บทที่ 4 กติกาห้ามร้อง
บรรยากาศกลางวงเหล้ายามค่ำคืนริมสระว่ายน้ำทวีความเร่าร้อนขึ้นจนถึงขีดสุด แสงไฟสลัวจากระเบียงพูลวิลล่าสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่กระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่นเล็กๆ สะท้อนแสงเงาตกกระทบใบหน้าของทุกคนในวงที่บัดนี้เต็มไปด้วยความคาดหวังและความอยากรู้อยากเห็น ทุกสายตาจับจ้องไปที่คิน หนุ่มหล่อมาดนิ่ง และเมล สาวน้อยร่างเล็กน่าทะนุถนอมที่กำลังนั่งตัวสั่นระริกอยู่บนตักแกร่งของแฟนหนุ่มราวกับลูกนกที่กำลังตื่นกลัว
คินจ้องมองกระดาษแผ่นเล็กในมือด้วยดวงตาคมกริบ รอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และดิบเถื่อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างหูเมลด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและดุดัน จนเมลถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ห้ามร้องเด็ดขาดนะคนดี... ถ้าหลุดเสียงครางออกมาแม้แต่นิดเดียว... พี่จะลงโทษเมลให้หนักกว่านี้อีก"
เมลเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกลัวผสมผสานกับความตื่นเต้น เธอเงยหน้าขึ้นมองคินด้วยสายตาเว้าวอนและฉ่ำน้ำ "พ...พี่คิน... คำสั่งมันว่ายังไงคะ เมลกลัว... อย่าแกล้งเมลแรงนะ"
คินไม่ตอบแฟนสาว แต่กลับเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ วง ก่อนจะอ่านคำสั่งในกระดาษเสียงดังฟังชัด "คำสั่งเขียนไว้ว่า... 'ให้แฟนตัวเองใช้นิ้วปรนเปรอใต้โต๊ะจนเสร็จสม โดยฝ่ายหญิงห้ามส่งเสียงร้องเด็ดขาด หากร้องครางแม้แต่นิดเดียว... คนที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็นคนรับหน้าที่แทน'"
สิ้นเสียงของคิน วงเหล้าก็แทบจะลุกเป็นไฟด้วยเสียงฮือฮาและเสียงผิวปากล้อเลียน
"โว้วววว! โคตรโหด!" เต้ยตะโกนลั่นพลางตบโต๊ะดังปังจนแก้วน้ำแข็งสั่นสะเทือน "แบบนี้เมลจะทนไหวได้ยังไงวะเนี่ย!"
"ใครมันช่างคิดคำสั่งนี้วะเนี่ย โคตรโรคจิต!" นนท์พึมพำ ใบหน้าแดงก่ำเมื่อจินตนาการถึงภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า เขาเหลือบมองแก้มที่ตอนนี้นั่งเอามือปิดหน้าด้วยความเขินอาย
วินหัวเราะร่วน นัยน์ตาของเขาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความกระสันอยาก "กติกาแม่งโคตรเร้าใจเลยว่ะ! ไอ้คิน มึงต้องจัดหนักๆ นะเว้ย อย่าให้เสียชื่อลูกผู้ชาย" วินพูดยั่วยุ พลางเหลือบมองเมลที่ตอนนี้นั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนตักคินด้วยแววตาหิวกระหาย
เมลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรู้ดีว่าคินเป็นคนที่มีความต้องการสูงและเก่งกาจเรื่องบนเตียงแค่ไหน หากเขาตั้งใจจะแกล้งเธอ เธอคงไม่มีทางทนกลั้นเสียงครางเอาไว้ได้จนเสร็จสมแน่ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวยิ่งกว่า คือบทลงโทษ... 'คนที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็นคนรับหน้าที่แทน'
เมลหันไปมองรอบๆ ตัว คนที่นั่งอยู่ใกล้เธอที่สุดในตอนนี้ทางฝั่งขวาก็คือ... 'วิน' เพื่อนสนิทจอมเจ้าเล่ห์ของคินนั่นเอง!
