ดวงตาของจินเยว่เริ่มฝ้าฟาง ปากของนางซีดเผือด ลำคอแห้งผาก ลมหายใจบางเบา นางนอนซมมานานแรมเดือนแล้ว แต่กลับไร้เงาคนที่นางใฝ่หามาเยี่ยมเยียน นางไม่คิดว่าชีวิตของนางจะต้องตกต่ำถึงเพียงนี้ ไปที่ใดล้วนถูกผู้คนหัวเราะเยาะ ซุบซิบนินทาไม่เว้นแต่ละวัน นางพยายามฝืนข่มความเจ็บช้ำน้ำใจนี้มานานหลายปี แต่สุดท้ายแล้วจิตใจของนางมันไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ร่างกายนางจึงค่อยๆ ทรุดโทรมลงจนป่วยไข้รักษาไม่หายเช่นนี้
ค่ำคืนเดือนมืดที่นางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก มันทำให้นางรู้สึกเหมือนอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง จวนที่กว้างใหญ่แห่งนี้ช่างเงียบเหงานัก นางได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตนเอง มันทำให้นางห่อเหี่ยวใจไม่น้อย แม้นางจะอาศัยอยู่ที่นี่มานานหลายปี แต่การมาอยู่ที่นี่เป็เพราะเหตุจำเป็ นางไม่ได้เต็มใจแม้สักน้อย คนในจวนนี้ทำให้นางอึดอัด ทั้งยังระมัดระวังตัวกับนางจนเกินเหตุ ตัวเขาที่เป็เ้าของจวนก็คงคิดไม่ต่างกันกับนางจึงเก็บตัวเงียบมาตลอด
นางได้แต่คิดถึงวันเก่าๆ กับอดีตคู่หมั้นของนาง นางเคยคิดว่าเขารักนาง แต่ในคืนงานเลี้ยงจวนตระกูลจินวันนั้น นางกลับไม่เห็นความเห็นใจจากเขาเลย มีแต่สายตาตำหนิและดูถูกจากเขา นางถูกใส่ร้าย แต่เขาไม่คิดสืบสาวราวเื่กลับผลักไสนาง แม้นางจะมีมลทินทั้งที่อยู่ในฐานะคู่หมั้นของเขา แต่ความรักที่เขามีต่อนาง ไม่พอที่จะทำให้เขาคิดช่วยปกป้องนางแม้สักนิดเลยหรือ!?
ผ่านมาหลายปีแล้ว นางไม่เคยเห็นเยื่อใยใดๆ จากเขาเลย ซ้ำยังได้เห็นธาตุแท้ของผู้คนรอบกายมากมาย มันยิ่งทำให้จิตใจของนางย่ำแย่ลงเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว ร่างกายของนางผ่ายผอมแทบเหลือแต่กระดูก กินอะไรก็ไม่รู้รส แต่ละวันนางอ่านตำราอยู่แต่ในเรือน ปลูกสมุนไพร เพื่อปรุงยาบำรุงร่างกายตนเอง นางศึกษาทุกสิ่งที่ทำให้นางลืมเลือนเื่ผู้คนภายนอกไปได้บ้าง แต่มันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น
“หลี่จวิน ท่านเคยบอกว่ารักข้าสุดหัวใจจนตายแทนได้ แต่เหตุใดท่านกลับทอดทิ้งข้าไปแต่งงานกับผู้อื่น ไม่เคยมาถามไถ่เยี่ยมเยียน ไม่เคยแสดงความเห็นอกเห็นใจอะไรเลย ท่านใจดำเกินไปหรือไม่”
จินเยว่มองออกไปยังท้องฟ้ามืดดำแล้วพร่ำบ่นอยู่คนเดียวบนเตียงนอน นางไม่รู้ตัวเลยว่ามีเงาดำในมุมมืดของห้องกำลังมองมาที่นางอย่างห่วงใย
น้ำตาของจินเยว่ไหลลงตรงหางตาอย่างไม่รู้ตัว เพียงแค่คิดถึงอดีตคนรัก ทุกอย่างก็พรั่งพรูจนสะอึกสะอื้น ผ่านมานานกี่ปีนางก็ยังไม่อาจทำใจได้ แม้นางกลายเป็ภรรยาผู้อื่นแต่ก็ไม่เคยได้ร่วมเตียงใกล้ชิดกันอีก นับั้แ่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้น ตอนนี้สถานะของนางเหมือนผู้อาศัยอยู่ในเรือนผู้อื่นเท่านั้น
“เ้าเองก็ไม่เคยมองดูผู้อื่นเลย ในสายตาเ้าเคยมีข้าบ้างหรือไม่?”
