“โอ๊ย….ปวดหัวจัง โอ๊ยๆๆเท้าก็ปวด ปวดไปหมดเลย”
ฉันค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง แล้วลุกออกไปข้างนอกอย่างลืมตัว ด้วยตากับสมองที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เพื่อหาน้ำให้กับคอที่กระหายขั้นสุด
“อรุณสวัสดิ์”
ဝ_ဝ!
“โอ๊ะ..ใหมดเลย”
“นอนหลับสบายไหม”
“อืม”
^ー^
“เมื่อคืนนายพาฉันมาส่งที่ห้องหรอ”
“อืม”
^ー^
“นายมีอะไรหรือเปล่าเอาแต่ยิ้มอยู่ได้”
“คือว่า….เมื่อคืน…”
“เมื่อคืน….ทำไมหรอ”
“เื่….นั้น..ตกลงเรา”
“เื่นั้น….เื่ไหนล่ะ รีบๆพูดมา อ๋อๆ ฉันนึกออกแล้ว เื่ที่นายจ่ายค่าอาหารไปอ่ะหรอ เดี๋ยวฉันโอนเงินให้ นายส่งมาบอกทางแชตนะ เมื่อคืนฉันว่าฉันดื่มเยอะไปหน่อย จำอะไรไม่ค่อยได้เลย ฉันไปนอนต่ออีกหน่อยดีกว่า”
“เธอยังฟังฉันพูดไม่จบเลยนะ”
พูดจบฉันก็เดินเข้ามานอนต่อในห้องทันที อาการปวดหัวยังมีเยอะอยู่จนนึกอะไรไม่ออก คิดแต่จะนอนอย่างเดียวเลย
{มือของเขาจับไปที่เอวของฉัน ลี่หยางค่อยๆดึงฉันเข้าไปใกล้ก่อนจะประกบปากของเขาลงมาที่ฉัน ไล่จากเบาเป็หนักขึ้น ไม่มีช่องให้ฉันได้หายใจ มือของฉันที่พาดไว้ที่ไหล่ของเขา เราสองคนกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม}
ဝ_ဝ!
“ฉันฝันอะไรเนี่ย เหมือนจริงมากเลย วู้….ไอข้าวฟางแกถึงขึ้นคิดไปไกลขนาดนี้เลยหรอ”
ฉันเดินออกไปนอกห้อง ตอนนี้เป็เวลาเกือบเที่ยงแล้ว
“ลี่หยางๆ นายอยู่ไหนอ่ะ”
ฉันเดินออกมานอกบ้านมองไปยังที่ที่เมื่อคืนเรานั่งดื่มกินกัน ยังคงมีซากไม้หม่าล่ากับกระป๋องเบียร์วางอยู่
“อืม…เหมือนในฝันเลย เอ๊ะ โอ๊ะ เหมือน…..จะไม่ใช่ฝันนะ” ဝ_ဝ!