"เริ่มเลยไหมวะ กูอยากดูแล้ว" ริสาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายคลิป แต่เต้ยรีบเอามือปัดลงอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ยๆ ไม่ได้ดิ ถ่ายคลิปเดี๋ยวหลุดไปแย่เลย ดูกันสดๆ นี่แหละ เร้าใจกว่าเยอะ ได้ฟีลลิ่งกว่าด้วย" เต้ยบอกพลางขยิบตาให้ริสา
"เอาล่ะ พร้อมนะเมล" คินกระซิบข้างหูแฟนสาวอีกครั้ง ก่อนที่มือใหญ่และหยาบกร้านของเขาจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปที่หน้าขาเนียนของเมล
เมลสะดุ้งเฮือก มือบางทั้งสองข้างรีบคว้าบ่าแกร่งของคินเอาไว้แน่น เธอพยายามหนีบเรียวขาเข้าหากันเพื่อป้องกันตัวเอง แต่คินก็ใช้ความแข็งแรงที่เหนือกว่าค่อยๆ แยกเรียวขาของเธอออกช้าๆ อย่างไร้ความปรานี
คินสอดมือเข้าไปใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นกุดของเมลอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วของเขาสัมผัสเข้ากับกางเกงในลูกไม้ตัวบางที่เริ่มชื้นแฉะไปด้วยน้ำหวานที่หลั่งออกมาเพราะความตื่นเต้น คินยิ้มกริ่มอย่างพอใจ เขารู้ดีว่าเมลเป็นคนที่อ่อนไหวและถูกปลุกเร้าได้ง่ายแค่ไหน แค่สัมผัสภายนอกเธอก็พร้อมจะละลายแล้ว
"แฉะแล้วนี่นา คนดีของพี่" คินกระซิบยั่วเย้า ก่อนจะใช้นิ้วเกี่ยวขอบกางเกงในของเมลให้ร่นไปด้านข้าง เปิดทางให้ปลายนิ้วของเขาสามารถสัมผัสกับ 'ร่องรัก' ที่อ่อนนุ่มและเปียกชุ่มของเธอได้โดยตรง
"อื้อออ..." เมลเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการสกัดกั้นเสียงครางที่ทำท่าจะหลุดออกมาจากลำคอตั้งแต่สัมผัสแรก
คินค่อยๆ ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบและบีบรัดของเมล ความอบอุ่นและความเปียกชื้นที่โอบล้อมปลายนิ้วทำให้คินถึงกับซี๊ดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาเริ่มขยับนิ้วเข้าออกอย่างเชื่องช้าและเป็นจังหวะ เน้นย้ำทุกการสอดใส่ให้ลึกซึ้งถึงใจ
"แจ๊ะ... แจ๊ะ..." เสียงเฉอะแฉะของการเสียดสีระหว่างปลายนิ้วและน้ำสวาทดังขึ้นเบาๆ ภายใต้โต๊ะอาหาร แม้ว่าจะมีเสียงเพลงและเสียงพูดคุยของเพื่อนๆ คอยกลบเกลื่อน แต่มันก็ยังคงชัดเจนในโสตประสาทของเมล
"เมล... เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าแดงเชียวนะ อากาศริมทะเลร้อนเหรอจ๊ะ" แพรแกล้งถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทั้งที่เธอก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นใต้โต๊ะ เธอกำลังเอาคืนที่โดนแกล้งเมื่อตาก่อนหน้านี้
"ป...เปล่าค่ะ พี่แพร... เมลแค่... ร้อนนิดหน่อย... อึก..." เมลตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าและขาดห้วง เธอพยายามปั้นหน้ายิ้มแย้ม แต่ดวงตากลับฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความซ่านเสียว มือบางจิกลงบนท่อนแขนของคินจนขึ้นข้อขาว
คินไม่ยอมให้เมลได้พักหายใจ เขาเพิ่มความเร็วและแรงในการขยับนิ้วมากขึ้น ปลายนิ้วของเขากระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างหนักหน่วง สลับกับการใช้หัวแม่มือบดขยี้ 'ปุ่มกระสัน' ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กลีบเนื้อสีสดอย่างโหดร้ายและดุดัน
"อ๊ะ!..." เมลสะดุ้งสุดตัว ร่างบางกระตุกเกร็งอยู่บนตักคิน เธอต้องจิกเล็บลงบนบ่ากว้างของแฟนหนุ่มจนเสื้อเชิ้ตของเขายับยู่ยี่ ริมฝีปากบางถูกขบกัดจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงคราง ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับกระแสไฟฟ้าที่ช็อตเข้าสู่หัวใจ
"เฮ้ยๆ คุยกันปกติสิวะ อย่าเงียบกันดิ" วินพูดขึ้นมาอีกครั้ง เขาแกล้งทำเป็นรินเหล้าให้ทุกคน ทั้งที่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เรือนร่างของเมลที่กำลังสั่นสะท้านอยู่บนตักคิน "มาๆ ดื่มๆ ไอ้คิน มึงจะกินไหมเนี่ยเหล้าเนี่ย หรือว่าอิ่มน้ำอย่างอื่นแล้ววะ"
"เดี๋ยวค่อยกิน กูไม่ว่าง" คินตอบเสียงเรียบ แต่สายตาของเขากลับจ้องมองใบหน้าหวานของเมลอย่างหิวกระหาย นิ้วเบื้องล่างยังคงทำหน้าที่อย่างไม่ลดละ
เพื่อนๆ ในวงต่างพากันแกล้งคุยเสียงดัง แข่งกับเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ พวกเขาพยายามตั้งคำถามชวนคุยกับเมล เพื่อให้เธอต้องอ้าปากตอบและเสียสมาธิในการกลั้นเสียงคราง นี่คือกลยุทธ์ทรมานทางจิตวิทยาที่ทำให้เกมนี้ตื่นเต้นยิ่งขึ้น
"เมล พรุ่งนี้เราไปดำน้ำกันไหม เห็นว่าปะการังที่นี่สวยมากเลยนะ หรืออยากไปเดินเล่นหาดทรายขาว" แก้มถามขึ้นบ้างด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ด...ดีค่ะ พี่แก้ม... อื้ออ... เมล... เมลอยากไปดำน้ำ..." เมลพยายามตอบ แต่เสียงของเธอกลับขาดหายไปในลำคอ เมื่อคินแกล้งงอปลายนิ้วและควานหาจุดกระสันภายในร่องรักของเธออย่างแม่นยำ พร้อมกับบดขยี้มันซ้ำๆ
