[จบ] กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80

    บทที่ 59 รังสีอันตรายซ่อนอยู่เบื้องลึก

    บทที่ 59 รังสีอันตรายซ่อนอยู่เบื้องลึก


    แม่เฉิงพลันขี้ขลาดขึ้นมา มองเฉิงชิงชิงอย่างต้องการความช่วยเหลือ


    เฉิงชิงชิงก้าวขึ้นมา วาดยิ้มบนใบหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร “ฮวนฮวน เราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ฉันและพ่อเธอเข้าเรียนห่างกันสองปี ว่ากันอย่างจริงจัง เธอต้องเรียกฉันว่าอาด้วยซ้ำ”


    ว่ากันว่าไม่ควรลงไม้ลงมือกับคนที่สำนึกผิด เฉิงชิงชิงรู้ความจริงข้อนี้ดี


    แต่ฉือฮวนไม่หลงกลหล่อนหรอก หลังจากประสบกับความไร้ยางอายของครอบครัวเฉิง เธอก็คิดได้ตั้งนานแล้ว


    “อาเฉิง คุณอยากพูดอะไรคะ?”


    ฉือฮวนยิ้มตาหยี แต่ดวงตาแฝงความเย็นเยียบ


    เฉิงชิงชิงมองมาทางนี้ ใจเต้นตุบ ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ เธอพยายามกดอารมณ์ไว้แล้วเค้นยิ้ม “ไปที่อื่นดีกว่า บางอย่างก็พูดต่อหน้าคนจำนวนมากไม่ได้”


    ฉือฮวนขมวดคิ้ว


    ไม่รู้ว่าเฉิงชิงชิงมีแผนการอะไร เธอพูดตอบ “ฉันยังมีธุระต่อ ล่าช้าไม่ได้ค่ะ”

     

    “แค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น รบกวนเธอไม่นานหรอก”


    เฉิงชิงชิงชี้ไปที่มุมกำแพงอย่างระมัดระวัง “เราไปคุยตรงนั้นเถอะ แป๊บเดียวก็ได้”


    ฉือฮวนกังวลว่าพวกเขาจะเล่นแง่อะไร


    เฉิงชิงชิงกลับโน้มเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหู “จดหมายรัก”


    ฉือฮวนเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อใจ


    สายตาของเฉิงชิงชิงมีความพอใจพาดผ่าน ยกยิ้มมุมปากแล้วพูดซ้ำ “จดหมายรักที่เธอเขียนให้จื่อเฉียนไง”


    เลือดฉือฮวนพลันไหลออกจากร่าง เสียวสันหลังวาบ มองเฉิงชิงชิงอย่างไม่อยากเชื่อ


    “เธอคงไม่อยากให้จดหมายตกอยู่ในมือสืออวี่ไป๋ใช่ไหมล่ะ เธอเคยไปบ้านฉันแล้วนี่ ถ้าคิดได้ตอนไหนก็มาเป็นแขกที่บ้านฉันได้”


    สุดท้ายตำแหน่งของเฉิงชิงชิงก็สูงขึ้นมา แถมในเวลาแบบนี้ยังพูดอย่างสุภาพอีก


    ฉือฮวนสูญเสียความคิดในการวิเคราะห์ เธอนิ่งอึ้งมองเฉิงชิงชิงด้วยสมองที่ว่างเปล่า


    เธอลืมของพวกนี้ไปได้ยังไง?


    ก่อนแต่งงานกับสืออวี่ไป๋ เธอและเฉิงจื่อเฉียน ‘ใจตรงกัน’ จึงมีการเขียนจดหมายแลกเปลี่ยนความรักร้อนแรงในตอนนั้นด้วย แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นเครื่องมือบีบบังคับเธอ


    ถ้าสืออวี่ไป๋เห็นจดหมายพวกนั้น เขาจะคิดยังไง?


    กว่าเขาจะยอมรับเธอ มันไม่ง่ายเลย


    ยังมีสือเยี่ยนอีก ถ้าบ้านเฉิงเผยจดหมายพวกนั้นออกมา เด็กน้อยจะมองแม่อย่างเธอยังไง?


    ความคิดยุ่งเหยิงผ่านไป แต่เลือดขึ้นหน้าแทน


    สารเลว!


