เช้าวันนี้ฉันต้องไปบอกวิธีการเตรียมพร้อมมีบุตรให้กับท่านอ๋องและพระชายา จึงชวนหยงเป่าไปช่วยสาธิตท่าทางร่วมเตียงให้ได้ลูกชาย แต่เสวี๋ยฉีรีบแทรกเสนอตัวทันทีว่าวันนี้เขาจะไปเอง ทำให้ฉันสงสัยว่าทำไมวันนี้อยากไปทำงานกับฉันนัก จึงถามแกมประชดประชันว่าอยากไปเจอกับพระชายาเหรอ เพราะคืนนั้นวันงานเลี้ยงเห็นยกเหล้าชนจอกส่งสายตาให้กัน
เสวี๋ยฉียิ้มได้ใจที่เห็นฉันออกอาการหึงหวงพูดยั่วฉันว่า “เจ้าหึงหวงข้ารึ หุหุ” ฉันก็ค้อนขวับเข้าให้ เขาจึงพูดต่ออีกว่าก็แค่รู้สึกเบื่อที่นั่งๆนอนอยู่ในตำหนัก จึงอยากออกไปช่วยฉันทำงานบ้าง แค่ให้ไปแสดงท่าทางทำลูกนั้นง่ายจะตาย รับรองว่าถ้าเห็นเขาแล้วท่านอ๋องกับพระชายาคงอดรนทนไม่ไหว ต้องรีบจูงมือกันเข้าห้องแทบไม่ทัน แล้วเขาก็หัวเราะชอบใจภูมิใจในรูปเสน่ห์ราคะของตัวเอง
ฉันจึงห้ามไม่ให้เสวี๋ยฉีไป เพราะไม่ต้องการให้คนทั้งสองร่วมเตียงกันเดี๋ยวนั้น จึงบอกให้หยงเป่าไปช่วยฉันตามเดิม แต่เสวี๋ยฉีกลับไม่ยอมงอแงจะตามไปด้วยให้ได้ หยงเป่าจึงพูดว่าให้เสวี๋ยฉีไปช่วยงานฉันเถอะ เพราะการนั่งๆนอนๆอยู่แต่ในตำหนักนั้นมันน่าเบื่อจริงๆ ส่วนพวกเขาจะไปฝึกต่อสู้กันที่ลานฝึกทหาร
ฉันจึงยอมพาเสวี๋ยฉีไปด้วย แต่กำชับเสวี๋ยฉีว่าให้แสดงท่าทางตามที่ฉันบอกก็พอ ไม่ต้องเล่นเยอะ เสวี๋ยฉีพยักหน้าพูดว่าไม่ต้องห่วง เขาจะไม่สร้างปัญหาให้แน่นอน ฉันถึงกับถอนหายใจตอบเขาว่าที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือเขานั่นแหละ แล้วบอกเขาว่าจะต้องทำท่าทางอะไรบ้าง เสวี๋ยฉีก็ยิ้มแล้วตอบว่า “ง่ายๆ งานถนัด!”