ภาพต่างๆค่อยๆเรียงลำดับเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ฉันได้แต่ยกมือปิดปากของตัวเองเพราะความใ เหมือนขาอยู่ๆก็ค่อยๆอ่อนแรงลง ชนเซไปชนเข้ากับอะไรทางด้านหลัง
“จำได้แล้วหรอ”
ลี่หยางที่เข้ามาประคองฉันทางด้านหลัง ถามคำถามที่ฉันไม่อยากจะตอบขึ้นมาทันทีที่เห็นท่าทีของฉันนึกอะไรบางอย่างออก ฉันได้แต่ก้มหลบสายตาเขาเพราะอายกับเื่ที่ตัวเองก่อไว้เมื่อคืน
“ลีน่าบอกให้เรากลับกันก่อน พวกเขาน่าจะกลับพรุ่งนี้เช้า”
“อ๋อ…นั้นฉันไปเก็บกระเป๋าก่อนนะ”
พูดเสร็จฉันก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องทันที
“วู้……ไอข้าวฟางงงงเมื่อคืนแกไม่น่าดื่มเยอะขนาดนั้นเลย แกทำอะไรลงไปเนี่ย”
“เดี๋ยวฉันช่วยถือ”
“เออ…ไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันยกเอง”
ลี่หยางยืนนิ่งๆมองฉันที่ยกกระเป๋าเข้าไปเก็บที่รถ
“นั้นเราไปกันเลยนะ”
“อืม”
ระหว่างเดินทางกลับ เราสองคนต่างไม่ได้พูดอะไรกันเลย ต่างคนต่างเงียบมาตลอดทาง จนกระทั่งลี่หยางมาส่งฉันที่หน้ามหาลัย
“เออ..คือ..เื่เมื่อคืน”
“ลี่หยาง…ฉันขอโทษสำหรับเื่เมื่อคืนจริงๆนะ ฉันเมามากแล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้นจริงๆนะ นายอย่าโกรธฉันเลยนะ”
ー_ー
ฉันพูดเสร็จก็โค้งหัวขอโทษลี่หยางไป แล้วรีบเปิดประตูหยิบกระเป๋าด้านหลังก่อนจะรีบวิ่งเข้ามหาลัยไปโดยไม่ได้หันมามองอีกเลย
(มหาลัย)
“อ่ะ!! แกจูบเขาแล้วหรอ”
“อืมม..ก็ฉันเมามาก แล้วตอนนั้นบรรยากาศก็เต็มใจอีก ฉันไม่รู้ว่าฉันทำลงไปได้ยังไง จะเอาหน้าไปเจอเขาได้ยังไงล่ะทีนี้”
ฉันกลับมาถึงห้องก็เจอถิงถิงนั่งคุยอยู่กับซิงซิงพอดี เลยเล่าเหตุการณ์ฉุกเฉินเมื่อคืนให้ทั้งสองคนฟัง
“แล้วพี่ผู้ชายคนนั้นเขาพูดว่ายังไงบ้าง”
“อือ..ก็ไม่ได้พูดอะไรนะ”
“นั่นแสดงว่าเขาก็ไม่ได้ไม่ชอบนิ เขาไม่ได้ปฏิเสธหรือมีท่าทีไม่โอเค ฉันคิดว่าเขาต้องมีใจให้พี่อยู่ไม่มากก็น้อยอ่ะ”
“อืม…เห็นด้วย”
สองคนนั้นได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยกันทั้งคู่
“เหลือไปสอนอีกอาทิตย์สุดท้ายนิ แกลองถามเขาไปเลยดีไหม จะได้ไม่ค้างคาใจ”
“เอางั้นหรอ”
“อืม”
“อืม”
สองคนนั้นพยักหน้าพร้อมกันอีกแล้ว
“จริงด้วยสิ วันเสาร์หน้าเราจะปิดเทอมกันแล้ว พี่ตงหยางกับพี่ซีอ่าวแล้วก็รุ่นพี่เสี่ยวเหมยจะเรียนจบกันแล้ว เขาก็เลยจะชวนพวกเราไปเลี้ยงฉลอง แก….ไปไหม ถ้าแกยังไม่โอเค….เดี๋ยวฉันบอกปฏิเสธให้”
