เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 92 ห้าขุนพลพยัคฆ์

    ซินเอ๋อ หายไปไม่นานกลับมาใหม่เปลี่ยนชุดจากขอทานมาเป็นชุดคุณชายหนุ่ม

    ไม่ยอมแต่งตัวเป็นหญิง  แล้วเดินมาหาเทียนที่รออยู่  ขณะที่มีผู้คนเคลื่อนไหวกันมากขึ้น เพื่อที่จะเตรียมตัวแย่งชิง หยกมังกรฟ้าอันนี้  เทียนกับ ซินเอ๋อกระโดดขึ้นไปบนกำแพงเมือง ซึ่งตอนนี้ มีทหารอยู่ไม่กี่คน เพราะออกไปต้อนรับ ทูตที่กำลังจะเข้าเมืองโจเพื่อถวาย ตราพระราชลัญจกร หรือ หยกมังกรฟ้า  บนสองข้างทางมีทหารนับพัน ยืนเรียงเป็นสองแถว   คณะทูตนำคนมาเกือบ ห้าร้อย คน มีขุนศึก กว่า10 คนขึ่ม้านำมา มีท่านทูตนั่งอยู่ในเกี้ยว ที่เปิดโล่ง โดยมีผ้าสีเหลืองคลุมกล่องที่น่าจะเป็นตราพระราชลัญจกร  

    “ คนที่ดูน่ากลัวที่สุดน่าจะเป็น ขุนศึกอุยกาย มีพลังจักรพรรดิยุทธ์ระดับ 95 แล้ว

    ส่วน   เตงฮอง จูตี้ เทียเภา ฮันต๋ง  พวกเขามีพลังจักรพรรดิยุทธ์แค่เพียง 93 กันเท่านั้น แต่ทุกคนล้วนผ่านศึกสงคราม ทำให้ได้เปรียบต่อชาวยุทธ์ทั่วไปยิ่งนัก ต้องระวังพลังสัตว์วิญญารของพวกมันด้วย”  ซินเอ๋ออธิบาย

    “  5 ขุนศึกมากันหมด ถ้าถูกจับฆ่าทิ้งทั้งหมดจะทำอย่างไร?”  เทียนแกล้งถามไปเรื่อย แต่ซินเอ๋อไม่ตอบเพราะกำลังสังเกตฝ่ายของจักรพรรดิโจว่าใครมาต้อนรับบ้าง

    “ ห้าทหารเสือของจักรพรรดิโจก็มาด้วย เตียวเลี้ยว ซิหลง งักจิน เตียวคับ อิกิ๋ม มากันครบเลย ใครคิดจะแย่งหยกมังกรฟ้า คงได้นองเลือดแน่คราวนี้”  ซินเอ๋อรู้เลย ว่าทั้งสิบคนนั้นมีฝีมือแค่ไหน

    “ มีคนอยู่บนเรือเหาะ เกือบยี่สิบลำกว่า พันคน พร้อมอาวุธ หลบในก้อนเมฆ  มีหน่วยรบใต้ดินอีก กว่าห้าร้อยคน ฝังตัวในพื้นดินด้านหน้า  มียอดยุทธ์ในป่า ทั้งสองข้าง อีก เกือบ พันคน แต่ละคนมีอาวุธครบมือ  มีจักรพรรดิยุทธ์ ระดับ 90 กว่า 100 คน กำลังนำกำลังราชันยุทธ์ นับพัน เข้าจู่โจม อีก งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไปคอยดูกัน”  เทียน กับซินเอ๋อ ยืนดูอยู่ไกลๆ  ยังไม่เข้าไปร่วม  

    กองกำลังไม่ทราบฝ่าย เข้าจู่โจมพร้อมกันทั้งบนฟ้า ใต้ดิน และพื้นดิน  ขุนพลเอกทั้งสิบ เข้าปะทะกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอย่างรุนแรง เลือดของผู้จู่โจมล้วนสาดกระเซ็นไปทั่ว ทหารที่คอยป้องกัน ก็เข้าลุย เกิดการตะลุมบนกันจนฝุ่นตลบ  บนท้องฟ้าก็เริ่มยิงธนูเข้าใส่ทหารเบื้องล่าง กลายเป็นพายุลูกธนู    ขุนพลอุยกายกระโดดลอยตัวขึ้นไปแล้ว     ใช้ง้าวใหญ่ฟาดทีเดียว  เรือที่บรรทุกคนเกือบ 50 คนขาดสะบั้นร่วงตกพื้นทันที

