หลัวจี๋พยักหน้ารับเบาๆก่อนที่จะมองไปยังสมาชิกเดธปาร์ตี้คนอื่นๆด้วยแววตาสนใจ
“ เจ้านี้นะมอบทักษะของพวกข้าให้กับสหายของเจ้าหมดเลยงั้นหรอ ” หลัวจี๋ยิ้มออกมา
“ ก็นี้มันอีกโลกหนึ่งที่ไม่มีพวกเจ้า ข้าก็เลยคิดว่าจะมอบทักษะของพวกเจ้าให้กับสหายของข้าได้ แต่ก็นึกไม่ถึงเลยว่าจะสามารถดึงเศษวิญญาณของพวกเจ้ามาโผล่ที่นี้ได้ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
“ ฮ่าฮ่า ว่าแต่โลกใบนี้ก็น่าสนใจจริงๆนะ แต่น่าเสียดายที่ข้าอยู่ได้อีกไม่นาน ” หลัวจี๋ยิ้มและมองดูรอบๆด้วยความสนใจ เขาสัมผัสว่าโลกที่ไม่มีพลังสวรรค์และปฐพีแต่กลับสามารถบ่มเพาะพลังได้อย่างน่าประหลาดใจ
“ ว่าแต่หลังจากที่ข้าตายแล้วพวกเจ้าสบายดีหรือไม่? ” หลัวจี๋ถามด้วยความอยากรู้และสนใจ
“ ก็สบายดีอยู่นะ ” ไลท์หัวเราะ
หลังจากนั้นพวกไลท์ก็พูดคุยกับหลัวจี๋อยู่ประมาณห้านาทีก่อนที่ร่างของหลัวจี๋ค่อยๆหายไปกลายเป็นละอองแสง
“ กวงข้าขอฝากผู้สืบทอดของข้าในโลกนี้ด้วยนะ ” เสียงของหลัวจี๋ดังขึ้นที่ข้างหูของไลท์
“ รับรองเลยว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นกับพวกเขาแน่นอนสหายข้า ” ไลท์พึมพำออกมา
ไม่นานเวโรนิก้าก็ค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนที่จะมองดูรอบๆด้วยความสงสัย
“ เกิดอะไรขึ้นกับฉันงั้นหรอ? ” เวโรนิก้าถามด้วยความสงสัย
“ ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่เหมือนกับตอนเดซี่น่ะที่มีเจ้าของทักษะปรากฏตัวออกมา ” ไลก้าพูดขึ้น
เวโรนิก้าพยักหน้ารับก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ แล้วเจ้าของทักษะของฉันเป็นคนยังไงหรอ? ”
“ เจ้าของทักษะของพี่เวโรนิก้าเป็นชายตัวใหญ่กล้ามบึกๆเลยล่ะ ดูเหมือนว่าจะกล้ามใหญ่กว่าพวกตระกูลเครอสเสียอีก แต่เขาดูเป็นคนใจดีและยิ้มง่ายอยู่นะ ” เดซี่ตอบ
“ งั้นหรอ ฉันอดเจอเขาเลยฉันอยากจะขอบคุณเขาสักหน่อยที่เป็นคนคิดค้นทักษะที่ทรงพลังแบบนี้ออกมา ” เวโรนิก้าถอนหายใจ
“ ตอนนี้ก็เหลือแค่คอลรุยเท่านั้นสินะที่ยังไม่ได้ทะลวงพลัง แต่ก็อย่างว่าแหละคอลรุยมาทีหลังจึงอาจจะฝึกฝนได้ช้ากว่าคนอื่นสักหน่อย ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่คอลรุยและหัวเราะออกมา
“ เหอะ อีกไม่นานฉันก็จะทะลวงแล้ว ” คอลรุยยิ้มออกมาอย่างสบายๆ
แน่นอนว่าทุกๆคนในกลุ่มเดธปาร์ตี้ต่างก็รู้ดีว่าแม้ว่าคอลรุยจะยังไม่เข้าสู่ระดับSแต่เขาก็นับว่าแข็งแกร่งมากๆ มีตัวตนระดับSหลายสิบคนต้องตายด้วยน้ำมือของคอลรุย นอกจากนี้เขายังเป็นฝ่ายสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย รู้ว่าเวลาไหนควรที่จะยิงสนับสนุน เวลาไหนควรที่จะยิงเพื่อหยุดฝ่ายตรงข้ามไม่ให้โจมตีใส่คนอื่นๆ
แม้กระทั้งเมลิซ่าที่อยู่ในระดับSก็ยังพ่ายแพ้ให้กับคอลรุย ถ้าหากเธอไม่ได้ทักษะบ่มเพาะพลังจากไลท์ล่ะก็ เธอก็คงกลายเป็นอับดับสุดท้ายของกลุ่ม ซึ่งตอนนี้เธอก็อยู่ในอันดับสุดท้ายของกลุ่มอยู่ดี
ไลท์มองไปที่ท้องฟ้าก่อนที่จะครุ่นคิดว่าทำไมตอนที่เบเรียลและไลก้าทะลวงพลังถึงไม่มีสหายของเขาปรากฏตัวออกมา
“ ช่างเถอะคิดไปก็เปลืองสมองเปล่า ” ไลท์ส่ายหน้าก่อนที่จะสั่งให้ออกเดินทางต่อ
เป้าหมายต่อไปของพวกเขาก็คือป่าเกมมอล
ป่าเกมมอลเป็นที่ตั้งขององค์กรนรกวิบัติ
ผ่านไปหกวันก็พวกไลท์ก็มาถึงป่าเกมมอล
ป่าเกมมอลเป็นขนาดใหญ่กินพื้นที่นับพันกิโลเมตร ภายในป่ามีสัตว์เวทย์มากมายนับไม่ถ้วนอาศัยอยู่
หลังจากที่จอดดาร์กโซลแล้วพวกเขาก็แบ่งหน้าที่กันเหมือนเดิม
แน่นอนว่าคนที่เฝ้าดาร์กโซล์ก็เป็นสามสาวเหมือนเดิม ส่วนคนอื่นก็บุกไปยังฐานที่ตั้งขององค์กรนรกวิบัติ
ที่ตั้งขององค์กรนรกวิบัตินั้นพิเศษหน่อยเพราะที่ตั้งของพวกมันอยู่ในสระน้ำแห่งหนึ่ง
หลังจากที่ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพวกเขามาแอบมองอยู่ที่สถานห่างจากสระน้ำประมาณห้าสิบเมตร
สระที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณห้าสิบถึงหกสิบเมตร รอบๆที่หญ้าและพุ่งไม้เล็กๆขึ้นมารอบๆสระน้ำ
หลังจากที่พวกไลท์แอบซุ่มดูอยู่ประมาณสิบนาทีก็มีคนสวมชุดสีดำคนหนึ่งกระโดดขึ้นมาจากสระน้ำก่อนที่จะวิ่งหายเข้าไปในป่า
หลังจากที่ชายคนนั้นหายไปแล้วน้ำที่กระเพื่อมอยู่ก็หยุดกระเพื่อมอย่างรวดเร็ว จนทำให้พวกไลท์ประหลาดใจ
“ ให้ตายสิถ้าหากไม่รู้มาก่อนเลยนะว่าสระน้ำแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของพวกองค์กรมืดล่ะก็ฉันก็คิดว่าเป็นสระน้ำธรรมดาเท่านั้นนะเนี้ย ” ไลก้าพึมพำออกมาเบาๆ
“ นั้นสิแต่ฉันคิดว่าน่าจะมีเวทย์บางอย่างที่ทำให้น้ำในสระน้ำนี้หยุดการกระเพื่อมของน้ำ ไม่อย่างนั้นมันจะหยุดเร็วแบบนั้นได้อย่างไง ” เดซี่พูดขึ้น
ไลท์และคนอื่นๆลองใช้จิตสัมผัสตรวจสอบลงไปก็พบว่าน้ำในสระน้ำแห่งนี้ไม่ใช่น้ำจริงๆแต่เป็นเวทย์มน์บางอย่างที่สร้างขึ้นมาดูเหมือนกับสระน้ำเท่านั้น ด้านในสระน้ำเป็นพื้นที่โล่งกว้างขนาดใหญ่และมีถ้ำอยู่รอบๆเป็นจำนวนมาก
“ จริงสิจะว่าไปแล้วเจ้าคนเมื่อกี้ตอนที่มันขึ้นมาร่างกายของมันก็ไม่ได้เปียกน้ำเลยไม่ใช่หรอ ” คอลรุยพูดขึ้นพร้อมกับย้อนคิดถึงคนชุดดำเมื่อกี้
คนอื่นๆก็นึกขึ้นได้เหมือนกัน
“ เอาล่ะ ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงแล้วไปจัดการได้ ” ไลท์พูดขึ้น
ไลก้าและคนอื่นๆพยักหน้าก่อนที่จะหยิบอาวุธของตัวเองและกระโดดลงสระน้ำทันทีจากนั้นเสียงต่อสู้ก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
คอลรุยมองไปหารอบๆก่อนที่จะเจอที่เหมาะแก่การซุ่มยิง
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีใครโผล่ขึ้นมาจากสระน้ำแม้แต่คนเดียวเลยด้วยซ้ำ