“ไปได้ ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับรุ่นพี่ซีอ่าวแล้วจริงๆ ตอนนั้นพอคิดๆดูแล้ว ฉันอาจจะไม่ได้ชอบรุ่นพี่ขนาดนั้นก็ได้”
อาทิตย์นี้เป็อาทิตย์แห่งการสอบปิดเทอมปีสองเทอมแรกของฉัน ฉันยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือจนถึงดึกตลอดทั้งสัปดาห์ จนไม่ได้มีเวลามาคิดเื่ของฉันกับลี่หยางอีก ถึงแม้บางรายวิชาจะทำได้ไม่ดีหนักแต่ก็ไม่ถึงขั้นแย่จนสอบตก
“วิชานี้ยากมากเลย อ่านหนังสือเท่าไหร่ก็จำไม่ได้เลย ฉันจะผ่านไหมเนี่ย”
“เห้อ…สอบเสร็จแล้วตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว รอดูคะแนนแล้วกัน”
“พี่ตงหยางส่งข้อความมาบอกว่าพรุ่งนี้เจอกันสองทุ่มที่ผับแห่งหนึ่งในตัวเมือง เดี๋ยวฉันส่งโลเคชั่นให้แกนะ”
“ใช่สินะ..เกือบลืมไปแล้ว”
“แต่งตัวสวยหน่อยนะเพื่อนเดี๋ยวเขาจะไม่ให้เข้า”
“หรอ…แต่ฉันไม่มีชุดสวยๆอ่ะดิ ชั่งเถอะ…เดี๋ยวค่อยไปหาซื้อเอา”
“นั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ ซิงซิงไปพร้อมพี่เลยไหม”
“ได้ค่ะ แล้วพี่ฟางฟางล่ะ”
“เดี๋ยวฉันไปสอนลี่หยางเสร็จค่อยนั่งแท็กซี่ไปอีกที”
“อ๋อๆนั่นฉันไปซ้อมว่ายน้ำก่อนนะ ไป..พี่ถิงถิงเราออกไปพร้อมกัน”
สองคนนั้นเดินควงแขนกันออกไป ปล่อยให้ฉันนอนเลื่อนนั้นดูนี้ในโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ
{จูบกับผู้ชายเพราะเมา}
ฉันเซิร์ชกูเกิลหานั้นนี้เพื่อเตรียมตัวพรุ่งนี้
{ทำตัวปกติเหมือนเป็เื่ธรรมดา}
{ถ้าผู้ชายไม่ผลักเราออก ก็แสดงว่าเขาต้องมีใจให้เราสิ}
{ผู้ชายอาจจะไม่กล้าพูดตรงๆให้ผู้หญิงรู้สึกแย่ก็ได้}
ー_ー////
“เห้อ……”
~ครืด~~~ครืด~~
“อัลโหลแม่ ว่าไง”
“เปล่า แค่จะโทรมาถามว่าปิดเทอมนี้แกจะกลับมาไทยไหม พอดีพี่แกกับพี่สะใภ้อยากพาแม่กับพ่อไปเที่ยวทะเลปีใหม่นี้ แม่เลยโทรถามแกเผื่อแกกลับมา จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน”
“หนูคงไม่ได้กลับอ่ะแม่ เสียดายค่าตั๋ว แม่กับทุกคนไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะ ไม่ต้องเป็ห่วงหนู หนูอยู่ที่นี้ก็มีเพื่อนใหม่เยอะแยะว่าจะนัดกันไปเที่ยวปีใหม่อยู่เหมือนกัน”
“อ๋อๆ นั้นก็ตามนั้น ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”
“จ้า”
แม่ที่ปกติฉันจะเป็คนโทรไปหาก่อนเสมอ วันนี้กลับโทรหาฉัน สงสัยจะคิดถึงลูกสาวคนนี้ซะแล้วสิ จริงๆฉันก็อยากกลับนะ แต่ตังในกระเป๋าไม่เอื้ออำนวยเลยทำได้แค่หักห้ามใจตัวเองเอาไว้
// T _ T ///
