ตอนที่ 1 วัตถุจากฟากฟ้า
โลกอัคทราลาเซียประกอบไปด้วยเจ็ดทวีปใหญ่ มีชื่อทวีปว่า ทวีปหนึ่ง,ทวีปสอง,ทวีปสาม,ทวีปสี่,ทวีปห้า,ทวีปหก,ทวีปเจ็ด เมื่อครั้งาได้เกิดมหาาทั่วทั้งโลก เขตพรมแดนของสิ่งมีชีวิตหลากเผ่าพันธุ์แบ่งแยกชัดเจน ความโหดร้ายของารุกรานไปถึงการเข่นฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกัน การล้างบางเผ่าพันธุ์ศัตรู มหาาดำเนินมายาวนานเกินกว่าจะเล่าโดยสรุปได้
หมื่นปีหรือ? แสนปีหรือ? รึล้านปี? ไม่… มหาามันยาวนานยิ่งกว่า่เวลาที่กล่าวถึง มันดำเนินขึ้นั้แ่ยุคปฐมเทพ จนกระทั่ง ยุคเทพล่มสลายก็มิอาจดับไฟแห่งา ่เวลาในปัจจุบันที่เหมือนทุกสิ่งได้เกิดความสมดุลขึ้นมา บรรดาอาณาจักรทั้งหลายต้องไตร่ตรองอย่างละเอียดในการทำาขึ้นหนึ่งครั้ง สืบเนื่องมาจาก การประกาศกร้าวตั้งตัวตนของจอมมาร
จอมมารคือตัวตนเช่นใดน่ะหรือ… “จุดสูงสุดของเผ่าปีศาจ” ขั้วอำนาจโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง พร้อมกับการกำเนิดขึ้นของจอมมารนั้นบังเกิดสิ่งหนึ่งควบคู่มาด้วย ประหนึ่งกฎของหยินและหยาง มีชายย่อมมีหญิง มีดีย่อมมีชั่ว ฝั่งเผ่ามนุษย์ประกาศกร้าวถึงสถานะตัวตนของผู้กล้าขึ้นมา
สองตัวตนนี้เป็สิ่งที่มิอาจมองข้ามได้อย่างเด็ดขาด… ด้วยความต่างชั้นที่เกิดขึ้น เผ่าพันธุ์ต่างๆถึงพยายามแสวงหาขุมกำลังใหม่ที่แข็งแกร่งทัดเทียมผู้กล้าและจอมมารเพื่อมาค้านอำนาจกัน แต่ทว่า สิ่งมีชีวิตทั่วทั้งโลกหาได้ทราบไม่ เผ่ามนุษย์มีเวทย์มนตร์าหนึ่งบทที่หาคนร่ายได้โดยยากอย่างถึงที่สุด
“อัญเชิญผู้คนจากอีกมิติจักรวาล” หรือที่คนที่ถูกอัญเชิญเรียกกันเองว่า “ผู้มาจากต่างโลก”
อย่างไรก็ตาม มีเผ่าพันธุ์หนึ่งที่ทุกเผ่าพันธุ์ต่างยอมสยบก้มกราบกรานด้วยความเคารพอย่างแท้จริง “ั” เป็ตำนานของโลกที่ทุกเผ่าพันธุ์ต่างล่วงรู้ ไม่ว่าตำนานนั้นจะถูกเติมเต็มเช่นไร ไม่ว่าตำนานนั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกตำนานยืนยันเป็เสียงเดียวกัน “เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือั ตัวตนทาบเทียมพระเ้า”
…………………………………
ในขณะนี้เองที่ทวีปที่เจ็ด ในบริเวณป่าดิบชื้นดึกดำบรรพ์ผืนใหญ่ ต้นไม้ทั่วไปสูงใหญ่กว่าร้อยเมตร ต้นที่สูงที่สุดใหญ่โตราวกับูเา มันเต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายทรงพลังไร้คู่เปรียบ ด้วยสาเหตุนี้เอง สถานที่แห่งนี้พลันถูกยกย่องจากทุกเผ่าพันธุ์ให้เป็สถานที่ต้องห้ามอันตรายสูงสุด หนึ่งในสามดินแดนอันตรายที่สุดในโลกอัคทราลาเซีย “ป่าดึกดำบรรพ์”
สามในเจ็ดทวีปล้วนถูกปกครองโดยมนุษย์เป็ส่วนใหญ่ หนึ่งในนั้นก็คือทวีปที่เจ็ด ทั่วทั้งทวีปประกอบไปด้วยสิบราชอาณาจักร ราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเจ็ดก็คือราชอาณาจักรบารอน
