จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

ตอนที่ 162 แข็งแกร่งขึ้น

                       เซย์รินมองซากร่างของอดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์ด้วยความรู้สึกสมเพชตัวตนที่สามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้กับโลกทั้งใบ ตัวตนที่หากใครได้ยินเพียงแค่ชื่อเสียงเรียงนามถึงกับหวาดกลัวจนเสียสติ จากประชากรทุกเผ่าพันธ์เป็นจำนวนหลายพันล้านคนมันคือผู้ที่เก่งกล้าที่สุดและตัวมันเป็นรองเพียงแค่เซอร์ชาเท่านั้นนับว่าตัวของมันนั้นยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอย่างแท้จริงแต่ตัวตนที่สุดยอดทั้งสองคนนี้กับต้องมาจบชีวิตลงด้วยพิษด้วยกันทั้งคู่


                  หากจะถามเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร คำตอบก็คือเป็นเพราะพวกมันประมาทกันจนเกินไปด้วยพลังที่เก่งกล้าเหนือผู้คนทั้งมวลไร้ผู้ต่อกรไร้ผู้ต่อสู้และไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาและไม่คิดว่าจะมีผู้ใดมีความสามารถมากพอที่จะมาทำอะไรกับพวกมันได้แค่คิดแบบนี้มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความตายแล้วตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลกกับต้องมาสิ้นใจลงก็เพราะพิษหากมันไม่ประมาทเชื่อว่าตำแหน่งผู้นำสูงสุดของพวกมันนั้นจะไม่มีวันสั่นคลอน หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็ได้ให้กัสออกมาจากภายในมิติโลกเสมือนเมื่อทุกอย่างปกติดังเดิมแล้ว


“นายท่านตอนนี้พวกเราอยู่ที่ใดกันทรัพย์พยากรพวกนี้มันช่างมากมายมหาศาลนักมันมากกว่าตอนที่ท่านไปเก็บเกี่ยวที่ทวีปมืดเสียอีก”ภาพตรงหน้าของกัสในยามนี้ราวกับมันอยู่ภายในห้องมหาสมบัติ

“ตอนนี้พวกเราน่าจะอยู่ภายในมิติคู่ขนานซึ่งสถานที่แห่งนี้มันเป็นเอกเทศต่อมิติที่ด้านนอกและมันถูกสร้างขึ้นมาโดยอดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์”

เด็กหนุ่มบอกกล่าวด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ราวกับเรื่องราวเช่นนี้นั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่โตอะไรมันไม่ต่างกับเรื่องธรรมดาสามัญแต่สำหรับผู้ฟันนั้นไม่ใช่กัสตัวมันถึงกับขนหัวรุก อดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์นั้นเป็นตัวตนเช่นไรมีหรือที่มันจะไม่รู้ดินแดนเทพสวรรค์ขึ้นชื่อว่ามันคือดินแดนที่แข็งแกร่งที่สุดในพิภพนี้แล้วทางด้านอดีตผู้นำสูงสุดของพวกมันล่ะจะมีความแกร่งกล้าระดับไหนและหลักฐานที่ใช้ในการยืนยันคำพูดของเซย์รินนั้นก็คือซากร่างที่ไร้ชีวิตตนนี้ที่แผ่กลิ่นอายพลังอันไร้ที่สิ้นสุดออกมาถึงแม้ชีวิตของมันจะดับสิ้นไปแล้วก็ตามแต่ร่างกายของมันนั้นกับเต็มเปรี่ยมไปด้วยพลังเวทเป็นจำนวนมหาศาล


“บ้าน่าท่านสามารถจัดการตัวตนระดับนี้ได้เช่นไรกัน”

“ฮ่า ฮ่าหากให้ข้าไปจัดการมันอีกครั้งข้ามั่นใจเกิน 10ส่วนข้าคงจะถูกมันสังหารได้ภายในพริบตาเดียวแต่โชคยังดีที่ตัวของมันนั้นประมาทข้าจนเกินไป และผลลัพธ์ก็เป็นดั่งที่เจ้าเห็น”

“เอ่อ นายท่านท่านจะว่าอะไรข้ารึไม่ที่ข้าจะขอร่างของมันข้าสัมผัสได้ถึงพลังจำนวนมหาศาลที่อยู่ภายในตัวมัน และนั่นมันอาจจะมีประโยชน์ต่อข้าเป็นจำนวนมหาศาล”


“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดจะทำอะไรอยากได้ก็เอาไปซิเพราะมันไม่ได้มีประโยชน์อันใดกับข้าแต่เจ้าก็ระวังพิษที่อยู่ภายในตัวของมันด้วยพิษนี้ร้ายแรงนักหากเจ้าพลาดมาใครก็ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้”


            เซย์รินเองก็สามารถสัมผัสได้ว่าร่างของอดีตผู้นำเทพสวรรค์นั้น ถึงแม้ชีวิตของมันจะดับสิ้นลงไปแต่ร่างกายของมันนั้นก็ยังคงอัดแน่นด้วยพลังอยู่มันไม่ได้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาการสำหรับมนุษย์แต่สำหรับพวกสัตว์อสูรที่มีสติปัญญาอาจจะมีกระบวนการบางอย่างที่สามารถช่วยส่งเสริมการพัฒนาได้


หลังจากที่กัสได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นนายจิตใจของมันนั้นเต็มเปรี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีนั่นเป็นเพราะเศษซากร่างของอดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์ นั้นมันอัดแน่นไปด้วยพลังงานเป็นจำนวนมหาศาลมันดีเยี่ยมเสียยิ่งกว่าวัตถุมีค่าใดๆทั้งสิ้น หากมันสามารถทำการดูดซับพลังงานขุมนี้ได้ละก็ความก้าวหน้าของมันนั้นอาจพัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดดดีไม่ดีความก้าวหน้าของมันอาจจะเหนือล้ำกว่าเซย์รินก็เป็นได้


พรึบ พรึบ ในยามนี้นั้นกัสเข้าไปกักตัวเองอยู่ภายในมิติโลกเสมือนเพื่อทำการดูดซับพลังมันอาจจะต้องใช้เวลานานนับเดือนจนกว่ามันจะทำการดูดซับจนหมดสิ้นเพราะร่างที่ตายซากของอดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์นั้นมีมากมายเป็นจำนวนมหาศาลจนเกินไป

ทางด้านเซย์รินเองตัวมันก็รีบเร่งเก็บกวาดทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดเข้ามาภายในแหวนมิติทันทีสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าของมันนี้คือความมั้งคั่งของอดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์ที่มันสะสมมาตลอดทั้งชีวิตของมันแต่ในยามนี้มันได้ตกมาอยู่ภายในมือของเด็กหนุ่มแล้วนั้นก็หมายความว่าเซย์รินในยามนี้นั้นมีความล่ำรวยที่สุดในโลกหรือไม่ความมั้งคั่งของมันในยามนี้คงจะเป็นรองเพียงแค่ไม่กี่คนบนโลกเท่านั้น


                   นอกจากทรัพย์สินเงินทองแล้วภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วแต่มีศาสตราวุธ มากมายหลากหลายของทุกชิ้นล้วนแล้วแต่มีคุณภาพระดับสูงด้วยกันทั้งสิ้นหรือแม้แต่ทักษะที่สุดแสนจะทรงพลังก็มีเขาได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของอดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์ แต่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กหนุ่มในยามนี้มากที่สุดนั้นก็คือวัตถุที่สามารถช่วยให้ยกระดับพลังของเซย์รินได้เพราะตัวมันในยามนี้นั้นไม่เข้าใจว่าผู้คนที่อยู่ภายในดินแดนมารนั้นจะมีตัวตนเช่นไรมีความแข็งแกร่งระดับใดจะเป็นการดีที่สุด ถ้ามันมีพลังความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นยิ่งมันมีความแข็งแกร่งมากเท่าใดความปลอดภัยในชีวิตของมันก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น


           ภาพที่อยู่ตรงหน้าของเด็กหนุ่มนั้นมีวัตถุที่แปลกประหลาดมากมายมันมีทั้งผลึกเวท ยายกระดับพลังขั้นสูงและสิ่งต่างๆมากมาย เด็กหนุ่มไม่ได้นำมันเข้าไปภายในแหวนมิติ แต่เขากับนำมันออกมาใช้โดยทันทีเมื่อเซย์รินมั่นใจว่าตัวเองมีความแข็งแกร่งที่เพียงพอแล้วตัวเขาจะข้ามผ่านไปสู่ดินแดนของพวกมารในทันที


วันเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว นี่ก็ผ่านไปกว่า1เดือนแล้วที่เด็กหนุ่มยังคงฝึกฝนเก็บตัวอยู่ที่นี่ตัวมันนั้นได้ใช้วัตถุดิบมีค่ามากมายราวกับของพวกนี้เป็นของที่หาได้ตามท้องตลอดทั่วไป ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วสมบัติแต่ระชิ้นอดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์กว่าจะได้มันมาเลือดตาแทบกระเด็นแต่เซย์รินกับใช้มันจนหมดสิ้นถ้าหากตัวมันยังคงมีชีวิตอยู่น้ำตาของมันคงจะหลั่งไหลเป็นสายเลือดเป็นแน่

ตู๊มมม ตู๊มมม

มวลมิติที่สุดแสนจะบิดเบี้ยวเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดแสนจะทรงพลังนี่คือสัญญาณบอกเหตุว่ามีคนผู้หนึ่งสามารถทะลวงผ่านข้ามระดับชั้นใหญ่ได้แล้วแต่มันยังไม่หยุดเพียงแค่นั้นระดับพลังของเซย์รินเพิ่มขึ้นไปอย่างต่อเนื่องราวกับสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง


ตู๊มมมมมมม

ระดับพลังเทวะ ชั้นฟ้า ขั้นที่ 7 ไม่น่าเชื่อว่าตัวมันนั้นจะสามารถเพิ่มระดับพลังได้ถึงขนาดนี้เพียงระยะเวลาสั้นๆบางคนถึงกับต้องใช้เวลาไปทั้งชีวิตถึงจะมาอยู่ระดับเดียวกันกับเซย์รินในยามนี้นั้นเด็กหนุ่มมีความรู้สึกราวกับว่าตนเองมีความแข็งแกร่งเพิ่มเป็น สิบเท่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อปรับสภาพจิตใจของตนเองได้แล้วเซย์รินจึงรีบเร่งเพื่อปลุกสายเลือดมารของตนขึ้นมาทันทีถ้าหากมันไปสภาพที่มีกลิ่นอายของมนุษย์ละก็มันคงจะไม่รอดไปจากการถูกตามล่าสังหาร