เสียงกรีดร้องของยู้ม่อดังทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงเพียงเสี้ยววินาทีแขนของยู้ม่อก็ถูกตัดขาดทั้งสองข้างเลือดจำนวนมากใหลออกมาทำให้เกิดภาพที่น่าเวทนาอย่างยิ่งสำหรับยู้ม่อ
"ม่อเอ๋อ!!!!!" ประมุขตระกูลม่อตะโกนออกมาด้วยความแตกตื่น
ประมุขตระกูลม่อรีบขึ้นไปบนเวทีแล้วอุ้มร่างที่หมดสติของยู้ม่อขึ้นมาและหันหน้าไปทางหยางจื่อด้วยความโกรธแค้น
"เจ้ากล้ามากที่ทำร้ายบุตรของข้าเมื่อการแข่งขันนี้จบลงเมื่อไหร่ข้าจะตามไปข้าเจ้าที่ทวีปเมฆาและกวาดล้างผู้คนที่ใกล้ชิดกับเจ้าให้หมด"ประมุขตระกูลม่อกล่าวข่มขู่ "โฮ่นี่ประมุขตระกูลม่อผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับกล่าวข่มขู่รุ่นเยาว์คนนึงเลยหรือท่าอย่าลืมนี่คือการประลองมันเป็นธรรมดาที่จะต้องมีการบาดเจ็บหรือถ้าท่านปนะมุขตระกูลม่อกลัวบุตรชายของตนบาดเจ็บท่านก็ไม่ควรให้เขามาลงการประลองแล้หมกตัวอยู่ในตระกูลยู้ดีกว่า"หยางจื่อกล่าวคำกล่าวของหยางจื่อทำให้ใบหน้าของประมุขตระกูลม่อบิดเบี้ยวด้วยความโกรธยิ่งขึ้น
"ตายซะ!!!!"
ประมุขตระกูลม่อซัดฝ่ามือไปทางหยางจื่อคลื่นพลังที่รุนแรงและน่ากลัวทำให้หยางจื่อหน้าซีดเห็นได้ชัดว่าประมุขตระกูลม่ออยู่ปราณนักบุญขั้นสูงแล้วแต่ในขณะนั้นเองก็มีพลังปราณที่น่าเกรงขามมาปะทะกับพลังของประมุขตระกูลม่อ "นี่คือการแข่งขันของรุ่นเยาว์ไม่อนุญาติให้ผู้ใหญ่เข้ามาแทรกแซงหรือเจ้าตั้งใจจะทำผิดกฎ"ซวนหวู่จี๋กล่าวอย่างเย็นชาประมุขตระกูลม่อนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าซวนหวู่จี๋ก็ไม่สามารถทำอะไรได้และเดินจากไปพร้อมกับร่างหมดสติของยู้ม่อและส่งสายตาอาฆาตแค้นมาที่หยางจื่อ
"พวกเจ้าไม่ต้องห่วงถ้าตาแก่นั่นกล้าลงมือกับพวกเจ้าหลังจากจบการประลองข้าจะเป็นคนหยุดเจ้านั่นเอง"ประมุขตระกูลจี้กล่าว "ที่ตัวหยางจื่อยังมีจี้หยกของนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่"โม่หงเย่กล่าว "นั่นสินะถ้าหยางจื่อสามารถขอความช่วยเหลือจากนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ตระกูลยู้ก็คงไม่กล้าแตะต้องพวกเรา"จักรพรรดิฉินกล่าว ทางด้านกลุ่มนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์หลี่ซวงเหยียนได้สั่งการให้ผู้อาวุโสที่คุ้มกันนางให้ส่งคนไปคอยปกป้องผู้คนที่รู้จักกับหยางจื่ออย่างลับๆ "แต่ว่าพลังเมื่อกี้ของเขามันคืออะไรกันทำไมข้าถึงสัมผัสได้แค่แปปเดียวแล้วมันก็หายไป"หลี่ซวงเหยียนกล่าว "ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันนายหญิงต้นกำเนิดของเขาลึกลับเกินไป"หญิงชราที่อยู่ข้างหลี่ซวงเหยียนกล่าว "แต่พลังของเขาต้องเพิ่มสูงขึ้นแน่หลังจากจบการแข่งขันนี้"หญิงชรากล่าวทางด้านอัจฉริยะของนิกายเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์เองก็รู้สึกสนใจหยางจื่อขึ้นมาโดยเฉพาะจ้าวเสวี่ยที่มองไปทางหยางจื่อด้วยสายตาเปล่งประกาย
"เจ้ารู้สึกสนใจเด็กคนนั้นอย่างงั้นรึ" ตงไท่กล่าวกับจ้าวเสวี่ย
"เด็กคนนั้นมีพลังพิเศษบางอย่างถ้าข้าคิดไม่ผิดเขาจะต้องมีเส้นลมปราณพิเศษอยู่ด้วยอย่างแน่นอน"จ้าวเสวี่ยกล่าว "งั้นหลังจบการแข่งขันนี้ก็ไปชวนเขามาเข้าร่วมกับนิกายของพวกเราซะสิ"ตงไท่กล่าว"ข้าต้องทำแบบนั้นแน่นอน" จ้าวเสวี่ยกล่าว
