ชลทิศจ้องตาเขม็งนิ้วมือตวัดเลื่อนขึ้นลงไปบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ภาพและคลิปวีดิโอที่ปรากฏพร้อมแสงสว่างจ้าเป็นช่วงช่วงทำให้เขาหงุดหงิด
แค่อยากให้อาย อยากให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แต่นี่..
ชายหนุ่มกระแทกตัวพิงโซฟาโยนโทรศัพท์ไปบนเบาะข้างตัวขมวดคิ้วยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้างสองมือประสานกางข้อศอกวางบนตัก
ร่างกายหยุดนิ่งแต่สมองลื่นไหล คิดถึงคนที่วิ่งหนีไปแล้วหายไปทั้งคืนคนที่กลายเป็นข่าวดังของเช้าวันนี้ ข่าวที่ทำให้เขาพอใจ แต่เรื่องรบกวนจิตใจกลับเป็นมอเตอร์ไซด์คันที่เจ้าหล่อนซ้อนท้ายออกไปต่างหาก
เวลาผ่านไปพักใหญ่ แล้วหูบังเอิญได้ยินเสียงสนทนาที่ฉุดให้เขาสนใจ
เสียงป้าแววคุยกับใครบางคนตรงริมผนังห้องครัวใกล้บันไดสุ้มเสียงแผ่วเบาราวกระซิบฟังไม่ชัดเท่าไหร่ จึงไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ในความเงียบตรงโซฟาซึ่งห่างออกไปไม่มาก แต่พอจะจับใจความได้
ใบหน้าเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มร้าย มุมที่ไม่มีใครเห็นของชลทิศปรากฏ
ถนนหน้าโรงพยาบาล
ปิ่นกระหืดกระหอบหันซ้ายหันขวา แล้ววิ่งอย่างเร็วตรงมาที่รถมอเตอร์ไซด์ซึ่งจอดชิดกำแพงใต้ต้นไม้ใหญ่และหลอดไฟสีขาวผอมยาวบนเสาสูงเหนือหัวขึ้นไปที่เปิดให้ความสว่าง
“เฮ้อออ... รอนานมั๊ยพงศ์”
“ไม่หรอก แล้วคุณอาท่านเป็นยังไงบ้าง”
พงศกรถามอย่างห่วงใย
“ยังไม่พื้นเลย ปิ่นถามพยาบาล เขาว่าคุณแม่อาจจะช็อกเพราะสะเทือนใจ ให้รอไปสักระยะ ไม่นานคงดีขึ้น”
ปิ่นหน้าสลดเมื่อคิดถึงสภาพมารดาที่นอนหลับไร้สติตั้งแต่หล่อนวิ่งหนีออกไปจากงานแต่งงานแล้วแววตาหล่อนก็เปลี่ยนเป็นเจิดจ้า เพราะโกรธเกลียดคนที่ทำให้แม่หล่อนมีสภาพแบบนั้น
“แล้วปิ่นจะทำยังไงต่อไป จะกลับไปอยู่บ้านมั๊ย”
“ปิ่นยังไม่อยากกลับเลยพงศ์”
“ทำไม อายเหรอ”
อายในความหมายของพงศกร คือข่าวเธอวิ่งหนีออกไปจากงานแต่งและกลายเป็นผู้หญิงหลายใจ
“ไม่หรอก เรื่องนั้นไม่สะเทือนปิ่นเลยซักนิดเดียว”
ปิ่นเม้มปาก ยักไหล่ หล่อนพูดจริง ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องจริง หล่อนก็ไม่ควรใส่ใจใครอยากนินทาก็ช่าง
“ปิ่นห่วงคุณแม่ รอให้คุณแม่ฟื้นก่อน แล้วค่อยคิด ตอนนี้ปิ่นยังไม่อยากกลับ”
“ฮื่อออ...ไม่กลับก็ไม่กลับ แต่ปิ่นไม่ต้องกลัวนะ ปิ่นมีพงศ์อยู่ทั้งคน พงศ์จะอยู่เคียงข้างปิ่นตลอดไป”
“ขอบใจนะ”
หนุ่มสาวซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก สบตายิ้มให้กันปิ่นยอมให้พงศกรจับมือหล่อนอย่างเพื่อน แต่แล้วบางอย่างเกิดขึ้น โดยไม่คาดคิด !!
พงศกรได้ยินเสียงคุ้นหูตะโกนชื่อเขา
“ไอ้พงศ์”
จากนั้นรู้สึกถึงบางอย่างกระแทกโดนใบหน้าอย่างแรงจนหน้าหัน และเจ็บมากที่มุมปาก ตัวเขาเซออกไปนิดหน่อยเพราะไม่ทันตั้งตัวพร้อมกับได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างตกใจของปิ่นดัง
“ว๊ายพงศ์...”
