ตอนที่ 49 ทุกคนย่อมมีขีดจำกัด
เนื่องจากถูกหญิงชาเขียวขวางทาง หลินจิ่วเหนียงจึงกลับมาถึงทางเข้าหมู่บ้านอันเล่อดึกมาก
ระหว่างทางก็มืดมิดไปทุกหนทุกแห่ง ดูน่ากลัวยิ่ง หากไม่ใช่เพราะมีเสียงสุนัขเห่าเป็นครั้งคราว คงทำให้คิดว่าไม่มีใครอาศัยอยู่แถวนี้เป็นแน่ เพราะไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเสียงของมนุษย์เลย
หลินจิ่วเหนียงที่กำลังรีบกลับมาท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืนรีบเดินไวมากในตอนกลางคืน รู้สึกตื่นตระหนกอยู่ในใจ
ทั้งยังแอบอารมณ์เสียเล็กน้อย เหตุใดตอนที่ออกมาถึงไม่ยืมตะเกียงจากเถ้าแก่จ้าว?
เมื่อมองไปยังหมู่บ้านอันเงียบสงัดตรงหน้า หลินจิ่วเหนียงก็อดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้า
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งพุ่งตรงมาหานางจากด้านข้าง หลินจิ่วเหนียงสะดุ้ง แล้วต่อยเงาดำที่เข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว!
“ท่านแม่!”
“โอ๊ย!”
เสียงที่คุ้นเคยทำให้หลินจิ่วเหนียงตกใจจนไม่อาจยั้งมือไว้ได้ มือของนางจึงชกเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มเปา
หลินจิ่วเหนียงรีบดึงมือกลับ หลังจากอาศัยแสงจันทร์สลัวเพื่อดูว่าใครกำลังยืนปิดหน้าอยู่ตรงหน้านาง หลินจิ่วเหนียงก็จ้องมองเขาด้วยความโกรธ “หลิวซื่อหลาง สมองเจ้ามีปัญหาหรืออย่างไร?”
“ค่ำมืดดึกดื่นยังไม่นอนอยู่ที่บ้าน เจ้าออกมาที่นี่เพื่อหลอกข้าให้หัวใจวายตาย เพื่อที่เจ้าจะได้ฮุบมรดกของข้าหรือ ข้าบอกเลยว่าไม่มีทาง อย่าแม้แต่จะคิด”
หลิวซื่อหลางกุมหน้าที่บาดเจ็บด้วยสีหน้าเศร้าโศก “ท่านแม่ ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นขอรับ”
“ข้า ข้ารอท่านอยู่ตรงนี้ อยากจะไปรับท่าน ข้าเกรงว่าท่านจะกลัว”
เขาจะรู้ได้อย่างไร ว่าเมื่อได้ยินเสียงดังและรีบวิ่งออกไป แล้วแม่จะต่อยเขา?
“ท่านแม่ เจ็บมากเลยขอรับ!”
หลิวซื่อหลางออดอ้อน
ตอนแรกหลินจิ่วเหนียงยังรู้สึกประทับใจอยู่บ้าง แต่เมื่อนางได้ยินประโยคสุดท้ายของเขา นางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
อายุเท่าใดแล้ว ทั้งยังเป็นบุรุษด้วย เหตุใดถึงทำตัวออดอ้อน?
สมควรโดนต่อยแล้ว!
มือใหญ่เขกลงบนหัวเขาโดยไม่ลังเล แล้วพูดว่า “เจ้านี่อวดรู้เสียจริง กลับบ้าน”
หลังจากตะโกนเสร็จ นางก็หันหลังเดินกลับบ้าน นางหมดแรงแล้ว ไม่มีอารมณ์จะล้อเล่นกับเขา เขาเป็นหมาป่าตาขาวที่สร้างปัญหาให้นางทุกวัน นางไม่อยากสนใจพวกเขาเลย
เมื่อเห็นท่าทางดุร้ายของแม่ หลิวซื่อหลางกลับรู้สึกใจชื้นขึ้นแทน เขากุมหัวที่ถูกเขก แล้ววิ่งไล่ตามนางไป “ท่านแม่ ขอโทษนะขอรับ วันนี้ข้าเข้าใจท่านแม่ผิดไป เลยพูดจาไม่ดีกับท่านไปมากมาย ขอโทษนะขอรับ”
หลังจากขอโทษเสร็จ เขาก็เล่าเรื่องพี่ชายคนรองและเรื่องของครอบครัวหลิว ตามมาด้วยเรื่องของหลิวซานนีและหลิวอู่นี เล่าไปตลอดทาง
หลินจิ่วเหนียงปวดหัวเพราะเสียงของเขา เมื่อใกล้ถึงบ้าน ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหว แล้วเขกหัวหลิวซื่อหลางอีกครั้ง
“เจ้าเด็กบ้า พูดมากเหลือเกิน”
“เจ้ารู้จักสังเกตอารมณ์คนฟังก่อนจะพูดหรือไม่? ไม่เห็นสีหน้ารำคาญของข้าหรือ? แต่เจ้ายังคงพูดไม่หยุด เชื่อหรือไม่ว่าในคืนนี้ข้าทำให้เจ้าไม่อาจพูดอันใดสักคำได้? “
“ตั้งแต่นี้ไปจงหุบปากเสีย หากข้าได้ยินอีกคำเดียว ข้าจะเย็บปากเจ้า”
หลังจากพูดจบ นางก็เปิดประตูด้วยความโมโห แล้วเข้าไปข้างใน
เจ้าคนโง่หลิวซื่อหลางนี้ไม่เห็นหรือ ว่านางเหนื่อยเกินกว่าจะฟัง? ยังคงมาจู้จี้อยู่ตรงนี้ ใครจะทนได้บ้าง?
