
21:30 น. | บ้านทาวน์โฮมชานเมือง (บ้านของแพร)
เสียงน้ำไหลจากก๊อกกระทบจานกระเบื้องดังซู่ซ่า แพรวพรรณยืนล้างจานกองโตอยู่ที่ซิงค์ มือของเธอเปื่อยลอกจากการััน้ำยาล้างจานและสารเคมีทำความสะอาดมาทั้งวัน แม้จะทาครีมบำรุงเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มเหมือนเดิม
"แม่จ๋า... หนูหานิทานเื่เ้าหญิงเงือกไม่เจอ" เสียงเจื้อยแจ้วของ 'น้องน้ำ' ลูกสาววัยหกขวบะโมาจากห้องนั่งเล่น "อยู่ในตะกร้าใต้ทีวีลูก... ลองหาดูดีๆ สิคะ" แพระโตอบ พยายามคุมเสียงไม่ให้ดูหงุดหงิด ความเหนื่อยล้าสะสมเกาะกินแผ่นหลังเหมือนมีหินถ่วงไว้ตลอดเวลา เธอตื่นั้แ่ตีห้าเพื่อเตรียมอาหารเช้า ส่งลูก กลับมาทำงานบ้าน ซักผ้า รีดผ้า วนเวียนอยู่แบบนี้ไม่มีวันหยุดพัก
"กฤต... ช่วยดูลูกหน่อยได้ไหม แพรล้างจานอยู่" เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากสามี กฤษฎานั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งถือรีโมตทีวี อีกข้างไถหน้าจอโทรศัพท์ "แป๊บนึงน่า... ผมกำลังคุยงานกับผู้รับเหมาอยู่ เครียดจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย" เขาตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ น้ำเสียงห้วนสั้นเหมือนรำคาญ
แพรถอนหายใจยาว หันกลับมามองฟองน้ำยาล้างจานในมือ งานของเธอไม่มีความหมายหรือไง? ความเหนื่อยของเธอไม่มีค่าเท่าความเครียดของเขาเหรอ? คำถามเดิมๆ วนเวียนในหัว แต่เธอเลือกที่จะเงียบ เพราะเถียงไปก็จบลงที่การทะเลาะกัน และคนที่ต้องง้อก็คือเธออยู่ดี
22:45 น. | ห้องนอน
น้องน้ำหลับไปแล้วหลังจากแพรอ่านนิทานให้ฟังจบไปสองเื่ กฤตเองก็หลับไปแล้วเช่นกัน เสียงกรนเบาๆ ของเขาดังเป็จังหวะที่น่าหงุดหงิด แพรนั่งพิงหัวเตียงในความมืด แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอาง เธอหยิบกระจกพกพาขึ้นมาส่อง... ริ้วรอยเล็กๆ ที่หางตา รอยกระที่โหนกแก้ม และความหมองคล้ำใต้ตา... นี่คือหน้าของผู้หญิงวัยสามสิบสี่ หรือสี่สิบสามกันแน่? เธอจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่
เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็คน "สวย" คือเมื่อไหร่
แพรวางกระจกลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา—หน้าต่างบานเดียวที่เชื่อมเธอเข้ากับโลกภายนอก เธอไถฟีด Facebook ดูชีวิตเพื่อนสมัยเรียน คนนั้นไปเที่ยวญี่ปุ่น... คนนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง... คนนั้นยังโสดและปาร์ตี้ทุกคืน ความอิจฉาลึกๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่รักลูก แต่บางครั้ง... แค่บางครั้ง เธอก็อยาก "ลาออก" จากการเป็แม่สักวัน
ติ๊ง! แจ้งเตือนเด้งขึ้นมาในแถบ Notification Thawin T. shared a link to your timeline.
แพรขมวดคิ้ว "ธาวิน?" ชื่อนี้คุ้นหูมาก... พี่วิน? ลูกเพื่อนพ่อ? พี่ชายใจดีที่เคยเรียนมหาลัยเดียวกัน? เธอจำเขาได้ลางๆ ภาพของรุ่นพี่หนุ่มคณะวิทย์คอมฯ ที่ดูเงียบๆ และมีแฟนสวยๆ ระดับดาวภาควิชา เขาหายไปไหนมาเป็สิบปี? ทำไมจู่ๆ ถึงแชร์อะไรมาให้เธอ?
