ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 159 เจ้าสมควรได้เข้าร่วมแข่งขี่ม้าตีคลี

            คาดไม่ถึงว่าไม่ได้มีแค่ตนที่กลัวบิดาแม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังกลัวบิดาของนางด้วย? เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตกใจเผลอหลุดเสียงออกมาว่า“เอ๋?”

            พอมีเสียง ‘เอ๋’ ออกมาเลยทำให้ฮ่องเต้ไม่สามารถพูดความในใจได้ทั้งหมดไม่ว่าอย่างไรท่านก็เป็นประมุขจะมาเสียหน้าต่อหน้าเด็กสาวได้อย่างไร?

            “เจ้าจะมาเอ๋อะไรข้าแค่แกล้งหยอกเจ้าเล่น ข้าเป็นถึงฮ่องเต้ ข้าจะกลัวบิดาเจ้าทำไม?” ฮ่องเต้แกล้งทำเป็นไม่สนใจยกมือขึ้นกอดอกคุยเรื่องไร้สาระกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่รู้ว่าเจ้าเด็กโง่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะเชื่อหรือไม่?

            “กระหม่อมมิบังอาจพระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้ผู้สูงส่งแน่นอนว่าคงไม่นำบิดาข้าที่เป็นคนธรรมดามาอยู่ในสายตาแน่นอน”เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วผุดรอยยิ้มชั่วร้ายเริ่มพูดถึงพ่อตัวเองในทางที่ไม่ดีชั่วพริบตาเดียวเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรับรู้ได้ถึงประโยชน์ของอำนาจซึ่งทำให้ผู้คนไม่จงรักภักดีต่อครอบครัว

            โชคดีที่ฮ่องเต้ไม่อยากให้คนนอกรู้ว่าตนเองกลัวแม่ทัพเยี่ยนแต่ไม่ว่าอย่างไรฮ่องเต้ก็ยังเคารพแม่ทัพเยี่ยนมากเช่นกันดังนั้นพระองค์จึงไม่ได้ยุ่งวุ่นวายกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอีกเพียงแต่ขัดจังหวะหัวข้อบทสนทนานี้ “เอาล่ะ เอาล่ะ อย่ามาคุยเรื่องพ่อเจ้าเลยข้ายังไม่ได้คุยกับเจ้าเรื่องจริงจังเสียที!”

            เรื่องจริงจัง? ฮ่องเต้ยังมีเรื่องที่จริงจังด้วยหรือ? ในใจของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเกือบจะแปะป้ายคิดว่าฮ่องเต้ทำเรื่องอะไรไม่ดีไปแล้วแต่ในที่สุดก็หยุดความคิดนั้นไว้ทัน

            “ฝ่าบาททรงมีเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมพร้อมรับฟัง...”ในหัวของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้โยนความคิดแปลกประหลาดนั้นทิ้งไปและเตรียมพร้อมที่จะรับเรื่องจริงจังของฮ่องเต้แล้ว แต่คาดไม่ถึงว่า…

            คาดไม่ถึงฮ่องเต้จะทรงตรัสว่า“การแข่งขันขี่ม้าตีคลีของวันพรุ่งนี้ ข้าอยากเข้าร่วม!”

            ……

            ต้องรู้ไว้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ฮ่องเต้พูดหรือความคิดของพระองค์นั้นไม่มีเรื่องอะไรที่จริงจังเท่าไร...เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกลอกตาไปมาอีกรอบ และตักเตือนฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาทการแข่งขันขี่ม้าตีคลีค่อนข้างอันตราย เกิดเรื่องได้โดยง่ายสุภาพบุรุษไม่ควรอยู่ใต้กำแพงอันตราย”

            การพูดแบบนี้จะสามารถโน้มน้าวฮ่องเต้ได้หรือ? สำหรับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว สิ่งที่เรียกว่าหวาดกลัว สิ่งที่เรียกว่าอันตรายล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย

            สิ่งที่เยวี่ยเจาหรานและบิดานางสอนมาย่อมเอามาบอกต่อได้เพราะคำสอนของทั้งสองคนนั้นค่อนข้างน่าเชื่อถือ แต่ถึงจะมีปัญหาอะไรก็ไม่ต้องรับผิดชอบแค่บอกว่าเยวี่ยเจาหรานสอนมาก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?