เสียงทุ้มต่ำของผู้อยู่ในมุมมืดได้แต่พูดออกมาเบาๆ อย่างน้อยเนื้อต่ำใจไม่ต่างกัน เขารีบพาตัวเองออกไปจากตรงนั้นด้วยกลัวว่านางจะได้ยิน แม้นางจะลุกจากเตียงไม่ได้แล้ว แต่เขาก็ไม่อาจทนมองดูนางร่ำไห้คิดถึงชายอื่นได้อีกต่อไป
หลี่เจี๋ย บุรุษรูปร่างกำยำสูงใหญ่ ะโออกมาทางหน้าต่างอย่างแ่เบา แล้วใช้วิชาตัวเบาพาตนเองกลับมายังเรือนนอนที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เขาถอดชุดดำออกเปลี่ยนเป็ชุดนอนเสื้อคลุมสีขาวตัวใหญ่ ก่อนนั่งลงที่โต๊ะหนังสือเพื่อทำบางอย่าง
ผ่านไปราว 7 วัน ที่จินเยว่ฝืนร่างกายเพื่อรอคอยใครบางคนอย่างมีหวัง นางให้สาวใช้คนสนิทของนางไปส่งข่าวให้เขาหลายวันแล้ว คิดว่าเขาอาจจะมาพบหน้านางเป็ครั้งสุดท้าย แต่จนแล้วจนรอดนางก็ไม่พบเห็นเงาผู้ใด มีเพียงน้องสาวต่างมารดาของนางเท่านั้นที่มาหานางใน่เวลาสุดท้ายของชีวิต
ในวันนั้นเสียงขบวนแห่ดังมาแต่ไกลจากหน้าจวน จินเยว่หลงดีใจคิดว่าเป็ขบวนเสด็จขององค์รัชทายาท แต่เมื่อเห็นชุดเครื่องแต่งกายงดงามประณีตของสตรี ก็ทำให้นางรู้แล้วว่าไม่ใช่องค์รัชทายาท
“เ้ามาทำไม!”
จินเยว่กัดฟันเอ่ยด้วยน้ำเสียงบางเบาแต่หนักแน่นด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยนิด นางไม่อยากเห็นหน้าน้องสาวต่างมารดาผู้นี้ ยามที่พบนางตามงานเลี้ยงต่างๆ หลังจากเหตุการณ์น่าอับอายวันนั้น นางถูกน้องสาวผู้นี้กลั่นแกล้งทำให้ขายหน้า ซ้ำยังเอาเื่เ่าั้มาประจานนางให้เสียหายทุกครา ทั้งที่นางไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอันใดก่อนเลย จากที่คิดว่าผู้คนจะลืมเลือนเื่อัปยศนั้นไปได้สักวัน แต่นางกลับถูกย้ำเตือนให้ผู้คนจดจำได้ทุกคราที่พบเจอกัน นางอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด ทำได้แต่เพียงหนีหน้าผู้คน นางค่อยๆ หลบเลี่ยงงานเลี้ยงของสังคมชั้นสูงมานับแต่นั้น ชีวิตของนางสงบสุขมาได้สักพักแล้ว เพียงแต่ร่างกายนางกลับแย่ลง
“ข้าได้ข่าวว่าท่านป่วยไข้ คนเป็น้องสาวที่ดีเช่นข้าย่อมต้องมาเยี่ยมเยียนเป็ธรรมดาไม่ใช่รึเ้าคะ”
“ฮึ! หากเ้าคิดว่าข้าเป็พี่สาวเ้าจริง คงไม่เที่ยวไปโพนทะนาเื่น่าอายของข้าไปทั่ว ซ้ำยังทำให้ข้าอับอายต่อหน้าผู้อื่นหลายครา นี่หรือคนเป็น้องสาวเขาทำกัน! สารเลว!”
