เนื้อชิ้นใหญ่และขาวจั๊วะนำมาต้ม
ผักที่จำชื่อเรียกไม่ได้ถูกผสมรวมกันมาต้ม
ผักใบเขียวที่ไม่รู้ชื่อลอยพลิ้วอยู่ในถ้วยแกง และเป็ต้มซุป
อาหารทั้งโต๊ะตรงหน้าเป็ต้มทั้งหมดเลยเหรอเนี่ย อวี๋จิ่นลี่ที่กินอาหารรสเยี่ยมมาทั่วทั้งหวาซย่า[1]ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าโลกที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าหวาซย่านี้ ในด้านอาหารจะเหมือนคนยุคดึกดำบรรพ์เสียได้
นี่ จะให้เขายอมรับได้อย่างไร
“เสี่ยวลี่ หนูลองชิมเนื้อสันหลังัชิ้นนี้ดูสิ อุดมไปด้วยพลังงาน ดีต่อร่างกายเรามาก หนูผอมขนาดนี้ต้องกินเยอะๆ กินให้อ้วนหน่อยถึงจะดีนะ” เฉียวมู่หลานกล่าวด้วยความเอ็นดู จากนั้นจึงคีบเนื้อสันหลังัหนึ่งชิ้นใหญ่ลงในชามข้างหน้าอวี๋จิ่นลี่
เด็กหนุ่มมองเนื้อที่ต้มโดยใช้วิธีเก่าแก่ที่สุด ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะกระเดือกลงได้อย่างไร แต่พอเห็นสายตาคาดหวังคู่นั้นของเฉียวมู่หลาน เขาก็ทำใจให้คุณแม่ผิดหวังไม่ได้ เขาเลยทำได้เพียงภาวนาให้เชฟตระกูลเจียงฝีมือล้ำเลิศที่ต่อให้เป็เนื้อต้มก็สามารถทำให้อร่อยได้
แต่เห็นได้ชัดว่าอวี๋จิ่นลี่ก็ได้รู้ซึ้งถึงความเป็จริงโดยเร็ว เนื้อชิ้นนี้เป็การต้มจริงๆ มันคือการต้มน้ำเปล่า ไม่ใส่เครื่องปรุงแม้แต่นิดเดียวและเป็รสดั้งเดิมเป๊ะๆ
แต่ไม่อร่อยจริงๆ หรือไม่ นี่ทำให้อวี๋จิ่นลี่ที่เคยกินอาหารหวาซย่ารสเลิศที่ปรุงอย่างพิถีพิถันในตอนนี้รู้สึกเหมือนกินเทียนไข
ทว่าต่อให้จะจืดชืดเหมือนกินเทียนไข เขาก็ไม่ใจร้ายพอที่จะทำให้เฉียวมู่หลานเสียใจ เลยทำได้เพียงแข็งใจกลืนลงไป
โชคดีที่เนื้อสันหลังันุ่มละมุน เนื้อััก็ไม่เลว เพียงแต่ไม่มีรสชาติก็เท่านั้นเอง อวี๋จิ่นลี่แอบสะกดจิตตัวเองในใจไม่หยุดจากนั้นจึงกลืนเนื้อลงไป
ในตอนนี้เองอวี๋จิ่นลี่รู้สึกถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ที่คุ้นเคยหนึ่งกลุ่มวิ่งผ่านหลอดอาหารเข้าสู่เส้นลมปราณ มุ่งหน้าตามเส้นทางคงเดิมอย่างยากลำบาก
ทั่วทั้งร่างชะงักงัน
“เสี่ยวลี่เป็อะไรไป ไม่อร่อยเหรอจ๊ะ” เฉียวมู่หลานที่จับจ้องอวี๋จิ่นลี่มาตลอดเห็นเขานิ่งอึ้งจึงรีบเอ่ยถาม
“เปล่า เปล่าครับ อร่อยมากเลย” อวี๋จิ่นลี่ตอบอย่างเหม่อลอย
เขากัดเนื้อสันหลังัอีกหนึ่งคำกลืนลงไปอย่างมิอาจรีรอ พลังงานที่คุ้นเคยไหลเข้าเส้นลมปราณแล้วชโลมร่างกายอีกครั้งดังคาด ท้ายที่สุดก็รวมในเน่ยตานของตานเถียน[2]
อวี๋จิ่นลี่ดีใจกับการค้นพบนี้ราวกับเสียสติ เขามองเนื้อสันหลังัในมือประหนึ่งมองเห็นยาวิเศษก็ไม่ปาน
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าบนโลกใบนี้จะมีของวิเศษอยู่
ยามเขาได้ยินอาจารย์พูดถึงของวิเศษ ของวิเศษก็เป็สิ่งที่อยู่ในตำนานแล้ว
ตัวของวิเศษแฝงพลังิญญาเฉพาะเอาไว้ เมื่อผู้บำเพ็ญเพียรกินแล้ว ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายของพวกเขาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสามารถเสริมพลังิญญาได้
เพียงแต่ไอิญญาลดน้อยลงเรื่อยๆ ของวิเศษก็แทบจะสูญหายไปตามการพัฒนาของมนุษยชาติ หากพวกเขาอยากบำเพ็ญเพียร อยากรับพลังิญญา ก็มีทางเดียวคือการหลอมโดยดูดซับไอิญญา
ทว่าในโลกที่แทบจะไม่มีไอิญญานี้กลับมีของวิเศษอยู่อย่างน่าทึ่ง เขานี่โชคดีจริงๆ
แม้ว่าเนื้อต้มจะไม่มีรสชาติ แต่แค่มันเป็ของวิเศษ จุดนี้ก็สำคัญกว่าสิ่งใดทั้งปวงแล้ว
อวี๋จิ่นลี่ไหนเลยจะยังมีท่าทีรังเกียจเหมือนตอนแรก ยามนี้เขาอยากจะกินเนื้อสันหลังัทั้งหมดบนโต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าเขาเป็ปลาจิ๋นหลี่ที่รู้มารยาท เนื้อสันหลังัเป็ของทุกคน ต่อให้เขาชอบเขาก็ไม่อาจเพียงผู้เดียวได้ เพราะหากทำเช่นนั้นก็ไม่ใช่ปลาจิ๋นหลี่ที่ดีแล้ว
อวี๋จิ่นลี่กินเนื้อสันหลังัชิ้นนั้นของตนหมด ก็ไม่ได้แตะเนื้อที่เหลืออีก เพียงแต่ดวงตาคู่เล็กที่เหลือบมองออกไปบ่อยครั้งคู่นั้นน่ารักเสียจนทำใจละลายจริงๆ
“เสี่ยวลี่ชอบเนื้อสันหลังัเหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นหลังจากนี้จะให้ในครัวทำเยอะๆ เลย เนื้อสันหลังักินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย” เฉียวมู่หลานกล่าวด้วยความเอ็นดู
เชิงอรรถ
^ ประเทศจีนในยุคโบราณ^ จุดศูนย์กลางของพลังงานในร่างกาย