ไม่นานเสียงระเบิดก็ค่อยๆเงียบลงไปก่อนที่จะไม่มีเสียงระเบิดอีกเลย
จากนั้นไม่ถึงห้านาที จู่ๆน้ำด้านบนก็หายไปจนทำให้มองเห็นพื้นที่ด้านล่างที่เต็มไปด้วยซากศพจำนวนมากขององค์กรนรกวิบัติ
ไลท์และคอลรุยเดินไปที่สระน้ำและมองลงไปด้านล่าง เขาไม่เห็นพวกไลก้าหรือคนอื่นๆอยู่เลย
ซึ่งตอนนี้พวกไลก้ากำลังเข้าไปรูดทรัพย์ของพวกองค์กรนรกวิบัติอย่างเมามันก่อนที่จะเดินออกมานอกถ้ำ
“ เป็นไงมั้ง ” ไลท์ถามด้วยรอยยิ้ม
“ อย่าพูดเลยลูกพี่ องค์กรนี้โคตรจนเลยแทบจะไม่มีสมบัติเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำ ” ไลก้าส่ายหน้า
“ เอาน่าองค์กรมืดก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกันหมดสักหน่อย ” ไลท์หัวเราะออกมา
ไลท์ลอยตัวขึ้นท้องฟ้าก่อนที่จะเรียกดาบสีทองออกมานับล้านเล่มและสั่งให้มันทำลายที่นี้ทิ้งให้หมด
หลังจากที่จัดการถมดินเสร็จแล้วก็กันกลับไปที่ดาร์กโซล
เมื่อมาถึงที่ดาร์กโซลพวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่เมืองโฟร์ลีฟเพื่อรอการมาถึงของเฟลิกซ์
จากป่าเกมมอลไปยังเมืองโฟร์ลีฟใช้เวลาเดินทางประมาณสิบห้าวัน
สิบวันต่อมา
ไลท์ได้สั่งให้จอดดาร์กโซลที่ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง เนื่องจากทุ่งหญ้าแห่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก เบเรียลจึงเสนอความคิดที่จะให้ทุกคนมานั่งปิกนิกกัน ส่วนคนอื่นๆเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย จึงทำให้พวกเขานั่งปิกนิคกันกลางทุ่งหญ้าที่เขียวขจีแบบนี้
“ เมนูในวันนี้คือบาร์บีคิว ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับสวมผ้ากันเปื้อยสีดำ
เย้!!!
เสียงตะโกนดังขึ้นด้วยความยินดี
เวโรนิก้าหยิบเตาย่างบาร์บีคิวออกมาวางไว้บนทุ่งหญ้า จากนั้นเธอก็นำโต๊ะและเก้าอี้ออกมาตามจำนวนคนที่มี
“ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนทำเองช่วยเธอครั้งนี้เป็นผู้ช่วยนะ ” ไลท์พูดขึ้นกับเวโรนิก้า
“ รับทราบหัวหน้า ” เวโรนิกัาพยักหน้าเบาๆก่อนที่เธอจะไปเตรียมของ นานๆไลท์จะเป็นคนทำอาหารเองเพราะส่วนมากเวลามาปิกนิกอะไรแบบนี้ก็จะเป็นเธอที่ลงมือทำอาหาร
คนอื่นๆก็ไปนั่งเล่นหรือพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ไลท์มองดูพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือทำอาหาร
ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามของสัตว์เวทย์ดังขึ้นก่อนที่จะมีร่างอันใหญ่โตปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าทำให้มันบดบังดวงอาทิตย์ไปจนหมด
“ โอ้พระเจ้า นกบ้าอะไรเนี้ยทำไมมันตัวใหญ่อย่างนี้!! ” ไลก้ามองดูนกสีสมบนท้องฟ้าสวยปลายหางก็มีสีรุ้งดูสวยงามที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าด้วยแววตาตกใจ
นกสีส้มตัวยาวกว่าหกร้อยเมตรแล้วก็มีปีกขนาดใหญ่ที่เมื่อกางออกแล้วจะมีความยาวมากกว่าหนึ่งกิโลเมตรกว่าๆเลยทีเดียว ส่วนที่หางของมันก็มีเจ็ดสีดูสวยงามอย่างมาก นอกจากนี้ออร่าของมันก็ยังทรงพลังอีกด้วย ซึ่งออร่าของนกตัวนี้อยู่ในระดับSSS
“ นี้มันสัตว์เวทย์ในตำนาน!! ” เมลิซ่าพูดด้วยความตกใจและตื่นเต้น
“ อะไรคือสัตว์เวทย์ในตำนานงั้นหรอเมลิซ่า ” เดซี่ถามด้วยความสนใจขึ้นมา
“ สัตว์เวทย์ตัวนี้มีชื่อว่า บาร์ดิออส เป็นนกที่จะอาศัยอยู่บนท้องฟ้าไม่สิต้องบอกว่าเหนือท้องฟ้าขึ้นไปอีก ว่ากันว่ามันอาศัยอยู่นอกโลกเลยด้วยซ้ำ ซึ่งน้อยครั้งที่มันจะปรากฏตัวให้เห็นในโลก ว่ากันว่าใครก็ตามที่เห็นนกตัวนี้ก็จะพบแต่ความโชคดี
จากที่ฉันรู้มาตั้งแต่ในอดีตกาลนับหลายแสนปี เจ้านกตัวนี้ก็ยังคงอยู่มาตลอดโดยที่ไม่ตาย ก็มีบางครั้งที่มีการระดมพลตัวตนระดับสูงมาสังหารนกตัวนี้แต่ก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะมันได้เลยแม้แต่คนเดียว จึงทำให้ทุกๆไม่มีความคิดที่จะจับมันด้วยเหตุนี้มันจึงถูกเรียกว่าสัตว์เวทย์ในตำนานยังไงล่ะ ” เฮลเฟลชเป็นคนตอบคำถามแทน
“ โห นกตัวนี้มีอายุขัยมากกว่าแสนปีอีกหรอเนี้ย สุดยอดไปเลย ” เดซี่ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
คนอื่นๆเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะโชคดีได้พบเจอกับสัตว์เวทย์ในตำนานแบบนี้
“ แล้วนอกจากบาร์ดิออสแล้วยังมีสัตว์เวทย์ในตำนานตัวอื่นอีกไหม? ” ไลท์ถามด้วยความสนใจ
เฮลเฟลชพยักหน้าและพูดขึ้นว่า " นอกจากบาร์ดิออสแล้วก็ยังมีสัตว์เวทย์ในตำนานอีกหลายตัว แต่บางตัวมันก็หายสาบสูญไปและไม่ปรากฏตัวให้เห็นเป็นเวลาหลายหมื่นปีแล้ว
สัตว์เวทย์ในตำนานที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรมีอยู่สามตัวด้วยกัน หนึ่งคือคราคิโด สองคือแลมโพล ตัวสุดท้ายคือชาร์ซีเชียน
คราคิโดเป็นสัตว์เวทย์ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับปลาหมึกยักษ์ ซึ่งความยาวของมันนั้นเรียกว่ายาวถึงหนึ่งกิโลเมตรกว่าๆเกือบสองกิโลเมตรเลย มันร้ายกาจมากๆ ว่ากันว่ามันจะอาศัยอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรของมหาสมุทรยอร์กซี เรียกได้ว่ามันคือจ้าวปกครองมหาสมุทรยอร์กซีตัวจริง มันปรากฏตัวครั้งล่าสุดก็เมื่อประมาณสามหมื่นปีก่อน ซึ่งมันแข็งแกร่งในระดับSSS
แลมโพลเป็นสัตว์เวทย์ที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับปลาวาฬขนาดใหญ่ ความยาวของมันประมาณหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง เพียงแค่มันอ้าปากก็สามารถกลืนกินสัตว์น้ำที่อยู่ในระยะห้าร้อยเมตรได้ทั้งหมด มันอาศัยอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรมอร์เชี่ยน ครั้งล่าสุดที่มันปรากฏตัวขึ้นมาก็คือสี่หมื่นปีก่อน ความแข็งแกร่งของมันอยู่ในระดับSSS
ตัวสุดท้ายคือชาร์ซีเชี่ยน มันเป็นสัตว์เวทย์ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับฉลาม ตัวของมันเล็กที่สุด แม้ว่ามันจะตัวเล็กที่สุดในบรรดาสามตัวนี้แต่ความยาวของมันอยู่ที่หนึ่งกิโลเมตรเลยทีเดียว มันมีฟันที่แหลมคมเอามากๆ มันอาศัยอยู่ในมหาสมุทรแพซิร์ค ครั้งล่าสุดที่มันปรากฏขึ้นมาก็เมื่อห้าหมื่นปีก่อน ความแข็งแกร่งของมันก็คือระดับSSS
นี้คือฝั่งของสัตว์เวทย์ที่อยู่ในน้ำแล้วต่อมาก็คือสัตว์เวทย์ในตำนานที่อาศัยอยู่บนบก
สัตว์เวทย์ในตำนานที่อยู่บนบกมีอยู่ด้วยกันสองตัว หนึ่งคือไฮปอริค อีกตัวคือเฮอร์มอส
ไฮปอริคเป็นอสรพิษยักษ์ขนาดใหญ่ มันมีความยาวกว่าสิบกิโลเมตร ความหนาของมันหนาถึงหนึ่งถึงสองร้อยเมตรโดยประมาณ เพียงแค่การขยับตัวของมันก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปไกลหลายกิโลเมตรจากจุดที่ตัวมันอยู่ เกล็ดของมันหนามากจนไม่สามารถสร้างความเสียหายได้เลย ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่ามันหายไปอยู่ที่ไหนแต่ว่ากันว่าตอนนี้มันอาจจะอยู่ใต้ผืนดินที่ลึกลงไปหลายร้อยกิโลเมตรก็ได้ ครั้งล่าสุดที่มันปรากฏตัวออกมาก็เมื่อประมาณหนึ่งแสนปีก่อน ความแข็งแกร่งของมันก็อยู่ในระดับSSS
ต่อมาคือเฮอร์มอส
เฮอร์มอสเป็นราชสีห์ตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตอย่างมาก ลำตัวของมันเป็นสีน้ำตาลแดงแผงคอสีแดงเพลิง ตัวของมันมีขนาดใหญ่แค่ห้าร้อยเมตรเท่านั้น ลำตัวยาวกว่าแปดร้อยเมตร เพียงแค่เสียงคำรามของมันก็สามารถทำลายพื้นที่รอบๆได้เลยทีเดียว เพียงแต่เจ้าเฮอร์มอสชอบนอนอยู่ในลาวา ทำให้มันอาศัยอยู่ในสถานที่ที่มีลาวาอยู่ ผิวหนังของมันเหนียวมากๆแม้แต่การโจมตีของระดับSSSก็ยังไม่สามารถทำอะไรมันได้ ครั้งล่าสุดที่มันโผล่มาก็คือแปดหมื่นปีก่อน ความแข็งแกร่งของมันอยู่ในระดับSSS
ส่วนตัวที่อยู่บนท้องฟ้านั้นก็เพียงแค่บาร์ดิออสตัวเดียวเท่านั้น " เฮลเฟลชอธิบาย
คนอื่นๆที่ได้ยินก็พากันนิ่งอึ้ง
“ โอ้วพระเจ้า มีสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังแบบนี้อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ด้วยงั้นหรอ!! ” ไลก้ากลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว แค่ขนาดตัวของพวกมันก็ทำให้เขากลายเป็นมดเลยทีเดียว ต่อให้พวกเขาแข็งแกร่งมากแค่ไหนแต่ถ้าหากถูกทับด้วยขนาดตัวของพวกมันก็คงจะต้องแบนเป็นกล้วยทับแน่ๆ
“ ใช่แล้วล่ะ แต่เนื่องจากพวกมันหายตัวไปนานทำให้ไม่ค่อยมีใครจำเรื่องราวของพวกมันได้ แต่โชคดีที่เผ่ามังกรมีบันทึกเรื่องราวของพวกมันเอาไว้และฉันก็เคยไปอ่านมาทำให้ฉันรู้เรื่องราวของพวกมันได้ ” เฮลเฟลชพูดขึ้น
ไลท์มองไปที่เงาไกลๆของบาร์ดิออส เพียงแค่มันกระพรือปีกหนึ่งครั้งก็บินไปไกลหลายกิโลเมตรแล้ว