            แต่ต้องบอกว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอาจจะอยากลงแข่งขันขี่ม้าตีคลีมากกว่าฮ่องเต้เสียอีกเพราะว่านางมาที่นี่เพื่อแข่งม้าและล่าสัตว์ แต่แข่งม้าไม่ได้และพ่อก็ไม่อนุญาตให้ล่าสัตว์ อีกทั้งขี่ม้าตีคลียังไม่สามารถเล่นคนเดียวได้? นางจึงพูดอย่างอ่อนน้อมว่า“แต่กระหม่อมสามารถเป็นตัวแทนฝ่าบาทรับความอันตรายนี้ไว้เองพ่ะย่ะค่ะ...”

            “นี่เจ้าหนุ่มน้อยเจ้าคิดว่าฉลาดที่สุดแล้วหรืออย่างไร?” ฮ่องเต้เดิมทีก็อารมณ์ไม่ดีเล็กน้อยที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูดว่าสุภาพบุรุษไม่ควรอยู่ใต้กำแพงอันตรายคำพูดเหล่านี้แม่ทัพเยี่ยนผู้หัวรั้นเคยพูดกรอกหูซ้ำแล้วซ้ำเล่าพอฟังแล้วยิ่งทำให้พระองค์หูชา

            เดิมทีฟังเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูดแบบนี้ฮ่องเต้ยังนึกว่าในร่างของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ยังเยาว์วัยเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่แก่ก่อนวัยอันควร!

            คาดคิดไม่ถึงเลยว่าประโยคสุดท้ายของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วสามารถเปิดเผยความคิดที่อยู่ในใจโดยแท้ จริงๆแล้วเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอยากไปแข่งขี่ม้าตีคลี... แต่บิดาของนางคงไม่อนุญาต?

            ฮ่องเต้หรี่ตาลงเล็กน้อยและตรัสอย่างมั่นใจว่า“เจ้าจะแบกรับอันตรายแทนข้าหรือ? แล้วถ้าข้าไม่อนุญาตให้เจ้าแบกรับอันตรายนี้ล่ะ...”

            แผนที่วางไว้ล้มเหลวแม้ว่าในใจของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะไม่ยอม แต่ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ได้แต่พูดว่า“ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมจะคอยติดตามฝ่าบาทเป็นอย่างดีพ่ะย่ะค่ะ...”

            ฮ่องเต้ได้มองผ่านความคิดและได้เข้าใจวิธีการของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างแท้จริงไม่ว่าอย่างไรเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็มีระดับเดียวกับเพื่อนทหารของเขา : ทั้งสองคนเป็น‘ผู้ต่อต้าน’ ที่ถูกตีกรอบอิสระทางความคิดถ้าหากว่าพวกเขาสามารถจับมือกันและร่วมกันต่อต้าน ในใจของพวกเขาก็จะได้รับความสุขที่ต้องการอย่างแน่นอน

            ในช่วงเวลาหนึ่งก้านธูป [1] ฮ่องเต้ยังคงพยายามหว่านล้อมเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ้ำยังยกพ่อของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วมาเป็นฝ่ายค้านทำให้ตอนนี้แม่ทัพเยี่ยนกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขวางไม่ให้ทั้งสองคนเข้าร่วมแข่งขันขี่ม้าตีคลี

            “ข้ารู้ว่าเจ้าอยากเล่นขี่ม้าตีคลีใช่หรือไม่?”

            การวางแผนรอบคอบโดยสมบูรณ์ของฮ่องเต้คือการโจมตีด้วยคำพูดอยู่หลายครั้งในที่สุดก็โจมตีเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรอบสุดท้ายและสามารถเข้าถึงความคิดประเด็นหลักของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้อย่างแท้จริง

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้สึกประหลาดใจในการพูดของฮ่องเต้ในตอนแรกดังนั้นนางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้าและเห็นด้วยกับคำของพระองค์“กระหม่อมแท้จริงแล้วอยากเล่นขี่ม้าตีคลีพ่ะย่ะค่ะ...”

