ตอนที่ 151 กลับมาสุสานคนตายอีกครั้ง
ณ.สุสานคนตาย
ตอนนี้สุสานคนตาย ซึ่งเป็นสถานที่หวงห้ามของสำนักมังกรสุริยันเกิดการสั่นไหวขึ้นมา
ป้ายสุสานคนตายที่ปักลงพื้นดินเต็มทั่วพื้นที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นมาในตอนนี้
"เฮ้อ การต่อสู้ไม่จบไม่สิ้นเสียที"
ชายชราคนนึงที่จ้องมองไปยังสถานที่ตั้งอดีตสำนักอินทรีอยู่เนิ่นนาน จนถอนหายใจขึ้นมา
เมื่อสำนักนอกรีตได้เคลื่อนไหวทำการแก้แค้นจนเกิดการนองเลือดขึ้นทั่วสารทิศจากนั้นยังเข้าปะทะกับสำนักอินทรีจนถึงขั้นเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนสภาพอากาศให้เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติขึ้นมา
จนส่งผลกระทบกับสุสานคนตายด้วยเช่นกัน
หลุมฝังศพคนตายที่ถูกฝังเอาไว้เริ่มสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ 1 เดือนก่อนหน้านี้แล้ว
ชายชราคนนึงที่หันกลับมามองดูหลุมฝังศพแห่งนึงที่มีป้ายชื่อสลักเอาไว้นามว่า จิ้นที่บัดนี้ฝาโลงได้ถูกเปิดขึ้นมาแล้ว
"เจ้าแน่ใจแล้วนะ จิ้น"
ชายชราที่หันมามองศพด้านข้างตนเองซึ่งมีนามว่า จิ้น เช่นเดียวกัน เป็นชายคนเดียวที่เคยนอนอยู่ในหลุมฝังศพมาก่อน
ศพจิ้น ที่เหลือแต่โครงกระดูกเดินได้ไม่มีผิวหนังปกคลุมตัวเอง บ่งบอกได้เลยว่าตายมามากแล้ว
หากสังเกตุดีๆ ก็จะพบว่าเป็นศพเดียวกับที่หยางหลงเคยหลงเข้ามาในสุสานคนตายซึ่งตอนนั้นหยางหลงได้รับทักษะ วิชาจากสุสานคนตายมามากมายในครั้งนั้นด้วย
"ได้เวลาแล้วละ"
ศพที่ตอนนี้พูดออกมาตอบโต้ได้เองราวกับกำลังฝันไปยังไงยังงั้น
"นั่นสินะ ไม่งั้นสหายของเราคงไม่สามารถนอนตายตาหลับได้"
"แล้วข้าคงไม่สามารถตายตาหลับด้วยเช่นกัน"
ชายชรา ที่คิดถึงเรื่องบางอย่างในอดีตเมื่อนานมาแล้วจนกลับมาคิดถึงเรื่องราวต่างๆ เหตุการณ์ปัจจุบันในตอนนี้จึงทำให้ต้องตัดสินใจกระทำบางอย่างขึ้นมา
ชายชราคนนี้ คือใครหลายคนในสำนักมังกรสุริยันกำลังตามหาตลอดระยะเวลาเดือนหนึ่ง นามว่าอาวุโสจิ้น (เจ้าสำนักสุริยัน)
จากนั้นอาวุโสจิ้นกับศพจิ้นเริ่มยื่นมือแตะเข้าหากันในทันที
ร่างของศพกับอาวุโสจิ้นต่างมีแรงดึงดูดเข้าหากันด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นจนหลอมรวมกลายเป็นคนๆเดียวกันขึ้นมาเรียบร้อย
อาวุโสจิ้น ที่ทำการรวมกายเนื้อกายหยาบ แล้วจิตวิญญาณที่สร้างจากปราณเข้าด้วยกันจนกลายเป็นคนๆเดียวอีกครั้ง
ซึ่งจิตวิญญาณที่เกิดจากปราณจิตได้ถูกแยกออกจากร่างกายเอาไว้เป็นเวลานานได้ถูกนำมาใส่เอาไว้ในโครงกระดูกที่สร้างจากปราณจิตศาสตราวุธตัวเองหรือจะกล่าวได้ว่า โครงกระดูก เป็นศาสตราวุธอีกอย่างของอาวุโสจิ้น
...