    จากนั้นเตียวเลี้ยวก็ไม่ยอมแพ้ขว้างทวนพิฆาต พุ่งทะลุเรือธนู แล้วดึงกลับมาฟาดเรือเหาะลำอื่นๆ อีกสองลำจนระเบิดแตกกระจาย พังไปพร้อมกันทีเดียว สามลำ

    จากนั้นขุนศึกที่เหลือ ก็กระโดดตัวลอย ปล่อยให้วิญญาณสัตว์ของแต่ละคนซึ่งกลายร่างออกไปเข้าปะทะ กับเรือเหาะที่เหลือ แค่ 3 ลมหายใจเข้าออก เรือเหาะทั้งหมดก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น  แต่ว่า ยอดยุทธ์กว่าร้อยคน ที่ข้ามารุมทั้งสิบคน

    ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปคอยป้องกัน หยกมังกรฟ้าได้ เหลือแต่หัวหน้าทูตกับผู้ช่วยอีกสองคน คอยเฝ้าเอาไว้   แต่ว่าอยู่ๆ ก็มีชายคลุมหน้าโผล่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เข้าฟันร่างของของผู้คุ้มกันทั้งสี่ จนคอขาดสะบั้น แล้วก็หยิบ หยกมังกรฟ้านั้นไป แล้วหายวับไปอย่างง่ายดาย สร้างความงุนงง สงสัย ให้กับ ขุนศึกทั้งสิบคนยิ่งนัก   เทียนกับ ซินเอ๋อ ก็ตกใจ ที่ชายชุดดำคนนั้น สามารถเคลื่อนไหวผ่านมิติไปได้ยังไง

    “ พลังเทพมิติ”  เทียนเอ่ยออกมาอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าโลกใบนี้จะมีพลังเทพมิติ แล้วก็มีคนใช้ได้ดีชำนาญเสียด้วย  เทียนหายตัวตามไปทันที  ชายชุดดำมายืนอยู่บนเขาแห่งหนึ่ง กำลังเปิดกล่องออกดู มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า

    “ ไม่ต้องเปิดหรกอ นั้นเป็นของปลอม”  เป็นเทียนนั่นเองเขาใช้ตาสวรรค์มองไปข้างในแล้ว พบว่าไม่มีไอพลังเซียนแม้แต่น้อย

    “ เจ้ารู้ได้ยังไง”  ชายชุดดำไม่เชื่อ รีบเปิดออกทันที มีควันลอยออกมา ชายชุดดำถอยออกมาทันที

    “ ถูกหลอกหรือนี่”

    “ ไม่ต้องกลัว นี่คือควันนำทาง  มันไม่เป็นอันตรายหรอก แต่ว่าเจ้าเวลานี้ถูกหมายหัวจากสองแคว้นแล้ว”  เทียนยืนอยู่ไกล เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

    “ เฮอะ ไม่มีใครหน้าไหนในแดนนี้ทำร้ายข้าได้ ข้ามีพลังมิติ สามารถเคลื่อนไหวโดยฉับพลันได้ ไม่มีใครหยุดข้าได้”  จากนั้นมันก็หายวับจากไป  แต่ว่า “เปรี้ยง” เสียงสายฟ้าฟาดเข้าใส่ชายชุดดำ จนกระเด็นออกมาจากมิติ แล้วร้องถามด้วยเสียงอันดังว่า

    “ เจ้าดักทางข้าได้ยังไงกันนี่”

    “ ต่อให้เจ้าหายตัวได้ ก็ไม่มีทางรอดจากข้าไปได้หรอก” เทียนใช้สายตาสวรรค์ก็มองการเคลื่อนไหวได้ของชายชุดดำได้อย่างง่ายดาย พอมันหายดีก็ควบดาบฟาดฟันเทียนด้วยความเร็ว  เทียนเห็นมันเข้ามาอย่างช้าๆ  เทียนปล่อยหมัดดาวนพเก้า เบาๆ ไป เปรี้ยง พลังหมัดกะทบกับร่างของชายชุดดำ กระเด็นไปชนต้นไม้หักนักสิบต้น

