วันคืนผันผ่าน เจ็ดวันรวดเร็วเหนือความคาดหมาย ในเวลานี้ครอบครัวไป๋เคลียร์ปัญหาส่วนใหญ่ของตัวเองจนเสร็จสิ้น อีกทั้งยังกล่าวร่ำลาทุกคนที่เป็นญาติมิตรและสหาย แน่นอนการจากลาอย่างกะทันหันแบบนี้ไม่ใช่อะไรที่ทุกคนจะยอมรับได้โดยง่าย แต่เมื่อกำหนดการณ์ของไป๋เฉินเป็นเช่นนี้พวกเขาก็ไม่มีใครคัดค้านแต่อย่างใด
ณ ริมชายหาดทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตอนนี้ครอบครัวไป๋อยู่กันพร้อมหน้า อีกทั้งยังมีหมิงเย่ หมิงหรง ร่างของกู่เย่เฉิน และจือยวน
"เอาล่ะพร้อมกันแล้วหรือยัง"ไป๋เฉินหันไปถามทุกคนในคราบครัวที่ตอนนี้มาอยู่กันพร้อมหน้า แน่นอนว่าทุกคนต้องพยักหน้าตอบรับไป เพราะในใจของแต่ละคนตื่นเต้นจนพูดไม่ออกแล้วในตอนนี้
เมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อมแล้วไป๋เฉินก็เริ่มดำเนินการในทันที กำไลข้อมือของเขาจากเดินที่เป็นสีเงินธรรมดาๆ ก็กลายเป็นสีดำและดูล้ำสมัยยิ่ง
"ซีซี นำยานออกมาเตรียมพร้อมสำหรับออกเดินทาง"ไป๋เฉินพูดกับกำไลข้อมือของตัวเองเพียงสั้นๆ ในเวลาต่อมาท้องทะเลก็สั่นกระเพื่อมไหวพร้อมกับยานอวกาศลำยักษ์สุดล้ำสมัยค่อยๆลอยขึ้นมาท่ามกลางสายตาของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น
"พระเจ้านั่นมันเครื่องบินรบอะไรกัน ทำไมมันถึงได้ใหญ่ขนาดนี้!!"คำพูดในแนวเดียวกันออกมาจากปากของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์
"บูม!"
เมื่อมันปรากฏออกมาพ้นน้ำก็พลันพุ่งมาอยู่เหนือหัวของครอบครัวไป๋โดยไม่รอช้า แสงสีฟ้าถูกฉายออกมาบริเวณใต้ท้องยานดึงเอาทุกคนในครอบครัวไป๋ลอยเข้าไปด้านในท่ามกลางเหล่าประชาชนมากมายที่มุงดู
ตัดไปด้านในยานอวกาศ ทุกคนในครอบครัวของไป๋เฉินตอนนี้กำลังตกตะลึงในความล้ำสมัยและกว้างใหญ่ภายในยานลำนี้เป็นอย่างมาก แต่ทว่ายังไม่ทันได้ขยับไปไหน เด็กหญิงผมดำก็ปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า
"นายท่านทุกอย่างพร้อมแล้วเจ้าค่ะ เชิญด้านใน"กล่าวจบเด็กหญิงผมสีดำคนนั้นก็เดินนำไป ไป๋เฉินใช้พลังนำร่างของกู่เย่เฉินและจื่อยวนไปไว้ในห้องๆหนึ่งของยานในทันทีแล้วบอกให้ทุกคนตามเขามา
แน่นอนไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของไป๋เฉินในเวลานี้และเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย เมื่อมาถึงใจกลางของยานเด็กหญิงผมดำก็ผายไปมือยังที่นั่งในทันใด ซึ่งทุกคนก็เข้าใจและนั่งตามที่เธอต้องการ
"นายท่านจะเริ่มออกเดินทางเลยหรือไม่เจ้าคะ"เด็กหญิงถาม
ไป๋เฉินพลันพยักหน้าตอบรับ "อืม ออกเดินทางได้ แต่ก่อนไปช่วยหยุดที่บริเวณนอกโลกไม่เกินไม่เกินหนึ่งพันกิโลเมตรที!"
"รับทราบค่ะนายท่าน ซีซี จะทำตามเดี๋ยวนี้"เด็กหญิงผมดำโค้งตัวให้กับไป๋เฉินก่อนที่จะหันไปมองยังพวกไป๋ฉีและยกยิ้มออกมา
"นายหญิงและนายน้อยทุกท่าน ในช่วงแรกของการเดินทางอาจจะมีอาการเมาอยู่บ้างแต่เมื่อปรับตัวได้ทุกท่านจะได้ชื่นชมความงดงามของจักรวาลอันกว้างใหญ่"กล่าวจบเธอก็โค้งคำนับจากนั้นก็หายตัวไปแล้วมาโผล่อีกทีบริเวณหน้าจอแสดงผลเบื้องหน้า
"ที่รัก เสี่ยวหลงกับเฟิงเอ่อร์ยังเด็กมากพวกเขาจะไม่เป็นอะไรจากการเดินทางครั้งนี้หรอกใช่ไหม"ไป๋เยว่อิงกล่าวถาม สายตาของเธอมองไปยังเด็กน้อยสองคนที่กำลังนอนอยู่บนตักของไป๋หนิงและไป๋หยาเฟยด้วยความห่วงใย
ไป๋เฉินยิ้ม เขาดีดนิ้วหนึ่งคราม่านพลังสีทองก็ปกคลุมเด็กๆทั้งสองคนเอาไว้ "สำหรับเด็กๆผมจะสร้างม่านพลังป้องกันเอาไว้เป็นกรณีพิเศษ"
"แต่สำหรับคนอื่นผมอยากให้สร้างความคุ้นเคยประสบการณ์แบบนี้มากกว่า เพราะในอนาคตน่าจะพวกคุณยังต้องเดินทางแบบนี้อีกเยอะมากเคยชินซะตั้งแต่ตอนนี้จะเป็นผลดีในอนาคต"
เมื่อไป๋เฉินกล่าวจบ ซีซี หรือเด็กหญิงผมดำก็เริ่มนับถอยหลังทันทีโดยไม่รอช้า
"จะออกเดินทางในอีก ห้า....สี่.....สาม......สอง.......หนึ่ง"
"เริ่มต้นการออกเดินทาง"
"บูม!"
เสียงเครื่องยนต์ดังกังวาลหนึ่งครั้ง ยานอวกาศขนาดใหญ่ก็ราวกับวาบได้อย่างไรอย่างนั้น ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีด้วยซ้ำ ยานก็มาหยุดอยู่บนอวกาศโดยมีระยะห่างจากโลกหนึ่งพันกิโลเมตรตามที่ไป๋เฉินต้องการ
ไป๋เฉินลุกขึ้นจากนั้นก็มองไปยังเหล่าลูกเมียที่ตอนนี้สภาพไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะยังปรับตัวกับความรวดเร็วที่มันกะทันหันแบบนี้ไม่ได้
"รอสักครู่ เดี๋ยวผมกลับมา"เขาเดินไปลูบศรีษะภรรยาทั้งสามของตนเองและเดินออกจากยานไป
เด็กสาวผมดำจึงได้จำลองภาพให้กับพวกไป๋ฉีได้ดูกัน ซึ่งภาพที่พวกเขาเห็นนั้นคือไป๋เฉินที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ด้านนอกอวกาศในชุดเกราะพันธุกรรมสีดำลายฟ้าที่ดูโฉบเฉียวและดูดียิ่ง
ทางด้านไป๋ฉีที่เห็นก็ว่าพ่อของตัวเองกำลังจะทำอะไรสักอย่างกับโลกก็นึกสงสัยขึ้นมา "นั่นพ่อกำลังจะทำอะไรกัน?"
ต่อมาไม่นานนักไป๋ฉีก็ได้รับความกระจ่าง พ่อของเขาผายมือไปเบื้องหน้า โลกทั้งใบถูกปกคลุมไปด้วยม่านพลังสีทองทอประกาย จากนั้นชายหนุ่มก็ทำอะไรที่มันเหนือความคาดหมาย เพราะหลังจากสร้างม่านพลังห่อหุ้มโลกทั้งใบแล้วไป๋เฉินก็บินไปติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างบริเวณดาวสี่ดวงที่อยู่ไม่ไกลกันมาก
เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้นไป๋เฉินก็เปิดใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นในทันที ทำให้เกิดช่องว่างมิติขนาดใหญ่มหึมาเพียงพอที่จะเอาโลกทั้งใบยัดเข้าไปได้
ไป๋เฉินไม่รอช้าพลังระดับจ้าวจักรวาลอมตะของเขาปะทุขึ้นพร้อมกับร่างพลังงานที่มีขนาดใหญ่โตมากกว่าตอนที่สู้กับมังกรมารเป็นหมื่นๆเท่า
เขาบังคับร่างพลังงานของตนเองให้ยื่นมือเข้าไปกุมโลกเอาไว้ จากนั้นก็นำมันเข้าไปยังช่องว่างมิติที่เขาสร้างเอาไว้เมื่อครู่นี้ ซึ่งเมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้นไป๋เฉินก็คลายพลังและร่างพลังงานของตนเองออกแล้วบินกลับมาที่ยวนอวกาศในทันที ตอนนี้ทุกคนล้วนแต่ทึ้งกับสิ่งที่ไป๋เฉินกระทำลงไป
เนื่องจากในสามัญสำนึกของพวกเขาไม่คิดไม่ฝันหรือจินตนาการว่าพลังของคนๆเดียวจะสามารถทำเรื่องน่ามหัศจรรย์ได้ถึงเพียงนี้
"พ่อ! พ่อส่งโลกยูโทเปียร์ไปท่ีไหนครับ?"เมื่อไป๋เฉินกลับเข้ามาไป๋ฉีจึงเอ่ยปากถามไป โลกใบนี้สำหรับเขามันสำคัญมาก ดังนั้นเขาจึงอยากรู้ว่ามันจะไปที่ไหนต่อไปจะได้ไปหาได้ถูกที่
"ไม่ต้องห่วง พ่อส่งโลกยูโทเปียร์ไปยังจักรวาลของพ่อเอง แถมยังได้สร้างม่านพลังป้องกันและม่านพลังลวงตาปกคลุมโลกไว้อย่างละสิบชั้น นอกจากจะไม่มีอันตรายแล้วผู้คนบนโลกก็จะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ"
"และด้วยค่ายกลเคลื่อนย้ายดาราของศูนย์วิจัยเซียนเทียนที่พ่อพึ่งใช้ไป โลกยูโทเปียร์จะใช้เวลาเพียงเจ็ดวันเท่านั้นในการเดินทางจากที่นี่ไปยังจักรวาลของพ่อ"ไป๋เฉินกล่าวราวกับมันไม่ใช่สิ่งที่เหนือบ่ากว่าแรงอะไรมากมาย
เพราะเขารู้ดีว่าโลกยูโทเปียร์มีความสำคัญกับภรรยาและลูกๆของเขามากเพียงใด อีกทั้งไป๋เฉินยังมีความทรงจำที่ดีมากมายกับโลกใบนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นแทนที่จะปล่อยมันทิ้งไว้ที่สุดขอบจักรวาลปริศนาแบบนี้ ไป๋เฉินจึงได้ตัดสินใจที่จะเคลื่อนย้ายโลกไปยังจักรวาลของตนเองเพราะอย่างน้อยมันก็ปลอดภัยกว่าอยู่ที่นี่มาก อีกทั้งมันยังทำให้มนุษย์บนโลกยูโทเปียร์วิวัฒนาการได้ไวกว่าอีกด้วย