ด้วยความสงสัย เธอแตะเข้าไปดูโพสต์นั้น ไม่มีข้อความทักทาย มีแต่ลิงก์ Youtube เพลง สมัยยุคปี 2000 แพรกดเล่นเพลง เสียงกีตาร์โปร่งอินโทรขึ้นมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบของห้องนอน
"...หากเคียงชิดใกล้ แต่เธอต้องทิ้งทุกอย่าง..." "...แบ่งที่ว่างตรงกลางไว้คอย..."
น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนหน้าจอโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว เนื้อเพลงท่อนนั้นกระแทกใจเธออย่างจัง พื้นที่ว่าง... สิ่งที่เธอโหยหาที่สุดในตอนนี้ เธอไม่ได้้าความรักแบบชู้สาว เธอไม่ได้้าผู้ชายคนใหม่ เธอแค่้า "พื้นที่" ที่เธอจะได้เป็ตัวของตัวเอง ไม่ใช่เมียของกฤต ไม่ใช่แม่ของน้ำ แต่เป็ "แพรวพรรณ" คนเดิม
เพลงยังคงเล่นวนไป ความทรงจำสมัยมหาวิทยาลัยเริ่มไหลย้อนกลับมา ภาพตึกคณะพยาบาล ลมเย็นๆ ใต้ตึก สนามหญ้าสีเขียว และ... รถฮอนด้าซีวิคคันเก่าๆ ที่เคยมีใครบางคนขับมารับเธอไปกินน้ำแข็งไส เอ๊ะ? ใครนะ? ความทรงจำส่วนนี้เบลอๆ มันคือเื่ที่เคยเกิดขึ้นจริงหรือความฝันกันแน่ พี่วินเหรอ? เขาเคยขับรถมารับเธอด้วยเหรอ? หรือเธอจำสลับกับคนอื่น? แต่ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่แล่นวาบเข้ามาในอกเมื่อนึกถึงรถคันนั้นมันชัดเจนมาก
แพรปิดหน้าจอโทรศัพท์ วางไว้ข้างหมอน เธอหลับตาลง ทั้งที่ยังมีคราบน้ำตาเปื้อนแก้ม ปล่อยให้เสียงเพลงที่ยังก้องอยู่ในหัวกล่อมเกลาจิตใจที่บอบช้ำ อยากกลับไปจัง... อยากกลับไปตอนที่ยังไม่ต้องรับผิดชอบเื่อะไรทั้งนั้น มันช่างอิสระเหลือเกิน...
กลิ่น... กลิ่นแรกที่แพรรู้สึกไม่ใช่กลิ่นน้ำยาล้างจาน หรือกลิ่นตัวสามี แต่เป็กลิ่น 'แดด' แดดแรงๆ ยามบ่ายที่เผาไหม้ยางมะตอย กลิ่นไอความร้อนที่คุ้นเคยของเมืองไทย
แพรลืมตาขึ้น เธอไม่ได้อยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ ในห้องแอร์ แต่กำลังยืนอยู่บนทางเท้าอิฐตัวหนอนที่ปูไม่เรียบ เสียงรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างและเสียงรถรางภายในมหาวิทยาลัยดังแว่วมา แพรก้มลงมองตัวเอง เสื้อยืดสีขาวพอดีตัว... กางเกงยีนส์ขายาว... และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่งที่เธอเคยใส่จนพื้นสึก ไม่มีแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้าย ไม่มีรอยแผลเป็ผ่าคลอดที่หน้าท้อง ตัวของเธอเบาหวิว... เบาเหมือนขนนก
"นี่ฉัน... ฝันเหรอ?" แพรพึมพำ เธอยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง ผิวตึงเปรี๊ยะ ไม่มีรอยเหี่ยวย่น ผมของเธอยาวสลวยและหนานุ่ม ไม่แห้งเสียเหมือนปัจจุบัน รอยยิ้มกว้างค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เธอไม่สนใจว่านี่คือความจริงหรือความฝัน เธอรู้แค่ว่าเธอ "รู้สึกอิสระ" จริงๆ
แพรก้าวเดินไปข้างหน้า ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังงาน เธอเดินผ่านโรงอาหารกลาง กลิ่นข้าวมันไก่เ้าประจำลอยมาแตะจมูก เธอเดินผ่านซุ้มถ่ายเอกสาร ที่มีเสียงเครื่องถ่ายทำงาน แอ๊ด... แอ๊ด... เธอเดินสวนกับกลุ่มนักศึกษาที่คุยกันเสียงดังเื่สอบมิดเทอม ทุกอย่างดูสดใส มีชีวิตชีวา สีสันฉูดฉาดกว่าโลกความจริงที่เป็สีเทาหม่น
เธอเดินมาหยุดอยู่ที่ 'สระน้ำหน้าคณะ' ลมพัดเอื่อยๆ ทำให้ผิวน้ำกระเพื่อมไหว แพรนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ความกังวลเื่ค่าเทอมลูก เื่หนี้บ้าน เื่อารมณ์ของสามี... หายไปหมดเกลี้ยง เหลือเพียงความรู้สึกสงบสุขที่เธอไม่ได้ััมานานนับสิบปี
แต่ในขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับความเงียบสงบอยู่นั้น เสียงเพลงเพลงหนึ่งก็ลอยมาตามลม... ดังมาจากลำโพงเสียงตามสายของมหาวิทยาลัย หรืออาจจะดังมาจากในหัวของเธอเอง เพลงนั้น?