    ริมฝีปากฉือฮวนสั่นระริก จ้องเฉิงชิงชิงเขม็ง โกรธจนจุกอก


    เฉิงชิงชิงบรรลุเป้าหมาย ยิ้มบางราวกับผู้ชนะแล้วเชิดหน้าเดินจากไป


    เธอเบิกตามองเฉิงชิงชิงที่ไปรวมตัวกับแม่เฉิง พวกหล่อนพูดคุยอะไรบางอย่างกัน ความวิตกกังวลของแม่เฉิงได้รับการปลอบประโลม หล่อนมองเธออย่างเกลียดชัง ไม่นานก็เดินกลับไปพร้อมเฉิงชิงชิง


    ผู้คนที่มุงกินเผือกอยู่ก็ชี้มายังเธอซึ่งยืนนิ่งอยู่กับที่ ชี้มือชี้ไม้นินทาอะไรบางอย่าง


    เมื่อเหล่าคนช่างเผือกเห็นว่าเธอไร้การตอบสนองก็สลายตัวอย่างรวดเร็ว


    คนที่ผ่านไปมาบนท้องถนนต่างยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของตัวเอง


    ฉือฮวนยืนเหม่อลอย ฝ่าเท้าค่อย ๆ ปวด หนึบเสมือนมีเหล็กมาถ่วงขาทั้งสองข้าง ชาจนไม่รู้สึกว่าเป็นขาตัวเอง


    ยืนไปยืนมา ไม่รู้ว่าขากลับมามีความรู้สึกตั้งแต่เมื่อไร ความปวดบวมเจ็บชาและความเศร้าพรั่งพรู ในที่สุดเธอก็ขยับขาอย่างยากลำบาก


    เธอเดินมาถึงหน้ารถจักรยาน ขณะกำลังขึ้นจักรยานก็มีร่างสูงเดินเยื้องย่างมาหาจากไม่ไกล


    ฉือฮวนเหลือบตาขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยของสืออวี่ไป๋ น้ำตาพลันคลอเบ้า


    เธอพยายามทนความปวดของกระบอกตาแล้วเดินไปหยุดข้างสามี


    “ทำไมคุณเลิกงานแล้วล่ะคะ?”


    “ตอนกลับหมู่บ้าน ผมได้ยินว่าแม่ของเฉิงจื่อเฉียนมาหาคุณ”


    สืออวี่ไป๋ยื่นมือมาเช็ดความเปียกชื้นตรงหางตาเธอ


    “เกิดอะไรขึ้นครับ?”


    ดวงตาเขาหรี่แคบ รังสีอันตรายซ่อนอยู่เบื้องลึก


    ฉือฮวนกัดปากเหมือนกำลังกลัดกลุ้มมาก ขนตาราวปีกผีเสื้อพลันหลุบลง “กลับบ้านกันเถอะค่ะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”


    ดวงตาสืออวี่ไป๋มีแสงพาดผ่าน “ครับ”


    หนึ่งคนเดินนำ หนึ่งคนเดินตามจนกลับถึงบ้าน ระหว่างทางฉือฮวนก็สงบสติอารมณ์ได้แล้ว


    เมื่อถึงบ้าน สืออวี่ไป๋คลายคอเสื้ออย่างลวก ๆ ร่างสูงยืนใต้แสงไฟ นัยน์ตาที่มีคลื่นก่อตัวเหลือบมองเธอ


    “ถ้าแม่เฉิงมารังแกคุณก็ไม่ต้องปิดบัง บอกผมได้ทุกเมื่อ”


    สืออวี่ไป๋กล่าว


    “ไม่มีใครรังแกฉันหรอกค่ะ”


    ฉือฮวนกัดปลายลิ้น ครุ่นคิดว่าจะเอ่ยยังไงดี


    “หืม?”


    สืออวี่ไป๋ขมวดคิ้ว


    “แต่เธอ…ขู่ฉันค่ะ”


    “ขู่อะไรคุณ?” สืออวี่ไป๋ขบคิดเพียงครู่เดียวก็พบคำตอบ “พวกเธออยากให้เฉิงจื่อเฉียนออกจากคุกเหรอ?”


    ฉือฮวนสูดหายใจลึกแล้วพยักหน้า


    “ใช้อะไรมาขู่คุณล่ะ?”


    ลมหายใจของสืออวี่ไป๋พลันยุ่งเหยิง หรี่ตาเล็กน้อยมองเธออย่างประเมินภายใต้แสงไฟ


    ทันใดนั้นอากาศก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบและยากที่จะหายใจ


    ฉือฮวนเห็นสีหน้าเคร่งขรึมและอดทนอดกลั้นของเขา เสียงพลันหายไป


    คำพูดที่คิดมาดีแล้วก็ขมวดเป็นก้อนในหัว


    ริมฝีปากเธอพะเงิบพะงาบ ไม่รู้จะพูดยังไงดี


    “หือ?”