และเห็นปิ่นใช้มือน้อยของเธอผลักอกอีกฝ่ายสุดแรงปากเธอร้องห้าม
“หยุดนะ ออกไป ไป๊”
พงศกรหันกลับมา กำมือหลวมหลวมปัดไปที่มุมปากเหลือบตามองรอยเลือดที่ติดนิ้วมา แล้วเงยหน้ามองอย่างเอาเรื่อง จ้องใบหน้าพี่ชายตัวเองที่บัดนี้ใบหน้าดำคล้ำตาเขียวปัดมองเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
และไม่รอช้าเขาปรี่เข้าชกกลับชลทิศสุดแรงจนอีกฝ่ายล้มลงไปนอนบนพื้นปากตวาด
“ไอ้ทิศ”
จิกเรียกหมดความเคารพ
ปิ่นตกตะลึงยกมือทาบอก ถอยหลังออกไปอย่างตื่นกลัว
ชลทิศกระเด้งตัวลุกขึ้นเหวี่ยงหมัดพุ่งเข้าใส่น้องชายอีกหน คราวนี้คนน้องรู้ทัน เอียงตัวหลบแล้วสวนกลับตุ้ยท้องอีกฝ่ายจนตัวงอซึ่งคนเป็นพี่ก็ไม่ยอมแพ้ ยกขาเตะไปโดนต้นขาใกล้สะโพกพงศกรอย่างจัง ต่างฝ่ายต่างถอยห่างออกมาเพราะเจ็บพอพอกัน
แล้วก็พุ่งเข้าหากันอีกจนลำตัวของคนทั้งคู่ประชิดกันต่างคนต่างชกไปที่ลำตัวของอีกคนพัลวัน โดยไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่มองด้วยความพิศวงและไม่มีใครกล้าห้ามเพราะกลัวโดนลูกหลง
ปิ่นใจเต้นรัว หายใจแรง มือสั่น ตามองไปที่สองหนุ่มอย่างหวาดวิตก แล้วหญิงสาวก็สูดหายใจเข้าลึกเรียกสติตัวเอง แผดเสียงดังลั่น
“หยุดนะ หยู๊ดดดดดด”
แล้วตัดสินใจหลับตาสองมือปิดหน้าวิ่งเข้าไปกลางวงต่อสู้ ทำให้สองหนุ่มชะงัก แต่มือของชลทิศพลาดไปชกโดนหัวไหล่ปิ่นอย่างแรงหญิงสาวเจ็บร้อง
“โอ้ยยยย”
ล้มลงไปนอนคลุกฝุ่นบนพื้นถนนหน้าตาบูดเบี้ยว
ชลทิศตกใจ ปากเรียกชื่อ
“ปิ่น”
แล้วรีบย่อตัวลงไปจะช่วย หากแต่พงศกรมองตาขวางผลักตัวเขาออกไปแล้วตัวเองก้มลงไปสอดมือเข้าไปตรงหัวไหล่หญิงสาวดึงขึ้นมาแทนร่างกายหญิงสาวจึงอยู่ในอ้อมกอดของพงศกร
ชลทิศกัดฟัน มองภาพนั้นอย่างหึงหวงเดินปรี่เข้าไปกระชากปิ่นออกจากวงแขนของพงศกร โดยไม่สนใจเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดของปิ่น
“ว๊ายยยย”
“ไอ้ทิศ มึง มันจะมากไปแล้วนะ”
“ไอ้พงศ์ มึงนั่นแหละมากเกินไป นี่มันเมียกู”
ประโยคที่ได้ยิน ทำให้ปิ่นซึ่งอยู่ใกล้ตัวชลทิศ สะบัดแขนตัวเองที่ถูกเขาจับอยู่จนหลุด หันหน้ามาแล้วยกฝ่ามือของหล่อนฟาดไปบนใบหน้าเขาสุดแรง ดัง
“เพลี๊ยะ”
ปากหล่อนโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด
“ปิ่นไม่ใช่เมียพี่ทิศ”
ชลทิศหน้าหันตามแรงตบ มือลูบแก้มที่มีรอยห้าแถวจางจาง หันกลับจิกสายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหญิงสาวที่เขาอยากทำร้ายเพื่อให้คนเป็นแม่สะเทือนใจ
แววตาทะนงไม่ยอมคนและดื้อดึง ทำให้เขายิ่งบันดาลโทสะ อยากเอาชนะหล่อนจึงกระชากตัวหญิงสาวเข้ามาชิดแล้วกอดไว้แน่นด้วยสองมือ