    “ นึกไม่ถึง หมัดนพเก้า จากต่างดาว จะมีพลังมากมายเช่นนี้”

    “ เจ้าเป็นใครกันแน่”  ชายชุดดำยังไม่ตาย ค่อยๆ ลุกขึ้นมาเอ่ยถามเทียนเพราะอยากรู้จริง ๆ ว่าเขากำลังสู้อยู่กับใคร

    “ ข้าชื่อหลี่เทียน แค่คนผ่านมาเท่านั้น”

    “ ข้าลิโป้ ขอยอมรับความพ่ายแพ้”  ลิโป้เปิดผ้าคลุมหน้าออก เป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ไม่น่าเชื่อว่า จะฆ่าพ่อเลี้ยง เพื่อแย่งหญิงงามได้

    “ ท่านไปเถอะ ต่อไปทำตัวให้ดี อย่าทำเรื่องผิดพลาด ชีวิตท่านจะได้ยืนยาวยิ่งขึ้น”

    เทียนกล่าวคำนี้ออกไป ลิโป้ชะงักนิดหนึ่ง แล้วหายตัวฉีกมิติจากไป เทียนหยิบหยกมังกรสวรรค์ปลอมออกมา ช่างปลอมได้ห่วยแตกจริงๆ  ไม่ทันไรก็มีขุนศึกทั้งสองจักรวรรดิมาถึง  

    “ เจ้าเด็กน้อย  นำตราราชลัญจกรคืนมาซะ”  อุยกาย ขุนศึกสามแผ่นดินเอ่ยกับเทียนทันที  เทียนโยนตราหยกคืนให้ไปแบบไม่สนใจไยดี

    “ ของปลอม ใครจะอยากได้กัน”  เทียนเอ่ยออกไป ขุนศึกฝ่ายจักรพรรดิโจ ถึงกับถลึงตาใส่ ขุนศึกจักรพรรดิซุนทันที

    “ นี่ พวกท่านกล้าเอาของปลอมมาหลอก จักรพรรดิของพวกเราเชียวหรือ” เตียวเลี้ยว ขุนพลเอกแห่งจักรพรรดิโจ เอ่ยด้วยความไม่พอใจ

    “ นี่พวกท่านเชื่อ คำพูดของเด็กน้อยคนนี้ด้วยหรือ” ขุนพลอุยกายจักรพรรดิซุนย้อนออกมา

    “ หยกมังกรฟ้า มีพลังฟ้าดิน ไม่แตกหักได้โดยง่าย และที่สำคัญ มันจะไม่จมน้ำ”

    “ นี่เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”  เจ้ารู้ได้อย่างไร

    “ ข้าคือ ปราชญ์พยากรณ์ ล่วงรู้ในสิ่งที่คนไม่ควรรู้ และรู้ในสิ่งที่สวรรค์ไม่ต้องการให้รับรู้”  เทียนพูดไปเรื่อย ไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร

    “ ใครจะไปเชื่อเจ้าเด็กน้อย”  อุยกายขุนพลสามแผ่นดินไม่อยากเชื่อ

    “ ท่านคงเป็นขุนพลอุยกาย ใบหน้าสี่เหลี่ยมของท่านบ่งบอกว่า ท่านลำบากในวัยเด็ก คิ้วสองข้างเป็นคิ้วพิฆาตบิดามารดา ท่านต้องเป็นกำพร้าแต่เยาว์วัย จมูกของท่านบ่งบอกถึงอำนาจที่กว่าจะได้มาต้องผ่านอุปสรรคด้วยตัวท่านเองทั้งนั้น ปากงุ้มเหมือนนกอินทรีบอกว่าท่านเป็นคนซื่อตรง ไม่ผิดคำพูด ไม่คิดทรยศ ซื่อสัตย์ คำไหนคำนั้น ข้าเชื่อว่า ท่านไม่รู้เรื่อง หยกมังกรฟ้านี้เป็นของปลอม”