หลิวซื่อหลางตกใจกับอารมณ์ฉุนเฉียวของมารดา เอาล่ะ ดูเหมือนนางจะโกรธมาก ต้องไม่ไปยุ่งกับนางตอนนี้ และไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากการเดินเข้ากองไฟ รนหาที่ตายนั่นเอง
วินาทีต่อมา เขาก็คิดถึงพี่หญิงสามและคนอื่น ๆ ในบ้าน แม่กลับมาแล้ว จบแล้ว!
สีหน้าของหลิวซื่อหลางเปลี่ยนไปมาก เขารีบวิ่งเข้าไปในบ้านก่อนแม่ให้เร็วที่สุด
เมื่อเห็นพี่หญิงสามและอู่นีกำลังจะวิ่งไปหาแม่ด้วยสีหน้าตื่นเต้น หลิวซื่อหลางก็กระโจนเข้าไปปิดปากทั้งคู่โดยไม่ลังเลใจ แล้วส่ายหน้าส่งสัญญาณไม่ให้พวกนางพูด
หลิวซานนีกับน้องสาวสับสน และมองดูหลิวซื่อหลางด้วยสายตางุนงง สงสัยว่าเหตุใดเขาถึงไม่ยอมให้พวกนางพูด หลังจากที่แม่เข้ามาในบ้านและเปิดประตู เด็กสาวทั้งสองก็เข้าใจ และผละออกจากมือของหลิวซื่อหลาง
หลิวซื่อหลางไม่ให้โอกาสพวกนางพูด เขาพูดอย่างระมัดระวังว่า “พี่หญิงสาม อู่นี อย่าพูดเสียงดัง และอย่าไปอยู่ต่อหน้าท่านแม่ในตอนนี้”
“เหตุใด?” หลิวอู่นีงงงวย สายตาของนางเศร้าโศก “ข้า ข้ายังอยากคุยกับท่านแม่ อยาก...”
“อย่าเพิ่งอยากอันใดเลย” หลิวซื่อหลางส่ายหัวให้นาง แล้วถอนหายใจ “ท่านแม่ ข้าเดาว่านางคงเหนื่อยมาก นางหงุดหงิดมากและอารมณ์ไม่ดี”
“พี่หญิงสาม อู่นี ข้าจะบอกว่าหากท่านแม่กำลังเหนื่อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ พวกเจ้าต้องไม่ไปยุ่งกับนาง ต้องไม่อยู่ต่อหน้านาง และอย่าพูดอันใดอีก ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าอาจจะได้รับบาดเจ็บเมื่อใดก็ได้ หากไม่ถูกทุบตีก็อาจจะถูกฆ่าได้”
ตอนนี้หลิวซื่อหลางเข้าใจนิสัยของมารดาดีแล้ว ถ้าไม่อยากทำให้นางโกรธ ก็ต้องทำตามใจนาง ยิ่งกว่านั้นถ้านางอารมณ์ดี เขาก็จะได้ลิ้มรสอาหารแสนอร่อยอย่างอิ่มหมีพีมัน แต่หากอารมณ์ไม่ดี หายนะจะตามมา
หลิวอู่นีกลืนน้ำลายด้วยความหวั่นเกรง “พี่สี่ ท่านพูดเช่นนั้น ทำให้ข้ากลัวแล้ว”
หลิวซื่อหลางเห็นอกเห็นใจนาง และเอื้อมมือไปลูบหัวนาง “อู่นี ความจริงแล้วท่านแม่ไม่ได้แย่ถึงเพียงนั้น ถ้าไม่ไปเผชิญหน้าหรือทำให้นางโกรธ ท่านแม่ก็จะคุยด้วยง่าย เพียงแต่นางไม่ได้ใจดีพอที่จะพูดคุยด้วยได้เหมือนเมื่อก่อนเท่านั้น แล้วก็ให้ข้าทำงานต่าง ๆ ด้วย”
แต่เขาชอบท่านแม่คนปัจจุบันมากกว่า
หลิวซานนีเหลือบมองห้องท่านแม่ด้วยสีหน้าครุ่นคิด แต่ก็ไม่เห็นแสงสว่างเลย สงสัยแม่คงจะกลับห้อง แล้วผล็อยหลับไปเลยทันที
เหนื่อยมากไม่ใช่หรือ
นางสบตากับน้องชายและน้องสาวที่อยู่ข้าง ๆ แล้วบอกให้พวกเขาไปนอน พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน
ก่อนเข้านอน อู่นีถามนางว่าแม่เกลียดพวกนางหรือไม่ หลิวซานนีนอนคิดอยู่ทั้งคืน แต่นางก็ไม่ได้คำตอบ
นางคิดว่าน่าจะเกลียดเป็นแน่
เพราะสิ่งที่พวกเขาทำกับแม่เมื่อก่อนนั้น ไม่ว่าใครก็คงจะโกรธแค้น แม่เคยกล่าวไว้ว่า ไม่มีใครสามารถอดทนกับใครได้โดยไม่มีเงื่อนไข ทุกคนย่อมมีขีดจำกัด
และปมสำคัญที่สุดของแม่... คือการทอดทิ้ง ความเฉยเมยและการทอดทิ้งนาง ทำให้หัวใจนางด้านชา
วันต่อมา
“ว่าอย่างไรนะ?”