    ม่านตาของสืออวี่ไป๋หดตัวลง


    ฉือฮวนก้าวขาไปหาเขา ยังไม่ทันอ้าปาก มือขาวนุ่มก็กอบกุมปลายนิ้วเขาไว้


    สายตาชายหนุ่มทอดลงบนมือเธอแล้วหรี่ตา จากนั้นเหลือบมองดวงหน้าเล็กออดอ้อนของเธอ


    ฉือฮวนอ้าปากพูดอย่างตะกุกตะกัก


    “ก็คือ…ของบางอย่างในอดีตทำให้ฉันรู้สึกผิดต่อคุณนิดหน่อยค่ะ”


    บรรยากาศรอบตัวสืออวี่ไป๋พลันเย็นขึ้นในพริบตา อากาศเย็นเฉียบผสานกับลมหายใจ ความเย็นนั้นทะลุทะลวงถึงหลอดลม


    “คืออะไรครับ?”


    สืออวี่ไป๋คว้าหมับที่แขนเธอ เขามีแรงเยอะมาก จนความเสียดแทงกระจายทั่วกล้ามเนื้อเธอ


    ฉือฮวนอดขมวดคิ้วไม่ได้ ใบหน้าเขาอยู่ใกล้หน้าเธอ สันกรามเครียดเกร็งเพราะกำลังข่มอารมณ์


    “ก็คือ…” ลมหายใจเธอเต็มไปด้วยกลิ่นเขา ใบหน้าข่มกลั้นโทสะของเขาทำให้เธอปวดใจไม่น้อย “จดหมายรักที่ฉันเขียนให้เฉิงจื่อเฉียนเมื่อก่อนค่ะ!”


    หลังจากเธอพูดจนหมดเปลือก สิ่งที่ตามมาคือบรรยากาศหนาวเสียดกระดูกที่น่าหวาดหวั่นจนเธอปิดตา


    ความเงียบเชียบที่โหมกระหน่ำกำลังปกคลุมไปทั่วห้อง


    ฉือฮวนเหลือบตาขึ้นอย่างประหม่า สิ่งที่เห็นคือสันกรามเครียดขึงของสืออวี่ไป๋


    เขากัดฟันกรอด ใบหน้าเคร่งขรึมยืนใต้แสงไฟ มุมปากหยักยิ้มหยัน


    “จดหมายรัก?”


    เขาเน้นสองพยางค์นี้


    “จดหมายรักตั้งแต่ตอนไหน?”


    ฉือฮวนไร้ความลังเล ถ้าคำตอบเธอไม่เป็นที่น่าพอใจ วินาทีต่อมาคงโดนเขาโยนออกจากห้องแน่


    ใจเหมือนตกจากที่สูงอย่างฉับพลัน ฉือฮวนใจเต้นตึกตักอย่างวิตก กลัวว่าสืออวี่ไป๋จะลอยแพเธออีกครั้ง


    หลังจากผ่านประสบการณ์อันอเนจอนาถเมื่อชาติก่อน เธอจะยอมปล่อยมือเขาไปได้ยังไง?


    สืออวี่ไป๋กัดกระพุ้งแก้มจนเห็นได้ชัดเจน เขายืนรอคำตอบเธอตรงนั้น


    “...เป็นจดหมายรักตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับคุณค่ะ”


    เธอรีบอธิบาย


    “สืออวี่ไป๋ คุณเชื่อฉันไหมคะ?”


    “ก่อนแต่งงานคุณเคยเขียนจดหมายรักแลกกันเขา?”


    สืออวี่ไป๋เหมือนแค่กำลังพูดทวนประโยค


    แต่ฉือฮวนรู้ว่าเรื่องราวไม่ง่ายดายขนาดนั้น


    เธอเหมือนผู้กระทำผิด รอคำพิพากษาสุดท้ายจากสืออวี่ไป๋อย่างกระวนกระวาย


    ทุกนาที ทุกวินาทีที่เฝ้ารอ มันยาวนานจนทานทนไม่ไหว


    “...อืม”


    เธอจ้องปลายเท้าตัวเอง ภาพที่ตามองเห็นคือแสงสีขาววงกว้างที่สาดส่องจากโคมไฟระย้า


    “ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเฉิงจื่อเฉียนไม่เลวเลยนี่”


    เสียงเย็นชานั้นราวกับแฝงด้วยคมมีด ทุกคำต่างพุ่งแทงใจเธอ

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80 ที่คุณอ่าน