จากนั้นเสวี๋ยฉีก็เร่งให้ฉันไปที่ตำหนักของท่านอ๋อง พร้อมกับบ่นว่าอยากกลับป่าไผ่เขียวเร็วๆ คิดถึงเนื้อกระต่ายกินแกล้มเหล้าจะแย่ เมื่อเราเดินมาถึงตำหนักของท่านอ๋อง ก็เห็นท่านอ๋องและพระชายานั่งรออยู่แล้ว เมื่อพระชายาเห็นเสวี๋ยฉีเดินตามเข้ามาด้วย ก็มีสายตาเป็นประกายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้เสวี๋ยฉี
ฉันพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติที่เห็นพระชายามีอาการแบบนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะนินทาพระชายาในใจว่า ”สามีตัวเองก็หวง กับชายอื่นก็แอบมีใจ เชอะ!” แต่ก็นึกขึ้นได้เหมือนด่าตัวเองยังไงไม่รู้ จึงรีบบอกถึงการเตรียมตัวก่อนวันร่วมเตียง
จากนั้นจึงอธิบายถึงท่าทางบนเตียงให้ได้พระโอรส พร้อมกับให้เสวี๋ยฉีมาแสดงตัวอย่างให้ดู ซึ่งเสวี๋ยฉีไม่รอช้าให้ฉันได้พูดอธิบายก่อน เขาขยับตัวเข้ามาโอบกอดจนตั้งตัวไม่ทัน จับขาฉันยกขึ้นข้างหนึ่งแล้วเอื้อมมือมาบีบก้น ขยับโยกแท่งเนื้อมาถูไถที่เนินหว่างขาให้เหมือนว่ากำลังสอดใส่ แล้วก็ก้มหน้าลงมาจูบจริงเหมือนกำลังยืนร่วมรักกัน จนต้องรีบตีไหล่ดันตัวเสวี๋ยฉีออกให้หยุดจูบ
ท่านอ๋องกับพระชายายืนมองตกใจสีหน้ากระอักกระอ่วน ไม่คิดว่าเราจะจูบกันจริงเพราะคนทั้งสองคิดว่าเราเป็นพี่น้องกัน ฉันจึงรีบบอกท่านอ๋องอย่างรวบรัดไม่ต้องมีตัวอย่างว่า ท่าที่เหลืออีกสามท่าคือให้สตรีนั่งควบม้า ท่านั่งคุกเข่า และท่าใช้หมอนรองก้นสตรีหรือยกก้นสตรีวางที่หน้าขาก็ได้ ต้องสอดใส่ดันเข้าลึกๆเสร็จสมพร้อมกัน บอกแค่นี้ท่านอ๋องต้องรู้และเข้าใจดีอยู่แล้ว
จากนั้นก็ดึงแขนเสวี๋ยฉีเดินออกจากตำหนักท่านอ๋องทันที ปากก็บ่นเสวี๋ยฉีว่าบอกแล้วไงไม่ให้แสดงเยอะ แต่เสวี๋ยฉีก็เถียงข้างๆคูๆว่านิดหน่อยเอง ฉันที่ไม่อยากเถียงกับเสวี๋ยฉีต่อ เพราะเถียงเรื่องนี้ไปก็คงไม่ชนะ จึงพูดตัดบทว่าจะไปเรียนปรุงยาสมุนไพรกับหมอหวัง เสวี๋ยฉีก็บอกว่าเขาจะตามฉันไปเรียนปรุงยาด้วยจะอยู่ด้วยกันทั้งวันเลย
เมื่อไปถึงจวน หมอหวังก็เดินเข้ามาหาแล้วพูดว่ากำลังอยากเจอตัวฉันอยู่พอดี หมอหวังถามว่าอยากจะไปเรียนวิชารักษาพิษ กับหมอเทวะที่อยู่แคว้นจินชางหรือไม่ ฉันคิดลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะไม่อยากไปแคว้นจินชางที่กำลังมีปัญหาทางการเมือง แต่ใจก็อยากไปเรียนวิชารักษาพิษให้มีความรู้และเก่งมากกว่านี้