"อ้าว เมลตอบไม่เต็มเสียงเลย เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่า... พี่คินทำแรงไป" ริสาแซวยิ้มๆ พลางยกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ
เมลส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ น้ำตาเริ่มปริ่มขอบตา เธอทรมานเหลือเกิน ความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างรุนแรงและต่อเนื่องทำให้เธอแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ร่างกายของเธอต้องการการปลดปล่อย แต่เธอกลับต้องสะกดกลั้นมันเอาไว้ด้วยกติกาบ้าๆ นี่
คินเห็นว่าเมลใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว เขาก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้นไปอีก นิ้วเรียวยาวของเขากระหน่ำซอยเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องอยู่ในความรู้สึกของเมล น้ำหวานสีใสหลั่งไหลออกมาจนเปียกชุ่มมือของคินและซึมเปื้อนเบาะเก้าอี้
เมลบิดเร่าไปมาบนตักคิน สะโพกกลมกลึงแอ่นรับสัมผัสสวาทอย่างลืมตัว เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป ความรู้สึกหวามไหวพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดราวกับจรวดที่กำลังจะทะลุชั้นบรรยากาศ
"อื้อออ... พ...พี่คิน... ม...ไม่ไหวแล้ว... ได้โปรด..." เมลครางประท้วงในลำคอ เสียงของเธอสั่นเครือและแหบพร่า
"กลั้นไว้นะคนดี... อีกนิดเดียว... จะเสร็จแล้วใช่ไหม" คินกระซิบยั่ว เขาใช้หัวแม่มือขยี้ปุ่มกระสันของเธอรัวๆ อย่างไร้ความปรานี
ความทรมานแสนหวานดำเนินต่อไป เมลกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดซิบ มือทั้งสองข้างจิกบ่าคินจนแน่น ทุกคนในวงต่างพากันลุ้นระทึก นิ่งเงียบรอคอยวินาทีที่เมลจะตบะแตก
ในที่สุด... ความอดทนของเมลก็ขาดผึงลง ร่างกายของเธอถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง
"อ๊างงงงงง!"
เสียงครางหวานหูและดังลั่นหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางของเมล ร่างเล็กกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ช่องทางรักตอดรัดนิ้วของคินแน่นหนึบ ปลดปล่อยน้ำหวานสีใสออกมารดฝ่ามือของเขาจนเปียกชุ่ม เมลหอบหายใจฮักๆ ฟุบหน้าลงกับซอกคอของคินอย่างหมดแรง
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมวงเหล้าชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะดังขึ้นอีกครั้ง
"เฮ้ยยยย! ร้องแล้วโว้ยยย!" เต้ยตะโกนลั่นพลางหัวเราะชอบใจ
คินหยุดมือชะงัก เขามองหน้าเมลที่กำลังซบอยู่บนไหล่ด้วยความตกใจปนเสียดาย เขาไม่คิดว่าเมลจะหลุดครางออกมาดังขนาดนี้
แต่วินกลับลุกพรวดขึ้นยืนทันที รอยยิ้มกริ่มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และดิบเถื่อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขายกนิ้วชี้หน้าเมลพลางหัวเราะร่า
"ผิดกติกาเว้ย! เมลร้องออกมาเต็มๆ สองหูพวกกูเลย! มึงแพ้แล้วไอ้คิน!" วินประกาศเสียงกร้าว
เมลสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองวินด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ เมื่อนึกถึงกติกาข้อต่อไป
'คนที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็นคนรับหน้าที่แทน'
วินไม่รอช้า เขาก้าวฉับๆ เข้ามาหาเมลและคินทันที "ในฐานะที่กูนั่งใกล้เมลที่สุด... กูก็ต้องทำตามกติกาว่ะไอ้คิน หลบไป!"
วินใช้มือข้างหนึ่งจับบ่าคินเอาไว้แน่น แววตาของเขาจ้องมองคินอย่างท้าทาย คินขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองเพื่อนสนิทด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวงแหน แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือเกม และเขาต้องยอมรับกติกา ลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น
คินค่อยๆ คลายอ้อมกอดจากเมลและขยับตัวถอยห่างออกไปเล็กน้อย ปล่อยให้วินแทรกตัวเข้ามายืนอยู่ระหว่างเรียวขาที่ยังคงสั่นระริกของแฟนสาว
วินก้มหน้าลงมองเมลที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนเก้าอี้ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง
"เตรียมตัวรับโทษได้เลยจ้ะ... น้องเมล..." วินกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเมล ท่ามกลางสายตาของคินที่จ้องมองมาด้วยความคุกรุ่นกระสันอยาก...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)