แพรชะงัก หันไปมองรอบๆ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย แสงแดดดูนวลตาขึ้น เหมือนมีการใส่ฟิลเตอร์สีอบอุ่น และที่ถนนฝั่งตรงข้ามสระน้ำ เธอเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่... ฮอนด้าซีวิค 3 ประตูสีเทาดำ รถคันนั้นดูโดดเด่นออกมาจากฉากหลัง กระจกฝั่งคนขับลดลงครึ่งหนึ่ง แต่ระยะทางไกลเกินกว่าจะเห็นหน้าคนขับชัดเจน เธอเห็นเพียงเงาของชายหนุ่ม... และแสงสะท้อนจากกระจกรถคันนั้น
หัวใจของแพรเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกโหยหาบางอย่างตีตื้นขึ้นมา ไม่ใช่ความโหยหาอิสรภาพแบบเมื่อครู่ แต่เป็ความโหยหา "ความรัก" พี่วิน? ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นที่ปลายนิ้วก้อย... เหมือนเคยมีใครมาเกี่ยวเอาไว้
เธอลังเลที่จะลุกเดินเข้าไปหา ในความฝันนี้ เธอมีอิสระที่จะไปไหนก็ได้... แต่ทำไมขาของเธอถึงอยากจะเดินไปที่รถคันนั้นเหลือเกิน? แพรลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว แต่ก่อนที่เธอจะข้ามถนน เสียงนาฬิกาปลุกก็ดังแทรกเข้ามา
05:30 น. | โลกความจริง
กริ๊งงงงง! แพรสะดุ้งตื่น ร่างกายกระตุกเฮือกเหมือนคนตกเหว ความรู้สึกเบาสบายเมื่อครู่หายวูบไปทันที ถูกแทนที่ด้วยความหนักอึ้งของร่างกายวัยใกล้กลางคนและความปวดเมื่อยตามข้อ เธอลืมตาขึ้นมองเพดานห้องนอนสีขาวโพลนในความมืด ข้างกาย กฤษฎายังคงนอนกรนเสียงดัง น้องน้ำนอนดิ้นเอาขามาพาดทับพุงเธอ
น้ำตาไหลพรากออกมาจากหางตาโดยที่เธอห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะ "เสียดาย" เธอไม่อยากตื่น... เธออยากเดินข้ามถนนไปดูรถคันนั้น เธออยากรู้ว่าใครนั่งอยู่ข้างใน เธออยากรู้ว่า ความอบอุ่นที่ปลายนิ้วก้อยนั้น... ััมันเป็ยังไง
แพรนอนร้องไห้เงียบๆ อยู่สักพัก ก่อนจะสูดหายใจลึก ปาดน้ำตา แล้วลุกขึ้นจากเตียง "ต้องไปหุงข้าว..." เธอพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่แหบพร่า ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป หน้าที่ยังคงรออยู่ แต่ในใจลึกๆ ของแพรพรรณ... ประตูสู่ "กับดัก" ได้ถูกแง้มเปิดออกแล้ว และคืนนี้... เธอสาบานกับตัวเองว่า เธอจะต้องกลับไปที่สระน้ำนั่นอีกให้ได้