ข่าวพลังที่หยางจื่อปลดปล่อยออกมาในเสี้ยววินาทีนั้นได้ถูกส่งไปยังหูของพวกตัวตนที่มีอำนาจต่างๆโดยที่หยางจื่อไม่ได้รับรู้อะไรเลย หลังจากที่หยางจื่อประลองเสร็จเขาก็รีบไปดูอาการของมู่โหลวซึ่งนางยังคงหมดสติอยู่เมื่อเห็นบาดแผลจำนวนมากของมู่โหลวหยางจื่อก็สาบานในใจว่าจะกำจัดคนตระกูลยู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดอย่างไร้ความปราณี การแข่งขันรอบแรกใกล้จะจบลงไปหลังจากผ่านไปไม่นานเหล่าอัจฉริยะที่เป็นตัวเต็งของการประลองนี้สามาถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายจนกระทั้งหยางจื่อได้เจอกับอัจฉริยะของนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ หลี่หู่ซึ่งเป็นศัตรูที่น่ากลัวสำหรับหยางจื่ออย่างมาก หยางจื่อนั้นรู้สึกกดดันอย่างมากเมื่อต้องเจอกับคนที่อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่1 ในขณะที่ตนเองอยู่ปราณราชันขั้นที่ 3"เจ้าจะยอมแพ้หรือไม่" ผู้ตัดสินหันไปทางหยางจื่อ
ถึงเเม้ผู้ตัดสินจะรู้ว่าหยางจื่อแข็งแกร่งแต่หยางจื่อในตอนนี้ก็มีแต้มจำนวนมากเเล้วจึงไม่จำเป็นต้องเข้ามาเสี่ยงบาดเจ็บและที่สำคัญแต้มของหยางจื่อนั้นมีมากกว่าหลี่หู่เสียด้วยซ้ำต่อให้แพ้ไปรอบเดียวก็ไม่ทำให้หยางจื่อตกรอบได้อย่างแน่นอน
"ข้าขอยอมแพ้" หยางจื่อกล่าว
หยางจื่อยังอยากเก็บความลับของพลังของตนไว้ใช้ในรอบที่สองมากกว่าเพราะถ้าเปิดเผยไพ่ในมือออกไปจนหมดจะทำให้คนอื่นหาทางรับมือตัวเองออก
"เด็กคนนั้นฉลาดจริง ๆที่เลือกที่จะยอมแพ้" จ้าวเสวี่ยกล่าว
"ใช่ด้วยพลังของเขาที่จัดการกับยู้ม่อก็น่าจะพอสู้กับหลี่หู่ได้แต่เขากลับยอมแพ้และซ่อนพลังนั่นเอาไว้ชั่งเจ้าเล่ห์จริง ๆ" ตงไท่กล่าว "เป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมากแต่ข้าก็รู้สึกเสียดายนิดๆที่ไม่ได้เห็นพลังที่แท้จริงของเขา"หลี่ซวงเหยียนกล่าว ผู้ตัดสินยิ้มออกมาเมื่อเห็นการตัดสินใจของหยางจื่อแต่ทางด้านหลี่หู่กลับแสดงสีหน้าเหยียดหยามแทนเพราะเขาคิดว่าหยางจื่อเป็นคนขี้ขลาด ทางด้านสนามประลองอื่นๆ ทั้งหลี่ซงเหยียน จ้าวเสวี่ย ตงไท่ ต่างก็ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละสนามส่วนสนามที่ 4 หยางจื่อมีคะแนนมากที่สุดถัดมาก็เป็นหลี่หู่แต่ถ้าวัดกันใครมีคะแนนมากที่สุดในการแข่งขันแห่งนี้ก็สามารถดูได้ไม่ยากเพราะคะแนนของพวกอัจฉริยะทั้ง4 ต่างก็อยู่ที่ 200 คะแนนแต่หยางจื่อมีคะแนนอยู่230 คะแนน "เอาละการแข่งขั้นรอบที่ 1 ได้จบลงเเล้วผู้ที่ได้คะแนนสูงสุก25 อันดับแรกของแต่และเวทีประลองให้อยู่ต่อส่วนคนที่เหลือพวกเจ้าจะได้รางวัลเล็กๆน้อยจากการนำแต้มเหล่านั้นไปแลกกับทรัพยากรบ่มเพาะได้"ซวนหวู่จี๋กล่าว เหล่าอัจฉริยะที่ตกรอบต่างก็เดินออกไปจากสนามทั้งเอี่อฮวาและรุ่นเยาว์จากทวีปเมฆาคนอื่น ๆต่างก็ตกรอบเหลือเพียงแค่หยางจื่อและฉินหมิงเยี่ย เหล่าคนอื่น ๆต่างก็ตกตะลึงในรุ่นเยาว์ที่ผ่านเข้ารอบฉินหมิงเยี่ยอ่อนแอที่สุดแต่เพราะนางมีทักษะพิเศษจึงทำให้นางสามารถชนะคู่ต่อสู้ที่มีพลังมากกว่านาง1-2 ขั้นได้------------------------------------------------------------------------------------------