จินเยว่จากที่ไร้เรี่ยวแรงกลับมีแรงก่นด่านาง นางไม่คิดไว้หน้าใครอีกแล้ว จากที่ไม่อยากเอ่ยตรงๆ มาบัดนี้นางจะไม่อ้อมค้อมอีก
“โอ๊ะ! ขนาดใกล้ตายอยู่แล้วยังมีแรงด่าข้าอีก ช่างดีนัก! ท่านนี่ทนไม้ทนมือดีจริงๆ ข้าคิดว่าท่านจะตายั้แ่ปีแรกที่ออกมาจากจวนตระกูลจินแล้ว เหตุใดยังอยู่เป็หนามยอกอกข้านานนัก จวนอ๋องขี้โรคไร้ค่าผู้นี้คงดูแลท่านดีเกินไป ข้านึกว่าท่านจะถูกสามีอัปลักษณ์ผู้นี้ทรมานจนตายซะอีก หากรู้ว่าท่านจะมีชีวิตอยู่มานานถึงขนาดนี้ สู้วันนั้นข้าทำให้ท่านได้เข้าหอกับตาแก่โรคจิตตระกูลไฉยังดีซะกว่า”
“นี่เ้า! เป็ฝีมือเ้าอย่างนั้นหรือ!?”
จินเยว่ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้นก็เริ่มเท้าความถึงเหตุการณ์ทุกสิ่งที่ผ่านมาอย่างช้าๆ แต่นางมารู้ตอนที่ไร้แม้แต่แรงจะลุกจากเตียงอย่างนั้นหรือ! ทำไมนางไม่ระแคะระคายมาก่อนเลย
“ท่านนี่ช่างไร้เดียงสาจริงๆ ทุกสิ่งที่ทำให้ท่านอับอายล้วนเป็ข้ากับท่านแม่ร่วมมือกันทั้งหมด!”
“ข้าไว้ใจเ้ามากเพราะคิดว่าเป็น้องสาว ไม่เคยคิดร้ายกับเ้า แต่เหตุใดเ้า กลับทำเช่นนี้กับข้า!”
“แล้วอย่างไร! ต่อให้ท่านดีกับข้าแล้วมันเปลี่ยนแปลงชีวิตข้าได้หรือไม่ ท่านยังคงเป็คู่หมั้นขององค์รัชทายาท เป็หญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้น เป็สตรีที่เพียบพร้อมในฐานะบุตรสาวของฮูหยินเอกผู้ล่วงลับ แต่ข้าเล่า! เป็เพียงบุตรสาวของฮูหยินรองที่ไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็ฮูหยินเอกแม้มารดาท่านตายจากไปแล้ว ข้าเหมือนเป็เงาของท่านเสมอมา แต่ไม่มีผู้ใดใส่ใจ หากไร้สตรีอันดับหนึ่งเช่นท่าน ข้าผู้เป็ที่สองย่อมได้ทุกอย่างจากท่านไม่ใช่หรือ”
“เ้า! ที่ผ่านมาล้วนเป็พวกเ้าใช่หรือไม่!? ที่ท่านแม่ข้าด่วนจากไปหลังจากพวกเ้าย้ายเข้ามาในจวนไม่กี่ปี เป็เพราะฝีมือของพวกเ้า 2 แม่ลูกด้วยหรือไม่ ท่านแม่ข้าแข็งแรงมาตลอด อยู่ดีๆ กลับล้มป่วยได้อย่างไร”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เพิ่งจะฉลาดขึ้นมาอย่างนั้นหรือ อาหารทุกอย่างที่ท่านแม่ของเ้ากินเข้าไปทุกวันล้วนมีสรรพคุณหักล้างกันจนกลายเป็พิษอย่างไม่น่าเชื่อ โชคดีที่ข้าชอบเรียนรู้เื่เหล่านี้ อาหารพวกนั้นหากกินดื่มสะสมนานวันเข้าจะมีผลข้างเคียงภายหลัง ไม่มีหมอใดตรวจพบได้ ถึงตรวจพบก็มีอาการไม่ต่างจากอาหารเป็พิษธรรมดา ท่านแม่ข้าจึงเอาใจใส่เื่อาหารการกินของท่านแม่เ้าอย่างไรเล่า ทุกวันจึงปรนนิบัติฮูหยินไม่ห่าง เพียงแต่เ้าอยู่คนละเรือนกับท่านแม่เ้า จึงร่วมมื้อพิเศษเช่นนั้นน้อยไปสักหน่อย มันจึงเห็นผลช้ากระมัง”
“พวกเ้ามันอกตัญญู ท่านแม่ข้าช่วยเหลือแม่เ้าและเ้าจากโจรร้ายนำกลับมาอยู่ในจวน แต่แม่เ้ากลับยั่วยวนท่านพ่อข้าจนหลงเสน่ห์ แล้วยังคิดร้ายคร่าชีวิตท่านแม่ข้าอีก ชั่วช้าทั้งแม่ทั้งลูก! แม้ท่านพ่อข้าจะหลงใหลความอ่อนเยาว์ของแม่เ้า แต่ความรักที่ท่านพ่อมีต่อท่านแม่ข้าไม่มีใครแทนที่ได้ สุดท้ายแล้วแม่ของเ้าก็ไม่ได้ตำแหน่งฮูหยินเอก!”
“แล้วอย่างไร สุดท้ายแม่เ้าก็ตายอยู่ดี อำนาจในจวนทุกอย่างตกอยู่ในกำมือของมารดาข้า ข้าได้ขึ้นเป็สตรีอันดับหนึ่งแทนเ้าเพราะเื่อื้อฉาวนั่น ผู้คนต่างรังเกียจสตรีไร้ยางอายเช่นเ้า ที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วกลับลักลอบได้เสียกับบุรุษอื่นลับหลัง แม้แต่องค์รัชทายาทก็เปลี่ยนใจมาสู่ขอข้า ส่วนเ้าในตอนนี้ก็แค่นอนรอความตายโดยไร้คนเหลียวแล”
จินหรงได้แต่แสยะยิ้มอย่างพอใจ นางมาดูให้เห็นกับตาว่าจินเย่วใกล้ตายจริงๆ หรือไม่ เวลา 5 ปีกว่าเกือบ 6 ปีแล้ว นางพยายามหาทางกลั่นแกล้งสารพัด ทั้งยังเคยให้คนแอบจับนางมาเพื่อทรมานให้เสียโฉม แต่นางกลับถูกคนแอบช่วยไปได้ ขนาดนางป่วยเจียนตายก็ยังงดงามกว่าผู้ใด หากไม่มีเื่อื้อฉาวนั่น นางคงไม่อาจจะแย่งชิงองค์รัชทายาทมาได้เป็แน่
“กรรมต้องตามสนองเ้า!”
จินเยว่พยายามยันตัวลุกขึ้นเพื่อพิงกับหัวเตียงให้ถนัด นางชี้หน้าจินหรงด้วยมืออันสั่นเทา ทั้งที่ยืนอยู่ห่างแค่ไม่กี่คืบ แต่นางกลับไม่อาจจะทำอันใดสตรีตรงหน้านี้ได้เลย มันยิ่งทำให้นางคับแค้นใจ
“กว่ากรรมจะตามสนองข้าได้ ข้าคงเสพสุขจนตายแล้วกระมัง ข้ามีทั้งตำแหน่งสูงส่ง มีองค์รัชทายาทที่กำลังจะขึ้นเป็ฮ่องเต้ในอีกไม่กี่เดือนเป็พระสวามี ส่วนเ้าอยู่กับความอัปยศมานานถึงเพียงนี้จนลมหายใจสุดท้ายใกล้มาถึง ข้าสะใจนัก ต่อให้เวรกรรมมีจริงข้าก็ไม่ใส่ใจ อย่างไรเ้าคงไม่มีชีวิตอยู่ได้เห็นกรรมสนองข้า!”
“ข้าขอสาปแช่งเ้า! ขอให้ไม่ตายดี! แม้ข้าตายก็จะตามจองล้างจองผลาญเ้า จนกว่าชีวิตเ้าจะพินาศ!”
จินเยว่ะโเสียงดังก่อนกระอักเืออกมาคำโต จนบ่าวไพร่ภายนอกเรือนที่ได้ยินเสียงนางรีบวิ่งเข้ามาดู
จินหรงเห็นท่าไม่ดีนางจึงรีบหลบเลี่ยงออกมาทันทีด้วยกลัวความผิด หากจินเยว่เกิดตายไปตอนที่นางอยู่ด้วยพอดี