ฉันลืมตาขึ้นในเช้าวันเสาร์ เพราะนอนไม่ค่อยหลับตื่นเต้นที่ต้องไปเจอลี่หยาง เื่วันนั้นที่ฉันทำไว้ยังคงรู้สึกผิดและติดอยู่ในใจของฉันตลอด วันนี้ถ้าลี่หยางมีท่าทีเปลี่ยนไปหรือมีระยะห่างกับฉัน ฉันก็เข้าใจและยอมรับในการตัดสินใจของเขา
“อีกอาทิตย์เดียวข้าวฟาง แกทำได้”
(คอนโด)
แคร๊กๆๆ….แอ๊ดดดดด~
ฉันสแกนคีย์การ์ดเข้ามา ผิงอันวิ่งมาตอนรับฉันทันที
~กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~
“ผิงอัน คิดถึงจังเลยยยย แล้วพ่อแกอยู่ไหนเนี่ย”
ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ แต่ยังไม่เห็นลี่หยางเลยสักที่
แคร๊กๆๆ….แอ๊ดดดดด~
“มาแล้วหรอ”
ลี่หยางที่พึ่งเดินเข้ามาจากประตู โดยมีเหงื่อเต็มใบหน้า และใส่ชุดออกกำลังกายอยู่
“ตามสบาย เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน วันนี้คงไม่ได้สอนเยอะแล้ว ถูกไหม”
“อ้อ..อืม”
ลี่หยางเดินตรงเข้าไปในห้อง ก่อนจะถือผ้าขนหนูออกมาแล้วเดินตรงไปเข้าห้องน้ำ ด้วยท่าทางนิ่งๆเหมือนวันแรกที่เราเจอกัน
{เขาอาจจะเริ่มเว้นระยะห่างกับเราแล้วมั้ง}
ถึงแม้จะทำตัวให้ปกติได้ แต่ใจของฉันกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกอยู่ตลอดเลย ลี่หยางที่วันนี้ไม่ค่อยยิ้ม เหมือนมีเื่ให้ใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลาในระหว่างที่เราเรียนกัน ฉันได้แต่แอบมองเขาในเวลาที่เขากำลังทบทวนเนื้อหาที่เรียน ไม่รู้ว่าต่อไปฉันจะได้เจอเขาอีกไหม ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ฉันจะมีโอกาสใกล้ชิดกับเขาแบบนี้อีก
แคร๊กๆๆ….แอ๊ดดดดด~
“ฟางฟาง พี่ซื้อขนมมาฝาก”
เสียงพี่ลีน่าดังมาแต่ไกล หิ้วขนมมากมายมาวางไว้บนโต๊ะก่อนจะเรียกให้ฉันกับลี่หยางไปกินขนมด้วยกัน
“เท้าหายดีหรือยังจ๊ะ”
“อ๋อ หายดีแล้วค่ะ” {จริงๆแล้วลืมเื่ปวดเท้าวันนั้นไปหมดเลย รู้ตัวอีกทีก็เดินได้ปกติแล้ว}
“วันนี้สอนวันสุดท้ายแล้วใช่ไหม เย็นนี้พี่พาไปเลี้ยงข้าวดีไหม ฟางฟางอยากทานอะไร”
“เย็นนี้ฉันไม่ว่างนะคะ พอดีมีนัดกับรุ่นพี่ไว้นะคะ เขาเรียนจบก็เลยนัดเลี้ยงกัน”
“อ๋อ…รุ่นพี่…….ผู้ชายหรอจ๊ะ”
พี่ลีน่าเน้นย้ำคำว่าผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด
“มีทั้งผู้หญิงผู้ชายค่ะ”
“อ๋อ….จ๊ะ”
“ลี่หยาง วันนี้ฉันขอเลิกเรียนเร็วหน่อยนะ ฉันจะไปซื้อเสื้อผ้านิดหน่อยนะ”
“ฟางฟางไม่ต้องซื้อๆ ของพี่มีเยอะแยะอยู่ในรถเดี๋ยวพี่ไปเอามาให้ รับรอง คืนนี้มีผู้ชายมาจีบแน่นอน”
ฉันได้แต่ยิ้มตอบให้พี่ลีน่า แล้วหันไปมองลี่หยางที่ยังคงทำหน้านิ่วคิวขมวดกินขนมอยู่
พี่ลีน่ากลับไปเอาเสื้อหลายชุดที่รถมาให้ฉันลอง
“ว๊าว ฟางฟางสวยมากเลย เนอะลี่หยาง”
ลี่หยางได้แต่ทำหน้านิ่งมองมาที่ฉัน ก่อนจะหันไปทางอื่นอย่างไม่สนใจเหมือนเดิม
“แต่ฉันว่ามันเซ็กซี่ไปหน่อยนะคะ”
“ไม่หรอก แบบนี้แหละดีแล้ว เชื่อพี่ วันนี้น้องสาวของพี่ต้องมีผู้ชายมาจีบแน่ๆเลย!!!”(อยู่ๆก็พูดเสียง ดังขึ้นมา)
พี่ลีน่าจับฉันใส่ชุดเดรสสีเทารัดรูปแขนจั๊ม ทำผมลอนเบาๆและแต่งหน้าให้ฉันเหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคนเลย ฉันไม่เคยได้ใส่ชุดสวยๆแบบนี้เลยรู้สึกไม่คุ้นชินสักเท่าไหร่ ยังคงรู้สึกอายๆอยู่
“รองเท้าคู่นี้ กับกระเป๋าใบนี้เหมาะสุดๆ ส่วนกระเป๋าใบนี้ค่อยมาเอาคืนพี่วันหลังก็แล้วกัน”
“นัดไว้กี่โมง”
“สองทุ่มค่ะ”
“นั่นเดี๋ยวพี่ไปขับรถส่ง ไปๆๆ”
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไร พี่ลีน่าก็ดึงแขนฉันให้เดินตามไปทันที ไม่ปล่อยให้ฉันหันไปบอกลาลี่หยางเลยสักนิด
“ขอบคุณพี่ลีน่ามากนะคะ ที่มาส่งแล้วก็เื่ชุดที่ใส่ด้วย”
“ไม่เป็ไรจ๊ะ ขอให้สนุกนะ พี่จะรอฟังเื่ดีๆ”
พี่ลีน่ายิ้มอย่างมีเลศนัยส่งให้ฉัน ฉันได้แต่ยิ่มตอบกลับให้พี่ลีน่าก่อนจะลงจากรถมา ถึงแม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่พี่ลีน่าพูดแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย
(บาร์)
“ฟางฟาง ทางนี้ๆ”
ถิงถิงที่ใส่ชุดเดรสสายเดียวสีแดงกับซิงซิงที่ใส่ชุดรัดรูปสีดำเป็กระโปรงยาวโบกมือให้ฉัน
“ว๊าววววสวยและเซ็กซี่มาก”
“แกก็สวยมาก ไม่เคยเห็นแกสวยขนาดนี้”
“เวอร์แล้วแก”
หลังจากยืนชมกันเองอยู่สักพัก เราก็เดินเข้าไปในร้าน ด้านในเสียงดนตรีดังมาก กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นน้ำหอมตีกันตลบอบอวลไปหมด หญิงชายวัยรุ่นต่างยืนนั่งกันตามโต๊ะของตัวเอง และมีดีเจที่กำลังเปิดเพลงให้วัยรุ่นหญิงชายที่ดื่มกันได้ที่แล้วลุกขึ้นไปโชว์สเต็ปหน้าเวทีอย่างเมามัน ตรงมุมต่างๆของร้านต่างมีคู่รักกำลังฉายภาพเลิฟซีนกันอย่างไม่มีใครอายใครให้คนอื่นในร้านดู ฉันเดินตามถิงถิงโดยมีซิงซิงเดินตามหลังมาเข้าไปยังโต๊ะโต๊ะหนึ่งที่มีคนนั่งกันอยู่สี่คน
“มาแล้วหรอ”
พี่ตงหยางที่เห็นพวกเราก็หันมาทักทายก่อนจะขยับเก้าอี้ให้พวกเรานั่งลง
“ฟางฟางสวยขึ้นนะเนี่ย คิดถึงจังเลย ไม่ได้เจอกันนานสบายดีไหม”
รุ่นพี่เสี่ยวเหมยเดินมากอดฉันอย่างคิดถึง ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างฉัน
