วันที่ 5 หลินตื่นมาแต่เช้า เมื่อคืนในขณะที่เขากำลังทำอาหารเขาได้ความคิดบางอย่างขึ้นมาและต้องการจะทดสอบดูว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้องหรือไม่ มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นแบบนั้น เพราะว่ารอบๆซากปรักหักพังไม่มีสิ่งนั้นอยู่เลย ในขณะที่ด้านในมีเต็มไปหมดจนไม่สามารถนับได้
แม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงสูง แต่ถ้ามันเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ ค่าตอบแทนที่เขาจะได้รับมันสูงและคุ้มค่าอย่างมาก แม้ว่าเขาจะต้องถูกส่งกลับไป เขาก็เตรียมใจมาก่อนแล้วในครั้งนี้ การที่ต้องถูกส่งออกไปโดยเตรียมใจมาก่อนแตกต่างกับการถูกส่งออกไปโดยไม่ทันตั้งตัวมากนัก อย่างน้อยเขาก็คิดแบบนั้น
หลินไม่ปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ เขากลับมาอีกครั้งด้วยทักษะความเร็วของอัจฉริยะ[2/1] วิ่งเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว บอสนั่งอยู่ที่เดิมเหมือนที่เขาเจอเมื่อวาน หลินไม่ปล่อยโอกาสให้มันตั้งตัว เขาต่อยมันทันที เหมือนดังเช่นเมื่อวานเขาได้ต่อยมันโดยที่มันไม่ตอบโต้ในช่วงแรก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ และวันนี้เองเขาก็ไม่ได้ตั้งใจมาจัดการมัน
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วด้วยทักษะความเร็วของทั้งคู่ เวลาผ่านไปไม่กี่นาที แต่จำนวนหมัดที่ต่อยใส่กันนั้นไม่ต่ำกว่า 100 หมัด หลินยังคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบและถอยหลังไปเรื่อยๆ แต่วันนี้เขามีเวลาเกินพอให้สังเกตการใช้หมัดของอีกฝ่าย เพื่อหาเหตุว่าทำไมบอสที่ใช้แขนเพียงข้างเดียวถึงสามารถกดดันให้เขาต้องถอยอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่มันก็ดูธรรมดา
เรื่องความเร็วสมควรเรียกได้ว่าพอๆกัน ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้นเขาสมควรที่จะได้เปรียบเรื่องความรุงแรงของหมัดก็เช่นเดียวกัน เพราะบอสจะใช้ทักษะเดียวที่เขาใช้ทุกอย่าง เขาได้ทดสอบแล้วให้แน่ชัดแล้ววันนี้ที่แตกต่างกันคงจะเป็นท่วงท่าในการออกหมัดรวมไปถึงจังหวะที่แตกต่างกัน
การออกหมัดแต่ละครั้งต้องมีจุดหมายที่ชัดเจน ไม่มีการหลอกล่อใดๆ ทุกหมัดเป็นการโจมตีเพื่อหวังผล เป็นการต่อยออกไปเพื่อที่จะสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายอย่างรุนแรงที่สุด โจมตีเพื่อหาจุดอ่อนที่สามารถทำให้อีกฝ่ายเสียหายหนักที่สุด นั้นคือการใช้หมัดจากประสบการณ์ของเขาเอง ในการต่อสู้กับบอส แน่นอนว่าการต่อสู้กับคนก็เป็นแบบนี้เช่นเดียวมีเพียงข้อแตกต่างเล็กน้อย