    “ แต่คนที่รู้น่ารู้ว่าหยกนี้เป็นของปลอมน่าจะเป็นท่านขุนพลจูตี ข้ากล่าวถูกใช่หรือไม่”   เทียนพูดออกไป แล้วทุกคนหันไปมองหน้าขุนพลจูตี  กุนซือหนุ่มที่ปรึกษาการทหารของจักรพรรดิซุน

    “ ข้ายอมรับ ว่าข้ารู้ว่าหยกคือของปลอม แต่ว่าข้าอยากรู้ว่าเจ้ารู้ได้ยังไง ว่าข้าเป็นคนรู้เรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว”  ขุนพลจูตีสงสัย

    “ ข้อแรก เมื่อทุกคนต่างตกใจเมื่อเห็นชายชุดดำ นำตราราชลัญจกรหนีไป จึงรีบตามชายชุดดำ แต่ท่านมีสีหน้าไม่ตกใจ แล้วเคลื่อนไหวกว่าที่ควรเป็น

    ข้อสอง พอข้าพูดถึงว่าตราราชลัญจกรเป็นของปลอม ทั้งเก้าคนล้วนทำหน้าสงสัยหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ แต่ท่านได้แต่ยิ้ม ไม่ตกใจ แล้วหัวใจของท่านกลับเต้นตามปกติ เหมือนคิดไว้อยู่แล้ว  

    ข้อสาม ท่านมีตราราชลัญกรอยู่กับตัวท่าน พร้อมกับราชโองการของจักรพรรดิซุนกวน เพื่ออธิบายเรื่องนี้ใช่หรือไม่” เทียนเอ่ยตามที่คิดเอาไว้  

    “ เจ้าอายุแค่นี้กับรู้เรื่องถึงเพียงนี้ ข้ายอมรับที่เจ้าพูดเป็นความจริง ข้าอยากชวนเจ้ากลับเมืองกังตั๋งกับข้าเหลือเกิน”  จูตีเปลี่ยนเรื่องทันที

    “ หยุดก่อน น้องชายผู้นี้ เจ้าเป็นคนของเมืองโจ เจ้าควรคิดให้ดี ในเรื่องนี้” เตียวเลี้ยวแห่งจักรวรรดิโจ ลืมคิดเรื่อง ตราราชลัญจกรทันที หากเทียนไปอยู่กับ ฝ่ายเมืองซุน เท่ากับ

    ฝ่ายจักรวรรดิซุนจะกลายเสือติดปีกทันที  เตียวเลี้ยวเห็นความฉลาดแต่เยาว์วัยของเทียน คิดว่าเทียนไม่น่าเป็นคนธรรมดา คำว่าปราชญ์พยากรณ์ อาจเป็นจริง ก็ได้

    “ เดี๋ยวก่อน เรามาเพื่อมอบ  ตราราชลัญจกร ท่านจูตี พวกเราทำตามหน้าที่ให้แล้วเสร็จแล้วเดินทางกลับจะดีกว่า” อุยกายจักรวรดิซุนสรุป  จากนั้นทั้งหมดก็เข้าวังหลวง ส่วนเทียน ก็ถูกขุนพลเตียวเลี้ยวเมืองโจ เชิญเข้าไปในวังหลวง เพื่อพบกับจักรพรรดิโจ  ระหว่างทางเทียนพบกับซินเอ๋อ เลยชวนเข้าวังไปด้วยกัน

             เทียนเข้าไปในวังหลวงของจักรพรรดิโจ  ทุกคนถูกส่งตัวไปรอที่ห้องโถงใหญ่ เทียนอยู่ท้ายสุดกับซินเอ๋อ ที่กำลังตื่นเต้น ที่ได้เข้ามาในวังหลวง แล้วกำลังจะได้พบ จักรพรรดิโจโฉผู้ยิ่งใหญ่ ครองดินแดนทวีปมากกว่าใคร ในสามจักรวรรดิ