“สบายดีค่ะ คิดถึงเหมือนกัน สบายดีไหมคะ รุ่นพี่ซีอ่าวรังแกพี่หรือเปล่า บอกฉันได้นะเดี๋ยวฉันจัดการให้”
“ใครจะกล้า”
พี่ซีอ่าวตอบกลับฉันพร้อมกับโอบไหล่รุ่นพี่เสี่ยวเหมยเป็การเน้นคำตอบ
“ใช่สิ ลืมแนะนำให้รู้จัก คนนี้เพื่อนพี่ที่ทำงาน ชื่อจางซือถู่ เป็คนเลี้ยงเราในคืนนี้ ปรบมือหน่อย”
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ เรียกซือถู่เฉยๆก็ได้ วันนี้เต็มที่เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ พี่เลี้ยงเอง”
ทุกคนต่างปรบมือให้พี่ซือถู่กันอย่างดีใจ ในความใจดีของพี่เขา
“ฉันชื่อถิงถิงค่ะ”
“เป็แฟนผม”
พี่ตงหยางพูดแทรกขึ้นมา ทำให้ทุกคนต่างอดยิ้มตามไม่ได้
“ฉันชื่อฟางฟางค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“ฉันชื่อซิงซิงค่ะ เป็รุ่นน้องและเป็รูมเมทของพี่ฟางฟางค่ะ”
“คนนี้รูมเมทคนใหม่หรอ อร๊ายยยินดีที่ได้รู้จัก พี่เป็รูมเมทคนเก่าของฟางฟางนะ ชื่อเสี่ยวเหมย ยินดีที่ได้เจอนะ”
“นั้น…วันนี้เรามาถ่ายรูปกันหน่อย ดีไหมเก็บเป็ที่ระลึก เดี๋ยวผู้ชายลุกขึ้นมายืนด้านหลังของผู้หญิงแล้วกันนะ จะได้เห็นชัดๆกันทุกคน”
พี่ซือถู่เดินมาอยู่ด้านหลังฉัน แล้วก้มหน้าเข้ามาใกล้ฉันแล้วชูสองนิ้ว
“พี่โพสและแท็กไปให้ทุกคนนะ”
ดนตรีค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ เราดื่มกันไปคุยกันไปเรื่อยๆจนไม่รู้ว่าตอนนี้เป็เวลากี่โมงแล้ว หัวเริ่มมึนๆเล็กน้อยบ่งบอกถึงปริมาณแอลกอฮอล์ที่อยู่ในเืเริ่มเพิ่มขึ้นๆแต่ยังมีสติรับรู้ทุกอย่างดีอยู่
“พวกเราไปเต้นกันเถอะ”
พี่เสี่ยวเหมยพูดเสร็จก็ดึงฉันให้ลุกขึ้นแล้วเดินตามไปที่หน้าเวที ส่วนคนที่เหลือค่อยๆลุกเดินตามออกมา ยกเว้นซิงซิงที่นั่งดูพวกเราอยู่ที่โต๊ะ ฉันเต้นโชว์สเต็ปไปเรื่อยๆ จนดนตรีเปลี่ยนเป็เพลงที่ช้าลง คนอื่นๆก็หันไปเต้นกับคู่ของตัวเอง ปล่อยให้ฉันเต้นเดี่ยวอยู่คนเดียว จนกระทั่ง..
“น้องฟางฟาง เต้นคู่กับพี่ไหม”
อยู่ๆพี่ซือถู่ก็มาจับเอวของฉันจากด้านหลัง แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะหันกลับไปต่อว่า
“โอ๊ยยยย!!!!เจ็บๆๆๆๆ”
ဝ_ဝ!
“อยู่ให้ห่างจากเธอ”
ลี่หยางที่ใส่แมสอยู่ บิดมือของพี่ซือถู่แล้วและผลักออก ก่อนจะยกฉันอุ้มขึ้นบ่าแล้วเดินออกไป แต่ไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าของฉันที่โต๊ะถือออกมาด้วย ทำให้คนในร้านต่างมองมาที่เราเป็ตาเดียวและส่งเสียงแซวตลอดทางเดิน
“ลี่หยาง ปล่อย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“............................”
