"จัดการมันซะ" ชายที่ดูเป็นหัวหน้าตะโกนออกไป คนอื่นๆ พอได้ยินคำสั่งดังนั้นต่างแสยะยิ้มและเข้าจู่โจมทิวรั่วซานอย่างรวดเร็ว
ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้ดูแปลกประหลาดอย่างที่สุด การต่อสู้ระหว่าง 1 คนกับอีกฝ่ายที่มีถึง 100 คน หากพูดให้ใครฟังคงต้องถูกกล่าวหาว่าเสียสติแล้ว แต่ภาพเหตุการณ์นั้น บัดนี้ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเทียนฟาง
"มอบหัวของเจ้ามาซะ" คนจากสำนักบัวหิมะคนหนึ่งตะโกนขึ้นก่อนจะแทงกระบี่เข้าใส่ ทิวรั่วซาน ทิวรั่วซานมองไปยังเบื้องหน้า เขาไม่ได้ขยับตัวจนกระทั้งกระบี่อยู่ห่างจากตัวเขาเพียง 2 คืบ จากนั้นจึงเบี่ยงตัวหลบไปอย่างรวดเร็ว
การหลบหนีของเขานั่นช่างดูง่ายดาย ก่อนจะซัดฝ่ามือไปยังคนเบื้องหน้าฝ่ามือถูกซัดเข้าใส่หน้าอกของคนที่จู่โจมเข้ามาอย่างจัง เสียงกระดูกหักดังออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจนก่อนที่ร่างของมันจะปลิวละลิ้วไปเบื้องหลังไม่ต่างจากว่าวสายขาด
"หากคิดว่ามีพลังเพียงแค่ระดับก่อกายาขั้นที่ 6 จะสามารถจัดการข้าได้ นั่นดูจะง่ายดายเกินไปแล้ว" จากที่ทิวรั่วซานมองดูแล้ว คนพวกนี้ส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตลมปราณก่อกายาระดับที่ 6-8 เป็นส่วนใหญ่มีเพียงส่วนน้อยที่มีระดับที่ 9
หากต้องเปลี่ยนเป็นคนอื่นแล้วละก็ เขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าคงมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่
ตอนนั้นเองที่ปรากฏคมกระบี่วาดผ่านมาเบื้องหลังของเขา ทิวรั่วซานขยับพลิกตัวก่อนจะตบไปที่หัวของคนด้านขวา ในขณะที่มืออีกข้างนั้น บัดนี้กำอยู่รอบลำคอของชายอีกคนที่หวังเข้ามาลอบทำร้าย
แกร๊ก!!!!
เสียงกระดูกคอหักลงดังขึ้นต่อหน้าคนอื่นๆ ต่อให้เป็นคนที่มีจิตใจกล้าหาญเพียงใดแต่เมื่อมองเห็นภาพดังกล่าวแล้วต่างถอยไปคนละก้าวสองก้าวอย่างไม่รู้ตัว
"ไม่ต้องไปกลัวมัน...ยังไงมันก็มีเพียงคนเดียว ลงมือพร้อมกันข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะไม่ตาย!!! " ชายคนที่เป็นหัวหน้าตะโกนบอกคนอื่นๆ อีกครั้ง
คนอื่นเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของผู้นำของตนแล้วพลันบังเกิดกำลังใจขึ้นมาต่างพากันเข้ากรุ่มรุมทิวรั่วซานอย่างบ้าคลั่ง อีกทั้งภาพเหตุการณ์ที่เห็นสหายของตนถูกสังหารคนแล้วคนเล่า ต่างเป็นการสุมไฟแค้นในตัวของพวกเขาขึ้นมา
พวกมันต่างร่วมมือกันระดมฟาดฟันกระบี่เข้าใส่ทิวรั่วซานอย่างไม่หยุดหย่อน ฝ่ายทิวรั่วซานนั้น ทั้งวาดทั้งตบฝ่ามือออกไปเป็นพัลวันเพราะต่อให้เป็นเขา การต่อสู้กับคนกว่า 100 นั้นนับว่าตึงมืออยู่บ้าง
ฉับพลันทิวรั่วซานพลันระเบิดพลังปราณออกมากระแทกเหล่าคน ที่รุมล้อมเขาอยู่ให้กระเด็นออกไป
"หมดเวลาเล่นเสียทีข้าจะให้เจ้าได้ชมสักครั้ง...สหายของข้าน่ะ" ตอนนั้นเองที่ทิวรัวซานเรียกอาวุธของเขาออกมาจากกำไรมิติที่ข้อมือของเขา มันเป็นเคียวขนาดยักษ์อันหนึ่งขนาดของมันนั้นใหญ่กว่าตัวของทิวรั่วซานถึง1ช่วงตัว คมเคียวมีสีดำสนิท มองดูมืดมนไม่ต่างจากเคียวของยมทูตในนรก
ภาพของทิวรั่วซานยามจับเคียวยักษ์บวกกับชุดคลุมสีดำของเขาแล้วมองดูไม่ต่างจากยมทูตเลยทีเดียว
"ก็แค่อาวุธอย่าไป..กะ..."
