“ฉันเพียงแค่อยากมีอิสระ อยากเป็อิสระเท่านั้น”
“ไม่ใช่ว่าการอยู่กับผมไม่มีอิสระ ขอเพียงแค่คุณเต็มใจ และยินยอมไม่ว่าเื่อะไรผมก็จะตามใจคุณ อีกอย่างคุณอย่าลืมนะ ว่าคุณจะมีภารกิจที่ควรจะต้องทำให้สำเร็จกับผมอยู่ คุณคงไม่ทิ้งงาน เพียงเพราะคำว่าไม่อดทนหรอกนะ”
“แน่นอนฉันไม่ใช่เป็แบบนั้น ไม่มีอะไรที่ฉันอดทนไม่ได้ และไม่มีอะไรให้ฉันผ่านไปไม่ได้”
“แบบนั้นก็ดีครับ คุณสามารถอยู่ที่นี่ได้ตามใจคุณเลย ที่นี่ไม่ได้กักขังอะไรคุณ เพียงแค่เราอยู่ใกล้กันสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก รวมถึงภารกิจที่คุณได้รับมอบหมายก็จะสามารถช่วยผมได้มากในการตามหาความลับของเดเมียนในส่วนที่ขาดหายไป” นี่ถือเป็การพูดที่มากที่สุดของเขาเลย ปกติเขาไม่ได้พูดมากกว่านี้ และจะพูดมากแค่กับเธอ
“เราจะอยู่กันยังไงห้องนอนมีแค่ห้องเดียว” เธอถามเขาด้วยความสงสัยเธอยังไงเธอก็ยังเป็ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน
“คุณคงลืมไปแล้ว ว่าเมื่อคืนคุณได้ล่วงเกินอะไรผมไว้บ้าง ความจริงแล้วผมเป็ฝ่ายที่เสียหาย” เขาพูดย้ำให้เธอตระหนัก
“อันที่จริงฉันก็เสียหายเหมือนกัน แต่ว่าความเสียหายนี้ฉันจะบอกให้องค์กรรู้ไม่ได้โดยเด็ดขาด”
เขาได้แต่อมยิ้มในใจ เมื่อคืนเขาได้จัดการเื่ของเื่กับองค์กรของเธอเรียบร้อยแล้ว เท่ากับว่าตอนนี้เธอเป็คนของเขาโดยสมบูรณ์แบบ แม้เธอกับองค์กรจะไม่ได้ติดต่อสื่อสารกันและเธอยังไม่ได้รู้เื่นี้ อาจจะเป็การดีที่เธอไม่รู้ เพราะถ้าหากว่าเธอรู้ปัญหาอาจจะไม่จบแค่นี้แน่
“หลังจากนี้คุณทำงานให้ผม และผมเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในตัวคุณ” เขาเอ่ยทำประกาศิตนี้ไว้กับเธอ
“ยังไงนะคะ” เธอถามเขาด้วยความสงสัย
“คำพูดของผมเมื่อพูดไปแล้ว คุณสามารถนำไปพิจารณาได้แต่ผมจะไม่พูดซ้ำ”
เธอยืนครุ่นคิดอยู่นานคำว่าหลังจากนี้เธอทำงานให้เขา ถ้าหากเธอทำงานให้เขาแล้วงานในองค์กรของเธอล่ะยังไม่ได้บรรลุเป้าหมายเลย เธอยังมีภารกิจสุดท้ายที่จะต้องทำให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเป็อิสระ
“ก่อนจะมีไปคุณพักที่เพนต์เฉฮ้าส์ของผมนี่แหละ ไม่ต้องกลับไปที่องค์กรของคุณแล้ว”
“แต่ว่าฉันพักที่องค์กรก็สบายดี ไม่ต้องเดือดร้อนคุณหรอกค่ะขอบคุณนะคะ”
“ผมเกรงว่า..ที่องค์กรอาจจะไม่มีที่ให้คุณพักอีกแล้ว ทางที่ดีควรพักที่นี่ดีกว่านะ”
คำพูดของเขาทำให้เธอสงสัย แต่เมื่อเธอติดต่อกลับไปที่องค์กรก็ไม่สามารถติดต่อได้ เธอถูกตัดขาดจากองค์กร ภารกิจของเธอที่ได้รับมอบหมายปิดงานไปแล้วหรือเกิดอะไรขึ้นกับองค์กร
“มันเกิดอะไรขึ้น ฉันติดต่อองค์กรของตนเองไม่ได้”
“หลังจากนี้ คุณคือคนของผม ขึ้นตรงกับผมเท่านั้น”
“นี่มันเป็การบีบบังคับชัดๆ ฉันไม่ได้เต็มใจ”
“คุณเชื่อผมไหม” เขายืนอยู่ต่อหน้าเธอพูดแล้วจ้องมองที่ตาของเธอ เพื่อให้เธอตอบคำถามของเขา
มายามองเขาด้วยแววตาที่สับสน เธออยากปฏิเสธ แต่คำถามของเขาเหมือนดึงเธอเข้าไปในบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูด
“เชื่อ...ในแง่ไหนล่ะคะ?” เธอตอบเสียงเบา แต่ไม่อาจละสายตาจากเขาได้
ลีออนยิ้มบาง รอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและแฝงไปด้วยเสน่ห์ลึกลับ “เชื่อว่าผมจะไม่ทำอะไรที่เป็อันตรายกับคุณ”
เขาก้าวเข้ามาใกล้ เธอถอยหลังเล็กน้อยจนแผ่นหลังชนกับผนังกระจกของเพนต์เฮาส์
