ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 45 เล่นแรงไปหน่อย

    หลังจากพระราชาจิวฮงตี้กล่าวเปิดงานประลองระหว่างสำนักครั้งที่ 10 บนอัฒจันทร์ที่เต็มไปด้วยผู้คนจากอาณาจักรทั้ง5ต่างส่งเสียงร้องตะโกนออกมา เฮ้ๆๆ เย้ๆ กรรมการตัดสินการประลองครั้งนี้ คือ จูอี้หลง เป็นคนจากราชวงศ์เป็นผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งมีพลังระดับจักรพรรดิ "ข้าได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการตัดสินการประลองในครั้งนี้ กฏครั้งนี้คือ ห้ามทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต ห้ามทำลายการบ่มเพาะพลังของคู่ประลองเมื่อคู่ประลองกล่าวยอมแพ้หรือหมดสติไม่สามารถทำการประลองต่อได้ให้หยุดทันที เนื่องจากมีการเลื่อนการประลองทำให้มีศิษย์ที่เข้าร่วมการประลองครั้งนี้เพียงสำนักละ 1 คนเท่านั้นทำให้แต่ละสำนักจะได้ประลองคนละ 4 ครั้ง ผลอันดับจะนับจากผลการประลองเท่านั้น ตัวแทนแต่ละสำนักมีดังนี้"สำนักหิมะจันทรา คือ เซี๊ยะหยูอิงสำนักเทพสวรรค์ คือ หวงซีหยุนสำนักลิขิตสวรรค์ คือ จิ้นตงฟางสำนักราชันย์อสูร คือ ซูตี้หลั๋นสำนักเพลิงตะวัน คือ ชิงหลง"ดังนั้นสำนักหิมะจันทรา จะเป็นคนเลือกคู่ประลองคนแรก"เมื่อเซี๊ยะหยูอิงได้ยินก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีประลอง เป็นหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่ง ผิวขาวเนียน ดวงตากลมโต รูปร่างเล็ก สวมชุดสีขาวราวกับหิมะ กำลังยืนอยู่บนเวที กวาดสายตามองไปยังตัวแทนสำนักที่เหลือ ก่อนจะกล่าวออกมาว่า"ข้าเลือก จิ้นตงฟาง เป็นคู่ประลองคนแรก"จิ้นตงฟางเมื่อได้ยินก็กระโดขึ้นไปบนเวทีประลองทันที ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เป็นชายหนุ่มรูปงาม เย็นชาเงียบขรึม สวมชุดสีดำขลิบทอง ยืนมือไขว้หลัง "การประลองระหว่าง เซี๊ยะหยูอิง ปะทะ จิ้นตงฟาง เริ่มได้" เมื่อกรรมการกล่าวจบ เซี๊ยะหยูอิงก็ปลดปล่อยพลังปราณระดับปราณฟ้า ขั้น 5 ส่งแรงกดดันไปยังจิ้นตงฟางทันที แรงกดดันนี้ทำให้จิ้นตงฟางขมวดคิ้วก่อนจะปลดปล่อยพลังปราณระดับปราณฟ้าขั้น5เพื่อต้านทานเอาไว้ ก่อนจะหยิบกระบี่อาวุธระดับเซียนออกมา ก่อนจะใช้ท่าเท้าก้าววายุหายไปจากสายตาของเซี๊ยะหยูอิง ก่อนจะโผล่ที่ด้านข้างก่อนจะใช้เคล็ดกระบี่ประกายจันทรา เกิดเป็นภาพกระบี่วาดเป็นวงกลมก่อนจะพุ่งตรงไปยังเซี๊ยะหยูอิงด้วยความเร็ว เซี๊ยะหยูอิงรับรู้ได้ถึงความเกรี้ยวกราดที่ส่งแรงกดดันมาทางด้านข้าง จึงได้สร้างโล่น้ำแข็งขึ้นมาป้องกันเอาไว้ ฟิ้วว!! เปรี้ยงง!! ปราณกระบี่ปะทะโล่น้ำแข็งอย่างรุนแรง ทำให้เกิดรอยร้าวเล็กๆขึ้น แต่ไม่สามารถทำลายให้แตกสลายไปได้จิ้นตงฟางขมวดคิ้วก่อนจะกล่าวว่า "ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะรับการโจมตีของข้าได้ แต่นั่นเป็นแค่ทักทายเท่านั้น"เซี๊ยะหยูอิงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะใช้ เขตแดนหิมะผันแปรออกไป บรรยากาศลดต่ำลงอย่างรวดเร็วพื้นลานประลองเริ่มกลายเป็นสีขาว เกิดเป็นพายุหิมะน้ำแข็งพัดทั่วทั้งลานประลอง จิ้นตงฟางรีดเค้นพลังปราณสร้างเกราะปราณขึ้นมาป้องกันแล้วใช้ท่าเท้าก้าววายุหลบไปรอบๆลานประลองความเย็นเยียบที่กำลังแผ่ซ่านแช่แข็งพลังปราณของเขาทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่เริ่มติดขัด และเริ่มถูกก้อนหิมะที่ลอยอยู่กระทบร่างกายจนเริ่มจะมีรอยแผลขึ้นให้เห็นจิ้นตงฟางคิดจะโจมตีกลับแต่ก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจาก แขนแดนหิมะผันแปร ทำให้เขาต้องคอยหลบก้อนหิมะน้ำแข็งอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะสร้างเกราะปราณขึ้นมาป้องกันแต่เขาก็เสียพลังปราณเรื่อยๆทำให้เขารู้ผลในการประลองแล้ว จึงได้กล่าว ยอมแพ้ ออกมาเซี๊ยะหยูอิงปิดเขตแดนหิมะผันแปร ทันที เมื่อได้ยิน จิ้นตงฟาง กล่าวยอมแพ้ออกมา "คู่แรกการประลอง เซี๊ยะหยูอิงเป็นฝ่ายชนะ" กรรมการประกาศผลออกไปการประลองนี้ทำให้ตัวแทนสำนักเคร่งเครียดกันทันที เมื่อต้องเจอทักษะแขนแดนหิมะผันแปร ซึ่งเป็นการโจมตีระยะกว้าง ซึ่งยากต่อการหลบหนี มีโอกาสที่พวกเขาจะเป็นแบบจิ้นตงฟางสูงมาก "ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ถึงแม้พลังปราณจะเท่ากัน แต่ก็สู้คนมีพลังธาตุไม่ไหวอยู่ดี ปีนี้อาจจะเป็นสำนักหิมะจันทราที่ได้อันดับ1ก็ได้""ข้าว่าก็ไม่แน่ เจ้าลืมสำนักเพลิงตะวันไปแล้วรึไง""นั่นก็แค่ข่าวลือ ทำไมข้าจะไม่ได้ยิน เจ้าก็เห็นการประลองแล้วไม่ใช่รึไง ไม่มีทางซะหรอกที่จะชนะ ศิษย์สำนักหิมะจันทราได้""งั้น เจ้ามาพนันกับข้าเอาไหมล่ะ ถ้าทั้งสองคนประลองกัน ข้าจะเลือกข้างสำนักเพลิงตะวัน 500 เหรียญทอง""เหอะ เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้ารึไง ข้าพนันกับเจ้า 500 เหรียญทอง"เสียงพูดคุยทั้ง2คนสร้างความสนใจให้คนรอบข้าง จนได้แนวร่วมการพนันในครั้งนี้ ทำให้การประลองมีสีสันขึ้นมาทันที