    พอมีเสียงประกาศ ว่าจักรพรรดิโจออกมาแล้ว ทุกคนก็คุกเข่ากันหมด ยกเว้นเทียนกับทูตของจักรวรรดิซุน  ท่านขุนพลจูตีก้าวไปด้านหน้า แล้วถือตราหยกที่เทียนมองแต่ไกล แล้วสัมผัสได้ว่า ครั้งนี้ คือ หยกมังกรฟ้าจริง มีพลังเซียนอัดแน่นอยู่ด้านใน เทียนขอแค่ให้ได้สัมผัสเพียงสักครู่เดียว ก็สามารถดึงพลังออกมาได้โดยไม่มีใครรู้เลย แต่จะทำยังไง ถึงจะสัมผัสได้กันนะ

    “ ก่อนที่กระหม่อมจะมอบตราราชลัญจกรให้กับพระองค์ กระหม่อมมีราชสาสน์ของจักรพรรดิซุนมามอบให้ด้วย”  ท่านทูตรีบกล่าวทันที

    “ เจ้าอ่านออกมาให้ทุกคนได้ยินไปเลย”  จักรพรรดิโจ เอ่ยด้วยเสียงอันมีพลัง

    “ ข้าในนามของราษฏร แห่งจักรวรรดิซุน ขอมอบตราราชลัญจกรนี้ให้แก่องค์จักรพรรดิโจ ด้วยความจริงใจ เพื่อมุ่งหวังให้พระองค์ดำเนินการปราบปราบจักรวรรดิเล่าฮั่นให้หมดไป หากแม้นพระองค์ปราบจักรวรรดิเล่าฮั่นเสร็จสิ้นแล้ว

    จักรวรรดิซุน จะยอมสวามิภักดิ์ต่อจักรวรรดิโจของท่านโดยปราศจากเงื่อนไข”

    สิ้นเสียงของท่านทูต ในท้องพระโรงก็มีเสียงดังกันเซ็งแซ่ไปหมด จนจักรพรรดิโจต้องบอกให้ทุกคนหยุด

    “ ไปบอกจักรพรรดิของเจ้า เรื่องนี้ข้ารู้ดีว่าจะจัดการอย่างไร  หลังข้าจัดการกับพวกเล่าฮั่นแล้ว จะคอยดูว่าพวกเจ้าจะทำตามสัญญาหรือไม่”  จักรพรรดิโจเอ่ยตอบไป

    “ กระหม่อมจะกล่าวคำทุกคำที่ พระองค์ได้เอ่ยมา” ท่านทูตและทั้งหมดกำลังจะจากไป กุนซือที่ยืนข้างจักรวรรดิโจ ก็ได้ยกมือขึ้น

    “ พวกท่านจะทำอะไร” อุยกายแห่งจักรวรรดิซุนเอ่ยขึ้น

    “ 5 เสือแห่งจักรวรรดิซุนมาเยือนทั้งที หากปล่อยไปแบบปกติ คงเป็นเสี้ยนหนามต่อไปในอนาคต ข้าแค่จะขอแขนพวกเจ้าไว้คนละข้างเท่านั้น”  จักรพรรดิโจพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยียบ  ทหารเสือทั้งห้า กำหมัดแน่น ไม่คิดว่าจักรพรรดิโจจะกล้าทำเรื่องชั่วช้า เช่นนี้  

    “ หยุด”  เทียนยกมือบอกให้ทุกคนหยุดก่อน  ซินเอ๋อถึงกับดึงเสื้อของเทียนทันที

    เทียนไม่สนใจเดินก้าวไปข้างหน้าท้องพระโรง ท่ามกลางทหารพร้อมอาวุธที่เข้ามาในท้องพระโรงจนแน่นไปหมด

    “ เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงมาขวางคำสั่งของข้า” จักรพรรดิโจสงสัยว่าเด็กคนนี้เป็นใครกัน

    “ เขาชื่อ หลี่เทียน เป็นปราชญ์พยากรณ์ กระหม่อมเป็นคนพาเขามาเพื่อเข้าพบพระองค์เอง”  ขุนพลเตียวเลี้ยวรีบกล่าว

    “ แล้วเจ้ามาขัดขวางข้าทำไม”  เสียงของจักรพรรดิโจอ่อนลงไปบ้าง

    “ เพราะว่าพวกเขารู้จักข้า และข้าก็รู้จักพวกเขา ใครที่อยู่ต่อหน้าข้า คนนั้นต้องมีชีวิต  ถ้าข้าไม่อนุญาตให้ตาย ใครก็ตายไม่ได้....”

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน