พอเขา่ชั้นมหาลัย มันต้องใช้เงินมากเป็ 2-3 เท่าในระดับชั้นของมัธยม ถึงแม้ว่าฉันจะมีเงินเก็บที่ได้มาจากรับจ้าง รับจ็อบต่างๆ มาพอสมควรก็เถอะ
มันก็ยังไม่เพียงพอฉันต้องหาเงินเพิ่มอีก ไม่งั้นจะไม่มีทางจบมหาลัยแน่นอน ชีวิตฉันจะวนลูปอย่างนี้เหมือนฉัน ในตอนที่ฉันเรียนมัธยมเลยยย
เพียงแต่ว่าความเหนื่อยมันคูณขึ้นเท่านั้นเองจากที่ฉันเคยนอนน้อย ฉันยิ่งนอนน้อยขึ้นไปอีก เรียน ทำงาน รับจ้างต่างๆฉันก็ยังคงรับ เรื่อยๆ อาจมีเพิ่มเติมบ้างว่างงานตามความเหมาะสม
่นี้ฉันค่อนข้างมีความสนใจด้านการออกแบบและการดีไซน์ ฉันจึงหาเวลาไปเรียนเพิ่มเติม เพื่อหวังว่าจะนำมาประกอบอาชีพได้
แต่มันทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถที่จะไปเรียนได้แล้ว เนื่องจากฉันไม่มีเวลาว่างพอ ที่จะไปลงคอร์สเรียน แค่ตารางที่ฉันทำทุกวัน
มันก็แน่นจนฉันไม่สามารถที่จะมีเวลาพักผ่อน หรือ ไปเดินช็อปปิ้งกับเพื่อนๆได้เลย เพราะฉะนั้นอย่าพูดถึงเื่ปาร์ตี้ฉันไม่เคยได้ััมัน
ฉันค่อนข้างวางแผนในการใช้เงินและสิ่งของทุกๆอย่าง ถ้าไม่จำเป็ หรือเกินความจำเป็ฉันก็จะไม่ซื้อ อย่าหวังว่าจะได้เงินจากฉันแม้แต่บาทเดียว
เนื่องจากฉันไม่มีเวลาที่จะไปลงคอร์สเรียนฉันเลยตัดสินใจ หาหนังสือมาอ่านพร้อมทั้งเรียนรู้จากในอินเทอร์เน็ต และซื้ออุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้เรียนมาเพื่อเรียนโดยเฉพาะ
วิธีนี้นอกจากจะประหยัดมันยังทำให้ฉันได้ลงมือทำจริงๆซึ่งถือเป็การฝึกอาชีพอย่างหนึ่งและเรายังได้ฝึกคลิปที่เขาทำสอนอีกด้วยโดยไม่ต้องจำกัดว่าเรียนกับคนนี้หรือคนไหน
เพราะแต่ละคนที่ทำคลิปเขาก็จะมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกัน เราสามารถปรับจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละคนเอามามิกซ์รวมกันได้
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เรียนมหาลัย ที่ๆฉันจะไปคือมหาวิทยาลัย ที่ทำงาน ห้องสมุด ชีวิตฉันจะวนอยู่แค่นี้ จนกระทั่งฉันจบมหาวิทยาลัยด้วย เกียรตินิยมอันดับ 1
ฉันบอกแล้วว่าฉันเก่ง ฉันรู้ตัว><
หลังจากที่จะเรียนจบก็ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งทันทีที่ฉันเรียนจบ จนเวลาล่วงเลยมาถึง 3 ปีแล้ว
จากตำแหน่งเล็กๆที่ฉันเริ่มทำงาน ฉันก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็ผู้จัดการการตลาดภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น
เวลาเราไม่คิดอะไรเวลามันผ่านไปไวเสมอ เหมือนหน้าตาของฉันนี่แหละ
ทรยศอายุเหลือเกิน ฉันพึ่งอายุ 25 ทำไมเด็กรุ่นน้องเรียกฉันว่าป้า ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้นนะ เรียกฉันว่าพี่ก็พอแล้วเถอะ
นี่ก็อีกเื่นึง ์ไม่ยุติธรรม ทำไมถึงให้คนอื่นเสกให้คนอื่น หน้าเรียว ดั้งโด่ง เอวเอสขนาดนั้น แล้วหน้าอกหน้าใจนั่นน่ะ จะใหญ่โตไปไหน แบ่งมามั้งก็ได้ค่ะ
ตัดมาที่ฉันตรงกันข้ามกับฉันทุกอย่างถึงแม้จะเป็ลูกครึ่งไทยจีนแต่ฉันก็ไม่ขาวผิวออกไปทางเหลืองด้วยซ้ำบางทีฉันก็สงสัยว่าฉันมีเชื้อสายจีนจริงหรือเปล่า
"ดั้งแหมบ "
"ไม้กระดาน"
"หน้าหรือซาลาเปาอ่ะ"
"เวลานอนน่ะ ระวังนะอย่านอนตะแคงเดี๋ยวตาไหลมารวมกัน เราเป็ห่วง "
บรรดาคำเหล่านี้ฉัน ได้ยินทุกวันวันละ 10 รอบได้ แรกๆฉันก็รู้สึกเฉยๆนะ แต่พอมันได้ยินซ้ำๆทุกๆวัน มันก็รู้สึกแย่นะ ทุกคนเคยถามฉันไหม ว่าฉันรู้สึกยังไง ฉันเสียใจหรือเปล่า ฉันเศร้าใจไหม
ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากสวย แต่ฉันสวยได้แค่นี้ จะให้ฉันทำยังไง ฉันก็ไม่อยากถูกมองข้ามนะ ผู้หญิงทุกคนย่อมอยากสวยฉันก็เป็หนึ่งในนั้น
และนี่คือมวลเหตุทั้งหมดที่ทำให้ฉันต้องทำงานหนัก โหมงาน พักผ่อนน้อย เพื่อเงิน
ถูกต้องแล้วแหละฉัน้า ทำศัลยกรรม
ฉันจะได้สวยบ้าง
ฉันไม่อยากเป็ตัวตลก ฉันอยากถูกรักบ้างไม่อยากให้ใครมาหัวเราะเยาะลับหลัง ว่าหน้าแก่ดั้งแหมบ อย่าให้ถึงทีที่ฉันสวยมั้งนะ
หึหึ
สังคมในปัจจุบันนี้...มักเลือกคบคนที่ภายนอกดูแค่รูปลักษณ์โดยไม่ได้สนใจว่าแท้ที่จริงแล้วจิตใจเป็ยังไง บางคนอาจหน้าสวยนะแต่ใจนี่สิยากแท้หยั่งถึงดำยิ่งกว่าอีกา ผิดกับบางคนหน้าตาเขาอาจไม่น่าคบแต่ความจริงใจที่มีให้ คือ 100% ช่างเหมือนสุภาษิตคำนี้เหลือเกิน
#สวยแต่รูปจูบไม่หอม#
ฉันหวังว่าถ้าฉันทำหน้าในครั้งนี้คงมีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับฉันบ้างล่ะ ฉันอาจจะเจอเ้าชายขี่ม้าขาวก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะ!!!
#ตัดมาที่ปัจจุบัน#
"เห้ออออออออ"
"เสร็จสักที"
"อือออออออ"
เสียงฉันบิดี้เี ฉันค่อยๆลืมตาหลังจากพักสายตาไปสักพักหนึ่งก่อนจะค่อยๆมองไปรอบห้องเพื่อสำรวจว่ามีอะไร
พอที่จะให้ฉันกินแก้หิวบ้างเพราะว่าั้แ่ 17:00 น จนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยหิวจนแสบไส้ไปหมดแล้วเนี่ย
ด้วยความห่วงงานของเธอเอง กลัวว่าเธอจะสรุปยอดไม่ทัน เธอจึงรีบเร่งงาน กลัวจะเสร็จไม่ทันกำหนด จนลืมที่จะหาอะไรทานรองท้องก่อน
สงสัยฉันคงต้องออกไปหาอะไรกินข้างนอกแล้วแหละ ฉันค่อยๆดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ฉันนั่งเป็เวลานานร่วม 6 ชั่วโมง
ฉันรู้สึกถึงความชาั้แ่ปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนถึง่น่องมันช้าจนฉันไม่มีความรู้สึก ก็แน่ล่ะ ฉันนั่งนานขนาดนี้ถ้าไม่เป็ตะคริวนี่สิแปลก
โดยปกติฉันนั่ง 1 ชั่วโมงฉันยังเป็ตะคริวเลยนับประสาอะไรนั่งตั้ง6 ชั่วโมงมันจะเหลือหรอ
ฉันค่อยๆลุกขึ้นยืนและแล้วขยับตัวเพื่อที่จะไปเปลี่ยนชุดออกไปหาของกินข้างนอกแต่ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวขาออกไปนั้น
อยู่ๆก็ไม่มีเรี่ยวแรงไปซะงั้น ทำให้ฉันก้าวพลาดล้มหน้าคะมำฟาดพื้นฉันรู้สึกมึนหัวตาลายเห็นดาวเป็ล้านๆดวงก่อนที่ภาพทุกอย่างจะค่อยๆเล็กลงเล็กลงและกลายเป็สีดำในที่สุด.......
พอเขา่ชั้นมหาลัย มันต้องใช้เงินมากเป็ 2-3 เท่าในระดับชั้นของมัธยม ถึงแม้ว่าฉันจะมีเงินเก็บที่ได้มาจากรับจ้าง รับจ็อบต่างๆ มาพอสมควรก็เถอะ
มันก็ยังไม่เพียงพอฉันต้องหาเงินเพิ่มอีก ไม่งั้นจะไม่มีทางจบมหาลัยแน่นอน ชีวิตฉันจะวนลูปอย่างนี้เหมือนฉัน ในตอนที่ฉันเรียนมัธยมเลยยย
เพียงแต่ว่าความเหนื่อยมันคูณขึ้นเท่านั้นเองจากที่ฉันเคยนอนน้อย ฉันยิ่งนอนน้อยขึ้นไปอีก เรียน ทำงาน รับจ้างต่างๆฉันก็ยังคงรับ เรื่อยๆ อาจมีเพิ่มเติมบ้างว่างงานตามความเหมาะสม
่นี้ฉันค่อนข้างมีความสนใจด้านการออกแบบและการดีไซน์ ฉันจึงหาเวลาไปเรียนเพิ่มเติม เพื่อหวังว่าจะนำมาประกอบอาชีพได้
แต่มันทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถที่จะไปเรียนได้แล้ว เนื่องจากฉันไม่มีเวลาว่างพอ ที่จะไปลงคอร์สเรียน แค่ตารางที่ฉันทำทุกวัน
มันก็แน่นจนฉันไม่สามารถที่จะมีเวลาพักผ่อน หรือ ไปเดินช็อปปิ้งกับเพื่อนๆได้เลย เพราะฉะนั้นอย่าพูดถึงเื่ปาร์ตี้ฉันไม่เคยได้ััมัน
ฉันค่อนข้างวางแผนในการใช้เงินและสิ่งของทุกๆอย่าง ถ้าไม่จำเป็ หรือเกินความจำเป็ฉันก็จะไม่ซื้อ อย่าหวังว่าจะได้เงินจากฉันแม้แต่บาทเดียว
เนื่องจากฉันไม่มีเวลาที่จะไปลงคอร์สเรียนฉันเลยตัดสินใจ หาหนังสือมาอ่านพร้อมทั้งเรียนรู้จากในอินเทอร์เน็ต และซื้ออุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้เรียนมาเพื่อเรียนโดยเฉพาะ
วิธีนี้นอกจากจะประหยัดมันยังทำให้ฉันได้ลงมือทำจริงๆซึ่งถือเป็การฝึกอาชีพอย่างหนึ่งและเรายังได้ฝึกคลิปที่เขาทำสอนอีกด้วยโดยไม่ต้องจำกัดว่าเรียนกับคนนี้หรือคนไหน
เพราะแต่ละคนที่ทำคลิปเขาก็จะมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกัน เราสามารถปรับจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละคนเอามามิกซ์รวมกันได้
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เรียนมหาลัย ที่ๆฉันจะไปคือมหาวิทยาลัย ที่ทำงาน ห้องสมุด ชีวิตฉันจะวนอยู่แค่นี้ จนกระทั่งฉันจบมหาวิทยาลัยด้วย เกียรตินิยมอันดับ 1
ฉันบอกแล้วว่าฉันเก่ง ฉันรู้ตัว><
หลังจากที่จะเรียนจบก็ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งทันทีที่ฉันเรียนจบ จนเวลาล่วงเลยมาถึง 3 ปีแล้ว
จากตำแหน่งเล็กๆที่ฉันเริ่มทำงาน ฉันก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็ผู้จัดการการตลาดภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น
เวลาเราไม่คิดอะไรเวลามันผ่านไปไวเสมอ เหมือนหน้าตาของฉันนี่แหละ
ทรยศอายุเหลือเกิน ฉันพึ่งอายุ 25 ทำไมเด็กรุ่นน้องเรียกฉันว่าป้า ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้นนะ เรียกฉันว่าพี่ก็พอแล้วเถอะ
นี่ก็อีกเื่นึง ์ไม่ยุติธรรม ทำไมถึงให้คนอื่นเสกให้คนอื่น หน้าเรียว ดั้งโด่ง เอวเอสขนาดนั้น แล้วหน้าอกหน้าใจนั่นน่ะ จะใหญ่โตไปไหน แบ่งมามั้งก็ได้ค่ะ
ตัดมาที่ฉันตรงกันข้ามกับฉันทุกอย่างถึงแม้จะเป็ลูกครึ่งไทยจีนแต่ฉันก็ไม่ขาวผิวออกไปทางเหลืองด้วยซ้ำบางทีฉันก็สงสัยว่าฉันมีเชื้อสายจีนจริงหรือเปล่า
"ดั้งแหมบ "
"ไม้กระดาน"
"หน้าหรือซาลาเปาอ่ะ"
"เวลานอนน่ะ ระวังนะอย่านอนตะแคงเดี๋ยวตาไหลมารวมกัน เราเป็ห่วง "
บรรดาคำเหล่านี้ฉัน ได้ยินทุกวันวันละ 10 รอบได้ แรกๆฉันก็รู้สึกเฉยๆนะ แต่พอมันได้ยินซ้ำๆทุกๆวัน มันก็รู้สึกแย่นะ ทุกคนเคยถามฉันไหม ว่าฉันรู้สึกยังไง ฉันเสียใจหรือเปล่า ฉันเศร้าใจไหม
ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากสวย แต่ฉันสวยได้แค่นี้ จะให้ฉันทำยังไง ฉันก็ไม่อยากถูกมองข้ามนะ ผู้หญิงทุกคนย่อมอยากสวยฉันก็เป็หนึ่งในนั้น
และนี่คือมวลเหตุทั้งหมดที่ทำให้ฉันต้องทำงานหนัก โหมงาน พักผ่อนน้อย เพื่อเงิน
ถูกต้องแล้วแหละฉัน้า ทำศัลยกรรม
ฉันจะได้สวยบ้าง
ฉันไม่อยากเป็ตัวตลก ฉันอยากถูกรักบ้างไม่อยากให้ใครมาหัวเราะเยาะลับหลัง ว่าหน้าแก่ดั้งแหมบ อย่าให้ถึงทีที่ฉันสวยมั้งนะ
หึหึ
สังคมในปัจจุบันนี้...มักเลือกคบคนที่ภายนอกดูแค่รูปลักษณ์โดยไม่ได้สนใจว่าแท้ที่จริงแล้วจิตใจเป็ยังไง บางคนอาจหน้าสวยนะแต่ใจนี่สิยากแท้หยั่งถึงดำยิ่งกว่าอีกา ผิดกับบางคนหน้าตาเขาอาจไม่น่าคบแต่ความจริงใจที่มีให้ คือ 100% ช่างเหมือนสุภาษิตคำนี้เหลือเกิน
#สวยแต่รูปจูบไม่หอม#
ฉันหวังว่าถ้าฉันทำหน้าในครั้งนี้คงมีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับฉันบ้างล่ะ ฉันอาจจะเจอเ้าชายขี่ม้าขาวก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะ!!!
#ตัดมาที่ปัจจุบัน#
"เห้ออออออออ"
"เสร็จสักที"
"อือออออออ"
เสียงฉันบิดี้เี ฉันค่อยๆลืมตาหลังจากพักสายตาไปสักพักหนึ่งก่อนจะค่อยๆมองไปรอบห้องเพื่อสำรวจว่ามีอะไร
พอที่จะให้ฉันกินแก้หิวบ้างเพราะว่าั้แ่ 17:00 น จนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยหิวจนแสบไส้ไปหมดแล้วเนี่ย
ด้วยความห่วงงานของเธอเอง กลัวว่าเธอจะสรุปยอดไม่ทัน เธอจึงรีบเร่งงาน กลัวจะเสร็จไม่ทันกำหนด จนลืมที่จะหาอะไรทานรองท้องก่อน
สงสัยฉันคงต้องออกไปหาอะไรกินข้างนอกแล้วแหละ ฉันค่อยๆดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ฉันนั่งเป็เวลานานร่วม 6 ชั่วโมง
ฉันรู้สึกถึงความชาั้แ่ปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนถึง่น่องมันช้าจนฉันไม่มีความรู้สึก ก็แน่ล่ะ ฉันนั่งนานขนาดนี้ถ้าไม่เป็ตะคริวนี่สิแปลก
โดยปกติฉันนั่ง 1 ชั่วโมงฉันยังเป็ตะคริวเลยนับประสาอะไรนั่งตั้ง6 ชั่วโมงมันจะเหลือหรอ
ฉันค่อยๆลุกขึ้นยืนและแล้วขยับตัวเพื่อที่จะไปเปลี่ยนชุดออกไปหาของกินข้างนอกแต่ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวขาออกไปนั้น
อยู่ๆก็ไม่มีเรี่ยวแรงไปซะงั้น ทำให้ฉันก้าวพลาดล้มหน้าคะมำฟาดพื้นฉันรู้สึกมึนหัวตาลายเห็นดาวเป็ล้านๆดวงก่อนที่ภาพทุกอย่างจะค่อยๆเล็กลงเล็กลงและกลายเป็สีดำในที่สุด.......