ตอนที่ 42
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด โทมัสถูกศัตรูหมัดซัดเข้สที่ใบหน้าด้วยความรุนแรง จนไปนอนกองอยู่กับพื้น
“เวรเอ้ย!!"
ลูคัสสบถออกมา ทางด้านเขาเองก็เริ่มจะต้านไม่อยู่ และกำลังจะถูกศัตรูใช้มีดสีดำเฉือนเข้าที่ลำคอ ทันใดนั้น ก็มีเงาปริศนาร่างหนึ่ง พุ่งเข้ามาหยุดคมมีดด้วยกระบี่ถือที่ถืออยู่ในมือ ก่อนจะโจมตีสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว ทำให้อีกฝ่ายลอยกระเด็นไปชนกับกำแพงตึกจนทะลุเป็นรู
ชิงเทียน สัมผัสได้เลยว่าคนเหล่านี้อ่อนแอกว่าบอริส อาจเทียบได้กับขอบเขตสร้างแก่นปราณขั้นต้นไปจนถึงขั้นกลาง ด้านจินโม่เฉินและพรรคพวก ต่างไปช่วยโลแกนที่ถูกรุมอยู่ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ชิงเทียนกลั่นยาเพื่อเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะให้พวกเขา รวมถึงการต่อสู้จนสามารถวางใจได้ระดับหนึ่ง
ตอนนี้จินโม่เฉินอยู่ในขอบเขต สร้างแก่นปราณฃั้นต้น และพรรคพวกของเขา อยู่ในขอบเขต ก่อตั้งลมปราณขั้นสูงทุกคน พวกเขาทั้งห้าคนสามารถรับมือ คนจากองค์กรแสงเหนือทั้งสองคนได้อย่างสูสี จินโม่เฉินใช้ดาบโค้งที่ทำจากแก่นโลหะ ในขณะที่อีกสี่คน ใช้มีดที่ยึดมาได้จากเกาะลึกลับ
กระบี่มารฟ้าวาดผ่านหน้าชายอีกคน ที่ยังยืนอยู่ เขาหลบคมกระบี่ได้อย่างเฉียดฉิว แต่ไม่สามารถหลบฝ่ามือเพลิง ที่โจมตีตามมาอย่างต่อเนื่องได้ ช่ายคนนั้นถอยหลังไปมากกว่าสิบก้าว แล้วกระอักเลือดออกมา พร้อมกับรอยไหม้รูปฝ่ามือที่หน้าอก
ร่างของชิงเทียนที่เคยยืนอยู่ข้างลูคัส ปรากฎตัวด้านหลังศัตรูกระทันหัน ความเร็วเช่นนั้น แม้แต่ลูคัสยังมองตามไม่ทัน ชิงเทียนแทงกระบี่ที่ด้านหลังชายคนนั้น จนละลุออกมาด้านหน้า ทะลวงหัวใจอย่างแม่นยำ
ชายคนที่ลอยกระเด็นไปก่อนหน้านี้ เดินโซเซออกมาจากรูบนกำแพงตึก ต้องตื่นตะลึงกับบอลเพลิงสีฟ้าขนาดมหึมา ที่ลอยเข้าหาเขาดุจลูกปืนใหญ่ เสียงระเบิดดั่งสนั่น คาดว่าอีกไม่กี่นาที ตำรวจก็คงจะมา
ชายอีกสองคนที่กำลังรับมือกับจินโม่เฉิน เห็นสหายตายไป เริ่มที่จะหวาดกลัว แล้วหันหลังวิ่งหนี แต่ก็ถูกกระบี่มารฟ้าของชิงเทียน บินตามไปสังหาร การจะปล่อยคนที่เคยเห็นหน้าเขา ให้มีชีวิตรอด ดูจะเป็นเรื่องที่อันตรายจนเกินไป
ทั้งคนจากองค์กรแสงเหนือและลูคัส ไม่ได้อ่อนแอ พวกเขาทุกคน แข็งแกร่งพอๆกับขอบเขตสร้างแก่นปราณเลนทีเดียว เพียงแต่ร่างกายของชิงเทียน ก้าวข้ามขอบเขต สร้างแก่นปราณไปนานแล้ว
“พวกคุณช่วยเราทำไม?" ลูคัสยังไม่รู้ว่าชายตรงหน้า มีจุดประสงค์อะไร ถึงต้องยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเขา
“เพื่อนนายขอร้องมา" เขาชี้ไปที่โทมัส ที่ถูกพยุงตัวมาโดยจินโม่เฉิน ลูคัสรีบไปดูอาการเพื่อนทันที ขณะนั้นเองกลิ่นหอมบางอย่าง ลอยเข้าจมูกชิงเทียบ
“พวกนายมีหยาดจันทรา?"