ทวีปที่เจ็ดเคยถูกเผ่าเอลฟ์จากทวีปหนึ่งและเผ่ามนุษย์จากทวีปห้าขอทำการสำรวจป่าดึกดำบรรพ์ การที่ราชอาณาจักรบารอนแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสิบอาณาจักร การตัดสินใจระหว่างทวีปจึงเป็สิทธิ์ของราชอาณาจักรบารอน แน่นอน าาของราชอาณาจักรบารอนมิอาจปฏิเสธคำขอนี้ได้ สืบเนื่องมาจาก เผ่าเอลฟ์แข็งแกร่งกว่าราชอาณาจักรบารอนอย่างเทียบไม่ติด และเผ่ามนุษย์จากทวีปห้าที่ส่งคำขอมานั้น เป็เพียงหนึ่งในสามอาณาจักรในโลกที่มีผู้กล้าอาศัยอยู่
ราชอาณาจักรบารอนยินดีให้พวกเขาสำรวจป่าดึกดำบรรพ์ โดยแลกกับข้อมูลที่ได้หลังจากออกมาจากป่า าาไม่สนว่าข้อมูลนั้นจริงหรือเท็จ อย่างน้อยก็ขอแค่ข้อมูลที่ทำให้จินตนาการถึงข้างในป่านั้นได้ก็พอ…
โดยทวีปที่มีผู้กล้าอยู่ได้แก่ ทวีปที่สอง ทวีปที่สามและทวีปที่ห้า โดยหนึ่งคนอยู่ในหนึ่งอาณาจักรของทวีปนั้นๆ
ด้วยความอันตรายของป่าดึกดำบรรพ์นั้นเอง แม้ทวีปที่ห้าจะส่งผู้กล้าที่ดูเยาว์วัยอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี ถึงกระนั้น ความแข็งแกร่งของเขาจากฉายาผู้กล้าที่มากพอจะโค่นหัวหน้าอัศวินของราชอาณาจักรบารอนลงได้ ทวีปที่ห้าส่งผู้กล้ามาพร้อมกับทหารหมื่นนายเข้าสำรวจป่าดึกดำบรรพ์ ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา… คือผู้กล้าในสภาพสาหัสสากรรจ์พร้อมกับทหารที่เหลือรอดแค่ยี่สิบกว่านาย
ราชอาณาจักรบารอนเข้าช่วยเหลือผู้กล้าไว้ จึงได้ข้อมูลที่น่ากลัวว่า “ข้ายังมิอาจผ่านส่วนนอกซึ่งเป็ส่วนที่อ่อนแอที่่สุดของป่าดึกดำบรรพ์ได้ด้วยซ้ำ แค่เอาชีวิตรอดกลับมาได้ก็เต็มกลืนแล้ว ส่วนกลางคงเป็สถานที่ฆ่าตัวตาย ยิ่งส่วนที่ลึกที่สุดยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง…”
ส่วนเผ่าเอลฟ์จากทวีปที่หนึ่ง ส่งยอดนักรบชั้นแนวหน้าของอาณาจักรมาจำนวนหนึ่งร้อยนาย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ผู้เหลือรอดชีวิตมีแค่สองคน… จู่ๆ หนึ่งในนั้นก็เสียชีวิตไปเพราะอาการาเ็ที่หนักเกินจะช่วยเหลือได้ ยอดนักรบหนึ่งร้อยนายนี้ คนที่อ่อนแอที่สุดก็แข็งแกร่งกว่าผู้กล้าจากทวีปที่ห้าราวสิบเท่าตัวได้ ข้อมูลที่ได้จากเผ่าเอลฟ์ที่เหลือรอดคนสุดท้าย มีใจความว่า
“พวกข้าผ่านส่วนนอกไปได้อย่างสบายๆ แต่พอเริ่มเข้าใกล้เขตป่าส่วนกลาง เราก็รู้จักกับนรกที่แท้จริง สัตว์อสูรบ้านั่นใหญ่โตมหึมา แข็งแกร่งสุดๆทั้งว่องไวทั้งฉลาดเป็กรด มันไม่ถูกต้องเลยสักนิด ระดับความต่างชั้นของป่าส่วนนอกกับส่วนกลาง มันต่างชั้นยิ่งกว่าฟ้ากับดิน มันต่างชั้นกันเกินไป… ต่างชั้นจนจินตนาการไม่ออกเลย…”
ด้วยข้อมูลที่ได้มานี้ หากให้ลองจินตนาการถึงส่วนลึกสุดของป่าดึกดำบรรพ์ าาและบรรดาขุนนางชั้นสูงสุดที่ได้รับฟังข้อมูลลับต่างขนลุกขนพองไปตามๆกัน
แท้จริงแล้ว ส่วนลึกของป่าดึกดำบรรพ์ยังไม่ใช่ที่สุดของความน่ากลัว ณ ใจกลางของป่าดึกดำบรรพ์มีหลุมเล็กอยู่หลุมหนึ่ง ทางเข้าสูงเพียงสามเมตรเท่านั้น แต่ทว่า ข้างในหลุมนั้นกลับเป็ถ้ำขนาดั์ใต้ผืนดิน ประหนึ่งเขาวงกตก็มิปาน สัตว์อสูรที่อยู่ข้างในหลุมแข็งแกร่งเพียงใดน่ะหรือ… ท่านลองจินตนาการเอาเองเถิด…
หลุมนี่ถูกบรรดาสัตว์อสูรทรงภูมิปัญญาของป่าดึกดำบรรพ์เรียกว่า “หลุมเทพอสูร” มีเพียงแค่สัตว์อสูรที่วิวัฒนาการไปถึงระดับตำนานเท่านั้นถึงกล้าเข้าไปเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตัวอื่นๆข้างในหลุมนั่น ว่ากันว่า สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดข้างในหลุมนั่น เป็สิ่งมีชีวิตโบราณั้แ่ยุคปฐมเทพ ยุคกำเนิดของโลกใบนี้ พวกสัตว์อสูรในป่าดึกดำบรรพ์จึงพากันกล่าวขานว่า “หลุมเทพอสูร”
………………………………………………………
ใน่เวลาหนึ่งตอนเที่ยงวัน วัตถุประหลาดกำลังร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าตรงดิ่งมายังเขตป่าดึกดำบรรพ์ราวกับอุกกาบาต บรรดาสัตว์อสูรในป่าดึกดำบรรพ์ต่างแหงนศีรษะขึ้นมองวัตถุประหลาดชิ้นนั้นด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งยวด ขนาดของมันใหญ่โตมหึมา
“ราชันอสูร เ้าสิ่งนั้นคืออะไร?” สัตว์อสูรในเขตลึกที่สุดเอ่ยถามกับสัตว์อสูรที่ถูกยกย่องว่าเป็ “ราชันอสูร” ผู้ปกครองของสัตว์อสูรแห่งป่าดึกดำบรรพ์!!
“ลางไม่ดีแล้ว…” ราชันอสูรมีลักษณะรูปร่างเหมือนกวาง แต่มีสามเขา หางเหมือนวัว หัวเป็ั เท้ามีกลีบเหมือนม้า ลำตัวเป้นกวางชะมด ใบหน้าคล้ายหมาป่า เชี่ยวชาญธาตุทั้งห้าอย่างถึงที่สุด ดิน,น้ำ,ลม,ไฟและโลหะ มันถูกเรียกในชื่อของ “กิเลน”
ั์ตาของราชันอสูรฉายประกายวาบหนึ่ง “เนตรอสูรสืบอนาคต” ภาพในอนาคตอันใกล้วาบผ่าน สีหน้าและท่าทางของราชันอสูรพลันเคร่งเครียดขึ้นมา “บอกสัตว์อสูรทุกตัวในส่วนลึกสุดออกมาจากเขตหลุมเทพอสูร วัตถุนั่นจะพังพื้นดินตกสู่หลุมลงไป”
สัตว์อสูรข้างกายของราชันอสูรก็ไม่รอช้า เปิดใช้งานสกิลผู้ปกครองผืนป่ากล่าวคำสั่งต่อสัตว์อสูรในส่วนลึกทุกตัว เพียงชั่วพริบตาเดียว สัตว์อสูรก็พากันตีตัวห่างจากบริเวณใกล้เขตหลุมเทพอสูร
“สิ่งประดิษฐ์ของพวกมนุษย์รึ?” ราชันอสูรกล่าวลอยๆ ลักษณะของมันเหมือนทำมาจากเหล็กกล้าแต่เป็สีเทา เป็วัตถุมหึมาอย่างแท้จริง
ทันใดนั้น วัตถุที่ราวกับสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์พลันร่วงหล่นที่ป่าดึกดำบรรพ์ ไม่มีสัตว์อสูรตนใดคาดการณ์ได้ แม้กระทั่ง ราชันอสูร เนตรอสูรสืบอนาคตมองอนาคตข้างหน้าได้แค่สิบห้าวินาทีและใช้ได้แค่วันละครั้ง นอกเหนืออื่นนั้นอยู่เหนือการคำนวณ ในวันนั้น วัตถุจากฟ้าได้สร้างแรงสั่นะเืครั้งใหญ่ อาคารบ้านเรือนของอาณาจักรต่างๆในทวีปที่เจ็ดบางส่วนได้พังทลายลงมา ส่งผลให้เกิดการสูญเสียจำนวนมาก
แต่ด้วยความแข็งแกร่งของบรรดาสัตว์อสูรในป่าดึกดำบรรพ์ ไม่มีอสูรตัวใดาเ็เลยแม้แต่ตัวเดียว เหตุการณ์ตกตะลึงโลกบังเกิดขึ้นครั้งแรกในสายตาของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งระดับตำนาน ภาพเบื้องหน้าของราชันอสูรคือหลุมลึกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสิบกิโลเมตร
วัถตุจากฟ้าจมลงไปในหลุมเทพอสูร…