ตอนที่ 33 ซื้อพิมพ์เขียว
ก่อนจะออกเดินทางกัสรับพัสดุจำนวนมากที่ถูกส่งเข้ามาจากทั้งบริษัทซื้อขายที่ตกลงกันไว้กับผู้จัดการเจนน่าโดยของสำคัญอย่างยาวิวัฒนาการก็มีอีลอนที่รับผิดชอบส่งด้วยตัวเอง
แต่กัสไม่ได้ให้อีลอนมาส่งที่บ้านของเขากลับกันเขาไปรับมันด้วยตัวเอง นัดรับที่สถานีรถไฟส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันเื่ของที่อยู่ในการติดตั้งเครื่องส่งและป้องกันไม่ให้ที่บ้านรู้
ส่วนของอย่างอื่นที่สั่งนั้นส่งไปยังโกดังเช่าราคาถูกในอาคารเอกชนแห่งหนึ่งมันเงียบสงบเป็ส่วนตัวและมีพนักงานคอยรับของไปวางไว้ที่โกดังให้
แต่ว่าโกดังแห่งนี้ไม่ปลอดภัยในรีวิวของลูกค้ากล้องน้อยเกินไป สถานที่เปลี่ยว การเข้าออกไม่มีการจดบันทึกที่แน่นอนมีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่มากนักและของมักจะหายบ่อย ๆ
ในทางกลับกันมันกลับตรงกับความ้าของกัสในการปกปิดการมีอยู่ของจี้หินดำ
สถานที่แบบนี้ทำให้เขาหลบเลี่ยงสายตาและการตรวจสอบได้ง่ายไม่ต้องมาคอยจดบันทึกการเข้าออก ถ้ามีคนมาเจอว่าโกดังของเขาว่างเปล่าก็แค่บอกว่าโดนขโมยไปก็พอแล้ว
แถมด้วยรีวิวแย่ๆ ทำให้มีลูกค้าไม่เยอะ ราคาจึงถูกมาก
กัสเช่าออนไลน์ด้วยหลายๆ ไอดี ทำให้โกดังที่เขาเช่านั้นห่างจากคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำ
แม้ราคาจะไม่แพงแต่พอทำทั้งหมดนี้ก็ต้องจ่ายเงินเกือบเดือนละ 1000 เครดิตกันเลยทีเดียวแต่ว่าถ้าเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้งานมันก็คุ้มค่าอย่างมาก
“แค่แก่นพลังงานไม่กี่ก้อนเท่านั้น”
วันรับของกัสก็เจอกับอีลอนรับของมาแล้วก็แยกย้ายกันอย่างง่าย ๆ เขากลับไปที่โกดังของอื่น ๆก็มาส่งที่นี่แล้ว มีของหลายชิ้นที่กัส้าซื้อ ส่วนใหญ่เป็แค่ของธรรมดามีของไม่กี่อย่างที่มีราคาจริง ๆ
เขาจึงจัดการเก็บมันเข้าไปในจี้หินดำถึงอย่างนั้นพื้นที่ของจี้หินดำก็มีจำกัด กัสเลยเอาไปเฉพาะที่ต้องใช้จริง ๆ ก่อน
เช่นอาหาร น้ำสะอาด และเสื้อผ้าหมวกกันน็อกแบบไม่มีลวดลายหรือสัญลักษณ์แบรนด์สินค้า
“ต่อให้พวกทหารมืดไม่ต้องใช้น้ำและอาหารสะอาดแต่ว่ากัสจำเป็ต้องกินดื่มอยู่ดี เลือกของดี ๆ ไปด้วยก็ดี แล้วก็พวกเนื้อแช่แข็งด้วย”
ของที่เข้าไปจี้หินดำแล้วจะคงสภาพได้นานกว่าปกติกัสเลือกเอาพวกเนื้อสัตว์เข้าไปด้วยเพื่อทดลองในการสร้างอาหารทดแทนให้กับพวกทหารมืดแต่เพราะมีจำกัดเลยจะเริ่มจากทหารมืดเลเวลสูง ๆ เท่านั้น
ส่วนเสื้อผ้าและหมวกกันน็อกใช้เพื่อปกปิดตัวตนของทหารมืด แค่ชุดที่ใช้พันมันดูไม่สะดวกและไม่เป็ระเบียบเหมือนกับพวกโจรเท่านั้นกัสจึงสั่งชุดยุทธวิธีที่หาได้ทั่วไปและผู้เล่นก็มักจะเอาแบบไปทำใช้กันในโลกซอมบี้อยู่แล้วจึงไม่เป็ที่ผิดสังเกตถ้าจะมีชุดแบบนี้โผล่ไปจำนวนมาก
นอกจากนั้นก็มีหมวกกันน็อกที่ปกปิดใบหน้าไว้จนหมดมีแค่ทหารมืดขั้นกลางขึ้นไปเท่านั้นที่มีสภาพภายนอกใกล้เคียงกับคนทั่วไปได้
ดังนั้นกัสจึงเลือกหมวกกันน็อกแทน
หลังจากจัดการทุกอย่างที่โกดังแล้วกัสก็ออกไปจากที่นี่ระหว่างทางออกเขายังพบว่าพวกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแอบอู้งานกันอยู่ไม่น้อย
“เวลา 2 ทุ่มเท่านั้น แต่พวกเขากลับไม่มาเดินตรวจสอบรอบๆ เลย” กัสส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับความสิ้นหวังของที่นี่
“โกดังซูน โกดังสินค้าให้เช่าราคาถูก”
กัสเดินผ่านป้ายอาคารของโกดังออกไปเงียบๆ มุ่งหน้ากลับเข้าไปในเมือง วันนี้เขายังมีอีกที่ต้องไป
...
ย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของเมืองสถานที่ใกล้กับสาขาของหอคอยโลกาวินาศเมืองที่กัสอยู่มันมีสถานที่และบริษัทมากมายในการซื้อของจากผู้เล่น
แต่จะให้พูดถึงสถานที่อันเป็ที่นิยมในการซื้อสินค้าจากโลกภายในหอคอยโลกาวินาศจริงๆ นั้นก็คงหนีไม่พ้นที่นี่
“หอการค้าสมบัติั”
นี่คือชื่อของร้านที่โด่งดังที่สุดในพื้นที่นี้มีสมบัติจำนวนมากจากหอคอยโลกาวินาศว่ากันว่าแม้แต่นอกโลกก็ยังมีร้านพวกนี้ไปเปิดขายด้วยอยากได้อะไร ถ้ามีเงินมากพอก็สามารถซื้อได้
เพียงแต่การบริการของที่นี่แปลกจากที่อื่นจะซื้อของมีแค่เงินไม่สามารถซื้อได้ แต่ต้องมีสิทธิ์ในการซื้อด้วยซึ่งสิทธิ์ที่ว่านั้นก็มาจากสิทธิ์ในการเป็สมาชิกของร้านนั้นเอง
คนทั่วไปมาที่นี่สามารถเข้าซื้อได้แค่ชั้นแรกเท่านั้นส่วนของในระดับอื่น ๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้และยิ่งไม่มีสิทธิ์เข้าไปดู
มีแต่พวกแต่งตัวหรูหราและมีระดับต่างก็มาที่นี่บ้างแสดงบัตรสมาชิกเดินไปยังชั้นอื่น ๆ ของร้านส่วนลูกค้าธรรมดาก็พากันแอบมองด้วยความอิจฉา
กัสเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยังชั้นอื่นๆ ได้แต่มาที่ชั้นแรกเท่านั้น แต่นั้นก็พอแล้วกับความ้าของเขาเพราะสิ่งที่กัส้าคือของที่นับว่าไร้ประโยชน์มากเมื่อเอาออกมาจากหอคอยโลกาวินาศแล้ว
พิมพ์เขียว!