ฉันดิ้นไปมาอยู่บนบ่าของเขา แต่ลี่หยางกลับทำเป็ไม่ได้ยิน อุ้มฉันมาถึงหน้าร้านซึ่งมีรถของเขาจอดอยู่ เขาจับฉันยัดเข้าไปในรถก่อนจะรัดเข็มขัดให้ฉันแล้วเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกมา
“นายเป็บ้าอะไรเนี่ย ฉันยังไม่ทันได้บอกลาทุกคนเลย”
“...............................”
ลี่หยางขับรถออกมาจากผับแห่งนั้นด้วยความเร็วค่อนข้างสูง ฉันได้แต่จับราวจับไว้แน่น
“นายขับช้าๆหน่อย ฉันกลัว….”
ลี่หยางยังคงขับรถไปเรื่อยๆจนมาถึงใต้คอนโดของเขา ก่อนจะค่อยๆจอดรถ แล้วเดินอ้อมมาฝั่งฉัน เขายื่นมือมาคว้าข้อมือของฉันแล้วดึงให้ฉันเดินตามเขาไป
~แคร๊ก!!~~~แฮ๊ดดดด~~ปัง!
ประตูปิดลง เขาดึงฉันเข้ามาในห้องแล้วเดินมาหยุดที่เคาร์เตอร์ห้องครัว ก่อนจะยกฉันขึ้นไปนั่งบนเคาร์เตอร์ แล้วโน้มตัวมาหาฉันโดยใช้แขนทั้งสองข้างคร่อมตัวฉันไว้
“นาย…”
ฉันใกับการกระทำของเขา ได้แต่ใช้มือเกาะแขนเขาไว้แน่น เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉัน
“วันนี้เราต้องคุยกันให้รู้เื่”
“เื่อะไรล่ะ นายปล่อยฉันลงก่อน เราไปนั่งคุยกัน…..”
“ก็เื่คืนนั้น”
ဝ_ဝ!
“สำหรับเธอมันอาจเป็เื่ผิดพลาด แต่สำหรับฉันมันคือความรู้สึก”
“...............................”
ฉันกลืนน้ำลายเพราะพูดอะไรไม่ออก ใจด้านในเต้นตึกตักๆจนจะออกมาวิ่งเล่นด้านนอกแล้วกับคำพูดและสีหน้าจริงจังของเขา
“ฟางฟาง…..”
เขาก้มหน้าไปสักแป็บก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมาหน้าฉันอย่างจริงจังอีกครั้ง
“เรามาลองคบกันไหม”
ဝ_ဝ!!
“..........................”
คำพูดของเขาที่ทั้งตรงและชัดเจน ทำให้สมองของฉันประมวลผลตามไม่ทัน ได้แต่นั่งฟังเขานิ่งๆ ลี่หยางค่อยๆปล่อยแขนที่คร่อมฉันไว้อยู่ออก แต่ฉันกลับคว้าแขนของเขาเอาไว้ สัญชาตญาตบอกว่าตอนนี้แหละที่แกต้องปล่อยไปตามเสียงหัวใจ ก่อนจะปิดตาปี๋แล้วโน้มตัวลงไปจุ๊บไปที่ปากของลี่หยางทันที ลี่หยางมีท่าทางใเล็กน้อย ฉันไม่กล้าสบตาเขาได้แต่ก้มมองพื้นลี่หยางใช้มือข้างหนึ่งลูบไปที่ใบหน้าแล้วจับคางฉันให้ขึ้นไปสบตาเขา
“ครั้งนี้ มันคงไม่ใช่ความผิดพลาดอีกนะ”
ฉันพยักหน้าเล็กน้อย
“อืม…ไม่ใช่ ฉันชอบนายนะ เรามาลองคบกันเถอะ”
รอยยิ้มบนหน้าของเขาค่อยๆปรากฏขึ้น ก่อนที่เขาจะดึงฉันเข้าไปจูบอีกครั้ง รสชาดแอลกอฮอร์ที่ขมอยู่ในปากค่อยๆเปลี่ยนเป็หวานขึ้นเรื่อยๆ ฉันจะไม่ฝืนความรู้สึกนี้ไว้อีกแล้ว…