ห้าถึงหกหมัดของบอสจะโจมตีติดการป้องกันด้วยแขนของเขาแต่หมัดต่อมาสามารถโจมตีใส่ลำตัวของเขาได้ เขาพยายามป้องกันหมัดนี้เป็นอย่างมาก แต่เขาก็ไม่สามารถใช้แขนของเขารับหมัดนี้ได้ มันสามารถผ่านการป้องกันด้วยแขนของเขามาได้ตลอด เวลาผ่านไปมากกว่าหนึ่งชั่วโมงก็ยังคงเป็นเช่นนี้ แม้ว่ามันจะน่าหงุดหงิด แต่มันก็ทำให้เขาเข้าใจได้ในที่สุด ก่อนที่บอสจะโจมตีถึงหมัดที่ห้าแลกหก เขาจะเป็นฝ่ายได้โจมตีผ่านการป้องกันของบอสก่อนและการป้องกันของเขาจะตกลง
อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา เขาสามารถป้องกันหมัดของบอสได้มากขึ้น มันจำเป็นต้องต่อยติดการป้องกันของเขาถึง 8 หมัดก่อนจะผ่านเข้ามาได้หนึ่งหมัด เป็นความก้าวหน้าเล็กๆในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่ง
ห้าชั่วโมงผ่านไป หลินสามารถต่อสู้กับบอสได้อย่างสูสีมากขึ้น ในชั่วโมงที่แล้วเขาถอยไปด้านหลังเพียงสิบห้าก้าว สามารถทำให้บอสติดการป้องกันได้ถึง 10 หมัด เขาเองยังสามารถโจมตีผ่านการป้องกันของบอสได้มากขึ้นอีกด้วย
สิบชั่วโมงผ่านไป เขายังคงป้องกันได้แค่ 10 หมัด การต่อสู้ยาวนานเกินไป ทำให้จิตใจเขาเริ่มเหนื่อยล้าถึงเวลาที่เขาจะต้องพักก่อน พอคิดแบบนั้นแล้วเขาก็หิวขึ้นมา ความต้องการเรียนรู้ของเขาได้ทำให้เขาลืมไปเลยว่าเขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ตื่นมา
เพียงไม่กี่สิบก้าวตัวเขาก็จะอยู่นอกซากปรักหักพัง มันเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เขาต้องการทดลองดูว่าความคิดของเขาจะถูกต้องไหม ก่อนที่จะหยุดมือ หลินค่อยๆแลกหมัดและถอยไปทีละก้าว
พอก้าวสุดท้ายของเขาอยู่นอกเขตของซากปรักหักพัง บอสไม่ได้ทำการโจมตีต่อและยืนมองเขา ก่อนที่จะหันหลังและเดินกลับไปในที่ของตนเอง
หลินพยักหน้าให้กับตัวเองหลังจากเห็นว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นเป็นจริง เขาเดินห่างออกจากซากปรักหักพังไม่กี่เมตรก่อนจะตั้งเต็นท์ ตั้งใจจะกินและพักเล็กน้อยก่อนจะไปสู้อีกครั้ง การใช้หมัดของเขาแทบจะเรียกได้ว่าพึ่งพาทักษะเพียงอย่างเดียว การที่เขาได้ฝึกการใช้หมัดกับคู่ต่อสู้ที่เก่งแบบนี้ นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง เขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
วันที่ 5 ผ่านไปเข้าสู่วันที่ 6 การต่อสู้ของหนึ่งคนหนึ่งครึ่งอสูรยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง หลินใช้เวลามากกว่า 16 ชั่วโมงในการต่อสู้กับในวันนี้ เวลาที่เหลือจะตกไปกับการนอนและการทำอาหาร ความก้าวหน้าของวันนี้ยังไม่ได้แตกต่างจากเมื่อวานมากนัก
วันที่ 6 เขาสามารถยืนหยัดอยู่ในขอบเขตกำแพงอันเป็นที่พักของบอสได้ แต่เขายังป้องกันได้เพียง 10 หมัดอยู่เช่นเคย ในวันนี้ความก้าวหน้าของเขาคือการลดแรงกดดันจากบอสได้อย่างมาก
วันที่ 7 ในที่สุดเขาก็สามารถเพิ่มจำนวนหมัดที่เขาป้องกันได้ไปถึง 12 หมัด แถมยังโจมตีใส่บอสได้เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย