ผมกลายเป็นตัวละครในเกมแนวดาร์กแฟนตาซี

    บทที่ 46

    บทที่ 46


    “ตื่นแล้วเหรอ?” 


    เสียงของอีอันดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอาเมฟตกใจแต่ก็ไม่แสดงอาการออกมาให้เห็น เพียงถามต่อทันที


    “…ข้าหลับไปนานแค่ไหนแล้ว”


    “ประมาณสองชั่วโมง ตื่นมาทันเวลาพอดี”


    “...!” 


    อีอันหันไปมองเธอ


    “เราจะถึงป่าสุสานแล้ว” เขาขยายความ


    เมฟพยุงตัวลุกขึ้นพรวด ทิวทิศน์โดยรอบคือต้นไม้ที่ผอมแห้งดูน่าสยดสยองโดยมีหมอกสีเทาปกคลุมอยู่เบื้องล่าง เป็นสัญญาณว่าที่หมายอยู่ไม่ไกล


    “ตั้งแต่เมื่อไหร่… ทำไมไม่บอกก่อน?” 


    เมฟเค้นถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก


    “คะ คือว่า...”


    มิเกลพึมพำอย่างลุกลี้ลุกลน


    “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าพูด” แต่คนที่ตอบแทนกลับเป็นอีอัน เขาหันกลับไปหาเมฟแล้วให้คำตอบ “ถ้าบอกล่วงหน้า ท่านคงไม่ได้พักแบบนี้”


    คิ้วของเมฟที่ขมวดขึ้นก็คลายลงอีกครั้ง ที่แท้เขาก็เป็นห่วงเธอนี่เอง


    “...งั้นเหรอ เข้าใจแล้ว” 


    เธอหันไปที่อื่นอย่างเคอะเขิน ระหว่างนั้น อีอันที่รู้สึกได้ถึงสายตาของมิเกลก็ขมวดคิ้ว


    “หยุดเหลือบมองได้แล้ว บังคับม้าไปนู่น ก่อนที่กิ่งไม้จะทิ่มลูกกะตา!”


    ทันทีที่อีอันกระโดดลงจากรถม้า มิเกลก็ส่ายหัวทันที 


    “ไม่ได้เหลือบมองเพราะจะให้ผลัดกันนะขอรับ”


    “แล้วอะไรล่ะ?” อีอันถามกลับ


    มิเกลที่ปีนขึ้นไปบนที่นั่งม้าพูดต่ออย่างลังเล


    “ถ้าลองคิดดูนะขอรับ ตอนนี้ภารกิจของข้าสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือขอรับ”


    “โอ้”


    ความประทับใจแผ่กระจายไปทั่วใบหน้าของอีอัน


    ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเอาเรื่องนั้นขึ้นมาพูดตอนนี้


    “ภารกิจคือการนำทางมาถึงที่นี่หนิขอรับ ดังนั้นจากตรงนี้เป็นต้นไป…”


    “พูดตรง ๆ ก็คือยังไม่สำเร็จนะ”


    อัอันพูดแทรกขึ้นมา


    “เพิ่มเติมก็คือ เอ๊...? บอกว่ายังไม่สำเร็จหรือขอรับ?”


    “มันเลยกำหนดแล้วไม่ใช่หรือไง”


    พอได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย มิเกลที่ตัวแข็งไปชั่วขณะก็ใจเต้นตุ๊บ ๆ 


    “ก็… เราเสียเวลาไปในป่าเฮงซวยนั่นตั้งหนึ่งวันไม่ใช่หรือไงขอรับ! ท่านต้องคำนึงถึงเรื่องนั้นด้วยสิ” ท่าทีไม่มั่นใจของทหารรับจ้างหายไป


    “นั่นคือเหตุผลที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ไง ไม่ได้พ่นเงินออกมาด้วยซ้ำ”


    ชายหนุ่มยกเหตุผลกลับมาปิดปากอีกฝ่าย


    “…”


    “เอาเถอะ… เพราะไม่ได้พูดผิดไปเลยซะทีเดียว” อีอันเชิ่ดคางไปด้านหลัง “จะไปก็ตามใจ พวกเราจะไปกันต่อ ส่วนเจ้าลงไปข้างล่าง แล้วเดินกลับไปซะ”


    มิเกลหันกลับไปด้านหลัง


    ภาพที่เห็นคือป่าทึบที่มีหมอกสีเทาปกคลุม หากบอกว่ามีผีสิง เขาก็เชื่ออย่างง่ายดาย


    ตอนที่มากันสี่คนไม่มีอะไรผิดปกติแต่หากกลับไปคนเดียว ดูเหมือนว่าจะไม่มีหลักประกันว่าทุกอย่างจะราบรื่น


    มิเกลที่กำลังจับบังเหียนก็หันกลับไปมองข้างหน้าอีกครั้ง


    “ข้าแค่อยากจะบอกว่าตนได้ทำตามคำขออย่างซื่อสัตย์แล้ว ตั้งแต่นี้ไปข้าจะทำด้วยความภักดีล้วน ๆ” มิเกลกล่าวอย่างหนักแน่น ทั้งที่หน้าผากมีเหงื่อผุดพราย


    “ก็คงต้องอย่างนั้น” 


    รู้หรอกน่าที่พูดออกมาเพราะไม่มีปัญญากลับไปเอง อีอันลอบหัวเราะ อย่างไรก็ตามสีหน้าของมิเกลนั้นดูออกง่ายมาก


    เมฟลุกขึ้นตามมา


    “เจ้าก็ขึ้นไปด้วยสิ ฟิลิป ข้าอยากเดินไปด้วยออกกำลังกายไปด้วย”


    “…ขอบคุณขอรับ นายท่าน”


    ฟิลิปที่ตัวสั่นก็ปีนขึ้นไปบนช่องสัมภาระด้วย


    เมฟลงไปเดินเคียงข้างอีอัน สายตาของเธอจับจ้องไปยังหมอกที่ปกคลุมสูงถึงเข่า


    หมอกให้ความรู้สึกชื้นและวังเวงเหมือนควันของเมรุเผาศพ สัมผัสที่ไม่พึงประสงค์ปนเปื้อนด้วยพลังเวท


    เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย


    เหมือนกับการกระจายตัวของแก่นพลังเวทที่เธอมี


    “พลังเวทของมันนี่เอง…”


    เมฟไม่แปลกใจเลย ไม่เพียงแต่ที่อีอันบอกเท่านั้น แต่ยังคาดเดาได้ในระดับหนึ่งจากคำเตือนของนักเวทดำ 


    “ใช่ เป็นพลังเวทของมัน”


    อีอันตอบกลับมาอย่างเฉยเมย ตอนนั้นเองที่มิเกลถอนหายใจออกมา


    “อย่างไรก็ตาม ข้าคิดว่าถูกแล้วที่จะออกจากป่าไปคนเดียว”


    “เจ้าเปลี่ยนใจแล้วเหรอ? เป็นความภักดีที่ยิ่งใหญ่เสียจริง”


    อีอันหัวเราะแห้ง ทำเอามิเกลส่ายหัว


    “มันคือแผนที่ใหญ่เกินกว่าคนอย่างข้าจะมีส่วนร่วมได้! จากประสบการณ์แล้ว คนที่อยากรู้เรื่องชาวบ้านอย่างไม่รู้ขอบเขตนั้น ส่วนใหญ่จะตาย”


    รอยยิ้มของชายหนุ่มจริงใจขึ้น เขาเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ง่าย


    อีกอย่าง นี่เป็นคำพูดที่เป็นประโยชน์กับเขาเสียด้วยซ้ำ


    “ตัวข้าไม่รู้หรอกนะ แต่ท่านลอร์ดจะไม่ปล่อยให้เจ้ากับฟิลิปตายแน่นอน”


    แม้เป็นแค่คำพูดที่เอาแต่เท่ของอีอัน เมฟก็ยังพยักหน้าอย่างไร้เดียงสา


    “ข้าจะปกป้องพวกเจ้าสองคนอย่างแน่นอน สาบานต่อท่านเทพธิดาเลย”


    “ท่านบอกว่าสาบานงั้นหรือขอรับ…?”


    ใบหน้าของมิเกลที่ดูงงงวยก็เกิดความประทับใจทันที


    “นายท่านมีเกียรติที่สุดในบรรดาอัศวินที่ข้ารู้จัก”


    “ไม่มีอะไรต้องขอบคุณ ข้ามีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้นเหมือนกัน” 


    ชายหนุ่มตอบกลับมา


    “หืม… เหตุผลหรือขอรับ?”


    ทันใดนั้นเอง ตอนที่เมฟกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง อีอันก็หยุดเดินกะทันหัน 


    ตุ๊บ! รถม้าหยุดตาม


    “โอ้ย… ทำไมจู่ ๆ ถึงหยุดล่ะขอรับ?”


    ฟิลิปที่หัวชนเข้ากับพนักพิงลุกขึ้นลูบหลังศีรษะ


    มิเกลพูดอย่างงุนงง


    “ข้าไม่ได้หยุด”


    “อะไรนะ…?” ฟิลิปถามซ้ำ


    “ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเป็นแบบนี้เนี่ย”


    มิเกลพยายามสะบัดบังเหียนอย่างแรง แต่ม้าแค่พ่นไอน้ำออกจากจมูกและไม่พยายามก้าวไปข้างหน้า


    “ไม่มีประโยชน์หรอก”


    สายตาเฉียบคมของอีอันมองตรงไปข้างหน้าพลางออกความเห็น


    เมฟที่กำลังมองไปในทิศทางเดียวกันก็ขมวดคิ้วขึ้น ก่อนออกความเห็น


    “…ข้ารู้สึกถึงพลังเวทอันชั่วร้าย”


    ฟิลิปกะพริบตา


    “พลังเวท… ชั่วร้ายหรือขอรับ?"


    “ที่อยู่ตรงนั้นคือดินแดนปีศาจ” อีอันตอบ “คนที่เคยเข้าไป ไม่มีใครได้ออกมา” 


    พื้นที่ตรงหน้าเสื่อมโทรมราวกับต้องคำสาป เป็นสถานที่มืดสนิทและแม้กระทั่งกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ยังบิดเบือน เรียกกันว่าดินแดนปีศาจ


    “เราต้องทิ้งรถม้าไว้” เมฟตัดสินใจได้ หันกลับไปมองฟิลิปและมิเกล “เก็บเอาเฉพาะข้าวของที่จำเป็นไป”


    มิเกลเบิกตาโพลง ปากสั่น ขาสั่นอย่างตื่นตระหนก


    “ขอฟังคำอธิบายก่อนได้ไหมขอรับ นายท่าน เมื่อกี้ท่านพี่เพิ่งพูดว่าถ้าเข้าไปจะไม่สามารถออกมาได้”


    “ไม่ต้องสนใจหรอก” อีอันพูดตัดบท “หากฆ่านักเวทดำได้ มันก็จะหายไป …อาจจะนะ”


    “ไม่อาจจะสิขอรับ! ทำไมไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้…” มิเกลหมุนตัวทันที “ถ้างั้นข้าควรรับผิดและฆ่าตัวตายเอาไหม”


    ในระหว่างนั้น ฟิลิปที่สะพายกระเป๋าไว้บนหลังลงจากรถม้าด้วยใบหน้าบูดบึ้ง


    “ข้าเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่นี่มันตื่นเต้นมากกว่าที่คิด”


    “ดีกว่าประมาท เพราะบางทีอาจจะได้มาเดินนำหน้า” อีอันยกยิ้ม


    ฟิลิปที่ชะงักงัน มองไปยังผู้พูดทันที


    “นำหน้าอะไรกันขอรับ เดินหน้าอะไร…”


    เสียงของเขาเบาลงทันที


    ความทรงจำของวันที่ได้พบกันครั้งแรกของอีอันผ่านเข้ามาในหัว


    โดยเฉพาะสายตาของอีอันที่บอกว่าจะทำแบบนั้นให้ได้ ที่ตัวเองบอกว่าจะเป็นผู้นำในป่า


    “ท่าน… ยังคงจำมันได้หรือขอรับ”


    “ข้าจะลืมได้ยังไง” อีกฝ่ายระบายยิ้ม


    ฟิลิปหน้าซีดเผือดพลางส่งสายตาอ้อนวอนไปให้เมฟ


    เมฟพูดอย่างเด็ดขาด


    “มันเป็นคำที่เจ้าพูดออกมาเอง ข้าเข้าไปแทรกแซงไม่ได้หรอกนะฟิลิป หวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นบทเรียนแก่เจ้า”


    ตอนนั้นเองที่มิเกลกระโดดลงจากรถม้า


    เขาสบตากับฟิลิปที่สิ้นหวัง ก่อนจะชี้ไปทางหมอก


    “…” 


    ฟิลิปนิ่งอึ้งไปในบัดดล


    “ทำอะไรน่ะ ยังไม่รีบลุกอีก” 


    มิเกลคาดคั้น จนข้ารับใช้ของเมฟได้แต่ตะลึงงัน

    คล้ายกับเรื่องผมกลายเป็นตัวละครในเกมแนวดาร์กแฟนตาซี ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107