“คุณจะพาฉันไปทำอะไรคะ?” เธอถาม เขากลับยิ้มให้เธอเหมือนคำถามนั้นไร้สาระ
“ไม่ใช่ว่าคุณอยากรู้คำสั่งเสียสุดท้ายของเดเมียนหรอกเหรอ? ถ้าอย่างนั้น คุณต้องไว้ใจผม”
มือเขายกขึ้นแตะที่ข้างแก้มของเธออย่างแ่เบา เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ทันได้ถอยหนี น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไป อ่อนโยนลงจนหัวใจเธอเต้นแรง “ผมไม่บังคับคุณนะ มายา คุณเลือกได้เสมอ”
“แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนี่คะ” เธอเอ่ย เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง แต่ความอ่อนโยนในดวงตาของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเปราะบาง
“งั้นเริ่มจากคืนนี้...” เขาเว้นจังหวะ “คุณจะพักที่นี่ ผมสัญญาว่าคุณจะปลอดภัย และผมจะไม่ล้ำเส้นคุณจนกว่าคุณจะยอม”
เธอมองเขานิ่ง สับสนและไม่แน่ใจว่าควรเชื่อคำพูดนั้นหรือเปล่า แต่ในสายตาของเขา...มันไม่เหมือนคนที่โกหก
“ตกลงค่ะ” เธอตอบอย่างไม่มั่นใจนัก
“ดี งั้นผมจะพาคุณไปที่ห้อง” ลีออนหมุนตัวและเดินนำหน้าไป ก่อนจะหยุดเมื่อเห็นว่าเธอยืนนิ่งไม่ขยับ “หรือคุณจะให้ผมอุ้ม?”
เธอหน้าแดงวาบ “ไม่ต้องค่ะ ฉันเดินเองได้”
ลีออนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นอุ่นจนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงดูดเข้าไปใกล้เขาทีละนิด
“แล้วเจอกันนะ มายา”
คำพูดนั้นง่ายๆ แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง เธอสูดลมหายใจลึก แล้วล้มตัวลงบนเตียงพลางพึมพำกับตัวเอง
“นี่มันอะไรกัน...ฉันกำลังหลงในเกมของเขาเหรอ?”
มายาพยายามข่มใจตัวเองให้สงบ แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งปั่นป่วน ทุกครั้งที่เธอคิดถึงสายตาอบอุ่นแต่ลึกล้ำของลีออน หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นราวกับจะหลุดออกมา
“นี่ฉันเป็อะไรไป…” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางดึงผ้าห่มมาคลุมตัวบนเตียง
แต่ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พลางยิ้มมุมปากแบบคนเ้าเล่ห์ ถ้าเขาคิดว่าเขาคุมเกมนี้ได้คนเดียวล่ะก็... เขาคงต้องคิดใหม่
สายลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดผ่านผิวกายเปลือยเปล่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนอนบางเบา ความรู้สึกของผ้าัักับผิวทำให้เธอรู้สึกถึงอำนาจที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง มายาไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมให้ใครมาควบคุมง่ายๆ และครั้งนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เสน่ห์ของตัวเองเป็เครื่องมือ
เธอลุกขึ้นเดินไปหน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนกลับมา ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มจางๆ ที่แฝงความมั่นใจ “เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้น” เธอพูดเบาๆ กับเงาตัวเอง ก่อนจะปล่อยผมที่มัดไว้ให้สยายลงมา
เมื่อดึงเสื้อคลุมตัวใหม่ขึ้นมาสวม เธอตั้งใจปล่อยให้มันแย้มเปิดบริเวณ่ไหล่ เผยผิวเนียนละเอียดที่เธอรู้ดีว่าผู้ชายหลายคนมักจะเสียสมาธิเมื่อมองเห็น เธอเช็กตัวเองในกระจกอีกครั้ง รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้น “คืนนี้ฉันจะทวงคืนความเหนือกว่า”