมือนจะเอาเื่เสื่อมเสียของลูกสาวตัวเองมาประจานเสียเปล่า ๆ ในเมื่อข้าวสารมันกลายเป็ข้าวสุกไปเสียแล้ว สิ่งที่พอจะทำได้ดีสุด ก็คือการรีบผูกข้อไม้ข้อมือให้กับคนทั้งคู่ไปเสีย ฝั่งของผู้หญิงอย่างลูกสาวของตัวเองจะได้มาเสียหายกันไปมากกว่านี้
………………………….
วาสนาของยัยแตงกวาเขาอะเนอะ ได้หลัวดีชีวิตก็ดีมันเป็แบบนี้นี่เอง
อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ คอมเม้นท์ให้อ่านกันหน่อยน้าาาาาา
อย่าลืมกดหัวใจ กดเข้าชั้น เพื่อเป็กำลังใจให้กับนักเขียนด้วยนะคะ
และที่สำคัญหากชอบนิยายแนวประมาณนี้ห้ามลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์เด็ดขาด เพราะในคลังมีเยอะมากค่ะ จะทยอยลงเรื่อย ๆ