หมอหวังเห็นฉันลังเลจึงบอกว่าหมอเทวะเป็นคนรักสันโดด พักอาศัยอยู่ชานเมืองเพราะเขาไม่ชอบความวุ่นวาย จึงไม่ต้องห่วงเรื่องการเมืองที่นั่น ทั้งยังเอ่ยชื่นชมในความเก่ง มากความสามารถของหมอเทวะไม่ขาดปาก ว่าเก่งทั้งรักษาโรคทั่วไปและโรคจากพิษ ถ้าฉันอยากจะไปเรียนที่นั่น หมอหวังจะเขียนจดหมายไปถึงหมอเทวะเพื่อแนะนำฝากฝังฉันให้เป็นศิษย์
แต่จำเป็นต้องรอให้หมอเทวะตอบตกลงกลับมาก่อน จึงจะไปฝากตัวเป็นศิษย์ได้ เพราะหมอเทวะไม่รับศิษย์ที่เป็นสตรี เกรงจะเกิดปัญหาชู้สาวขึ้นในเรีอน ฉันจึงตอบหมอหวังไปว่าถ้าหมอเทวะไม่รับศิษย์ที่เป็นสตรีก็อย่าไปฝืนใจ แต่ถ้าจะให้ฉันแต่งกายเป็นชายแฝงตัวไปเรียน ก็ยุ่งยากในการใช้ชีวิตประจำวันเปล่าๆ ให้ฉันเรียนอยู่กับหมอหวังคนเดียวก็พอแล้ว เพราะหมอหวังก็เป็นหมอที่เก่งไม่แพ้หมอคนอื่นๆเลย
หมอหวังหัวเราะเบาๆในลำคอกับคำเยินยอที่ฉันกล่าวชื่นชม แต่หมอหวังก็ยังอยากให้ฉันไปเรียนวิชาแพทย์กับหมอเทวะอยู่ดี เพราะเขาอยากให้ฉันนำความสามารถพิเศษที่มีเหนือกว่าคนอื่น มาใช้ให้เป็นประโยชน์และอยากให้ฉันมาเป็นหมอรักษาส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ด้วย เพราะตัวเขาเองก็แก่ชราขึ้นทุกที จึงอยากให้ฉันมารับหน้าที่ต่อจากเขาหลังจากที่ปลดเกษียณ
ฉันยิ้มแกมหัวเราะพูดว่าหมอหวังยังไม่แก่สักหน่อย อายุแค่วัยกลางคนปลายๆเองร่างกายยังแข็งแรง ยังต้องอยู่ดูแลฮ่องเต้และสอนวิชาฉันไปอีกนาน ฉันกับหมอหวังพูดคุยกันถูกคอ เพราะหมอหวังเองก็ดูจะเอ็นดูฉันเหมือนเป็นลูกหลาน จากนั้นหมอหวังจึงพาฉันไปเรียนปรุงยา โดยมีเสวี๋ยฉีรับบทเป็นคนไข้ต้องกินยาที่ฉันต้ม แม้ยานั้นจะมีรสขมเขาก็ต้องกิน
กระทั่งถึงวันครบกำหนดร่วมเตียงของท่านอ๋องกับพระชายา หมอหวังมาช่วยงานฉันเหมือนเดิม ฉันจึงแยกตัวพาท่านอ๋องไปรอในห้องบรรทม แล้วยื่นดอกไม้หญิงสาวเริงระบำให้ท่านอ๋องสูดดม ท่านอ๋องก็พูดขึ้นว่าเขาไม่มีความรู้สึกเสน่หาในตัวพระชายาเลย ปล่อยให้เขาอยู่โดยไม่มีลูกก็ได้
ฉันจึงตอบว่าท่านอ๋องจำเป็นต้องมีลูกไว้สืบสกุล และไม่ต้องห่วงเรื่องไม่มีอารมณ์ เพราะดอกไม้ที่เขาเพิ่งสูดดมจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ท่านอ๋องทำหน้าตาเบื่อโลกบ่นว่าเขาอยากเป็นเพียงคนธรรมดา ที่สามารถเลือกรักใครก็ได้ ไม่อยากถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ตนไม่ได้เลือก
ฉันเห็นสีหน้าเขาแล้วรู้สึกสงสารอึดอัดใจแทน ที่ต้องนอนร่วมเตียงกับสตรีที่ไม่ได้รักหรือแม้แต่อยากจะมองหน้า แต่มันเป็นเรื่องจำเป็นที่เขาต้องมีลูกกับพระชายา บางทีการมีลูกจะช่วยให้เขามีจุดมุ่งหมายในชีวิตขึ้นบ้าง
จึงวางมือแตะที่ไหล่ท่านอ๋องเบาๆเป็นการให้กำลังใจ แนะนำเขาว่าขณะที่ร่วมเตียงกับพระชายาก็ให้หลับตานึกถึงหน้าสตรีคนที่ชอบก็ได้ ให้ทำใจร่วมเตียงกับพระชายาเพียงแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นกลิ่นดอกไม้ก็จะหมดฤทธิ์
ท่านอ๋องยิ้มน้อยๆแล้วกล่าวขอบใจเป็นมารยาทที่ฉันกำลังจะช่วยให้เขามีลูก พร้อมกับเอื้อมมือมาโอบกอดเอว ซบหน้าลงบนอกฉันเหมือนต้องการกำลังใจ ทำให้รู้สึกสงสารเห็นใจท่านอ๋องขึ้นมาทันที จึงยกมือขึ้นโอบลูบหลังเป็นการให้กำลังใจ จากนั้นจึงเดินออกจากห้อง แล้วให้พระชายาที่นั่งมองค้อนใส่ฉันเข้าไปในห้องร่วมเตียงกับท่านอ๋อง
เมื่อภารกิจของฉันเสร็จสิ้นจึงบอกหมอหวังว่าจะกลับป่าอัคคี ถ้ามีงานหรือมีธุระก็ให้ส่งนกเหยี่ยวบินไปส่งข่าวฉันที่ป่าอัคคี แต่อย่าส่งนกพิราบเดี๋ยวจะโดนปีศาจจับกินเสียก่อนที่จดหมายจะถึงมือ จากนั้นฉันก็เดินไปหาฮ่องเต้ที่ตำหนักของฮองเฮา เพื่อทูลลาฮ่องเต้กลับป่าอัคคี
แต่ก่อนกลับฉันหยิบต่างหู และเครื่องประดับสวยๆอีกหลายชิ้น ซึ่งเป็นของรางวัลที่ฮ่องเต้เพิ่งพระราชทานให้มาใหม่ๆนำไปฝากฟางหรูด้วย และแวะซื้อของที่ตลาดในเมืองซื้อผ้าสีสวยๆกับอุปกรณ์ตัดเย็บผ้าไปให้ฟางหรูไว้ตัดเสื้อผ้า และยังซื้อของอีกหลายอย่างไปเก็บตุนไว้ที่เรือนป่าไผ่เขียวด้วย
เมื่อเรากลับมาถึงเรือนป่าไผ่เขียว สองลิงน้อยที่ในมือถือกล้วยรีบวิ่งเข้ามาหา ส่งเสียงร้องด้วยความดีใจที่เห็นฉันกลับมาถึงเรือน ทำให้เหวินอี้ที่กำลังขุดดิน ส่วนฟางหรูที่กำลังยืนตากเนื้อกระต่ายได้ยินเสียงก็หันมามอง แล้วทั้งสองก็เดินมาช่วยถือของที่เราช่วยกันหอบหิ้วมาจากตลาด
ฉันถามฟางหรูว่าสองลิงน้อยซนหรือเปล่า ฟางหรูหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบว่า สองลิงน้อยซนมากแต่ก็ดีทำให้นางไม่เหงา ฉันจึงยื่นของฝากเป็นเสื้อผ้าของนางกับเหวินอี้ รวมทั้งเครื่องประดับ และของใช้จำเป็นอื่นๆให้ฟางหรู นางรับของไว้แล้วรีบนำของเข้าไปเก็บ
จากนั้นก็รีบเดินเข้าไปในครัวยกน้ำชามาวางไว้ให้ที่ชานบ้าน แล้วรินน้ำชายื่นส่งให้เราดื่มแก้กระหายคนละถ้วย ฉันบอกกับคนทั้งสองว่าคดีที่ทางการประกาศจับ ฮ่องเต้ช่วยปิดคดีให้แล้ว ด้วยการประกาศว่าเขาทั้งสองเสียชีวิตในป่าอัคคี ถ้าคนทั้งสองอยากจะออกจากป่าอัคคีไปเริ่มต้นชีวืตใหม่ที่เมืองอื่น ฉันจะมอบเงินจำนวนหนึ่งให้คนทั้งสองไปตั้งตัว แล้วจะให้หลี่เฉียงพาไปส่งที่ชายแดนเมืองอื่นด้วย
คนทั้งสองเมื่อได้ยินดังนั้น ก็โผเข้ากอดกันดีใจเป็นอย่างมาก ที่ไม่ต้องถูกใครตามล่าอีกแล้ว รีบก้มหัวคำนับขอบคุณเรายกใหญ่ แต่เหวินอี้บอกเราว่าเขาจะขออยู่ทำงานรับใช้ฉันที่นี่ เพราะเขากับฟางหรูได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วว่า จะอยู่ดูแลรับใช้ฉันกับพวกพี่ๆเพื่อตอบแทนคุณ
และยังพูดอีกว่าทั้งสองชอบที่นี่ เพราะที่นี่สวยงามมีความสงบ เหวินอี้ได้ปลูกต้นไม้ดูแลแปลงผักสมุนไพรที่เขาชอบและเป็นงานถนัด พร้อมกับชี้มือไปที่แปลงดินที่เขากำลังขุดพรวนดินเตรียมจะปลูกผัก ขาดแต่เมล็ดผักที่ฉันอยากจะให้เขาปลูก ฉันจึงบอกเขาว่าคราวหน้าถ้าเข้าไปในเมืองอีกจะซื้อเมล็ดพืชมาให้
ซิ่นหลิงจึงแนะนำว่าให้หลี่เฉียงเข้าเมืองไปซื้อมาก็ได้ ถ้ารอเข้าเมืองไม่รู้เมื่อไหร่จะไปอีกเดี๋ยวผักโตไม่ทันฉันกิน แล้วซิ่นหลิงก็เรียกหลี่เฉียงให้มาจดรายการเมล็ดผักที่จะปลูก ฉันบอกว่าอยากกินผักกวางตุ้งใส่ในบะหมี่ ฟางหรูก็บอกว่านางทำบะหมี่เป็นเดี๋ยวจะทำให้กิน เฟยเจินจึงรีบไปหยิบกระดาษกับภู่กันมาเขียนรายการที่จะซื้อ
ฉันจึงเสนอว่าพรุ่งนี้เราน่าจะปลูกกระท่อมหลังเล็กๆ ให้เหวินอี้กับฟางหรูอยู่เป็นสัดส่วนไม่ต้องอยู่ในห้องเก็บของ แล้วให้ฟางหรูทำบะหมี่ให้เรากิน ทุกคนเห็นด้วยยกเว้นเสวี๋ยฉีคนเดียวที่ไม่หือไม่อือ เพราะเขาไม่ชอบทำงานออกแรงให้เลอะเสื้อผ้า แต่จะสั่งให้งูในป่ามาช่วยก็แล้วกัน เมื่อทุกคนไม่เห็นเสวี๋นฉีโวยวายอะไร เราจึงตกลงกันตามนี้ว่าพรุ่งนี้จะปลูกกระท่อม
จากนั้นเราจึงแยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง ซิ่นหลิงออกไปที่ป่าตะวันตกเพื่อไปดูเหล่ากองทัพแมงมุมของเขาและจะกลับมาตอนเย็น ส่วนหยงเป่าเดินไปช่วยเหวินอี้เตรียมแปลงปลูกผัก เสวี๋ยฉีเดินเข้าเรือนไปจัดเก็บข้าวของเสื้อผ้าเครื่องประดับที่เขาซื้อมาสะสมไว้ในหีบ ส่วนฉันกับเฟยเจินไปช่วยฟางหรูในครัวเพื่อจัดเก็บอาหารที่ซื้อมา และช่วยฟางหรูแร่เนื้อวัวไปตากแดดไว้กินหลายๆวัน ส่วนเนื้อหมูก็เก็บไว้ใส่ในบะหมี่วันพรุ่งนี้