แม่เฒ่าหลิวผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความโกรธ สีหน้าโกรธจัด “เจ้าบอกว่านังหมาสองตัวนั้นกลับมาแล้วหรือ?”
ให้ตายเถอะ เพราะนังหมาสองตัวนั้น ครอบครัวหลิวจึงถูกคนทั้งหมู่บ้านประณาม หลานชายทั้งสองในโรงเรียนก็กลับมาบ่นเช่นกัน โดยบอกว่าที่โรงเรียน พวกเขาไม่สามารถเงยหน้ามองคนอื่นได้เลย
ตอนนี้พวกเขากลายเป็นหนูข้างถนนไปแล้ว แต่นังหมาสองตัวนั้นดันกลับมาได้อย่างปลอดภัย มันหมายความว่าอย่างไร?
“ใช่เจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วเจวียนก็โกรธจัดเช่นกัน “กลับมาเมื่อวานตอนเย็น เราไม่ได้ออกไปข้างนอกก็เลยไม่รู้”
“ข้าได้ยินมาว่าเป็นหลินจิ่วเหนียงที่ไปรับพวกนางกลับมา และเมื่อคืนนางก็กลับมาดึกมาก เมื่อนางกลับมา ก็ดูเหนื่อยมากจนแทบจะเดินไม่ไหว คนในหมู่บ้านบอกว่านางใช้เรือนร่างตัวเองเพื่อไถ่ตัวลูกสาวสองคนกลับมา”
ปัง!
แม่เฒ่าหลิวตบโต๊ะ “นังสารเลว นังโสเภณี กล้าดีอย่างไรมาทำลายจารีตสกุลหลิวของข้า ข้าไม่อาจปล่อยนางไว้ได้”
“ไป ไปคิดบัญชีนางกับข้า”
หลี่ซิ่วเจวียนก็ตบโต๊ะเดินตามแม่เฒ่าหลิวออกไปข้างนอกด้วยความโกรธ โดยไม่เอ่ยคำใดสักคำ ใจคิดแต่จะคิดบัญชีหลินจิ่วเหนียง
แต่ทันทีที่ออกไป หลิวชิงเหอก็มาขวางไว้ “ท่านแม่ พวกท่านจะไปรบกวนหลินจิ่วเหนียงอีกแล้วหรือ? ข้าขอร้องล่ะ ช่วยหยุดยุ่งกับนางได้หรือไม่? ยังถูกนางทุบตีไม่พออีกหรือ?”
“ท่านแม่ อย่าลืมว่าท่านหย่ากับนางแทนพี่ใหญ่ไปแล้ว นางไม่ใช่ภรรยาของตระกูลหลิวอีกต่อไป ตอนนี้ท่านมีสิทธิ์อันใดไปลงโทษนาง? ตัดขาดกันไปแล้ว ท่านคิดว่าหลินจิ่วเหนียงจะยืนสงบเสงี่ยมเชื่อฟังเหมือนเมื่อก่อนยามที่ท่านสั่งสอนนางหรือขอรับ?”
“ท่านแม่ อย่าได้คิดเช่นนั้น ตอนนี้หลินจิ่วเหนียงเป็นคนร้ายกาจ ท่านจะไปยุ่งกับนางไม่ได้ ถ้ายุ่งกับนาง นางจะทำร้ายท่านจนตาย! หยุดทุกอย่าง แล้วทำชีวิตของพวกเราให้ดีขึ้น ได้หรือไม่ขอรับ?”
...............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
หลิวชิงเหอนับว่ารู้ความ ขืนไปตอนนี้ก็ไปโดนจิ่วเหนียงซ้อมเละเป็นโจ๊กอะนังเฒ่า
ไหหม่า(海馬)