ปิ่นดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง ตะเบ็งเสียง แว๊ดใส่เขาเสียงแหลม
“ปล่อยน๊า...ปล่อย บอกให้ปล๊อยยยย ปล่อยเดี๋ยวนี้”
พงศกรเห็นดังนั้น เขาเดินรี่เข้ามาหวังดึงหญิงสาวกลับคืนหากแต่ชลทิศถลึงตาใส่ ปากคำราม
“ไอ้พงศ์ ถ้าไม่อยากมีเรื่อง อย่ายุ่ง”
พงศกรแค้นใจ เบิ่งตากัดฟันกำหมัด ตัวเขาสั่นอยากจะเข้าไปจัดการคนเป็นพี่ที่เขาเลิกเคารพรักให้สาสม แต่กลัวปิ่นจะโดนลูกหลง จึงทำได้แค่เพียงยืนนิ่งและพยายามข่มอารมณ์
ชลทิศหัวเราะเย้ยหยัน กระซิบข้างหูคนตัวเล็กที่ดิ้นอยู่ในอ้อมกอด
“ปิ่นไม่ห่วงแม่ปิ่นเหรอ พี่ว่าปิ่นไม่อยากรู้หรอก ว่าพี่ทำอะไรได้ได้บ้างถ้าหากปิ่นดื้อ แต่ถ้าปิ่นไม่เชื่อ จะลองดูก็ได้”
ปิ่นน้ำตาไหลพรากอย่างหมดอาย หันหน้ามาสบตาคนที่หล่อนรักอย่างผิดหวังเสียใจที่เขาเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้
ชลทิศเห็นประกายตัดพ้อในดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตานั้นแล้ว หัวใจเขากระตุก มันเจ็บแปลบขึ้นมาฉันพลัน
แล้วร่างเล็กซีดผอมของอีกคนเดินเข้ามา
ถุงของกินทั้งคาวหวานตกลงพื้นหกเรี่ยราด มันหลุดออกจากมือกิ๊กซึ่งเดินเข้ามาเห็นปิ่นอยู่ในอ้อมกอดชลทิศ โดยพงศกรยืนประจันหน้าท่าทางเหมือนมีเรื่อง และเนื้อตัวทั้งสามคนเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นดินและเศษหญ้าติดทั่วตัว
กิ๊กยืนมองเหตุการณ์อย่างตื่นตะลึงจนกระทั่งชลทิศดึงมือปิ่นบังคับให้ปิ่นเดินตาม แล้วพงศกรร้องเสียงหลงเมื่อคนที่เขารักกำลังจะถูกพรากไป
“ปิ่น อย่า...”
แต่ทว่าปิ่นกลับหันมาห้ามชายหนุ่มแสนดีของหล่อน พยายามปรับไม่ให้เสียงสั่นเครือ
“ไม่ต้องห่วงปิ่นนะพงศ์ ปิ่นสัญญาปิ่นจะดูแลตัวเอง”
“ปิ่น... ไม่... ปิ่น....อย่าไป...ปัดโธ่เว้ย”
พงศกรแค้นใจ เจ็บใจที่ปิ่นยอมไปกับชลทิศง่ายง่าย มองตามคนเป็นพี่ กึ่งจูงกึ่งลากผู้หญิงของเขาขึ้นรถซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล แล้วขับออกไปจากที่นั่นด้วยความเร็ว
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ขบกรามสุดกลั้น ระงับอารมณ์ที่มันคล้ายใกล้จะระเบิด จนทนไม่ไหว หันกลับไปกำหมัดชกไปตรงต้นไม้อย่างแรงติดติดกัน ระบายความเคียดแค้น
“ปึ๊ก ปึ๊ก ปึ๊กกก”
โกรธตัวเองที่ช่วยอะไรปิ่นไม่ได้
จนส่วนที่เป็นกระดูกตรงหลังมือเกิดแผลผิวหนังฉีกขาดเลือดสีแดงซึมออกเปรอะฉ่ำ
กิ๊กเห็นอากัปกิริยาที่พงศกรทำแล้วหญิงสาวตกใจ ร้องเตือนเขา
“คุณพงศ์ อย่าค่ะ อย่าค่ะ อย่า”
ด้วยความเป็นห่วง
รีบไปคว้ามือสองข้างของชายหนุ่มดึงออกมา กำข้อมือของเขาไว้แน่นก่อนจะใช้แรงทั้งหมดของหล่อน กอดเขาไว้
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