            “นั่นสินะ”ฮ่องเต้ปรบมือและลุกยืนขึ้นพูดกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเพื่อล่อลวงอีกครั้งแต่เขาก็ดูออกว่า เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกำลังอดทนเอาไว้ด้วยความยากลำบาก“ตอนนี้เป็นโอกาสของพวกเราแล้ว!เอีกสักพักข้าจะเสนอเข้านร่วมในการแข่งขันขี่ม้าตีคลี เจ้าเพียงช่วยข้าพูดพ่อของเจ้าจะไม่ขัดขวางพวกเราอีกแน่นอน เจ้าอยากลองหรือไม่?”

            เปรียบกับตาชั่งคุณธรรมอีกด้านเขียนไว้คือขี่ม้าตีคลี อีกด้านเขียนชื่อของแม่ทัพเยี่ยนเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้สึกหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่งแต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับโชคชะตาที่นางเลือกคือ——

            ขี่ม้าตีคลี

            หากแม่ทัพเยี่ยนรู้ว่าตาชั่งด้านชื่อของตนที่อยู่ในใจของลูกสาวไม่อาจเทียบเท่ากับขี่ม้าตีคลีแล้วละก็เกรงว่าจะโกรธจนควันออกหู แม้กลายเป็นผีก็ไม่ปล่อยเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไป

            แต่ฮ่องเต้ก็ทรงมีพระเกษมสำราญไม่น้อยทรงปรบมืออย่างเป็นธรรมชาติ และตรัสว่า “อย่างนั้นก็ตามนี้พรุ่งนี้เจอกันที่สนามประลอง”

            “พะ...พ่ะย่ะค่ะ....”

            ไม่รู้ว่าถูกบังคับขึ้นเรือโจรสลัดหรือขึ้นไปด้วยตัวเองแต่ในใจยังรู้สึกผสมปนเปกันอยู่ : ถ้าหากบิดานางรู้เรื่องนี้ ขาจะขาดหรือไม่? ถ้าหากเยวี่ยเจาหรานรู้ว่าตนไปขี่ม้าตีคลีโดยไม่มีเขาไปด้วยแขนจะขาดหรือไม่?

            ช่างเถอะ ช่างเถอะเพียงแค่ไม่กี่อึดใจเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็ปล่อยความคิดไปไม่ว่าอย่างไรก็จะขี่ม้าตีคลี แค่ให้ตัวเองมีความสุข คนที่อิจฉาก็คือเยวี่ยเจาหรานคนที่โกรธก็คือบิดา อย่างอื่นก็ไม่สนใจแล้ว มีควาสุขก็คือจบ!

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถือว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการปรับสภาพจิตใจที่ดี  ประสบความสำเร็จในเส้นทางของตัวเองและไม่หวนกลับไปตามฮ่องเต้อีก…

            ผลสุดท้ายหนึ่งวันของการล่าสัตว์แต่ละกลุ่มนำสัตว์ที่ล่ามากลับไปไว้ในค่ายของตัวเองหลังจากที่ฮ่องเต้ตรวจสอบแต่ละกลุ่มก็ทำให้แม่ทัพเยี่ยนกลับมาขึ้นแท่นที่หนึ่งแทนรองแม่ทัพหลินอีกครั้ง

            พระพักตร์ของฮ่องเต้ทรงมีความสุขมากมีคำสั่งมอบรางวัลให้มากมาย สุดท้ายก็เลยถือโอกาสนี้บอกออกไปว่าพระองค์อยากเข้าร่วมแข่งขันขี่ม้าตีคลี

            “การแข่งขันขี่ม้าตีคลีไม่ใช่การล่าสัตว์ ล่าสัตว์เป็นสิ่งที่ไร้มนุษยธรรมพวกเจ้าจะเป็นห่วงข้าก็ไม่เป็นไร แต่ในสนามการแข่งขี่ม้าตีคลีล้วนเต็มไปด้วยพี่น้องกันหรือให้คิดว่าข้าเป็นเป้าหมาย พวกเจ้าก็ทำไม่ได้? ยิ่งกว่านั้นข้าก็เคยออกศึกไม่แน่ว่าตอนนี้ข้ายังสามารถขี่ม้าตีคลีได้เก่งกาจ?!”

             

            เชิงอรรถ

            [1] หนึ่งก้านธูปเท่ากับเวลา 60 นาที หรือ 1 ชั่วโมง

    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390