เสียงชายคนหนึ่งสิ้นสุดลงก่อนที่มันจะพูดจบ ตอนนี้หัวของมันส่วนบนตั้งแต่จมูกขึ้นไป พลันตกลงพื้นในขณะที่ตัวของมันยังตั้งอยู่ มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันตายอย่างไร
เลือดพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าสาดกระจายพร่างพรมอยู่ตรงพื้นหญ้ากระจัดกระจาย ทิวรั่วซานตอนนี้ ควงวาดเคียวยักษ์ไปตรงนู้นทีตรงนี้ที ทุกๆ ที่ ที่เขาย่างกรายล้วนต้องมีมากกว่าหนึ่งชีวิตที่ต้องตกตาย เลือดสีแดงข้นสาดกระจายเปรอะเปื้อนทั่วใบหน้า ส่งให้เขาดูน่ากลัวมากกว่าเดิมหลายเท่า
"นี่แหละ...คือพลังของผู้ที่ได้รับตำแหน่ง...นักรบปีศาจ...ยมทูตรัตติกาลนักรบปีศาจลำดับที่เก้าทิวรั่วซาน" เยี่ยซุนกระซิบกับเทียนฟาง ที่บัดนี้ได้แต่ตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น
ทางด้านทิวรั่วซานที่ควงเคียวสีดำทมิฬอยู่ในขณะนี้ช่างดูไม่ต่างจากพ่อค้าที่หั่นหมูอยู่บนเขียงเลยแม้แต่น้อย ศพแล้วศพเล่าที่ตกตายฉับ พลันทิวรั่วซานพลันควงเคียวยักษ์ก่อนจะปามันออกไปยังศัตรูที่อยู่ด้านหน้า
แต่คล้ายมันไม่อาจเติมเต็มความกระหายของคมเคี้ยวได้
เขาใช้มือลูบไปที่เที่ยวทมิฬของเขาอย่างทะนุถนอม
"สามารถสะท้อนการโจมตีของข้าได้รับว่าพอมีฝีมืออยู่บ้าง"
ทิวรั่วซานพูดขึ้น พร้อมกับแสยะยิ้มออกมา
"พวกเราทุกคน ถอยมา พวกเจ้าไม่ใช่คู่มือของมัน"
ชายที่เป็นหัวหน้าพูดขึ้นก่อนจะชักกระบี่ออกมา ผู้คนกว่าครึ่งร้อยที่เหลืออยู่ต่างตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว พวกมันไม่แม้แต่จะกระพริบตาด้วยซ้ำ
"เจ้าปีศาจร้ายที่ฆ่าคนอย่างกับผักปลา วันนี้แหละที่ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน"
เจ้าตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดังออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาทิวรั่วซานพร้อมกับวาดกระบี่คมกริบไปยังทิวรั่วซานด้วยความรวดเร็ว