"อาวุโสจิ้น ทำไมท่านมาอยู่ที่นี้กัน"
"ท่านหายไปไหนมาหลายวัน"
"แล้วเมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่"
จู่ๆหยางหลงที่ไม่เคยเหยียบย้ำเข้ามาที่นี้อีกเลยหลังจากที่เคยหลงเข้ามาครั้งนึงกับน้องสาวในตอนนั้นก็ไม่กล้าเข้าใกล้อีกต่อไป
แต่หยางหลงที่รู้สึกปวดหัวจากภาพเหตุการณ์ที่ได้รับจากที่นี้ขึ้นมาอีกครั้งหลังจากอาการนี้หายไปเนิ่นนานมากแล้ว แต่จู่ๆก็กลับมากำเริบโดยไม่มีสาเหตุจนตัดสินใจเข้ามาสำรวจที่นี้ดู
ตอนนี้หยางหลงมีหลายคำถามผุดขึ้นมาในหัวมากมายที่อยากจะถามอาวุโสจิ้นตรงหน้าโดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่โครงกระดูกกับอาวุโสจิ้นรวมร่างกันอีกด้วย
"สงสัย เพราะข้าทำการหลอมรวมเลยไปกระทบกับข้อมูลที่ข้าเคยใส่เอาไว้ในหัวเจ้าด้วย"
จิ้น ที่รู้ถึงสาเหตุของหยางหลงที่จู่ๆมาปรากฏสุสานคนตายอีกครั้งแบบนี้ดี
"เอ๊ะ อาวุโสจิ้น ท่านรู้เรื่องนี้ด้วยรึ"
หยางหลง ตกใจขึ้นมาเมื่อตนเองยังไม่ทันบอกอะไรแก่อาการปวดหัวตนเองให้กับอาวุโสจิ้นกับสามารถเดาออกได้อย่างถูกต้อง
"ข้อมูลที่อยู่ในหัวเจ้า ก็คือข้าคนนี้มอบให้เจ้านี้ละ"
จิ้น เผยเรื่องน่าเหลือเชื่อออกมาอีกครั้ง
จากนั้นก็เริ่มอธิบายเหตุการณ์เมื่อครู่ให้หยางหลงรับฟังทันที
หยางหลง ที่ยังคงตกใจต่อเนื่องเมื่ออาวุโสจิ้น บุคคลลึกลับของสำนักที่อยู่มานานแล้วเป็นคนเก่าแก่สุดของสำนักมังกรสุริยันพูดเรื่องที่ทำให้ตกตะลึงติดต่อกันจนสมองเริ่มจะประมวลผลไม่ทันแล้ว
"เจ้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้แล้วสินะ"
อาวุโสจิ้น ที่เปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อเห็นว่าหยางหลงได้รับข้อมูลใหม่มากเกินไปหน่อยตอนนี้
"หมายถึง สำนักนอกรีต ที่ทำการถล่มพรรคสำนักจนล่มสลายไปรึ" หยางหลง ตอบกลับ
"ใช่ แล้วเจ้ารู้ไหมว่าทำไม สำนักมังกรสุริยันไม่โดนเล่นงานไปด้วย"
อาวุโสจิ้น ยังคงถามต่อเนื่องออกมา
"ไม่รู้สิ"
"ไม่ใช่เพราะฝีมือท่านจัดการไล่ตะเพิดพวกนั้นไปหรอกรึ"
หยางหลง ที่คิดว่าเป็นฝีมืออาวุโสจิ้นคอยปกป้องสำนักอยู่จึงยังคงเป็นสำนักเดียวที่อยู่รอดปลอดภัยมาได้ถึงตอนนี้
ซึ่งหยางหลง คิดว่าอาวุโสจิ้นที่สามารถขับไล่จัดการสำนักนอกรีตพวกนั้นได้ อาจได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยเช่นกันจึงต้องการหาที่สงบพักฟื้นร่างกายเสียอีก
"เกือบถูก"
"ข้าไม่ได้ไล่ตะเพิดพวกนั้น แต่พวกนั้นต้องการพลังข้าตะหาก"
"พวกนั้นเลยตัดสินใจละเว้นสำนักมังกรสุริยันเอาไว้ก่อน"
อาวุโสจิ้นที่ทำให้หยางหลงเริ่มปวดหัวอีกครั้ง เมื่อมีแต่เรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อนจากการพูดคุยกับอาวุโสจิ้น
"นอกจากพรรค หรือสำนัก ยังมีกลุ่มคนรวมตัวกันด้วยความคิดอุดมการณ์เดียวกันด้วย"
ซึ่งพรรค สำนักที่ก่อตั้งขึ้นมามากมายหลายแห่งเพราะอยากให้ทุกคนเป็นที่รู้จักกัน เพื่อจะได้แผ่ขยายอำนาจสร้างชื่อเสียงให้ง่ายดายยิ่งขึ้นนั่นเอง
แต่กับกลุ่มคนบางคนที่ไม่ต้องการเรื่องพวกนั้นจึงไม่คิดจะก่อตั้งพรรค สำนักให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักหรือโด่งดังแต่อย่างใด
เป็นเพียงแค่การรวมกลุ่มกันด้วยอุดมการณ์ที่คล้ายๆกันเท่านั้นที่ไม่ใช่เรื่องชื่อเสียง อำนาจ เงินทอง สมาชิกในพรรค, สำนัก และการขยายอิทธิพลเลยสักนิด
"มันคืออะไรกัน"
หยางหลง ที่อยากรู้มากขึ้นเมื่ออาวุโสจิ้นอธิบายออกมาถึงขนาดนี้ และยังอยากรู้ตัวตนของอาวุโสจิ้นที่มีชีวิตยืนยาวมาถึงป่านนี้ได้ไงกัน
ตอนแรกหยางหลงเดาว่าอาวุโสจิ้นคงมีลมปราณสูงสุดมากยิ่งกว่าบิดาตัวเองเลยทำให้เพิ่มอายุขึ้นมาด้วย แต่พอได้ยินเรื่องพวกนี้เริ่มคิดว่าไม่ใช่เพราะลมปราณสูงสุดแค่อย่างเดียวแล้ว