ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 184 หลุมฝังศพ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 184  หลุมฝังศพ



        มิติประดิษฐ์เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงตามคำสั่งของร่างวิญญาณ มันพุ่งเลยจุดที่กลุ่มคนจากเมือง B-24 หยุดอยู่ไกลพอสมควร ก่อนที่จะชะลอความเร็วลงให้การตรวจสอบพื้นที่โดยรอบทำได้ง่ายมากขึ้น


        ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาที ด้วยความสามารถในการตรวจสอบของมิติประดิษฐ์และกระดานตรวจจับอันตราย จินก็พบกลุ่มคนที่น่าสงสัยว่าจะเป็นเป้าหมายของเขา


        มิติประดิษฐ์เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้แหล่งกบดานของพวกมัน และเมื่อเห็นทั้งห้าคนชัดๆ จินก็แน่ใจว่านี่คือสมาชิกสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬอย่างแน่นอน ทั้งยังเป็นกลุ่มเดียวกับที่โจมตีสมาชิกตระกูลพีไรซ์ก่อนหน้านี้ด้วย พวกมันกำลังพักรักษาตัว เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางต่อ


        ร่างวิญญาณโปร่งแสงเหยียดยิ้มที่มุมปาก แต่แววตากลับแข็งกระด้างเย็นชา


        “ดูผ่อนคลายกันเหลือเกินนะ?” จินขยับริมฝีปากกล่าวคำประชดประชัน “ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าการมายุ่งกับลูกหลานตระกูลพีไรซ์นั้นต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างไร อย่าคิดฝันว่าจะได้ออกไปจากที่นี่!”


        จินจ้องมองกลุ่มคนชุดดำทั้งห้าที่นั่งอยู่หน้าอาคารเก่าที่สภาพเหลือเพียงซาก ครึ่งหนึ่งของมันถูกฝังไว้ใต้ผืนทราย


        ที่นี่คือพื้นที่รกร้าง มันอาจจะเคยเป็นเมืองสักแห่งที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนจะเกิดโลกาวินาศ แต่หลังจากทุกอย่างพังทลาย มนุษย์ที่เหลือรอดก็ละทิ้งสถานที่แห่งนี้ไป และปล่อยให้มันถูกทับถมไปด้วยดินทราย หลงเหลือความทรงจำให้นึกถึง


        แต่วันนี้จินต้องการจะใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อการเข่นฆ่า พื้นที่รกร้างที่ถูกละทิ้งจะกลายมาเป็นสถานที่ฝังศพของพวกมันทั้งห้าคน!


        “สไปร์ เจ้าจงไปล่าดวงวิญญาณของพวกมันมาให้ข้า” จินกระซิบเบาๆ อยู่กับตนเอง แต่ส่งสารผ่านการเชื่อมโยงทางจิตไปยังร่างสูงสองเมตรที่อยู่ด้านนอกหอคอยสีทอง แม้มันจะไม่เข้าใจภาษาที่จินพูด แต่สามารถเข้าใจได้ด้วยจิตใจที่เชื่อมโยงถึงกัน


        เนื่องจากจินไม่รู้ประวัติความเป็นมาใดๆ ของชายผิวคล้ำร่างสูงกว่าสองเมตรผู้นี้ เขาจึงตั้งชื่ออีกฝ่ายตามชื่อของมิติที่อีกฝ่ายจากมา และเรียกสั้นๆ ว่า'สไปร์'


        ในเมื่อข้ารับใช้คนใหม่มีชื่อเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ จินก็นึกไปถึงซากศพของผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลหวงหลงขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขาแทบจะไม่เคยเรียกมันด้วยชื่อแม้สักครั้งหนึ่ง และเขาเองก็ไม่รู้ชื่อจริงๆ ของมันด้วย


        แต่ด้วยผลงานที่ดีของข้ารับใช้เก่าในช่วงก่อนหน้านี้ จินจึงคิดว่าควรตั้งชื่อให้มันเสียหน่อย และชื่อใหม่ที่จินตั้งใจจะมอบให้มันก็คือ 'หวงเลี่ยง'


        โดยที่'หวง'มาจากชื่อตระกูลของมัน ตรงนี้เขาก็ต้องให้เกียรติเทือกเถาเหล่ากอของมันด้วย จึงอนุญาตให้มันใช้ชื่อสกุลตามเดิมได้ และ'เลี่ยง'ที่แปลว่าสว่างก็มาจากเครื่องแต่งกายของคนตระกูลหวงหลงที่ช่างสว่างไสวเตะตาซะเหลือเกิน จึงรวมกันเป็นหวงเลี่ยง


        จินแอบยิ้มอย่างภูมิใจที่สามารถตั้งชื่อให้ซากศพทั้งสองตัว แต่หากภรรยาผู้หายสาบสูญมาได้ยินแนวคิดเบื้องหลังชื่อเหล่านี้จากสามีของตน ก็คงจะขมวดคิ้วนิ่วหน้า เวียนศีรษะไม่น้อยกับตรรกะความคิดของอีกฝ่าย


        สไปร์หรือซากศพร่างสูงหันหน้าไปทางหอคอยสีทอง พยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนที่จะมีรอยแยกปรากฏขึ้นด้านหน้าของมัน แหวกออกเป็นประตูมิติขนาดใหญ่


        ฉากเบื้องหน้าของร่างสูงมองเห็นเป็นพื้นที่รกร้าง สุดลูกหูลูกตามีแต่ดินกับทราย แล้วก็มีซากปรักหักพังของอารยธรรมมนุษย์อยู่ประปราย แต่สิ่งที่ร่างสูงจับจ้องกลับเป็นมนุษย์ห้าคนในชุดรัดรูปสีดำ


        ดูเหมือนพวกมันจะตื่นตัวเต็มที่ ลุกขึ้นยืนกันโดยพร้อมเพรียงแหงนหน้ามองขึ้นมาบนฟ้า...เห็นรอยแยกมิติขนาดใหญ่เกือบสามเมตรโผล่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


        ต้องรู้ก่อนว่ามีถึงสามคนในพวกมันที่เป็นถึงอเวกระดับที่เก้า ต่อให้พวกมันไม่สามารถรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของมิติประดิษฐ์ภายในมิติความว่างเปล่า แต่สำหรับความผันผวนยามที่จินเปิดประตูมิติ คนเหล่านี้ย่อมสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน ยิ่งโดยเฉพาะกับประตูมิติที่ใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีทางเล็ดลอดประสาทสัมผัสของพวกมันไปได้


        พวกมันจ้องมองมาที่ช่องว่างมิติสีดำตรงหน้าด้วยความฉงน แต่ท่าทางการยืนของพวกมันนั้นเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา หากมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น พวกมันก็พร้อมจะหลบหนีทันที


        ประตูมิติดำมืดมองไม่เห็นอะไรภายในแม้แต่น้อย นี่เป็นการตั้งค่าของจินเอง เขาไม่ต้องการให้ใครก็ตามมองเข้ามาเห็นพื้นที่ด้านในของมิติประดิษฐ์ แต่สำหรับผู้ที่อยู่ด้านใน กลับสามารถมองเห็นฉากด้านนอกได้อย่างชัดเจน


        เวลาเหมือนจะผ่านไปเนิ่นนาน แต่ความจริงมันเป็นแค่ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น สำหรับคนชุดดำทั้งห้า ช่องว่างมิติตามธรรมชาตินั้น อาจเป็นได้ทั้งอันตราย และเป็นได้ทั้งโอกาส


        แน่นอนว่าการที่โลกมนุษย์เชื่อมโยงไปสู่มิติอื่นที่สูงกว่า มันย่อมเต็มไปด้วยอันตรายมากมายในอีกฟากฝั่งของรอยแยก แต่นั่นก็หมายความว่ามนุษย์โลกอาจจะได้มาซึ่งสิ่งล้ำค่าที่หาไม่ได้บนโลกฝั่งนี้ก็เป็นได้


        ความโลภเล็กๆ ภายในใจทำให้พวกมันตัดสินใจเชื่องช้ากว่าปกติ พวกมันต้องการจะรู้เช่นกันว่าด้านหลังประตูมิตินั้นจะมีอะไรซุกซ่อนอยู่...


        แต่สุดท้ายมันก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป มันยังคงอยู่ในภารกิจ...ที่ตอนนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า มีหลายคนได้รับบาดเจ็บ การอยู่ใกล้รอยแยกมิติที่ไม่ทราบเบื้องลึกเบื้องหลังนั้นอันตรายเกินไปสำหรับพวกมันทุกคน ต้องรู้ว่าในอดีตที่ผ่านมา มีมนุษย์ที่ต้องจบชีวิตเพราะสิ่งมีชีวิตต่างมิติเป็นจำนวนมหาศาล


        หากไม่มีผู้แข็งแกร่งในจำนวนที่มากพอ ความเสี่ยงในการสำรวจความลับของรอยแยกมิติแต่ละแห่งย่อมสูงเสียดฟ้า พวกมันไม่กล้าสำรวจความลับของมิติอีกฝั่งด้วยคนจำนวนเพียงห้าคนแน่ๆ ไม่ว่ามันจะเย้ายวนใจแค่ไหนก็ตาม


        ร่างในชุดดำที่เหมือนจะเป็นผู้นำกลุ่มยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หลบหนีออกจากที่นี่ทันที มันไม่รู้ว่านี่เป็นรอยแยกประเภทใด และไม่รู้ว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหลังคือตัวตนแบบไหน ทางที่ดีพวกมันควรออกจากพื้นที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุดจะดีกว่า เพราะความอยากรู้อยากเห็นมักจะฆ่าแมวเสมอ


        ขณะที่กลุ่มคนทั้งห้ากำลังจะหมุนตัวออกจากที่นี่ กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็พวยพุ่งออกมาจากประตูมิติสีดำสนิท มันแผ่ขยายเข้าครอบงำบุคคลทั้งห้าที่อยู่เบื้องล่าง


        ขนทั่วร่างของพวกมันลุกชัน หัวใจเต้นระส่ำ ประสาทสัมผัสร้องเตือนถึงความอันตราย


        ในขณะที่หลายคนในกลุ่มหันไปมองด้วยความตื่นตกใจ ผู้นำกลุ่มแม้รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่มันไม่คิดหันกลับไปมองแม้แต่น้อย มันรู้ดีถึงความน่ากลัวของกลิ่นอายนี้ แม้แต่หัวหน้าของมันภายในสมาคมซึ่งเป็นถึงอีโวลระดับที่หนึ่งก็ไม่ได้แผ่ความรู้สึกที่กดดันมากเท่านี้ แล้วตัวตนหลังรอยแยกมิตินี้เป็นสัตว์ประหลาดหรืออะไร? ทำไมแค่กลิ่นอายถึงได้น่ากลัวขนาดนี้!


        ร่างสูงสองเมตรโผล่ออกมาจากประตูมิติสีดำ แม้มันจะไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาดน่ากลัวเหมือนที่คนทั้งห้าจินตนาการเอาไว้ แต่ด้วยร่างที่ค่อนข้างใหญ่บวกกับกลิ่นอายน่าหวาดกลัวส่งเสริมให้ตัวตนของร่างสูงดูยิ่งใหญ่ในใจของพวกมันยิ่ง


        “เฮือก!” กลุ่มที่เหลือบตามองร่างสูงต่างก็เสียขวัญไปตามๆ กัน พวกมันได้แต่กร่นด่าตนเองในใจที่ไม่ยอมหนีไปตั้งแต่ต้น รู้ตัวอีกทีผู้นำกลุ่มของพวกมันก็พุ่งตัวออกนำไปก่อนแล้ว


        หัวหน้ากลุ่มคนชุดดำทะยานร่างหนีออกไปเป็นคนแรก ต่อให้คนอื่นตาย อย่างไรมันก็ต้องรอด!


        นั่นเป็นความคิดที่ดี คนที่เร็วกว่ามักจะได้เปรียบเสมอ...แต่น่าเสียดาย คนที่มันเผชิญหน้าด้วยนั้นน่ากลัวกว่าที่มันจะคาดคิด


        ขวับ บูม!


        หลังออกมาจากประตูมิติ ร่างสูงกว่าสองเมตรก็ทิ้งดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูง ราวกับดาวตกพุ่งโค้งลงมาบนผืนโลก แม้จะเป็นเพียงระยะสั้นๆ แต่ความเร็วที่มันพุ่งลงมาก็ทำให้เกิดระลอกคลื่นแผ่ออกเป็นวง


        ตูม!