ใช่แล้วพิมพ์เขียวคือสิ่งที่เมื่อเอาออกมาแล้วกลับไร้ประโยชน์มากเพราะว่าพิมพ์เขียวคือของที่ใช้กับโต๊ะสิ่งประดิษฐ์แต่ว่าโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ไม่สามารถใช้นอกหอคอยโลกาวินาศได้
อีกทั้งเป็ของไม่กี่สิ่งที่แลกเอาออกมาไม่ได้
ตอนแรกมีการเอาพิมพ์เขียวออกมาจำนวนมากเพื่อถอดรหัสและความลับเพราะทุกคนเชื่อว่ามันเกี่ยวข้องกับความลับของโต๊ะสิ่งประดิษฐ์แต่ไม่นานความจริงก็ตอกหน้ากลับคนที่คิดแบบนั้นว่าพวกเขายังไม่มีความสามารถมากพอที่จะเข้าใจความลับสุดยิ่งใหญ่นี้ได้
สุดท้ายพิมพ์เขียวที่เอาออกมาก็เริ่มเป็ของที่ไร้ประโยชน์และค่อย ๆ กลายเป็ของสะสมไปแทนเท่านั้น มันเหมือนกับรูปภาพ การ์ด โมเดลและอื่น ๆ
แม้จะใช้งานจริงไม่ได้เหมือนมีดเหมือนชุดเกราะ ยาวิวัฒนาการแต่ก็มีคนที่ได้มันมาและไม่มีโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ให้ใช้ในโลกของหอคอยเพราะว่าไม่ใช่ทุกคนหรือทุกกองกำลังจะได้โต๊ะสิ่งประดิษฐ์
แถมบางทีอาจจะได้ซ้ำกันมา
จุดจบของพิมพ์เขียวเหล่านี้ก็เลยถูกนำออกมาและขายกลายเป็ของสะสมกันไปแทนแต่นั้นมันสำหรับคนอื่น ๆ กัสมีจี้หินดำอยู่เขาสามารถซื้อพวกมันและเอากลับเข้าไปในหอคอยโลกาวินาศได้
“หวังว่าเงินจะมากพอ” กัสเองก็ไม่แน่ใจราคาของที่เขา้ามากนัก
เขาอยู่แต่ในสนามรบถึงจะเข้าออกหอคอยโลกาวินาศ แต่ก็ไม่ได้มาที่ร้านแบบนี้มากนักแถม่สิบปีหลายอย่างก็มีขึ้นมีลงตามความ้าของตลาด
ของที่กัสอยากได้เองก็ดูเหมือนจะเป็พิมพ์เขียวที่หาได้ยากแผ่นหนึ่งเหมือนกัน
“คุณลูกค้า้าซื้อพิมพ์เขียวชนิดไหนสามารถแจ้งให้ทางเราทราบได้เลยหรือจะเดินดูก่อนก็ได้”มีพนักงานเข้ามาสอบถามและอำนวยความสะดวกให้กับกัส
กัสพยักหน้าก่อนจะบอกความ้าของตัวเองออกไป
“ที่นี่มีพิมพ์เขียวเตาหลอมเทวะบ้างหรือไม่”
“เตาหลอมเทวะ จากเทคโนโลยี T4 ของแบบนั้นเกรงว่าทางเราจะไม่มีสต๊อกไว้ราคาของชิ้นนี้ก็อยู่ในระดับสูงมาก ยังต้องใช้สิทธิ์ในการเข้าถึงด้วยแต่ถ้าลูกค้า้าจริง ๆ สามารถสั่งจองไว้ได้ แต่ว่าเราต้องตรวจสอบสิทธิ์ก่อน”
พนักงานไม่ได้แสดงท่าทีดูถูกกัสแต่เลือกจะอธิบายได้อย่างมืออาชีพ
กัสเองก็แค่ลองถามหยั่งเชิงไปเท่านั้นในใจก็ไม่ได้คาดหวังมากนัก
เทคโนโลยีT5 คือสิ่งที่สูงสุดที่มนุษย์โลกอย่างพวกเขาเข้าถึงได้แล้วและยังเข้าถึงไม่สมบูรณ์ด้วยซ้ำส่วนของอย่างยุค T4 กลายเป็แก่นหลักของเทคโนโลยี
แม้ว่านี่จะเป็แค่พิมพ์เขียวสะสมแต่ก็มีคนที่้าจำนวนมาก ต่อให้มีมาก็ไม่มีทางหลุดมาถึงมือของกัส
ขนาดพนักงานอธิบายก็ยังกล่าวไว้อย่างคลุมเครือเท่านั้นไม่ได้บอกอย่างละเอียด
กัสเองก็ไม่ได้คิดจะ้ามันจริงๆ ในตอนนี้ เพราะต่อให้มีเงินเขาก็ไม่พอหรือได้มาก็ไม่มีความสามารถในการสร้างมันขึ้นมาได้
แต่จะเป็อย่างนั้นจุดมุ่งหมายในการถามของเขาก็เพื่อตรวจสอบว่าหอการค้าสมบัติัมีกำลังแค่ไหนก็แค่นั้น
ตอนนี้กลับมาที่ความตั้งใจของเขาจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นมีพิมพ์เขียวเตาหลอมฟินิกซ์หรือไม่”
“ดูเหมือนคุณลูกค้าจะเก็บสะสมพิมพ์เขียวเกี่ยวกับเตาหลอมอยู่สินะ”
“ก็คงอย่างนั้น”
“เชิญลูกค้าทางด้านหน้า” พนักงานพากัสไปยังพื้นที่หนึ่งก่อนจะให้เขาได้ดูพิมพ์เขียวที่ถูกจัดแสดงขึ้นมาในรูปภาพสามมิติซึ่งถือว่าปกติมากในร้านค้าระดับนี้
แต่ใช่ว่าจะมีการใช้อย่างแพร่หลายเพราะค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแพงเอาเื่
พนักงานเปิดและส่งเข้าพิมพ์เขียวเตาหลอมก่อนจะเจอกับพิมพ์เขียวของเตาหลอมฟินิกซ์
“คุณลูกค้าเชิญดู นี่คือเตาหลอมฟินิกซ์ T1 พิมพ์เขียวเตาหลอมนี้ค่อนข้างหายากในเตาหลอมยุคT1 เพราะว่ามันถือเป็เตาหลอมที่มีประสิทธิภาพในการคัดแยกและหลอมขึ้นรูปโลหะโดยเฉพาะแถมการสร้างก็ไม่ได้ใช้วัสถุพิเศษอะไรด้วย ทำให้มีการเอาออกมาด้านนอกน้อยมากถ้าไม่ใช่เพราะข้อเสียที่ว่ามันทำได้แค่แยกวัสถุจำพวกโลหะที่ไม่บริสุทธิ์มากพอมันก็คงจะถูกจัดให้อยู่ในสิทธิ์การซื้อขายระดับต่อไปแล้วแต่ว่ามันก็มีข้อดีที่ว่าใช้พลังงานไม่มากเท่านั้น”
หลังจากแนะนำข้อดีและข้อเสียอย่างตรงไปตรงมาพนักงานก็รอให้กัสตัดสินใจซื้อ
“ราคา”
ตอนนี้ก็มาถึง่เวลาสำคัญคือการต่อราคา เพราะการต่อราคาคือเื่ขอศิลปะของอย่างพิมพ์เขียวคุณค่าของมันเมื่อออกมาแล้วก็คืองานสะสมดังนั้นราคาจึงไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่าย
พนักงานย่อมมีราคาที่จะขายจากทางร้านอยู่แล้วส่วนกัสก็ไม่ยอมโดนเอาเปรียบเหมือนกัน แม้ว่าเขาจะได้ประโยชน์มหาศาลจากมันก็ตามแต่