ลูคัสหันมาเตรียมต่อสู้ทันที เขามองชิงเทียนด้วยความหวาดระแวง
“อะไรกัน ฉันพึ่งช่วยพวกนายไว้นะ ขอบคุณสักคำยังไม่มี" ขิงเทียนแน่ใจแล้วว่าพวกเขาต้องมีหยาดจันทราอย่างแน่นอน
ลูคัสก้มหัวเล็กน้อย “ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้" หลังจากที่ชิงเทียนพูดขึ้นมา เขาก็พึ่งฉุกคิดได้
“เอาอย่างนี้ไหม ฉันขอหยาดจันทรา 10 หยด เป็นค่าตอบแทน แลกกับการช่วยชีวิตพวกนาย"
“นั่นดูจะเป็นคำขอที่มากไปหน่อยนะ" ลูคัสปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
ชิงเทียนใช้มือลูบคาง พลางครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะทำให้มันบริสุทธิ์ขึ้น เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน มันจะช่วยเพิ่มพลัง ให้กับหยาดจันทรามากขึ้น ประมาณสามส่วน
ลูกคัสอ้ำอึ้งไปชั่วครู่ หากชายตรงหน้าทำได้จริง ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ขาดทุนแต่ยังจะได้กำไรแทน “คุณทำได้จริง?"
“แน่นอน... ปริมาณจะไม่ลดลง อีกทั้งประสิทธิภาพยังเพิ่มมากขึ้น"
หยาดจันทรา เป็นสิ่งที่สำคัญกับเผ่าแสงจันทร์มาก แต่เขาก็อยากจะลองเสี่ยง “ทำให้สำเร็จก่อน แล้วผมจะให้"
“ออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ แล้วค่อยว่ากัน" ชิงเทียน ได้ยินเสียงไซเรนจากรถตำรวจดังมาแต่ไกล คงถึงเวลาที่พวกเขาต้องหนีแล้ว ชิงเทียน ชิงเทียนสั่งให้ทุกคนขึ้นไปบนรถตู้ แต่ทว่า ด้วยความแออัด เขาจึงถูกดันจนใบหน้าแนบติดไปกับกระจก
“ค...คราวหน้า ฉันจะซื้อรถที่คันใหญ่กว่านี้"
หลังจากกลับมาถึง ชิงเทียนใช้วิลล่าของจินโม่เฉิน เป็นที่พักรักษาตัวให้กับกลุ่มของลูคัสชั่วคราว ในขณะที่หลิวลู่ซือ๋ พยายามอธิยายสิ่งที่เกิดขึ้นให้เย่วหนิงเอ๋อฟัง
“ชิงเทียนสอนเธอด้านการบ่มเพาะ แล้วก็สอนวืธีต่อสู้ให้เธอ?" เย่วหนิงเอ๋อทบทวนสิ่งที่เธอได้ยินอีกครั้ง
“ค่ะ แล้วก็มีอีกเรื่อง... ไม่รู้หนูจะเล่าได้ไหม...." หลิวลู่ซือส่งสายตา ราวกับต้องการขออนุญาตชายหนุ่ม
ชิงเทียน รับรู้ได้ว่าหลิวลู่ซือต้องการพูดถึงเรื่องอะไร เขาจึงพยักหน้าและปล่อยให้หญิงสาวเล่าความจริง เพราะรู้ดีว่าตนเอง ไม่สามารถเก็บเรื่องนี้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับได้ตลอดไป และเขาก็คิดว่าเย่งหนิงสมควรที่จะได้รู้เรื่องนี้
เย่วหนิ่งเอ๋อช็อคกับสิ่งที่ได้ยิน นั่นไม่ได้หมายความว่า เธอเป็นคนฆ่าชิงเทียนหรอกเหรอ เธอนั่งร้องไห้ เสียใจกับการจากไปของเพื่อนเธอ มันเป็นเรื่องที่ดูจะไร้สาระ แต่หลังจากที่เห็นสิ่งที่ชิงเทียนทำ เธอรู้ดีที่สุดว่า นี่ไม่ใช่คนที่เธอเคยรู้จัก
“แล้วนายเป็นใครกัน!?" เธอหันมาตระโกนถามชิงเทียน
ตอนนี้หยาดจันทราถูกสกัดจนบริสุทธิ์ เรียบร้อยแล้ว “ฉันคือคนที่มาจากแดนเซียน มันคือโลกที่อยู่สูงกว่าโลกใบนี้ ผู้คนที่นั่นเหาะเหินเดินอากาศได้ นั่นคือที่ที่ฉันจากมา"
เผ่าแสงจันทร์รวมถึงพวกจินโม่เฉินต่างหูผึ่ง เท่านี้ก็อธิบายได้แล้วว่าทำไมชิงเทียนถึงขึ้นเป็นบอสใหญ่ได้
“ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องวิญญานของชิงเทียนคนก่อน เขาได้เกิดใหม่ในแดนอื่นแล้ว" หลังจากที่หลอมรวมกับร่างกายนี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงเส้นใยสายสัมพันธ์ อันเลือนลาง
“แดนอื่น" หลิวลู่ซือ และเย่วหนิงเอ๋อต่างขมวดคิ้ว
“นอกจากแดนเซียนแล้ว ยังมีแดนอื่นอีกมากมาย แดนภิกษุ แดนปีศาจ แดนอสูร แดนมนุษย์ และอีกมากมาย ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแดนเทพ" ชิงเทียนอธิบายออกมา และโลกก็เป็นส่วนหนึ่งของแดนมนุษย์ ซึ่งเป็นแดนที่อ่อนแอที่สุด และจะได้ไปแดนเซียน เมื่อเลื่อนขอบเขตถึงระดับเซียน
เมื่อเย่วหนิงเอ๋อได้ยินว่าชิงเทียนไปเกิดใหม่แบ้ว เธอก็ได้แต่หวังให้เขามีชีวิตที่ดี ชิงเทียนเดินมาหาเธอ “เธอรักเขาเหรอ?"
เย่วหนิงเอ๋อส่ายหน้า “เขาเป็นคนดี... จะว่าไงดีล่ะ มันอธิบายยาก ฉันแค่เสียใจที่จะไม่ได้เจอเขาอีกครั้ง"
“ฉันเข้าใจ“ ชิงเทียนโอบกอดหญิงสาว ก่อนจะลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน
ชิงเทียนรักษาให้กลุ่มของลูคัส จนแผลเริ่มสมานตัวอย่างน่าอัสจรรย์ จากนั้นเขาก็เริ่มทำการสะกัดหยาดจันทราจนบริสุทธิ์ โดยที่ไม่ให้ลูคัสเห็นวิธีการผลิต ก่อนจะมอบให้อีกฝ่ายตามที่ตกลงกันไว้
“ฉันแยกส่วนที่เป็นค่าตอบแทนไว้แล้ว เชิญตรวจสอบ"
ลูคัสรับมาดู เมื่อเขาเปิดขวดออกก็รู้สึกถึงพลังงานที่เอ่อล้นอยู่ภายใน “นี่มัน... สุดยอดไปเลย นายทำได้ยังไง?"