    การประลองรอบที่ 2 "สำนักราชันย์อสูร ขึ้นมาบนเวทีเพื่อเลือกคู่ประลองของเจ้า"ซูตี้หลั๋นเป็นชายหนุ่มหน้าตาดุดัน ร่างกายกำยำ ดูแข็งแรง พูดจาโผงผาง ลุกขึ้นเดินไปบนเวทีประลองก่อนจะเอ่ยว่า"ข้าเลือก ชิงหลง สำนักเพลิงตะวัน" ชิงหลงเดินเนิบๆขึ้นไปบนเวทีประลองด้วยท่าทางเกียจคร้าน ซูตี้หลั๋นเห็นท่าทางของชิงหลงก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที ก่อนจะกล่าวว่า"ทำไมข้าต้องมาประลองกับคนไร้ค่าแบบนี้ด้วยเนี้ย ที่แท้ก็แค่ข่าวลือ ""หืม เจ้าเป็นคนเรียกข้าขึ้นมาเองไม่ใช่รึไง ยังจะมาบ่นอีก""เหอะ ข้าก็นึกว่าเจ้าจะเก่งกว่านี้ซะอีก ที่แท้ก็แค่ขยะ""ขยะ คำนี้มันเหมาะกับเจ้ามากว่านะ ถ้าไม่อยากถอนตัวจากการประลอง อย่าเรียกข้าแบบนั้นจะดีกว่านะ""ข้าจะเรียกแล้วจะทำไม""ข้าเตือนแล้วไม่ฟังหลังจากจบการประลองนี้ก็หัดฟังคนอื่นบ้าง" ชิงหลงมองไปที่กรรมการทันที "การประลองระหว่าง ซูตี้หลั๋น ปะทะ ชิงหลง เริ่มได้"ซูตี้หลั๋นปลดปล่อยพลังปราณระดับปราณฟ้า ขั้น 4 พร้อมกับเรียกอสูรพันธะสัญญาออกมา ออกมา พยัคฆ์เขี้ยวดาบ ตราพันธะสัญญาส่องแสงสว่างขึ้นที่ไหล่ขวาของซูตี้หลั๋น ก่อนจะมีแสงพุ่งออกมาก่อนจะปรากฎเป็น พยัคฆ์ตัวสูง4เมตร ดวงตาดุร้าย เขี้ยวแหลมคมเหมือนดาบ ขนสีน้ำตาลแดงหยาบกระด้างแข็ง กำลังยืนจ้องหน้า ชิงหลงอยู่ แล้วขู่คำรามเสียงดัง โฮกกก!! "เป็นไงล่ะ เจอสัตว์อสูรพยัคฆ์เขี้ยวดาบของข้าไป กลัวจนตัวสั่นเลยสินะ" ฮ่าๆ ฮ่าๆ เสียงหัวเราะเยาะเย้ย ชอบใจ ทำให้ชิงหลงถอนหายใจก่อนจะกล่าวออกมาว่า"เฮ้อ..นี่รึสัตว์อสูรพันธะสัญญาของเจ้า หยิ่งจองหองเหมือนเจ้านายไม่มีผิด" ชิงหลงกล่าวถากถางออกไป ซูตี้หลั๋นโกรธทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวชิงหลง ก่อนจะตะโกนสั่งสัตว์อสูรของตนโจมตี "หนอยปากดีนักนะเจ้าขยะ จัดการมันเลยพยัคฆ์เขี้ยวดาบ" โฮกกก!! การเคลื่อนไหวของพยัคฆ์เขี้ยวดาบรวดเร็วยิ่งนัก ชิงหลงเห็นเพียงเงาเลือนลางเท่านั้น "รวดเร็วยิ่งนัก ข้าคงต้องให้หลิงหลงออกมากระทืบมันซักหน่อยแล้ว อสูรก็ต้องเจออสูร ส่วนข้าจะไปตบปากเจ้านั่นเอง" ชิงหลงคิดในใจ ก่อนจะเรียกอสูรพันธะสัญญาออกมาเหมือนกัน"หลิงหลง ออกมา" เมื่อซูตี้หลันได้ยินชิงหลงเอ่ยเรียกชื่อ หลิงหลง ก็ขมวดคิ้วทันที ก่อนจะกล่าวว่า"เจ้าก็มีอสูรพันธะเหมือนกันรึ แบบนี้ค่อยสูสีหน่อย ฮ่าๆฮ่าๆ" พยัคฆ์เขี้ยวดาบพุ่งเข้ามาหาชิงหลงด้วยความเร็วก่อนจะตัวสั่นสะท้านดีดตัวกลับแทบไม่ทัน เมื่อมีมังกรขนาดใหญ่ปรากฎตรงหน้า ก่อนจะมอบลงที่พื้นตัวสั่น ส่งเสียงครางหงิงๆออกมา สิ่งที่ชิงหลงเรียกออกมานั้น สูงเกือบ10เมตร มีปีกขนาดใหญ่ มีหางยาว ทั้งตัวเป็นสีทอง ทำให้ผู้คนแตกตื่นไปทั่วทั้งงานประลอง ตื่นตระหนกตกใจ สั่นกลัว ไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นวิ่ง ก๊าซซซ!!! เสียงคำรามเพียงครั้งเดียวก็ทำให้พยัคฆ์เขี้ยวดาบหายวับไปทันที พร้อมกับ ซูตี้หลั๋นล้มลงกระแทกพื้นน้ำลายฟูมปาก ชักกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งไป แม้แต่กรรมการเองก็ไม่กล้าขยับเลยแม้แต่น้อย เอาแต่จ้องมองสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่วางตา ชิงหลงพูดไม่ออก....ก่อนจะบอกให้หลิงหลงกลับมา"พอได้แล้วล่ะ หลิงหลง ดูเหมือนว่า ข้าจะเล่นแรงเกินไปหน่อย"หลิงหลงกลายเป็นแสงก่อนจะกลับเข้าไปที่ตราพันธะสัญญา จากนั้นกรรมการจึงรีบเอ่ยคำตัดสินให้ ชิงหลงเป็นฝ่ายชนะ ชิงหลงได้แต่ยืนเอามือเกาหัวตัวเองก่อนจะเดินลงจากเวทีประลองไป ตอนนี้ตัวแทนจากสำนักอื่นๆเคร่งเครียดยิ่งกว่าเห็น เซี๊ยะหยูอิง ซะอีก ถ้าต้องให้เลือกประลองระหว่างชิงหลงกับเซี๊ยะหยูอิง พวกเขาคงจะตอบแบบไม่คิดเลยว่า เซี๊ยะหยูอิง แน่นอน และสิ่งที่ตามมาก็คือ ไม่มีใครกล้าเอ่ยประลองกับชิงหลงเลยซักคน เจ้าสำนักทั้ง 5 ต่างก็ลงความเห็นยอมรับให้ชิงหลงนั่งอันดับ 1 ไป และรออันดับ 2 กับ 3 ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาด อันดับ 2 คือ เซี๊ยะหยูอิงอันดับ 3 คือ หวงซีหยุน อันดับ 4 คือ จิ้นตงฟางอันดับ 5 คือ ซูตี้หลั๋น
    ปกติการประลองจะใช้เวลาอย่างน้อย2วัน แต่เพราะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นทำให้การประลองใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันก็ได้อันดับมาเรียบร้อย ซึ่งชิงหลงไม่คิดว่าการเรียกหลิงหลงออกมาจะมีผลถึงขนาดนี้ เพราะอีกฝ่ายมีสัตว์อสูรร่วมสู้ด้วย ชิงหลงก็เลยลองทำบ้าง ผลที่ออกมากับเกินกว่าที่เขาคิด อสูรของซูตี้หลั๋นกลัวจนหายไปเอง ส่วนเจ้าของอสูรก็นอนน้ำลายฟูมปาก โดยที่ยังไม่ได้อัดใครเลย ก็จบไปซะอย่างนั้น ส่วนหวงซีหยุนที่ท้าเขาประลองก็ไม่กล้ามองหน้าชิงหลงแม้แต่น้อยได้แต่นั่งก้มหน้าตัวสั่นอยู่ที่นั่งตนเอง เซี๊ยะหยูอิง กับ จิ้นตงฟางก็มองชิงหลงด้วยสายตาแปลกๆเหมือนกับจะสื่อว่า เจ้าใช่มนุษย์รึเปล่า ชิงหลงก็รู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาทันที เมื่อได้อันดับตามที่กำหนดแล้ว ก็ให้ทั้ง 3 คนขึ้นมาบนลานประลอง และแจ้งให้ทราบว่า พรุ่งนี้จะเป็นการพิชิตหอคอยสวรรค์ 100 ชั้น ผู้ที่ขึ้นไปได้สูงสุดสำนักจะได้รับการสนับสนุนจากทางราชวงศ์โดยการส่งทรัพยากรให้ตลอดระยะเวลา 5ปี จนกว่าจะมีการประลองครั้งต่อไป






    คล้ายกับเรื่องราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง ที่คุณอ่าน