        ร่างใหญ่ทิ้งตัวลงกลางวงของกลุ่มคนชุดดำ หมัดของอีกฝ่ายตกกระทบลงบนพื้นเบื้องล่าง คลื่นกระแทกที่รุนแรงทะลวงลงไปถึงส่วนลึกของพื้นดิน ก่อนที่คลื่นนั้นจะขุดทุกอย่างขึ้นมา กวาดพื้นผิวทั้งหมดจนกระจุยกระจายออกไป


        ร่างของกลุ่มคนชุดดำที่ยังไม่ทันได้ตอบสนอง พลันถูกคลื่นดินกลืนจนจมหายเข้าไปด้านใน ถูกทั้งหินดินทรายกลบทับไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ผู้นำกลุ่ม มันเองก็ยังหนีออกไปไม่พ้นระยะ


        พื้นดินตรงจุดศูนย์กลางแหวกกระจายเป็นรูโหว่ ส่วนรอบนอกสุมขึ้นมาเป็นกองดิน ฝุ่นฟุ้งไปทั่วบดบังทัศนวิสัยทั้งหมด


        ร่างสูงสองเมตรค่อยๆ ลุกขึ้น กวาดสายตาไปรอบข้าง จับตำแหน่งของศัตรูทั้งหมดที่เจ้านายของมันต้องการสำเร็จโทษตาย ก่อนจะฟาดหมัดเข้าใส่กองดินทีละกอง ทีละกอง


        “อ๊ากก อ๊ากกกกกก” เสียงกรีดร้องดังมาจากเนินดิน ไล่เรียงไปทีละทิศ ส่วนคนที่ยังไม่ถูกโจมตีก็พยายามตะเกียกตะกายออกมาจากการกลบฝัง เพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นศพรายต่อไปที่โดนฝังกลบอยู่ใต้ดิน


        “อ๊าก”


        “อ๊ากกก”


        เสียงกรีดร้องยังคงดังต่อเนื่อง ตอนนี้กลุ่มคนชุดดำสี่ในห้าต่างถูกหมัดของสไปร์ฟาดใส่จนกลายเป็นศพร่างเละ ทิ้งชีวิตของพวกมันไว้ใต้ดิน


        พรวด!


        ร่างในชุดดำที่เลอะเศษดินจนกลายเป็นสีน้ำตาลพุ่งพรวดออกจากเนินดิน มันเป็นคนเดียวที่เหลือรอดจากทั้งห้าคน เป็นคนที่ไหวตัวเร็วที่สุดและอยู่ห่างจากมือสังหารร่างสูงที่สุด


        ผู้นำของกลุ่มทะยานร่างหนีออกไปทันทีหลังจากผุดออกมาจากเนินดินได้ ร่างของมันสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ต่อให้ไม่เห็นใบหน้าของมันในตอนนี้ แต่ก็สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าสีหน้าของมันคงหวาดผวาเป็นที่สุด


        ร่างสูงจ้องมองตามหลังอีกฝ่ายไป ก่อนจะสะกิดเท้าพุ่งตัวไปด้วยความเร็วที่สูงกว่าหลายเท่า ภาพที่เห็นแทบไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่วิ่งไล่ตามเด็กเพิ่งหัดเดิน สมรรถทางร่างกายของทั้งคู่นั้นอยู่กันคนละระดับโดยสิ้นเชิง


        พรึ่บ ปัง!


        ต่อให้พยายามหนีอย่างไรก็ไม่มีทางที่อเวกระดับเก้าจะหนีอีโวลระดับที่สามได้ ร่างสูงกว่าสองเมตรโผล่มาที่ด้านหลังของสมาชิกสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬคนสุดท้ายของกลุ่ม ฟาดฝ่ามือเข้าใส่กลางหลังจนร่างระเบิดกลายเป็นเพียงชิ้นส่วนอวัยวะปลิวว่อน เศษซากร่างที่เหลือกลิ้งล้มไปกับพื้น


        สไปร์ยืนนิ่งอยู่ข้างศพ ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ หากเป็นมุมมองของคนทั่วไป ทุกอย่างนั้นนิ่งเงียบ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย


        แต่ในสายตาของจิน เขาเห็นพลังงานสีฟ้าห้าก้อนพุ่งเข้ามาหาฝ่ามือของร่างสูง ก่อนที่มันจะจิกนิ้วทั้งห้าลงไปและเกี่ยวก้อนพลังงานทั้งหมดกลับมาที่มิติประดิษฐ์

คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน

ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

นิยาย แฟนตาซี
3.82M 1844
เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
218K 196
เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

นิยาย แฟนตาซี
106K 139
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.60M 3244
ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

นิยาย แฟนตาซี
81K 280
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
13.30M 1357
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852