“ความลับทางการค้า"
หยาดจันทราทั้วสิบหยดนี้ มีพลังปราณปริมาณมหาศาล สามารถนำไปกลั่นโอสถได้ ชิงเทียนปล่อยให้พวกลูคัสรักษาตัว
ภายในโรงจอดรถ เปลวเพลิงสีฟ้าสว่างไสวกำลังขจัดสิ่งปนเปื้อน ออกจากส่วนผสม หยาดจันทราทั้งสิบหยด เมื่อรวมกับสมุนไพรนานาชิด เม็ดยาทั้ง 10 ลอยวนเหนือฝ่ามือ
‘เม็ดยาจันทร์จรัสแสง'
มันมีทั้งพลังหยินจากดวงจันทร์ และหยาง จากแสงสว่าง หลอมรวมกันอย่างลงตัว ชิงเทียนกลืนเม็ดยาลงไป พลังจากเม็ดยาเอ่อล้น กระจายไปทั่วร่าง ร่างกายขิงเขามีทั้งแสงสว่าง และความมืดวนเวียนอยู่รอบตัว
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ชิงเทียนเดินออกมาจากโรงรถ ตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขต ก่อตั้งร่างกายแล้ว ความแข็งแกร่งเเพิ่มขึ้นมาก “นี่เธอยังไม่กลับเหรอ?" เขามองเห็นเย่วหนิงเอ๋อนั่งรออยู่ จึงถามขึ้น
“ฉันอยากเป็นผู้บ่มเพาะ สถานที่ที่นายพูดถึง ฉันอยากเห็นมันกับตาตัวเอง" ครอบครัวของเย่วหนิงเอ๋อจากไปเพราะอุบัติเหตุ เธอจึงต้องทนอยู่กับญาติที่ไม่เคยแลเหลียว จนรู้สึกไม่ต่างกับเป็นส่วนเกิน ดังนั้นการได้อยู่กับชิงเทียนและชิงอัน จึงน่าจะเหมาะสมกับเธอ
‘ย...อยู่กับเขา' เย่วหนิงเอ๋อ หน้าแดงเล็กน้อยเมื่อทบทวนความคิดของตัวเอง นี่ไม่ใช่ชิงเทียนที่เธอรู้จัก ทำไมเธอต้องรู้สึกดีกับเขาด้วย
“ฉันสอนให้กับคนของฉันเท่านั้น" ชิงเทียนจะกลับไปทำสงคราม เขาไม่อยากพาเธอไปเสี่ยงอันตรายด้วย
“ค...คนของนาย?" เธอหน้าแดงมากยิ่งขึ้น “ก็ได้ฉันจะเป็นคนของนาย" ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจคำว่า คนของฉันผิดไปเช่นเดียวกับเย่เสวี่ยหลัน
“หนิงเอ๋อ เหตุผลที่ฉันต้องการกลับไป ก็เพือแก้แค้นและทำสงคราม หากเธอเลือกเส้นทางนี้ ชีวิตเธอจะตกอยูในอันตราย"
“แต่ว่าฉันอยากจะช่วยนาย นายกับคุณน้า ทำให้ฉันรู้ถึงการมีครอบครัว" น้ำตาของเธอเริ่มไหลซึมออกมา
ชิงเทียนส่ายหน้า “ให้ตายสิ เธอนี่หัวรั้นซะจริงๆ ลู่ซือ ช่วยพาหนิงเอ๋อไปเรียนรู้เกี่ยวกับจุดพลังหน่อย แล้วก็..." ชิงเทียนหยิบเม็ดยาออกมา พร้อมจดบางอย่างลงในกระดาษ “เอาเม็ดยาแจกให้ทุกคนที่ยู่ในรายชื่อนี้"
ในใบรายชื่อมีกลุ่มของจินโม่เฉิน หลิวลู่ซือ โอวหยางเจิ้งหยู ฟ่านเสียวโหรว และเย่วหนิงเอ๋อ ฟ่านเสี่ยวโหรวตอนนี้อยู่ในขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นกลางแล้ว หลังจากที่ได้รับการชี้แนะจากชิงเทียน หากเธอดูดซับเม็ดยาเข้าไปอีก คงทำให้พลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชิงเทียนพร้อมจะเข้าไปในประตูชิงหลงแล้ว แต่ก่อนอื่น เขาต้องจัดการเรื่องเข้ามหาลัยให้เรียบร้อยเสียก่อน
------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771